ตอนที่ 7 :การกลับมา
“พี่คะ พี่กลับมาแล้ว” ลีอาพูดขึ้นด้วยความดีใจ
“อื้อ..พี่กลับมาหาเธอแล้วนะลีอา” ลูเธอร์ตอบกลับด้วยนำ้เสียงอันอ่อนโยน
“ดีจริงๆที่พี่กลับมาได้" ลีอาพูดกับลูเธอร์ด้วยนำ้เสียงอันอ่อนโยน
“เอาล่ะเรามาจบเื่ทั้งหมดนี่กันดีกว่า เอสปิน่า!" ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เอสปิน่าด้วยความท้าทาย
“ฮ่าๆ ที่แกพูดหมายความว่ายังไงที่จะจบเื่ทั้งหมดนี่ ขนาดหนามที่ทิ่มทะลุแก แกยังเอาไม่ออกเลยฮ่าๆ” เอสปิน่าพูดขึ้นด้วยใบหน้าอันน่ากลัวพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“หนามพวกนี้มันเกะกะจริงๆ” ลูเธอร์พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เกี้ยวกราด พร้อมกับพยายามใช้ดาบตัดหนามพวกนั้น
“หนามนั่นน่ะตัดไม่ขาดหรอกนะ แกพยายามตัดไปก็เปล่าประโยชน์ จงตายอยู่บนหนามนั่นซะเถอะฮ่าๆ” เอสปิน่าพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่น่ากลัว
“หึ ถ้างั้นชั้นจะแผดเผามันให้เป็ธุลีเอง” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับแสงสีเงินที่เปล่งออกมาจากดาบ
แสงนั่นขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนปกคลุมที่ ที่ลีอาและลูเธอร์อยู่ เมื่อปีศาจหรือเวทย์ ของปีศาจที่เข้ามาในอาณาเขตนี้ จะค่อยๆ ถูกแสงสีเงินสลายมันให้หายไป
“แสงสีเงินอันน่ารังเกียจนั่นมันอะไรกัน ทำไมเวทย์ข้าถึงใช้ไม่ได้กัน น่ารำคาญนัก!” เอสปิน่าพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เกรี้ยวกราดพร้อมกับร่ายเวทย์ หนาม ไปที่ทั้งแสงสีเงินนั่น
“พี่คะ พี่ไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ” ลีอาถามลูเธอร์ที่หล่นลงมาด้วยความเป็ห่วง
“พี่ไม่เป็อะไรแล้วหล่ะ พี่ขอโทษนะที่ทำให้เป็ห่วง” ลูเธอร์ตอบกลับลีอาด้วยความอ่อนโยน
“แล้วแผลล่ะ..แผลที่โดนหนามทะลวงมันหายไปไหน แขนพี่ด้วยทำไมมันกลับมาเป็เหมือนเดิมแล้ว” ลีอาถามด้วยใบหน้าที่สงสัย
“แผลกับแขนพวกนี้ พี่ได้เพื่อนของพี่เป็คนรักษาให้น่ะ” ลูเธอร์พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“แล้วเพื่อนของพี่อยู่ที่ไหนกัน” ลีอาถามกลับพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ
“เขาจากไปแล้วล่ะ แต่เขาจะอยู่ในใจของพี่ตลอดไป...ขอบคุณนะราฟาเอล” ลูเธอร์ตอบกลับด้วยนำ้เสียงอันเศร้าหมองพร้อมกับนำ้ตาที่ไหลออกมา
“เอาล่ะ งั้นเรามาจัดการเ้าเอสปิน่ากันเถอะ” ลูเธอร์พูดออกมาพร้อมกับยืนขึ้น ในมือคู่นั้นกำ ดาบศักดิ์สิทธิ์ เอาไว้ พร้อมที่จะฟาดฟันศัตรู
“ฮ่าๆๆ ถ้าแกทำได้ก็ลองดูเซ่!” เอสปิน่าตอบกลับลูเธอร์ด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้มอันโสโครก
เมื่อพูดจบ เอสปิน่าได้เริ่มร่ายเวทย์ หนาม ออกมามากมาย หมู่บ้านทั้งหมู่บ้าน ต่างมีหนามทิ่มทะลุออกมา ทุกๆชีวิตและทุกๆอย่างที่เอสปิน่ามองเห็น แม้กระทั่งพวกปีศาจตัวอื่นๆที่ขึ้นมาพร้อมกับเอสปิน่าก็ได้มีหนามทิ่มทะลุออกจากร่างของพวกมัน
ลีอาได้ร่ายเวทย์ บาเรีย ของตนเพื่อปกป้องพี่ชายและตัวเองจากหนามพวกนั้น บาเรียของลีอาเปล่งออร่าสีเหลืองอ่อนออกมา ภายในบาเรียนั่น เวทย์และการโจมตีต่างๆ ไม่สามารถทะลุเข้ามาข้างในได้
ลูเธอร์ วิ่งฝ่าหนามพวกนั้นด้วยความลำบาก เขาใช้ดาบที่เปล่งออร่าสีเงินนั่นกวัดแกว่งฟันเหล่าหนามนั้น ออกเป็เส้นทางยาว พร้อมกับร่ายเวทย์ หนาม ขนาดใหญ่ทะลวงขึ้นมาจากผืนดิน แต่หนามเ่าั้มีออร่อ สีเงิน ล้อมรอบไปหมดต่างกับหนามของ เอสปิน่าที่เต็มไปด้วยเืของปีศาจ
หนามเ่าั้พุ่งตรงไปยัง เอสปิน่าด้วยความรวดเร็ว และบดบังทัศนวิสัยเบื้องล่างของเอสปิน่า
“นี่มันเวทย์ของข้านี่..แกกล้าใช้เวทย์เดียวกับข้าได้ยังไง ไอ้โสโครก!” เอสปิน่าะโออกไปด้วยความโมโหพร้อมกับหลบ หนามที่พุ่งตรงมายังเอสปิน่า
ลูเธอร์พุ่งตรง ออกมาจากระหว่างหนามเ่าั้ ลูเธอร์ได้ง้างแขนพร้อมกับฟาดฟันดาบไปยังเอสปิน่า ดาบนั่นได้ตัดแขนของเอสปิน่าให้ขาดอย่างง่ายดาย เืสีดำทะลักออกมาจากแขนข้างนั้นไม่หยุด
“อ๊ากก!! ความเ็ปนี่มันอะไรกัน ทำไมมันถึงรักษาไม่ได้! ทำไม..มันเกิดอะไรขึ้น! อ๊ากก!!” เอสปิน่าะโออกไปด้วยด้วยความเ็ปพร้อมกับแขนที่ไม่งอกใหม่ของมัน
ทุ่งดอกไม้สีขาวอันบริสุทธิ์ ตอนนี้มันได้เปรอะเปื้อนไปด้วยเืสีดำ อันน่าขยะแขยงของเอสปิน่า ละเลงไปทั่วทั้งสวนดอกไม้
แสงตะวันได้สาดส่องลงมาอีกครั้งอย่างช้าๆ สุริยุปราคากำลังจะจบลงแล้ว
“นี่มันอะไรกัน มันยังไม่ถึงเวลานี่ เวลาที่ตกลงกันไว้มันไม่ใช่แบบนี้นี่ไอ้เฮงซวย! ทำไม..ทำไม!!” เอสปิน่าะโออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวขณะเงยมองดูพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ สาดแสงลงมายังผืนดิน
“แค้นนัก..แค้นยิ่งนัก..แกกล้าทำกับข้าได้นะ ไอ้สวะ! ครั้งหน้ามันจะไม่จบแบบนี้แน่นอน แกเตรียมตัวตายเอาไว้ได้เลย” เอสปิน่าะโออกมาอีกครั้งด้วยใบหน้าเคียดแค้น พร้อมกับสั่งให้เหล่า ปีศาจ ตัวอื่นๆกลับไปยังหมอกทมิฬ ร่างของเอสปิน่าหายไปพร้อมๆ กับเงาทมิฬ ที่ค่อยเลือนลางหายจากไป
