ในที่สุดนับเป็นเวลาห้าปีเศษหลังจากเกิดเหตุการร่วงหล่นของเศษซากของดวงดาราบนฟากฟ้า ผู้คนจากสำนักต่าง ๆ ย่อมให้ความสนใจ และเข้าไปสำรวจพื้นที่ หวังได้รับโชคลาภวาสนาจากการเข้าไป พื้นที่บางส่วนยังคงมีเปลวเพลิงลุกไหม้ หลายส่วนก็สงบลงไปแล้ว
แม้จะเข้าไปได้บางพื้นที่ แต่หลายสำนักก็ยังไม่ได้รับสิ่งใดกลับมา ในขณะที่สัตว์อสุราและสัตว์ปิศาจที่มีพลังและความดุร้ายในตัวนับไม่ถ้วนกระจายตัวกันไปทั่ว อีกทั้งมีเผ่าพันธุ์สัตว์อสราแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นปรากฏและทำร้ายผู้คนที่เข้าไป ข่าวคราวนี้สร้างความแตกตื่นกลัวให้แก่ผู้คนบนดินแดน
บนดินแดนหยางซีฮัน บริเวณเทือกเขาลี่ไท่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มียอดเขาสูงตระหง่านนับพันยอด ความสูงเสียดฟ้า มองไม่เห็นยอดเขา ด้านบนมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ระหว่างหุบเขามีป่าทึบต้นไม้ขนาดใหญ่หลายคนโอบจำนวนมากมาย พื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสิงสาราสัตว์จำนวนมาก มีสัตว์อสุรามามาย อีกทั้งในป่าลึกเข้าไปยังมีผู้พบสัตว์ปิศาจที่มีพลังและความดุร้ายในตัวนับไม่ถ้วน
"มีข่าวใหม่"
"มีข่าวด่วน"
"พบแล้ว ๆ "
ข่าวสารการค้นพบบางสิ่งบางอย่างถูกรายงานเข้าสู่หลายสำนักในหลายดินแดนอย่างต่อเนื่อง
ราวสองเดือนก่อน มีข่าวการพบเบาะแสที่คาดว่าภายในจะเก็บศัสตราวุธ รูปร่างภายนอกเป็นหีบยาว ตัวหีบยาวเพียงพอจะเก็บดาบหรือกระบี่ได้ หากแต่ก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า ภายในจะมีอะไรอยู่ภายใน เพราะยังไม่มีใครได้สัมผัสหรือเปิดหีบดังกล่าว
ความยากของการค้นหาหีบ คือ ไม่พบเบาะแสที่แน่นอน ตัวหีบมีพลังที่เคลื่อนย้ายตัวเองไปยังที่ต่าง ๆ ได้ ดังนั้น แต่ละสำนักจึงขนผู้คนมาและให้กระจายการค้นหาไปทั่วบริเวณ เจ้าสำนักและอาวุโสแต่ละสำนักล้วนเข้ามาดูแลค้นหากันด้วยตนเอง
กล่าวกันว่า เจ้าสำนักหลิงอัน จากดินแดนเฮ่อโขวพร้อมศิษย์อีกจำนวนหนึ่ง พยายามที่จะเก็บหีบดังกล่าว แต่นอกจากจะไม่ได้แล้ว ยังถูกสัตว์อสุราขนาดใหญ่ มีตัวเหมือนพยัคฆ์มีหัวเหมือนนก และยังมีสัตว์ปิศาจขนาดใหญ่ที่มีหัวเหมือนหมาป่าแต่ตัวยาวคล้ายกิ้งก่า เคลื่อนไหวรวดเร็ว พลางตัวเยี่ยม เป็นนักไล่ล่าที่น่ากลัว ทั้งหมดมีรอดกลับไปเพียงเจ้าสำนักที่บาดเจ็บสาหัสและศิษย์เอกสองคนเท่านั้น นอกนั้นอีกร่วมสามสิบคน เสียชีวิตในบริเวณดังกล่าว
ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของหุบเขาลี่ไท่ มีผู้ค้นพบอารามเก่าแก่ขนาดใหญ่มหึมาที่ดูเหมือนจะร่วงหล่นลงมาพร้อมกับแผ่นหินขนาดใหญ่ หลายสำนักเข้าไปค้นหาภายในแล้ว แต่ยังไม่พบวาสนาใด ๆ สิ่งที่พบส่วนมากเป็นซากปรักหักพัง ที่มีภาพวาดต่าง ๆ บนผนังของอาราม และลวดลายที่แปลกตาบนเสาของอาราม
