แค้นนี้ต้องชำระ... ไอ้กระรอกตัวแสบ!

    บทที่ 37: สหายร่วมธรรม... ท่านจะอยู่สุขสบายคนเดียวไม่ได้!

    หลังจากที่เทพหน้าดำส่งสัญญาณเปิดหน้าชกเหล่าเทวดาพเนจรทั้งหลายที่เหาะตามหลังมาก็ดูเหมือนจะเกิดอาการ"ตาสว่าง" ในทางที่ผิด พวกเขาเห็นพ้องต้องกันด้วยสัญชาตญาณหมู่ว่า"ในเมื่อข้าต้องเสียของวิเศษ ไอ้คนข้าง ๆ ก็ต้องเสียเหมือนกัน!"

    เพียงชั่วพริบตาทั่วทั้งเวิ้งฟ้าที่เคยสงบเงียบกลับสว่างไสวไปด้วยแสงสีรุ้งจากของวิเศษนานาชนิดที่ถูกโยนละลิ่วลงมาหาเจ้าจ้อยประหนึ่งห่าฝนทิพย์!ทั้งตระกรุดเงินวาววับ, กำไลหยกเขียวขจี, มีดหมอลงอาคมด้ามงาช้าง, ไปจนถึงลูกแก้วสารพัดนึกที่ส่องประกายวับแวมแสงเหล่านั้นสว่างจ้าเสียจนเจ้าจ้อยตาแทบพร่าแต่มันกลับเป็นประกายแห่งความมั่งคั่งที่เจ้ากระรอกถวิลหา

    นายหญิงจันทราถึงกับยกมือทาบอกอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา “จ้อย... นี่มัน...มันจะง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?” ถึงแม้นางจะรู้สึกว่าการที่สัตว์เลี้ยงของนางไปขูดรีดเทวดามันดูไม่ค่อยงามนักแต่นึกถึงว่าของพวกนี้จะช่วยต่ออายุและรักษาอาการป่วย "ธาตุพิการ"ให้เจ้าตัวแสบได้ นางจึงยอมหลับหูหลับตาปล่อยให้จ้อยอาละวาดตามใจชอบ

    เจ้าจ้อยไม่ได้สนใจเรื่องมารยาทสวรรค์อะไรนั่นอยู่แล้วเขาใช้เท้าหน้าตะปบของวิเศษเข้ากระเป๋าที่มัดติดตัวจนพุงตุงพลางแอบหยิบขึ้นมาแทะดูชิ้นหนึ่ง ‘หือ... ไอ้หินเบญจรัตน์กับเหล็กไหลพวกนี้ กินเข้าไปแล้วรสชาติเหมือนขนมเปี๊ยะเก่าๆ ได้พลังงานน้อยกว่าของวิเศษที่ท่านเจ้ากรมสวรรค์แอบทิ้งไว้ให้ซะอีกยิ่งไม่ต้องไปเทียบกับผ้าเคียนเอวน้าขามเลยรายนั้นพลังงานหนาแน่นประหนึ่งเนื้อย่างเกรดพรีเมียม!’

    แต่ก็นะ...ของฟรีมีหรือจะปฏิเสธ! เจ้าจ้อยเคี้ยวตุ้ย ๆ พลางกวาดสายตาหาเหยื่อรายต่อไป

    ความสนุกที่แท้จริงมันเริ่มขึ้นเมื่อท่านเทพชราองค์หนึ่งที่เพิ่งเสีย"ประทีปแก้ว" ไปหยก ๆ เกิดอาการหมั่นไส้เพื่อนเกลอที่เหาะผ่านมาพอดีท่านรีบตะโกนเรียกเสียงดังลั่นจนเมฆสะเทือน

    “อ้าว!นั่นท่านเจ้าคุณเทพนรินทร์ไม่ใช่รึ? มานี่เร็วท่านมีของดีระดับตำนานให้ชม!”

    เทพนรินทร์ผู้ไม่รู้ชะตากรรมพอได้ยินว่ามีของดีก็หูผึ่งรีบเหาะเข้ามาทักทายทันที “มีอะไรกันรึท่านพี่? ทำไมขบวนถึงได้คึกคัก... โอโห!แม่นางท่านนี้ช่างงดงามล้ำเลิศราวกับนางฟ้าจำแลง!”