ในที่สุดแสงตะวันก็กลับมาอีกครั้ง เผยให้เห็นกองซากศพจำนวนมากที่ถูกเหล่า ปีศาจ จัดการเืไหลนองไปทั่ว
และซากศพของเหล่าปีศาจที่ถูกจัดการ เมื่อร่างกายของมันัักับแสงอาทิตย์ ร่างของพวกมันก็ค่อยๆ สูญสลายกลายเป็ขี้เถ้าไป เหลือเพียงแต่ซากศพของผู้คนที่ไม่หายไป
“นี่พวกเราชนะแล้วใช่ไหมคะ” ลีอาถามกับลูเธอร์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเืของลูเธอร์
“ใช่แล้วล่ะ พวกเราชนะแล้ว” ลูเธอร์พูดกลับพร้อมกับนำ้ตาแห่งความยินดี
ทันใดนั้นเอง แผ่นดินได้เริ่มสั่นไหวขึ้นอีกครั้ง
“นี่มันอะไรกัน” ลีอาพูดขึ้นด้วยความใพร้อมกับมองไปรอบๆ
“วิ่งเร็วลีอา เราต้องรีบหนีออกจากหมู่บ้าน!” ลูเธอร์พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก พร้อมกับเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันที่ทำให้เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ แยกออกจากตรงกลางของหมู่บ้าน
รอยแยกค่อยๆ แยกออกตามหลังพวกเขาทั้ง 2 คน รอยแยกนั่นแยกออกด้วยความรวดเร็ว สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเส้นทางนั้น ต่างถูกรอยแยกนั่นดูดกลืนหายไป
เมื่อพวกเขาทั้ง 2 คนได้หนีออกมาจากหมู่บ้าน จนถึงบริเวณขอบป่า ที่นั่นรอยแยกได้หยุดขยายตัวลง
“เราหนีสำเร็จแล้วใช่ไหม” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับหันกลับไปมองหมู่บ้านนั่นด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า
“ใช่ค่ะ..รอยแยกนั่นมันหยุดลงแล้ว” ลีอาตอบกลับพร้อมมองไปยังหมูบ้าน
รอยแยกนั่นได้กลืนกินทั้งหมู่บ้านลงไป พร้อมกับร่างของบาทหลวงที่นอนสิ้นลมอยู่หน้าโบสถ์นั่น ร่างของบาทหลวงค่อยๆร่วงหล่นลงสู่รอยแยกพร้อมกับโบสถ์ สถานที่อันน่าขยะแขยงก็ถูกรอยแยกนั่นกลืนกินลงไป
“นี่คงเป็หลุมศพที่ดีที่สุดของแกแน่ ไอ้บาทหลวงโรคจิต” ลูเธอร์พูดขึ้นพร้อมมองไปยังหุบเหวนั่น
“พี่คะดูนั่นสิ! ยังมีคนรอดชีวิตคนอื่นอีกนอกจากเรานะคะ” ลีอาพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่มทั้ง 3 คนที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา
“อื้อได้สิ เราไปกันเถอะ” ลูเธอร์พูดพร้อมกับเดินไปยังชายหนุ่มทั้ง 3 คนพร้อมกับลีอา
และแล้ว...การเดินทางของพวกเขาก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
.
.
