ห้าปีที่แล้ว ฉันกับเธอเริ่มจากศูนย์...จากเพียงความฝันเล็ก ๆ ของคนธรรมดาสองคนในอพาร์ตเมนต์เก่า ๆ กลางเมืองหลวง วันนี้ “ลี่ฮวา กรุ๊ป” คือหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่มาแรงที่สุดในประเทศ เรามีโปรเจกต์ร่วมกับทั้งภาครัฐและเอกชน รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 35% และเราเพิ่งจะคว้ารางวัล “บริษัทแห่งปีด้านนวัตกรรมพลังงาน” เมื่อไม่กี่เดือนก่อน
แต่ในวันที่บริษัทกำลังเติบโตที่สุด... หัวใจของฉันกลับเงียบงันกว่าครั้งไหน
...
นามของฉันคือ “เหยียน อี้เฉิง” อดีตพนักงานออฟฟิศธรรมดาในบริษัทส่งออกเล็ก ๆ ผู้ชายที่ไม่มีแม้แต่รถยนต์คันแรกหรือบ้านของตัวเองในตอนอายุ 28 แต่วันหนึ่งฉันเดินผ่านสวนสาธารณะแห่งนั้น แล้วพบเธอ... “ลี่ ฮวา” ผู้หญิงที่ร้องไห้อย่างเดียวดายบนม้านั่งไม้ใต้ต้นซากุระในฤดูร้อน
เธอบอกว่าเพิ่งโดนคนรักเก่าทิ้งไป — ชายที่เลือกอนาคตของตัวเองแทนจะจับมือเธอเดินต่อ เธอเจ็บมาก... แต่ก็ยังเชื่อในความรัก
ฉันจำได้ว่าวันนั้น ฉันนั่งลงข้าง ๆ เธอ ยื่นน้ำให้ และบอกว่า
“ถ้าเธอยังเชื่อในความรัก งั้นเราลองสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วยกันไหม?”
และเราก็เริ่มต้น — ด้วยไอเดียง่าย ๆ ที่ว่า “เทคโนโลยีไม่ควรเป็ของคนรวยเท่านั้น” เราอยากให้ทุกบ้านเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ เราทำงานกลางคืน สร้างทีมเล็ก ๆ ในคาเฟ่ และจดทะเบียนบริษัทแรกของเราในห้องเช่าขนาด 28 ตารางเมตร
ฉันขอเธอแต่งงานในปีที่สาม หลังจากผ่านความลำบากนับไม่ถ้วน ตอนนั้นฉันเชื่อว่า... ต่อให้โลกจะหมุนกี่รอบ เธอก็จะยังอยู่ข้าง ๆ ฉันเสมอ
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป
เธอกลับถึงบ้านดึกบ่อยขึ้น — บางวันอ้างว่าประชุมกับนักลงทุน บางวันไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยมหา’ลัยที่ “บังเอิญ” กลับมาจากต่างประเทศ
ฉันเคยเห็นรูปถ่ายของเขาในอัลบั้มเก่า — เว่ยเฉิน ผู้ชายหน้าตาดี การศึกษาสูง ฐานะร่ำรวย และที่สำคัญ... เคยเป็คนที่เธอเคยรัก
“อี้เฉิง นายอย่าหึงไปหน่อยเลยนะ เขาเป็แค่เพื่อน” เธอมองฉันเหมือนเด็กงี่เง่าในวันที่ฉันถามว่าทำไมเขาต้องเข้ามาในบริษัทเราด้วย
ฉันไม่เคยพูดว่า “หึง” หรือขัดใจอะไรเธอแม้แต่คำเดียวแต่ในใจฉันรู้ดีว่า เขาไม่ใช่เพื่อนธรรมดา
เธอเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย ไม่ใช่แค่ในฐานะภรรยา แต่ในฐานะคู่หูในการทำงานด้วยเธอมองทุกการคัดค้านของฉันในที่ประชุมว่าเป็ความดื้อรั้น เธอเอาคำแนะนำของเขาเหนือกว่าความเห็นของฉัน
เธอเปลี่ยนมุมมองของคนรอบตัว... ให้ฉันกลายเป็ “คนเกะกะ”
ฉันไม่เคยโต้เถียง ไม่เคยทำเื่ใหญ่โตฉันยังคงทำหน้าที่ของตัวเอง เตรียมอาหารเย็นให้เธอเวลาที่เธอลืมกินข้าวยังเช็กว่าเธอกลับถึงบ้านหรือไม่ แม้คืนที่เธอกลับมาตีสอง และไม่ยอมบอกว่าที่ไหนกับใคร
ฉันยังคงหวังหวังว่าสักวันหนึ่ง เธอจะหันกลับมามองฉัน ในฐานะคนที่เคยปัดน้ำตาให้เธอในวันที่ไม่มีใครเหลียวแล
แต่บางครั้ง... ความหวังมันก็เหมือนเงา มองเห็นแต่ััไม่ได้และฉันเริ่มรู้สึกว่า... ฉันกำลังถูกผลักออกจากโลกของเธอทีละน้อย โดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา