ตำนานจอมกระบี่สะท้านหมื่นภพ

    บทที่ 124: การยั่วยุ

    บทที่ 124: การยั่วยุ


    หนึ่งวันก่อนเริ่มงานประลอง "ศึกชิงเจ้ายุทธภพ"


    บรรยากาศในนครเมฆาเดือดพล่านถึงขีดสุด จัตุรัสหน้าลานประลองหลวงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับหมื่นที่มารอชมการเปิดตัวของเหล่าตัวเต็ง การพนันขันต่อถูกเปิดขึ้นทุกหัวระแหง และหัวข้อสนทนาหลักก็หนีไม่พ้นเรื่องของ "ม้ามืดจากเมืองระฟ้า" ที่ได้รับป้ายทองคำ


    ทันใดนั้น เสียงอึกทึกก็พลันเงียบลง เมื่อขบวนของศิษย์นิกายกระบี่ครามนับร้อยคนเดินแหวกฝูงชนเข้ามา นำหน้าโดยชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีครามปักลายมังกรเหิน ใบหน้าของเขาหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง ที่หลังสะพายกระบี่สีเลือดเล่มใหญ่ที่แผ่กลิ่นอายคาวคลุ้งออกมา


    เขาคือ "เจี้ยนเฉิน" ศิษย์เอกอันดับหนึ่งของนิกายกระบี่คราม และเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นทองคำขั้นกลาง!


    เจี้ยนเฉินก้าวขึ้นไปบนแท่นประกาศข่าวกลางจัตุรัส สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วฝูงชนด้วยความดูแคลน ราวกับราชสีห์มองฝูงแกะ


    "ข้าได้ยินข่าวลือ..." เจี้ยนเฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวานไปทั่วจัตุรัสโดยไม่ต้องตะโกน "ว่าปีนี้มี 'ตัวตลก' จากเมืองบ้านนอกอย่างเมืองระฟ้า ถือป้ายทองคำเข้ามาเดินกร่างในเมืองหลวง"


    ฝูงชนเริ่มส่งเสียงฮือฮา ทุกคนรู้ดีว่าเขาหมายถึงใคร


    "จ้าวเฟิง ศิษย์น้องของข้าหายตัวไปหลังจากมีเรื่องกับมัน" เจี้ยนเฉินกล่าวต่อ นัยน์ตาสาดประกายอำมหิต "ข้าไม่สนว่ามันจะใช้วิธีสกปรกอะไร หรือมีใครหนุนหลัง... แต่ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ ข้าขอประกาศตรงนี้!"


    เขาชักกระบี่สีเลือดออกมาแล้วชี้ตรงไปที่กล้องส่องภาพ (ศิลาถ่ายทอดสด) เพื่อส่งสารไปทั่วเมือง


    "ไอ้สวะเมืองระฟ้า! จงล้างคอรอไว้! ทันทีที่ก้าวขึ้นเวทีประลอง ข้าเจี้ยนเฉินจะหักคอเจ้า และเสียบหัวประจานหน้าประตูเมือง เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าจุดจบของผู้ที่กล้าลองดีกับนิกายกระบี่ครามเป็นเช่นไร!"


    ตูม!


    เขากระทืบเท้าลงพื้น แรงกดดันระดับแก่นทองคำขั้นกลางระเบิดออกจนพื้นหินแตกเป็นเสี่ยงๆ ผู้คนรอบข้างต่างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว รัศมีของเจี้ยนเฉินนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าคนรุ่นเดียวกันจะต้านทานได้


    ท่ามกลางฝูงชนที่แตกตื่น หลิงเซียวในชุดคลุมสีดำยืนปะปนอยู่เงียบๆ เขามองดูการแสดงอำนาจของเจี้ยนเฉินด้วยสายตาที่เรียบเฉย ราวกับกำลังดูละครลิง


    "แก่นทองคำขั้นกลาง... พลังลมปราณหนาแน่นและดุดัน สมกับที่เป็นตัวเต็ง" หลิงเซียววิเคราะห์ในใจ "แต่จิตใจวู่วามและเต็มไปด้วยช่องโหว่"


    คำขู่ฆ่าของเจี้ยนเฉินไม่อาจทำให้หัวใจของหลิงเซียวเต้นเร็วขึ้นได้แม้แต่จังหวะเดียว


    "เห่าหอนไปเถอะ"


    หลิงเซียวดึงฮู้ดลงปิดบังใบหน้าและหันหลังเดินจากไป


    "ยิ่งเจ้าแสดงตัวมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งเห็นจุดอ่อนของเจ้ามากเท่านั้น... เจี้ยนเฉิน เจ้าจะเป็นบันไดขั้นแรกให้ข้าเหยียบขึ้นไปสู่การสังหารกู่เทียนฉิง"


    หลิงเซียวมุ่งหน้ากลับที่พัก เขาเหลือเวลาอีกเพียงคืนเดียวก่อนที่ศึกชิงเจ้ายุทธภพจะเริ่มต้นขึ้น และเขาตั้งใจจะใช้เวลาที่เหลือนี้ปรับสภาพจิตใจและร่างกายให้ถึงขีดสุด เพื่อต้อนรับการนองเลือดที่กำลังจะมาถึง