ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 5 บทที่ 127 ทักษะผสาน เกราะเกล็ดมังกร

            ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็รู้ตัวว่าเมื่อครู่ตนเองพูดแรงไปหน่อยจึงรีบอธิบายว่า “อะแฮ่ม...ฉันไม่ได้ดูถูกเธอนะ แต่การสอบระดับชาติครั้งนี้สำคัญกับฉันมากฉันจำเป็นต้องคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้”

            “ว่าไงนะ? อันดับหนึ่ง? นาย...นายคิดจะไปแข่งชิงอันดับหนึ่งกับสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดงั้นเหรอ?”

            สิ้นคำพูดนี้ลั่วเซวียนเซวียนถึงกับตะลึงงัน เธอมองลู่เซิ่งพลางถามเสียงซื่อว่า“นายบ้าไปแล้วเหรอ?”

            “ช่างเถอะ อธิบายไปเธอก็คงไม่เข้าใจ”

            ลู่เซิ่งยิ้มเจื่อนพร้อมกับส่ายหัวเขาไม่มีเวลามาต่อความกับลั่วเซวียนเซวียนอีก จึงโบกมือลา“เธอดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน ฉันขอตัว”

            สิ้นคำเขาก็ไม่สนว่าลั่วเซวียนเซวียนจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แล้วหันไปตะโกนด้วยเสียงอันดัง

            “ออสการ์”

            “ขอรับ นายท่าน”

            ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจเจตจำนงของผู้เป็นนายในทันทีมันออกแรงถีบขาทั้งสี่ข้าง พาตัวลู่เซิ่งพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบเพียงพริบตาเดียวก็หายวับเข้าไปในฝูงชนมหาศาลเบื้องหน้าจนไร้ร่องรอยทิ้งให้ลั่วเซวียนเซวียนยืนอึ้งอยู่ที่เดิมอยู่นานกว่าจะสติกลับคืนมา

            ...

            ด้วยความที่มันเป็นมังกรปีศาจทมิฬชนิดที่หาได้ยากยิ่งความเร็วของออสการ์นั้นจะรวดเร็วขนาดไหนกัน?

            แม้ว่าตอนนี้มันจะยังอยู่ใน‘ร่างพิทักษ์’ ก็ตาม

            แต่เพียงแค่การพุ่งตัวไม่กี่ครั้งมันก็พาลู่เซิ่งแซงหน้าผู้เข้าสอบในลานกว้างไปกว่า 90% และมุ่งตรงเข้าสู่เทือกเขาหมื่นปีศาจที่อยู่เบื้องหน้าทันที

            โฮก

            อ๊าก

            จี๊ดๆ

            ทันทีที่เข้าสู่เทือกเขาหมื่นปีศาจมอนสเตอร์รูปร่างประหลาดหลายตัวก็แยกเขี้ยวพุ่งเข้าใส่ลู่เซิ่งทันที

            “หือ? น่าสนใจดีนี่”

            ลู่เซิ่งเลิกคิ้วเมื่อเห็นภาพตรงหน้าทว่าเขายังคงยืนนิ่งอยู่โดยไม่ขยับเขยื้อน แต่กลับตบไปที่หัวโตๆของออสการ์อีกครั้ง

            ออสการ์รับรู้ความหมายนั้นทันทีแล้วจากนั้นมันสั่นสะท้านไปทั้งตัว

            “เกราะเกล็ดมังกร”

            เคร้งเคร้ง...

            วินาทีต่อมาบนร่างกายของลู่เซิ่งก็มีเกล็ดมังกรละเอียดหนาแน่นปรากฏขึ้นกลางอากาศปกคลุมทั่วร่างกายเอาไว้ภายใน กลายเป็นชุดเกราะที่ห่อหุ้มมิดชิดไร้ช่องโหว่

            ในจังหวะเดียวกันการโจมตีของฝูงมอนสเตอร์ก็พุ่งเข้ามาตามคาด

            เคร้งเคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง...