หลายสำนักเมื่อไม่พบของมีค่าใด ๆ จึงจากไป มีผู้คนจากสำนักต่าง ๆ วนเวียนเข้ามาดูกันอย่างต่อเนื่อง
นอกจากสำนักวั่งซู สำนักดาบอัคคีเพลิง สำนักหงส์เพลิง สำนักเทพสวรรค์จากดินแดนตงหยาง นอกจากนี้ สำนักหยวนมังกร อารามไตรวิหค สำนักอสุนีหิมะ จากดินแดนหยวนอามารอันห่างไกล ก็เดินทางมาด้วยเช่นกัน ข่าวการค้นพบศัสตราวุธ ย่อมถึงหูของสำนักเหล่านี้เช่นกัน ต่างฝ่ายต่างเร่งรีบมายังพื้นที่นี้โดยมิได้นัดหมาย
แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดบนดินแดนหยางซีฮัน ดังนั้น จึงเป็นสิ่งดึงดูดให้ผู้มีวิถีพลังระดับสูงมาจำนวนมาก ผู้คนเหล่านี้ ส่วนมากเป็นเจ้าสำนักและอาวุโสสำนัก ดังนั้น จึงคัดเลือกศิษย์ระดับสูงมาด้วยจำนวนมาก
ณ ที่ราบระหว่างหุบเขา ที่จะเข้าสู่พื้นที่ที่ค้นพบการร่วงหล่นของอารามโบราณ ...
ชายหญิงกลุ่มใหญ่ราวร้อยคน กำลังวิ่งออกมาจากป่าด้านใน พร้อมเสียงร้อง
"เร็ว ๆ รีบออกไป"
"ข้าจะไม่ไหวแล้ว ..."
"มันอะไรกันแน่"
เสียงโหวกเหวกโวยวายฟังแทบจะไม่รู้เรื่องดังออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะทุกคนต่างวิ่งกรูกันออกมา ที่ด้านหลังมองไปไกล ๆ จะเห็นเงาของบางสิ่งบางอย่าง วิ่งไล่ออกมาสองสามตัว
"มันคือตัวอะไร ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน" เจ้าสำนักอสุนีหิมะกล่าวกับเจ้าสำนักหยวนมังกรและเจ้าอารามไตรวิหค เนื่องจากทั้งสามสำนักมาจากดินแดนซีแดนเหมือนกัน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการโดยปลอดภัย ทั้งสามสำนักจึงตกลงเป็นพันธมิตรเพื่อช่วยเหลือและปกป้องตัวร่วมกัน
"ข้าก็ไม่รู้จัก ตัวทำไมใหญ่เช่นนี้" เจ้าสำนักหยวนมังกรส่ายหน้า
"คนเหล่านั้นจะปลอดภัยไหมนี่ ไม่รู้จะเข้าไปช่วยใคร" หนิงเซียนและจงฮวา หนานซื่อ ยืนดูเหตุการณ์จากระยะไกล
#$#%$%^*
"เจ้าสำนัก เราจะไม่เข้าไปช่วยผู้คนเหล่านั้นหรือ" เสียงอาวุโสสำนักวั่งซูหันมาถามอี้เอิน เจ้าสำนักวั่งซู
"เจ้าคิดว่า เจ้าจะช่วยใครกันละ"
"มันคือตัวอะไร เจ้ารู้จักหรือ ข้าเองยังไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นหรือได้ยินมาก่อนเลย" อี้เอินตอบกลับอาวุโสสำนักที่ถาม
ผู้คนยังคงทั้งวิ่งและผู้มีวิถีราชันบ้างก็ลอยตัวหนี บ้างก็ทัน บ้างก็ไม่รอด ภาพผู้คนหวีดร้องเริ่มใกล้เข้ามา ภาพที่เห็นประจักษ์แก่สายตาของผู้คน มันคือ สัตว์ขนาดใหญ่ คล้ายแมงป่อง ด้านหลังมีหางพิษขนาดใหญ่และยาวม้วนอยู่ด้านบนชูสูงขึ้น สิ่งที่ต่างกับแมงป่องทั่วไป คือ มันสามารถพ่นใยสีดำออกมาได้ยืดยาวออกมาได้ดุจหนวดปลาหมึกที่ยืดมาจับเหยื่องับเข้ากินได้อย่างแข็งแรง ที่สำคัญพวกมันไม่ได้มีเพียงตัวเดียว