    ยังไม่ทันที่เทพนรินทร์จะได้ขยับเข้าไปหยอดคำหวานเจ้าจ้อยก็ชิงยืดตัวขึ้น ยื่นเท้าหน้าออกไปดักหน้าอย่างกวนประสาท“สวยใช่ไหมครับพี่? แต่กฎของขบวนเราคือ ‘ดูแต่ตา มืออย่าต้อง และของขวัญต้องมี’พี่เหาะมาชมความงามฟรี ๆ แบบนี้มันเสียมารยาทเทวดาชั้นสูงไปหน่อยนะครับ ว่าไหม?”

    เทพนรินทร์ถึงกับเอ๋อไปชั่วขณะ“เอ๊ะ... ข้าจำได้ว่ากฎสวรรค์ไม่มีข้อนี้...”

    “สหายร่วมธรรม!”เหล่าเทวดาที่เพิ่งโดนรูดทรัพย์ไปก่อนหน้าปรี่เข้ามารุมล้อมเทพนรินทร์ทันทีประหนึ่งเจ้าหนี้ทวงเงินกู้“ท่านจะมาดูเฉย ๆ ไม่ได้นะ ขนาดท่านเจ้ากรมสวรรค์ยังให้เกียรติขบวนนี้เลย!ถ้าท่านไม่ให้อะไรซักอย่างเพื่อแสดงน้ำใจต่อแม่นางจันทราและองครักษ์กระรอกท่านจะถูกครหาว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวหน้าไม่อายนะท่าน!เสียชื่อเทพตระกูลนรินทร์หมด!”

    ด้วยแรงกดดันจากกลุ่ม"สหายผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน"ทำให้เทพนรินทร์ผู้รักศักดิ์ศรีต้องกัดฟันควัก ‘ปิ่นปักผมทองคำทิพย์’มอบให้เจ้าจ้อยไปอย่างสุดแสนจะเสียดาย

    เจ้าจ้อยรับมาพลางหัวเราะร่วนแอบไปนั่งแทะปิ่นทองเป็นของว่างอย่างสบายอารมณ์

    แต่เทพนรินทร์ที่เพิ่งเสียของไปกลับเริ่มเลือดขึ้นหน้าท่านมองเห็นเพื่อนอีกองค์เหาะมาแต่ไกล “นั่นไง! ท่านเทพนพเก้า! มานี่เร็วมีสาวงามกับกระรอกวิเศษ!”

    จากนั้นไม่นานเวิ้งฟ้าแถบประตูสวรรค์ก็กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่วุ่นวายที่สุดเหล่าเทวดาต่างไล่ต้อนเพื่อนฝูงที่หลงเข้ามาให้มาเสียของวิเศษให้เจ้าจ้อยกันอย่างสนุกสนานใครโดนก่อนก็ไปลากคนอื่นมาโดนต่อ เป็นลูกโซ่ความซวยที่ไม่มีที่สิ้นสุดใครให้ของห่วยก็โดนจ้อยด่าประจาน ใครให้ของดีก็ได้หน้าไปบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและการรุมจิกกัดกันเองของเหล่าชาวสวรรค์

    ....

    ในขณะที่ข้างหลังกำลังชุลมุนวุ่นวายเจ้าจ้อยเห็นว่าได้ของมามากพอจะถมสระน้ำได้แล้วเขาก็สะกิดนายหญิงจันทราให้เร่งเมฆทิพย์เผ่นแน่บออกมาทันที

    “ผมละนึกว่าเทวดาจะมีศีลธรรมสูงส่งเดินจงกรมกันทั้งวัน ที่ไหนได้... บทจะกวนประสาทและขี้อิจฉากันเองนี่ผมว่าคนบนโลกมนุษย์ยังยอมแพ้เลยครับ”เจ้าจ้อยรำพึงพลางลูบพุงที่แน่นไปด้วยโลหะวิเศษและรัตนชาติ

    นายหญิงจันทราตีหลังเจ้าจ้อยเบาๆ “เจ้าตัวแสบ! ข้าล่ะกลัวเหลือเกินว่าพวกเขาจะรวมตัวกันมาเด็ดขนเจ้าทิ้งเสียมากกว่านี่ถ้าท่านเจ้ากรมสวรรค์มารู้เข้า ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

    “ไม่หรอกครับนายหญิงผมดูออก พวกเขาชอบความตื่นเต้นจะตาย อยู่บนสวรรค์มานานจนรากงอก พอเจออะไรแสบ ๆ คันๆ แบบผมเข้าไป พวกเขาก็เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเทวดาวัยรุ่นอีกครั้งแหละครับ”

    ทั้งคู่เดินทางผ่านม่านหมอกทิพย์ที่หนาตาขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอ้อมก้อนเมฆสีทองขนาดมหึมาไป...ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงักลงด้วยความขลังและอลังการ!

    เจ้าจ้อยตาโตเท่าไข่ห่านปากหวอจนแทบค้าง ‘แม่เจ้า! นี่มันยิ่งใหญ่กว่าประตูเมืองในหนังกำลังภายในที่เคยดูซะอีกถ้าข้ามีโทรศัพท์มือถือนะ จะไลฟ์สดให้โลกสั่นสะเทือนไปเลย!’

    ท่ามกลางความอ้างว้างของห้วงมิติสวรรค์ที่มืดมิดแต่กลับมีรัศมีสีทองส่องสว่างนวลตาปรากฏซุ้มประตูขนาดมโหฬารตั้งตระหง่านท้าทายสายตา!ประตูนั้นสูงเสียดฟ้าจนมองไม่เห็นยอด มีเสาอัครเทพสลักลวดลายพญานาคสีทองคำขาวและปักษาวายุภักษ์พันรอบถึง18 ต้น แต่ละต้นแผ่ซ่านไปด้วยไอพลังอันน่าเกรงขามจนอากาศรอบ ๆ สั่นไหว

    เหนือซุ้มประตูมีป้ายหยกแกะสลักอักษรทองคำโบราณที่ส่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์กลางฤดูร้อนว่า:[ประตูสวรรค์ทิศใต้]

    “โอ้โห...ประตูใหญ่ขนาดนี้ ถ้าผมกัดกินเสาไปซักต้นสันหลังผมคงจะกลายเป็นเหล็กไหลไปเลยมั้งเนี่ย” เจ้าจ้อยกลืนน้ำลายเอื๊อกพลางมองประตูสวรรค์ด้วยสายตาประหนึ่งมองน่องไก่ยักษ์

    นายหญิงจันทราพึมพำด้วยความเคารพ“ประตูสวรรค์ทิศใต้... ในที่สุดเราก็มาถึง”

    จ้อยส่ายหัวเบาๆ ‘นายหญิงนะนายหญิง มัวแต่ชื่นชมความงาม ไม่เห็นเหรอว่าหน้าประตูนั่นมี"ตอ" ขนาดใหญ่ขวางอยู่!’

    “หยุดเดี๋ยวนี้!ที่นี่คือเขตฐานทัพสวรรค์ทิศใต้ผู้ไม่มีหน้าที่หรือโองการด่วนห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาด!”

    เสียงตะโกนก้องกัมปนาทปานฟ้าผ่าดังขึ้นจากหน้าประตูสวรรค์แรงสั่นสะเทือนทำเอานายหญิงจันทราหน้าซีดเผือดเพราะแก้วหูแทบจะทนไม่ไหว

    เจ้าจ้อยสะดุ้งสุดตัวจนขนลุกชันเขาโมโหปรี๊ดเมื่อเห็นนายหญิงตกใจจนตัวสั่นแต่อารมณ์อยากจะพุ่งไปกัดหูคนตะโกนก็ต้องถูกระงับไว้ด้วยสติอันน้อยนิด‘ไอ้บ้าเอ๊ย! ตะโกนหาบิดาพี่เหรอ?กล่องเสียงทำด้วยเหล็กไหลหรือไงวะ?!’

    ที่หน้าประตูนั้นปรากฏร่างของ เทพทวารบาล สวมชุดเกราะสีเงินวาววับประดับทับทิมสูงใหญ่กำยำประหนึ่งภูเขาเลากา ในมือถือง้าวเล่มมหึมาที่แผ่รังสีสังหารออกมาจาง ๆเขายืนนิ่งดุจรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก แต่แววตากลับดุดันยิ่งกว่าเสือโคร่ง

    เจ้าจ้อยจ้องเขม็งไปที่เทพองค์นั้นพลางแอบกระซิบกับตัวเอง ‘คอยดูเถอะ ถ้าข้าผ่านเข้าไปไม่ได้นะข้าจะเอา"เชือกตกนาคา" ของท่านดาบสไปผูกประตูนี่ไว้แล้วแอบถ่มน้ำลายใส่รองเท้าพี่ให้ดู!’

    แต่ทว่า...อุปสรรคที่แท้จริงของการเข้าสู่งานสโมสรเทวสมาคมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นที่หน้าประตูนี่เอง!

    คล้ายกับเรื่องแค้นนี้ต้องชำระ... ไอ้กระรอกตัวแสบ! ที่คุณอ่าน

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77