แผนการเอาใจคู่หมั้นมิสำเร็จดังคาดหวัง โอกาสที่จะให้เขารีบมาสู่ขอนางก็ดูห่างไกล ลู่เสียนนั่งกัดผลพุทธาในจานจนเกือบหมดแต่ก็คิดหาวิธีไม่ออก ถ้าจะให้นางตามไปพบเขาที่ตำหนักองค์ชายทุกวันก็เห็นจะเกินงาม มิใช่เพียงเร่งให้อภิเษกเร็วขึ้นไม่ได้แล้ว สัญญาหมั้นหมายก็อาจถูกเขายกเลิกกับนางเสียก่อน เหตุเพราะนางวางตัวไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายา ลู่เสียนคิดหนักมาสองสามวันแทบมิได้ก้าวเท้าออกไปไหนเกินเรือน อู๋ทงที่เห็นนายสาวเป็เช่นนั้นก็อดกังวลใจเกรงว่าจะน้อยอกน้อยใจคู่หมั้นอย่างองค์ชายเจ็ด จึงเอ่ยปากชวน
“คุณหนูวันก่อนข้าเห็นเถ้าแก่หลิวนำผ้าไหมชุดใหม่มาที่ร้าน ไม่นานก็จะเทศกาลซีซีแล้ว ข้าว่าคุณหนูไปดูผ้าไว้ตัดสักชุดเสียหน่อยไหมเ้าคะ” อู๋ทงยื่นหน้านางมาแทนจานพุทธา จนลู่เสียนรีบผละตัวออกด้วยความใ แต่ก็เห็นพ้องตามความคิดของสาวใช้นาง หากนางยังเอาแต่นั่งนึกหาวิธีเช่นนี้ศีรษะนางก็คงจะะเิออกมาเสียก่อน
“ดีเหมือนกัน งั้นเราขอไปเปลี่ยนชุดเสียหน่อย” ลู่เสียนลุกเดินหายเข้าไปในห้องนอนเพียงหนึ่งก้านธูปก็กลับมาในชุดสีชมพูสวย แม้เพียงออกจากจวนมิไกลเสียเท่าไหร่แต่การแต่งกายนางนั้นจำต้องดีเสมอ เพื่อหน้าตาแก่ตระกูลนางแล้วจะปล่อยให้ผู้ใดตำหนินินทาบิดานางมิได้ว่า แม่ทัพลู่เฉาตระหนี่ถี่เหนียวบุตรีที่มารดาตายแล้ว ถึงขนาดตัดเบี้ยใช้จ่ายส่วนตัวจนไม่มีซื้อชุดงาม ๆ ลู่เสียนเห็นว่ารถม้าเตรียมพร้อมนางจึงสั่งให้อู๋ทงเดินไปหยิบถุงเงินสามถุงออกมา และยื่นให้นางติดตัวไว้หนึ่ง ก่อนที่นางจะเดินไปกล่าวขออนุญาตบิดาออกจากจวน ลู่เสียนเดินชมตลาดจนมิทันได้สังเกตสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมายังพวกนาง ก่อนที่คนผู้นั้นจะเดินเข้ามาใกล้
“สวัสดีคุณหนูลู่ ช่างบังเอิญเสียจริงที่ได้พบเ้าที่ตลาดนี่” โจวเหรินจงหัวร่อหน้าเป็ หากแต่ความบังเอิญที่เขากล่าวเป็ความจริงนางจะมิรู้สึกหงุดหงิดเลย ลู่เสียนยกมุมปากเหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้มพลางกล่าว
“นั่นสิ..ช่างบังเอิญเสียจริงนะเ้าคะ” ยังไม่ทันที่จะหลบเลี่ยงเดินหนีมือหนาก็คว้าข้อแขนของนางก่อนวางปิ่นหยกสีขาวมันเงาลงบนมือ
“ข้าตั้งใจจะเอาไปให้คุณหนูลู่ที่จวนอยู่พอดี”
“ทำไมต้องให้ข้าด้วย ท่านอ๋องมิรู้หรือว่าข้าหมั้นหมายแล้ว ท่านทำเช่นนี้ดูจะไม่เหมาะสม” น้ำเสียงปัดบอกทั้งยังยื้อที่จะส่งคือปิ่นหยกนั้นให้แก่เขา แต่โจวเหรินจงกลับจับมือนางกำปิ่นหยกไว้แน่นแล้วเอ่ย
“คุณหนูมีสัญญาหมั้นหมายไว้ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะอภิเษกแล้วเสียเมื่อไหร่ ข้าแค่อยากให้ของขวัญแก่เ้าที่มอบขนมให้ข้าก็เท่านั้นเอง” โจวเหรินจงเอ่ยถึงขนมของนางส่งให้เมื่อสองสามวันก่อน แม้มิอยากรับแต่ก็มิอาจปฏิเสธได้นางจึงกำปิ่นนั้นส่งยื่นให้แก่อู๋ทงเพื่อเก็บมันไว้
“หากคุณหนูลู่มิรีบ ข้าอยากชวนเ้าไปนั่งทานอาหารสักมื้อที่ภัตตาคารฉินเหลียง เ้าจะว่าอย่างไร” ว่าแล้วร่างสูงก็หันมองไปยังภัตตาคารหลังใหญ่ที่อยู่ใจกลางตลาดหยางหรั่น ภัตตาคารหรูที่ล้วนมีแต่ขุนนางระดับสูงมานั่งรับประทาน ลู่เสียนช่างใจเพียงครู่ก่อนหันไปสบตากับอู๋ทงอย่างลังเล หรือนางจะลองเชิงดูทีท่าเขาเสียหน่อยก็คงมิเสียหายอะไร
“เช่นนั้นเชิญท่านอ๋องนำทางข้าด้วยเ้าคะ” โจวเหรินจงมิตอบ เพียงพยักหน้ายิ้มให้แก่นาง
ลู่เสียนเดินตามหลังโจวเหรินจงพร้อมด้วยอู๋ทงไปสามประตูก็ถึงระเบียงชั้นบนสุดของภัตตาคาร นางชายตามองยังพื้นตลาดด้านล่างดูแล้วช่างเป็ภาพที่สวยงาม โจวเหรินจงผายมือเชิญให้นางนั่งก่อนกวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์รับรายการอาหาร ไม่ช้าอาหารน่าตารับประทานก็ถูกจัดออกมาจนเต็ม ทั้งยังมีสุราหมักกลิ่นหอมที่เขาแอบกระซิบเสี่ยวเอ้อร์ให้ยกตามหลังมา
“วันนี้ดีนักข้าได้รับประทานอาหารร่วมกับคุณหนูลู่ เช่นนั้นเชิญ” โจวเหรินจงยกจอกสุราขึ้นให้จังหวะนางหยิบจอกสุราตนขึ้นตาม ลู่เสียนจับยกขึ้นโค้งศีรษะแก่เขาเล็กน้อยก่อนกระดกรวดเดียวสุราข้าวหมักนี้หวานหอมติดลิ้นนัก โจวเหรินจงมิกล่าวาจามากเื่เขาเพียงเอ่ยถามนางเื่ทั่วไปดังคนรู้จัก ลู่เสียนเทียวระวังมากไปทำให้เผลอเงียบนานจนผิดสังเกต
“คุณหนูลู่คงรำคาญข้าแล้ว เช่นนั้นข้าว่าวันนี้คุณหนูลู่กลับไปพักผ่อนที่จวนเสียก่อนจะดีกว่า” โจวเหรินจงกล่าวก่อนเรียกเถ้าแก่คิดบัญชี ลู่เสียวลอบถอนหายใจนางคงคิดมากไป หากนางมิเปิดโอกาสให้แก่เขา เขาก็คงมิอาจทำอะไรนางได้ ดูจากวันนี้ที่ได้เจรจากันเขาช่างดูแตกต่างจากแต่ก่อนนัก ลู่เสียนลุกยืนก่อนยอบตัวกล่าว
“ขอบคุณท่านอ๋อง งั้นข้าขอตัวกลับก่อน” ลู่เสียนปลายตาส่งสัญญาณให้แก่อู๋ทงก่อนจะเดินลงมายังด้านล่าง ฮุ่ยหลิงเพิ่งเดินเลือกผ้าขาวสำหรับวาดรูปออกมาจากร้านพอดี ลู่เสียนที่ได้เห็นก็ปาดยิ้มอย่างมีแผนก่อนที่นางจะเดินทำทีท่าว่ากำลังเลือกซื้อผ้าอยู่เช่นกัน ฮุ่ยหลิงที่ได้บังเอิญพบคู่หมั้นตนก็ทำตัวไม่ถูกได้แต่เลี่ยงหลบแต่เป็นางหันกลับมากล่าวทักเขา
“องค์ชายเจ็ดก็มาเลือกผ้าเช่นกันหรือเพคะ” นางกล่าวน้ำเสียงนุ่มนวลทั้งปรายตามองไปยังพับผ้าสีขาวที่องครักษ์เขายืนถืออยู่
“ข้าเลือกเสร็จแล้วกำลังจะกลับ เสียนเออร์เชิญเ้าเลือกตามสบาย” ฮุ่ยหลิงเชิดหน้าปรายตาบอก ลู่เสียนยืนงงบุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ถึงคู่หมั้นนางแต่กลับมิทำตัวเ็าใส่นางราวกับคนไม่รู้จัก
“หม่อมฉันตั้งใจจะมาเลือกผ้าไว้สำหรับงานเทศกาลซีซี องค์ชายจะไม่ช่วยหม่อมฉันเลือกหน่อยหรือเพคะ” นางเอ่ยอ้อนเช่นนี้แล้ว หากเขายังไม่เอ่ยปากชวนนางเที่ยวนางเทศกาลเห็นทีนางคงต้องโบกมือลาหาหนทางอื่นแทน
“งานเทศกาล เ้าจะไปกับผู้ใดหรือ” ลู่เสียนรู้สึกพึงพอใจไม่น้อยกับคำถามที่กล่าวมาของเขา
“หม่อมฉันก็คงมีเพียงอู่ทงเท่านั้นที่เป็เพื่อนเที่ยวงานเทศกาลเพคะ” นางตอบแฝงความหมายเป็นัยแก่เขา ฮุ่ยหลิงจึงยกมุมปากยิ้มก่อนตอบนาง
“เช่นนั้นก็ดีหน่อย ข้าคิดว่าเ้าไม่มีเพื่อนเสียแล้ว” กล่าวจบมือเรียวของเขาก็ปัดกางพัดหยกขาวคลี่ออกโบกเบา ๆ ลู่เสียนเพียงยืนมองอย่างงุนงง บุรุษผู้นี่ช่างเขลานักขนาดนางเปิดทางให้ถึงเพียงนี้ก็ยังถือตัว ช่างไม่ได้ดั่งใจนางเอาเสียเลย ผิดต่างจากชาติก่อนที่นางได้พบ เขาช่างเป็บุรุษที่ดูฉลาดว่องไวเพียงนางเอ่ยคำเดียวเขาก็รู้ภายในใจนางได้ทันที