ในอีกด้านหนึ่ง ณ สถานที่แห่งหนี่ง ที่นั้นเต็มไปด้วยความมืดมิดและเหล่าปีศาจอาศัยอยู่มากมาย ท่ามกลางสถานที่แห่งนั้นมีลานขนาดใหญ่ตั้งสูงตระหง่าน พร้อมขั้นบันไดนับ 1000 ก้าวที่จะพาไปยังสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าปีศาจ
ที่นั้นมีบัลลังก์อันสง่างามพร้อมกับเงาอันที่ยิ่งใหญ่นั่งอยู่ 1 ตน ข้างหน้าของบัลลังก์มีทางเดินที่ทอดตัวยาวลงไปถึงข้างล่างของสถานที่ รอบๆข้างของทางเดินตรงกลางมีเงาทั้ง 7 ตนยืนเรียงแถวหันหน้าเข้าหากัน ทางเดินตรงกลางนั่นมีเงาที่นั่งคุกเข่าอยู่ 1 ตน
“เ้าแพ้ไอ้มนุษย์นั่นมาหรอ! ช่างน่าสมเพชจริงๆเอสปิน่าฮ่าๆ” เสียงะโเยาะเย้ยดังออกมาจาก 1 ในเงาทั้ง 7
“แกหน่ะหุบปากไปเลย! พรีม่า!” เอสปิน่าตอบกลับด้วยเสียงอันโกรธเกรี้ยว พร้อมกับนั่งคุกเข่าต่อเงาตรงหน้า
“แกอย่าเอ่ยชื่อข้าพล่อยๆแบบนั้นนะ! ไอ้สวะที่อยู่อันดับ 9 อย่างเ้าน่ะมันก็แค่เป็หมากที่ไร้ค่าต่อองค์าาของเรา!” พรีม่าตอบกลับด้วยใบหน้าที่เยาะเย้ย
“พอแล้วพรีม่า ข้าไม่อยากให้พวกเราพี่น้องทั้ง 9 ต้องมาทะเลาะกัน” เสียงที่นั่งตรงบัลลังก์เอ่ยขึ้นด้วยนำ้เสียงอันเ็า
“ข้าขออภัย ที่เสียมารยาทต่อหน้าท่าน..องค์าา” พรีม่าตอบกลับด้วยนำ้เสียงอันเศร้าหมอง
“แล้วเ้ามีธุระอะไร ถึงต้องคุกเข่าขอร้องต่อหน้าข้า” เงาตรงหน้าได้เอ่ยถามกับเอสปิน่า
“ข้าอยากแข็งแกร่งขึ้น..ได้โปรด..ได้โปรดมอบพลังให้ข้าอีกเถิด องค์าา!” เอสปิน่าตอบกลับพร้อมกับคุกเข่าขอร้องต่อเงาตรงหน้า
“นี่แกจะเหิมเกริมมากเกินไปแล้วนะ ไอ้สวะ!” พรีม่าะโออกมาด้วยความโกรธ
“ข้าบอกให้เงียบ!” เงาตรงหน้าพูดออกมาด้วยความดัง พร้อมทั้งมองไปที่พรีม่า
“พรีม่านี่เ้าไม่ไปเตรียมตัวล่ะ อีกไม่นานเ้าจะได้ขึ้นไป” เงานั่นพูดถามกับพรีม่าด้วยนำ้เสียงเ็า
“องค์าาท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก ข้าจะนำผลงานที่ดีที่สุดกลับมาให้ท่านเอง..องค์าา” พรีม่าตอบกลับด้วยท่าทีนอบน้อม
“งั้นก็ดี..อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ” เงานั่นพูดออกมา
“ส่วนเ้า ข้าจะมอบพลังให้กับเ้าเอง” เงานั่นพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เอสปิน่า
“จริงหรอ ข้าขอขอบพระทัยในความเมตตานี้..ท่านองค์าา” เอสปิน่าพูดตอบกลับ
“แต่ข้ามีข้อแม้อย่างหนึ่ง” เงานั่นพูดกับเอสปิน่าด้วยใบหน้าเ็า
“ข้อแม้อะไรกัน..องค์าา” เอสปิน่าตอบกลับเงานั่น
“เ้าจะต้องไปเอาตัวชายที่ทำให้เ้าพ่ายแพ้มาให้ข้า ข้าอยากจะเจอหลานของความผิดพลาดของข้า จะตายแล้ว!” เงานั่นพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้มออกมา
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง..องค์าา” เอสปิน่าพูดกับเงาตรงหน้าด้วยนำ้เสียงอันหนักแน่น
“ดี งั้นเ้าจงรับพลังนี้ไป” เงาตรงนี้พูดขึ้นพร้อมกับ มอบพลังอันดำมืดไปที่เอสปิน่า
“อ๊ากกก! พลัง..พลังมันค่อยหลั่งไหลเข้ามา อ๊ากกก!!” เอสปิน่าะโออกมาด้วยความเ็ป
“ในที่สุดเ้าก็เติบโตซักทีหลานของข้าฮ่าๆ” เงาตรงหน้าะโหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง