ตอนที่ 26 ลูกเล่นใหม่
"คีตา คีตา ตื่นขึ้นมาก่อน" นิทานเขย่าเจ้าหมายักษ์บนร่างของเขาเบา ๆ คีตาขณะนี้นอนเอกเขนกทับอยู่บนตัวของนิทาน หัวขนาดใหญ่เกยหลังคอของนิทาน ลมหายใจเป็นจังหวะ หางกระดิกเล็กน้อยเป็นสัญญาณถึงฝันดี
ผ่านไปสักพักดวงตาสะลึมสะลือคู่นั้นก็ลืมขึ้น แม้ยังแฝงความงัวเงียไว้ แต่ก็ยังคงหันมามองที่นิทาน คีตาอ้าปากกว้างหาวยาว
คีตายกหัวขึ้นมา มองไปรอบตัว เอียงคอเล็กน้อยก่อนวางหัวลงไปฟุบบนตักนิทาน
"หงิง"
นิทาน นอนไม่หลับเหรอ กอดมั้ย
"เปล่าหรอก ขอโทษนะที่ปลุกขึ้นมากะทันหัน พอดีมีอะไรอยากลองหน่อยน่ะ" นิทานยิ้ม ลูบหัวคีตาอย่างเบามือ
ลอง...เหรอ คีตาส่งเสียงเบา ๆ ผ่านสายเชื่อมโยงมาสู่เขา นิทานสัมผัสได้ว่าคีตายังคงงัวเงียอยู่ เจ้าหมาขี้เซายังคงไม่ตื่นเต็มตาดี
"ฉันหมายถึง เล่นน่ะ มีของเล่นใหม่อยากลองน่ะ" นิทานครุ่นคิดสักพักก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
คีตาเมื่อได้ยินคำว่าเล่น หูสองข้างที่พับห้อยลงก็ตั้งขึ้นสู้ฟ้า สองตาที่ลืมเพียงครึ่งเดียวเวลานี้ก็ลืมเต็มตา สองตาทอประกายแวววับ
"โฮ่ง!"
เล่น เล่น!
นิทานดันตัวขนาดใหญ่ของคีตาออกจากตัว ลุกจากเตียงเดินออกไปสู่ลานกว้างหน้าบ้านตน
บ้านของนิทานแม้อยู่ไม่ห่างจากกลางเมืองมากนัก แต่เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กับกำแพงเมือง จึงมักไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่มากนัก ส่วนมากจะเป็นส่วนที่ชาวเมืองมาทำไร่ทำนา กลายเป็นที่ว่างโล่ง ๆ ให้นิทานพาคีตาวิ่งเล่นอย่างเต็มที่
"โฮ่ง!"
เล่นอะไรอะ ไปคาบมามั้ย หรือจับตัวหางฟู
คีตาวิ่งตามมาอย่างรวดเร็ว หางส่ายไปมาอย่างมีความสุข คีตาชอบการได้เล่นกับนิทานมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากการกินอาหาร อร่อย ๆ กับนิทาน
"คีตา นายสามารถใช้พลังของฉันได้ใช่มั้ย ที่ทำให้ตัวเบาลงกับร่างกายจางลงน่ะ" นิทานกำลังพูดถึงการที่คีตายืมคำแห่งพลังจากตัวเขา
นิทานเข้าใจมาตลอดว่าคีตาสามารถนำพลังของตนไปใช้ได้บางส่วนเป็นเพราะพลังเชื่อมโยง แต่เมื่อเขารู้ความจริงแล้วว่าเหตุผลหลัก ๆ เป็นเพราะคำแห่งพลัง นิทาน วงจันทรา ของคีตาต่างหาก
และเพราะเหตุนี้แหละที่ทำให้นิทานเกิดความคิดที่เขาอยากทดสอบขึ้นมา
"โฮ่ง โฮ่ง!"
ทำได้ ทำได้ ถ้านิทานตกลงก็ทำได้ คีตาตอบ
นิทานรู้สึกถึงสายใยระหว่างตนและคีตาเข้มแข็งขึ้น เป็นความรู้สึกอันคุ้นเคยที่เขารู้สึกตลอดยามคีตาใช้พลังของเขา โดยปกติแล้วนิทานไม่คยใส่ใจเรื่องสายใยนี้มากนัก เมื่อคีตาต้องการใช้พลังนิทานก็คอยส่งพลังผ่านสายใยนี้ไป
จริง ๆ แล้วส่วนหนึ่งที่นิทานไม่ค่อยรู้สึกตัวมากนักเป็นเพราะจิตสำนึกของตัวนิทานเองที่พร้อมส่งมอบพลังให้คีตาเสมอเมื่อเกิดการเชื่อมสายใย
นิทานส่งพลังไปตามสายใย นิทานลองสังเกตเรื่องการส่งมอบพลัง นิทานไม่เคยเจาะจงเรื่องว่าคีตาสามารถใช้พลังอะไรผ่านการเชื่อมโยง
สายใยนี้เป็นเหมือนประตูที่คีตาสามารถเลือกเดินเข้าไปหยิบของที่ต้องการได้ตามใจ
ร่างของคีตาพลันจางลงเบาบางราวกับหมอก แม้ตัวนิทานเองสามารถสัมผัสคีตาได้อย่างชัดเจนผ่านพลังเชื่อมโยง แต่รูปลักษณ์ภายนอกของคีตาเลือนราง ยากต่อการจับจ้อง
คราวนี้ร่างกายของคีตากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง สายใยพลังเชื่อมโยงระหว่างเขาและคีตาพลันเกิดความรู้สึกอีกครั้ง นิทานส่งพลังผ่านสายเชื่อมโยงโดยไม่มีอดกลั้นใด ๆ
คีตากระโดดเบา ๆ เพียงครั้งร่างกายก็พุ่งทะยานสูง หากตอนตกลงมากลับไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้บนพื้น
คีตาพลันขยับตัวซ้ายขวา ร่างพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ฝีเท้ายังคงไร้น้ำหนักเช่นเคย ผืนดินไร้ร่องรอยใด ๆ เพียงเกิดกระแสลมบางเบา
นี่คือการที่คีตายืมพลังของนิทานมาใช้ที่พวกเขาทำมาตลอด หลังจากผ่านการต่อสู้ด้วยกันมาอย่างยาวนาน การส่งพลังให้คีตาและการรับพลังจากนิทานก็กลายเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาทำได้เป็นปกติราวกับหายใจ
"นายลองใช้พลังอื่นได้มั้ย เพิ่มน้ำหนักตัวเอง เพิ่มน้ำหนักฉัน หรือยึดเท้าฉันไว้บนพื้นน่ะ" นิทานถามต่อ
พลังหลักที่นิทานแบ่งให้คีตาใช้งานมีแค่จางหายและแรงดึงดูด ไม่ใช่เป็นเพราะเขาจำกัดพลังไม่ให้คีตาสามารถเลือกใช้ได้ แต่เป็นคีตาเองที่ไม่นำไปใช้งาน
คีตาหลับตาลงสักพัก ก่อนร่างกายจะแผ่แรงกดดันออกมาจาง ๆ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเกิดรอยปริแตก ร่างของคีตาพลันเคลื่อนไหวช้าลง หากพละกำลังกลับสูงขึ้นไปอีกระดับ
"โฮ่ง!"
ทำให้อ้วนขึ้นได้นะ!
อ้วนขึ้น....
"แล้วทำไมตอนเข้าป่านายไม่เคยใช้เลยล่ะ" นิทานหางตากระตุกพร้อมถามกลับ ในความรู้สึกของเขา การสลับน้ำหนักไปมาระหว่างการต่อสู้เป็นกลยุทธ์เสริมความสามารถที่มีประสิทธิภาพสูงมาก การันตีจากการที่ตัวเขาใช้เอง
แม้ในขั้นต้นอาจจะยาก แต่เมื่อชินแล้วก็สามารถใช้ออกได้โดยง่าย ก่อนหน้านี้นิทานเคยเพิ่มน้ำหนักให้คีตาระหว่างโจมตีและลดน้ำหนัก ระหว่างเคลื่อนไหวมาบ้างแล้ว แต่จังหวะที่เหมาะสมที่สุดย่อมต้องมาจากตัวผู้โจมตีเอง
"โฮ่ง!"