            ได้ยินเพียงเสียงโลหะกระทบกันจนแสบหูอย่างต่อเนื่อง

            ทันทีที่เขี้ยวเล็บอันแหลมคมของมอนสเตอร์เหล่านั้นปะทะเข้ากับตัวลู่เซิ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายไม่ได้แม้แต่นิดเดียวแล้วยังเกิดประกายไฟกระเด็นว่อนไปทั่วแรงสะท้อนกลับอันมหาศาลยังทำให้มอนสเตอร์เหล่านั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัวจนชาหนึบกระทั่งไม่สามารถโจมตีต่อไปได้ชั่วขณะ

            และในโอกาสนี้ออสการ์ก็อ้าปากกว้าง พ่นลมหายใจออกมาหนึ่งครั้งซัดร่างมอนสเตอร์รอบๆจนแหลกเป็นชิ้นๆ ในทันที

            “อะไรน่ะ?”

            ประจวบเหมาะกับเวลานั้นที่ผู้ใช้อาชีพสองคนเพิ่งเข้ามาในเทือกเขาหมื่นปีศาจพอดีและได้เห็นภาพน่าเหลือเชื่อนี้เข้าเต็มสองตา

            “นี่พวก นายคือพาลาดินสายพิทักษ์ใช่ไหม?”

            ผู้ใช้อาชีพคนหนึ่งมองลู่เซิ่งพลางเอ่ยถามด้วยเสียงอันดังด้วยความตกใจ

            แน่นอนว่าไม่แปลกที่เขาจะถามเช่นนั้น

            ก็เพราะพลังป้องกันของลู่เซิ่งมันน่าหวาดเกรงเกินไป

            พึงรู้ไว้ว่ามอนสเตอร์ที่ถูกผนึกอยู่ในเทือกเขาหมื่นปีศาจแห่งนี้ล้วนเป็นมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูง เลเวลประมาณ 200 ซึ่งมีพลังต่อสู้แข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ตามธรรมชาติทั่วไปมากแม้แต่ผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะก็ยังไม่กล้าเมินเฉยต่อการโจมตีของพวกมัน

            แต่ลู่เซิ่งกลับรับการโจมตีได้สบายๆแถมเลือดไม่ลดเลยสักนิดเดียว

            จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะสงสัยว่าลู่เซิ่งเป็นพาลาดินสายพิทักษ์ที่เน้นอัปแต้มไปที่ค่าป้องกันเป็นหลัก

            “พาลาดินสายพิทักษ์?”

            ลู่เซิ่งชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ถ้าคิดแบบนั้นก็คงใช่แหละ”

            ความจริงแล้วตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนลู่เซิ่งได้เพิ่มเลเวลของตัวเองจนถึงเลเวล 200 แล้ว

            แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนไปทำการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สามทว่ากลับปักหลักอยู่ในเขตสงครามทรายโลหิต และฝึกฝนความชำนาญในสกิลของตนเองพร้อมกับค้นหาวิธีประสานพลังกับออสการ์เพื่อดึงพลังต่อสู้สูงสุดของมังกรต้องห้ามตัวนี้ออกมา

            เพราะอย่างไรเสียการสอบระดับชาติก็เป็นงานแข่งขันใหญ่ของประเทศและได้ยินมาว่าการสอบครั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดตลอดรายการซึ่งต้องดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่มีเจตนาแอบแฝงไม่น้อยแน่นอน

            ลู่เซิ่งยังไม่อยากเปิดเผยความลับของตนเองให้โลกรู้เร็วเกินไปนักดังนั้นหากไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ เขาก็ไม่คิดจะใช้พรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ของตนเองเด็ดขาด

            และภายใต้เงื่อนไขที่ห้ามใช้พรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ออสการ์จึงกลายเป็นไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาในตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

            ถึงแม้ว่าพาลาดินจะไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์และไม่มีสกิลที่สามารถเสริมพลังให้สัตว์อัญเชิญได้โดยตรง

            แต่ออสการ์ในช่วงรุ่งโรจน์นั้นคือมังกรยักษ์ที่อยู่ในระดับเปลี่ยนอาชีพครั้งที่เจ็ดเชียวนะประสบการณ์จะโชกโชนขนาดไหน?