ก็มันหนักอะ คีตาไม่ชอบ!
นิทานหลุดหัวเราะเบา ๆ
นั่นสินะ ก็หมานี่นา จะไปชอบที่ตัวเองตัวหนักขึ้นไปทำไม
“โฮ่ง!”
แถมหลาย ๆ ครั้งนิทานก็คอยทำให้อยู่แล้วด้วย!
ก็จริงแฮะ ฉันคอยสนับสนุนคีตาอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ยังไงรูปแบบการเข้าโจมตีของเราส่วนใหญ่ก็เป็นการสลับกันโจมตีอยู่แล้วด้วย ยิ่งนิทานเชื่อมโยงกับคีตาอยู่ตลอดเวลา เขารับรู้สภาพของคีตาได้ตลอดว่าสมควรสนับสนุนเวลาไหน
"งั้นนายลองเพิ่มน้ำหนักฉัน หรือ ดูดกับผลักฉันด้วยได้มั้ย"
คีตาจ้องมาที่ร่างของนิทาน นิทานสัมผัสได้ถึงแรงดึงเบาบาง ร่างกายของนิทานเอนไปทางตัวของคีตาเล็กน้อย เพียงเขาเอนตัวกลับ แรงดึงทั้งหมดก็หายไป
คราวนี้นิทานสัมผัสได้ว่าร่างของตนเหมือนโดนผลักออก ไม่ใช่การผลักในรูปแบบของโดนอะไรกระแทกใส่ เป็นเหมือนตัวของเขาค่อย ๆ ห่างออกจากตัวของคีตาไปเอง
เสียที่พลังสายนี้เบาบางมากนัก แค่นิทานก้าวเท้า แรงผลักก็พลันหายไป
น้ำหนักของนิทานพลันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เขาสัมผัสเรื่องน้ำหนักของตนได้แม่นยำกว่าคนปกติ จะยังไงเขาก็ใช้พลังนี้กับตัวเองมากที่สุด
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นถือว่ามากพอสมควร แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะส่งผลต่อการต่อสู้มากนัก ยิ่งใช้กับศัตรูสมควรน้อยลงยิ่งกว่า
"หงิง.."
เหนื่อยอะ เหนื่อยมากเลย คีตาหายใจหอบ
พลังที่แบ่งไปมีการใช้พลังจิตวิญญาณไม่เท่ากัน ส่วนของฉัน แรงดูดกับแรงผลักใช้พลังพอสมควร แต่ไม่เยอะถึงขั้นการสร้างแรงกดใส่ศัตรูโดยตรง ส่วนการเพิ่มลดน้ำหนักนั้นใช้พลังน้อยที่สุด การเพิ่มและลดไม่ต่างกันเลย แต่ตัวคีตากลับลดน้ำหนักได้อย่างสบาย แต่เพิ่มน้ำหนักได้ประสิทธิภาพด้อยกว่ากันมาก นิทานพึมพำ
"แล้วพลังเชื่อมโยงของฉันละ ที่ทำให้เท้าติดกับพื้นน่ะ" นิทานก้มชี้เท้าของตัวเอง นิทานใช้พลังนี้สร้างลูกเล่นแปลกใหม่มากมาย จะเป็นเรื่องดีมากหากคีตาสามารถทำได้เช่นกัน
"โฮ่ง!"
ใช้ไม่ได้นะ
นิทานนั้นไม่แปลกใจกับคำตอบนี้ ถึงต้นตอการแบ่งพลังจะมาจากคำแห่งพลังประเภทระบุชื่อ แต่สุดท้ายแล้ว สายใยที่ใช้ส่งผ่านคำแห่งพลังก็ยังเป็นพลังเชื่อมโยง มันย่อมไม่สมเหตุสมผลหากคีตาจะใช้พลังเชื่อมโยงของนิทานผ่านพลังเชื่อมโยงในขณะที่นิทานใช้พลังเชื่อมโยงด้วยตัวเอง
อีกสิ่งหนึ่งที่เขาทำได้เพิ่มขึ้นมาหลังจากการที่คำแห่งพลังคำที่ 4ของเขาคือ คีตา วงจันทรา คือการที่เขาสามารถแบ่งความสามารถทางกาย ความเร็ว พลังจิตวิญญาณให้คีตาได้
เพราะเหตุนั้น หากเขากระตุ้นคำแห่งพลัง คีตา วงจันทรา เขาสมควรสามารถทำเหมือนคีตา ขอรับพลังที่แบ่งมาจากตัวคีตาได้เช่นกัน
นิทานกระตุ้นคำแห่งพลังคำนี้ นิทานรู้สึกถึงตัวตนของคีตาในห้วงจิต ขณะเดียวกันนั้นเองที่นิทานต้องการกำลังกายจากคีตา ร่างกายก็ได้รับการตอบสนองอย่างว่องไว
คีตาสมควรคล้ายกับเขาที่จิตสำนึกพร้อมมอบพลังให้โดยไร้เงื่อนไข
นิทานพลันรู้สึกถึงพละกำลังที่มากขึ้นกว่าเดิม ความเร็วที่พุ่งสูงขึ้น นิทานลองคว้าก้อนหินก้อนหนึ่งขึ้นมาไว้ในมือ
ในฐานะของผู้เรียนรู้แล้ว นิทานย่อมสามารถขยี้ก้อนหินก้อนเท่าฝ่ามือนี้ได้อย่างง่ายดาย นิทานลองใช้เพียงสองนิ้วเพื่อบี้ก้อนหิน หินก็แตกออกอย่างง่ายดาย นิทานสะกิดเท้าเบา ร่างก็พลันถลันออกไปในพริบตา ก่อนจะกลับมาอยู่จุดเดิมอีกครั้ง
พลังสูงขึ้นมาก ความเร็วก็ขึ้นไปเทียบกับผู้เรียนรู้สายเสริมพลังได้เลย นี่คือความสามารถทางกายของคีตาหลังจากผ่านพิธีสลักคำงั้นเหรอบางทีอาจจะเสริมด้วยคำแห่งพลัง ไล่ตาม ก็ได้ พลังทั้งหมดของฉันถึงได้เพิ่มขึ้นมาเกือบเท่าตัวแบบนี้
“นายก็รับพลังจากฉันได้นี่นาคีตา ทำไมถึงแทบไม่ใช้เลยล่ะ นายจะแข็งแรงขึ้นมากเลยนะ” นิทานฉงน เขานึกได้ว่า ในเมื่อตนรับความสามารถทางกายคีตาผ่านคำแห่งพลัง คีตา วงจันทรา ได้ แล้วทำไมคีตาจะทำไม่ได้ แต่คีตากลับไม่เคยขอรับพลังกายภาพจากเขาเลย
คีตามีคำแห่งพลัง นิทาน วงจันทรา ก่อนเขาด้วยซ้ำ
“โฮ่ง!”
นิทานจะเหนื่อย เหนื่อยมากเลย คีตาไม่ชอบ
นิทานพลันฉีกยิ้มอีกครั้ง จะยังไงคีตาก็ยังคงคิดถึงเขาเป็นอันดับแรกเสมอ
“ลองดูกันเถอะ เหนื่อยนิดหน่อยเอง ฉันทนไหวน่า” นิทานพูดพลางลองส่งพลังไปโดยตรง
คีตาสร้างสายเชื่อมโยงเพื่อรองรับพลัง นิทานสัมผัสได้ว่ากำลังกายและความแข็งแรงของตนพลันลดฮวบไปช่วงหนึ่ง บนหน้าผากปรากฏหยาดเหงื่อเม็ดโตที่เริ่มไหล
ภาระหนักพอตัวเลย แต่ไม่ถึงขั้นสู้ไม่ไหว ตอนต่อสู้จริงคงจะคงสภาวะนี้ได้ไม่นาน นิทานคิด
คีตาในเวลานี้ร่างกายและท่าทางไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม นิทานยกเท้าหน้าขึ้นมา กางเล็บอันแหลมคมออก ก่อนตวัดลงไปที่หินก้อนโตใกล้ ๆ
แคร่ก!
ก้อนหินก้อนใหญ่พลันแตกระแหงออกเป็นสี่สาย ไม่ทันที่นิทานจะเอ่ยชม พลังในร่างก็พลันถูกดึงกลับมาอย่างว่องไว
ขี้เป็นห่วงจริง ๆ เลย นิทานหัวเราะ
“แต่นายดูไม่เหนื่อยเลยนะ ตอนฉันใช้พลังกายนายน่ะ”
“โฮ่ง!”
คีตาแข็งแรงกว่า! ฟื้นพลังตามขึ้นไปก็ได้!
นิทานเข้าใจสิ่งที่คีตาจะสื่อ แม้แต่ตอนเป็นแรกเกิด คีตาก็สามารถดันร่างกายของตัวเองให้เทียบเท่านิทานที่เป็นระดับผู้เรียนรู้ได้ ยามนี้ที่คีตากลายเป็นผู้เรียนรู้แล้ว พลังกายของมันสมควรพุ่งสูงขึ้นไปอีก
เสริมด้วยการใช้คำแห่งพลัง ไล่ตาม ทำให้คีตาสามารถกลับมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงก่อนเสริมพลังได้
“งั้นเราเก็บไว้ใช้ตอนจำเป็นแล้วกันนะ ฉันอาจจะใช้พลังกายนายบ่อยกว่า ถ้าเหนื่อยก็บอกนะ” นิทานพูดกับเจ้าหมายักษ์สีดำตรงหน้า
คีตาพลันกระดิกหางอย่างยินดี มันย่อมไม่มีปัญหาใด ๆ หากมันสามารถช่วยนิทานได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มันแทบไม่เหนื่อยอีก
“เอาล่ะ ที่ฉันอยากลองจริง ๆ น่ะ คือต่อจากนี้ต่างหาก คีตา นายสามารถใช้คำแห่งพลังของฉันผ่านพลังเชื่อมโยงที่เชื่อมเราทั้งคู่ไว้ได้”
"เพราะงั้น ฉันก็น่าจะใช้คำแห่งพลังของนายได้เหมือนกัน" นิทานยิ้มมุมปาก
นี่คือสิ่งที่นิทานพลันคิดขึ้นมาได้ก่อนหน้า เขาเข้าใจมาตลอดว่าส่วนสำคัญที่สุดคือคำแห่งพลัง เชื่อมโยง แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็นคำแห่งพลัง นิทาน วงจันทรา เชื่อมโยงเป็นเพียงส่วนขยายเท่านั้น
คำแห่งพลังระบุชื่อทำให้เขาและคีตาสามารถแบ่งพลังกาย พลังจิต แรงและความเร็วให้แก่กันและกันได้ เช่นที่พวกเขาลองทำกันเมื่อสักครู่ แม้ภาระทางกายจะหนัก แต่การใช้ออกในเวลาที่สมควรกลับถือเป็นไพ่ตายที่มีประสิทธิภาพสูง
เมื่อคิดได้ดังนั้น นิทานจึงเกิดความคิดขึ้นมา
ถ้าเป็นแบบที่ฉันคิด ฉันที่มีคำแห่งพลัง คีตา วงจันทรา ควรจะสามารถของยืมคำแห่งพลังของคีตาผ่านพลังเชื่อมโยงได้เหมือนกัน แค่อาจจะด้อยกว่าเพราะยังเป็นระดับแรกเกิด
นี่จึงเป็นต้นเหตุของการ ‘เล่น’ ในคืนนี้
สิ้นคำพูดของนิทาน คีตาพลันลุกขึ้นยืนอย่างสนอกสนใจ หางส่ายไปมา มันหลับตาลงพร้อมกับเริ่มกระบวนการส่งพลัง
สายใยที่เชื่อมโยงกับนิทานพลันขยายใหญ่ขึ้น คราวนี้นิทานพลันเห็นท้องฟ้านภาพราย 3ชนิด ปรากฏขึ้นในห้วงจิต
อาณาเขต ปราการ ไล่ตาม