            ภายใต้ความช่วยเหลือของมันลู่เซิ่งจึงได้คิดค้น ‘ทักษะผสาน’ อันทรงพลังที่สามารถยืมพลังมังกรมาเสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองได้หลายรูปแบบจริงๆ

            และ‘เกราะเกล็ดมังกร’ ก็คือหนึ่งในนั้น

            หลักการของเกราะเกล็ดมังกรนั้นเรียบง่ายมากคือการที่ออสการ์ขยับเขยื้อนเกล็ดมังกรของมันให้มาปกคลุมร่างกายของลู่เซิ่งเพื่อให้เขามีพลังป้องกันเทียบเท่ากับมังกรยักษ์

            สกิลนี้แข็งแกร่งแค่ไหนน่ะเหรอ?

            ต้องเข้าใจว่าในฐานะเผ่ามังกรที่แท้จริงเกล็ดมังกรของออสการ์นั้นมีพลังป้องกันเทียบเท่ากับอุปกรณ์ระดับมหากาพย์เลยทีเดียว

            และหลังจากที่ลู่เซิ่งฝึกฝนสกิลนี้จนชำนาญต่อให้เขาไม่สวมใส่อุปกรณ์ใดๆ เลย อย่าว่าแต่มอนสเตอร์ปลายแถวพวกนี้เลยต่อให้เป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะในเลเวลเดียวกันทุ่มพลังโจมตีใส่เขาสุดแรงก็ยังไม่แน่ว่าจะเจาะการป้องกันของเขาเข้าได้

            เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาก

            เขาไม่ได้สนใจผู้ใช้อาชีพสองคนที่ทำหน้าตาตื่นตะลึงนั้น

            ต่อจากนั้นลู่เซิ่งก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เขานั่งอยู่บนหลังออสการ์มุ่งหน้าไปยังยอดเขาอย่างโอหังและเปิดเผย

            โฮก

            โฮววว

            เคร้งเคร้ง เคร้ง เคร้ง...

            ไม่นานนักมอนสเตอร์อีกหลายตัวก็หลุดออกจากผนึกและพุ่งเข้ามาจู่โจมลู่เซิ่งแต่พวกมันก็ยังสร้างความเสียหายให้เขาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามกลับถูกออสการ์จัดการลงได้อย่างง่ายดาย

            “หือ?”

            เมื่อเห็นภาพนี้ผู้ใช้อาชีพสองคนที่อยู่ด้านหลังก็เกิดไอเดียบรรเจิดรีบก้าวเท้าตามหลังลู่เซิ่งไปติดๆ

            และเป็นไปตามคาดทันทีที่ทั้งสองเดินตามหลังลู่เซิ่ง พวกเขาก็ไม่ถูกโจมตีอีกเลย

            เพราะมอนสเตอร์พวกนี้มีสติปัญญาจำกัดพวกมันจะโจมตีศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดเท่านั้น

            และในเมื่อลู่เซิ่งเป็นคนนำหน้าสุดแน่นอนว่ามอนสเตอร์ตลอดทางจะถูกเขาดึงความสนใจไปจนหมดสิ้น

            เมื่อมองไปยังคนสองคนที่เดินตามหลังเพื่อตักตวงผลประโยชน์อย่างหน้าตาเฉยลู่เซิ่งก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนและส่ายหัว เขาเองก็ดูออกว่าทั้งสองคนมีจุดประสงค์อะไร

            แต่เห็นแก่ที่เป็นผู้ใช้อาชีพของประเทศเสินเซี่ยด้วยกันเขาจึงไม่ได้เอ่ยปากไล่ และปล่อยให้พวกเขาตามมาตามสบาย

            ทว่าลู่เซิ่งกลับคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงเวลาไม่กี่นาทีต่อมาขบวนที่ตามหลังเขาจากตอนแรกที่มีแค่สองคนจะเพิ่มพรวดขึ้นมาเป็นสองร้อยกว่าคนในพริบตา

            ใช่แล้วสองร้อยกว่าคนจริงๆ

            “นี่...”

            เมื่อมองแถวยาวเหยียดที่ต่อท้ายตนเองราวกับขบวนมังกรเปลือกตาของลู่เซิ่งก็กระตุกถี่

            ต้องรู้ว่าการมาเข้าร่วมการสอบระดับชาติครั้งนี้เขาตั้งใจจะทำตัวให้ต่ำต้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ คว้าแชมป์แล้วก็รีบชิ่งหนีไปทันที

            แต่ถ้ามีคนตามหลังมาเยอะขนาดนี้ตลอดเวลามันคงยากที่จะไม่กลายเป็นจุดสนใจแล้วล่ะ

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน