เมื่อฟังคุณนายหลี่ถัง ชวีหนานอีพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจแล้ว
ดูแล้ว สิ่งที่คุณนายหลี่ถังเก็บมาคือกองขี้เถ้า ทองก้อนกระดาษ ของกระดาษไหว้เหล่านี้แม้ยังไม่เป็นที่นิยม แต่กลับแพร่หลายในแวดวงตระกูลผู้สูงศักดิ์และนายทุน ตระกูลสูงศักดิ์ร่ำรวยบางตระกูลยังนำมันย้อมเป็นสีเงินสีทอง หลังจากนั้นพับเป็นลักษณะเหมือนก้อนทอง เผาให้กับบรรพบุรุษที่อยู่ใต้ดิน พวกเขาเชื่อว่ามีเพียงของล้ำค่ามีราคาเช่นนี้ บรรพบุรุษที่อยู่ใต้ดินถึงจะพอใจ
เพียงแต่ คุณนายหลี่ถังดูไปมิใช่คนโง่เขลาปัญญานิ่ม เหตุใดจึงแยกของแท้ของเทียมไม่ออก?
อีกอย่าง หากทั้งหมดนี้เป็นคนตั้งใจทำขึ้น เช่นนั้นคนที่ขโมยเด็กไปยังมีจุดประสงค์ใดอีก? ในเมื่อคนผู้นั้นสามารถทำให้คุณนายหลี่ถังเก็บขี้เถ้ามาเป็นก้วนเหรียญทองแดงได้ เหตุใดจึงทิ้งทองก้อนกระดาษไว้เป็นหลักฐาน? เหตุใดไม่ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นผุยผง? จะแก้ต่างก็ไม่ได้ จะตรวจสอบก็ไม่เจออะไร?!
กระทำการอย่างลำพองเช่นนี้ หรือว่าเป็นฝีมือของปีศาจสาว?
เขาในวันนี้ยังจำได้ ปีศาจสาวนั่นหลังจากค้างคาวเริงระบำวุ่นวาย ท่าทางที่จากไปอย่างว่องไว เป็นความลำพอง ตามอำเภอใจ ยโสโอหังปานนั้น
บางที มีเพียงปีศาจสาวนั่นถึงสามารถมีกลอุบายต่าง ๆ นี้
อา ใช่แล้ว ยังมีบุรุษลึกลับนั่นด้วย จะประเมินค่าต่ำไม่ได้เช่นกัน
ในตอนที่ชวีหนานอีสงบนิ่งทำสมาธิ มือน้อย ๆ ที่บนเล็บย้อมด้วยสีสันหลากหลายมั่วซั่วก็ยื่นออกมา หยิบทองก้อนกระดาษไปหนึ่งอัน
ทุกคนเงียบสงบอยู่ในความสงสัย ไม่มีใครสังเกตเห็นพฤติกรรมนี้ของลวี่เยา ทุกคนนี้แน่นอนว่ารวมถึงชวีหนานอีด้วย
ทว่า ชวีหนานอีผู้นี้หากผ่านตาแล้วจะไม่ลืม เมื่อได้สติกลับมา เพียงเหลือบมองโดยมิตั้งใจ ก็รู้ว่าทองก้อนกระดาษหายไปหนึ่งอัน กวาดสายตามองหา จึงเห็นลวี่เยากำลังฉีกทองก้อนกระดาษเหมือนเล่นอยู่
พฤติกรรมของลวี่เยาทำให้ชวีหนานอีรู้สึกขำ หลังจากนั้น ความเฉียบแหลมของเขาพลันผุดขึ้น กล่าวในใจ ‘คนผู้นั้นขโมยหลินเอ๋อร์ไป กลับทิ้งกระดาษไหว้เอาไว้ มิใช่ว่าทิ้งร่องรอย ทิ้งหลักฐานไว้ ทิ้งโอกาสให้เขาจับได้!?’
เย่อหยิ่งโอหัง ช่างเย่อหยิ่งโอหังนัก!
ชวีหนานอีคลี่กระดาษไหว้พวกนั้นออกทีละอัน กลับไม่พบความผิดปกติใด ๆ
กระดาษที่พับเป็นทองก้อนเป็นเพียงกระดาษไหว้ธรรมดา ด้านบนไร้ตัวหนังสือ และไม่มีสัญลักษณ์พิเศษใด ๆ
ทุกคนไม่เข้าใจนักกับวิธีการของชวีหนานอี แต่รู้ว่าเขากำลังหาเบาะแส ในใจเต็มไปด้วยความหวังขึ้นอย่างเงียบ ๆ
ทว่า มองท่าทางของชวีหนานอีกลับเหมือนไม่พบร่องรอยใด ๆ ความผิดหวังประดังเข้าเต็มหัวใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใช่ หากสามารถพบร่องรอยได้ง่าย ๆ เรื่องราวก็ไม่จัดการได้ยากเช่นนี้ เฮ้อ...
ชวีหนานอีหรี่ตาที่เรียวยาว ยิ้มกับลวี่เยา อีกทั้งยังยื่นนิ้วที่เรียวยาวออกไปหานาง นี่เป็นรอยยิ้มแรกในค่ำคืนนี้ของเขา
ลวี่เยานำกระดาษพับที่เปิดแล้ววางลงบนมือของชวีหนานอี
ในตอนที่ชวีหนานอีรับไป มิรู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ คาดไม่ถึงเขาบีบฝ่ามือของลวี่เยา
หากลวี่เยาเป็นหญิงแกร่ง ก็จะอับอายเคียดแค้น จ้องมองชวีหนานอีอย่างดุดัน
หากลวี่เยาเป็นสาวสวยขี้อายอ่อนโยน แน่นอนว่าจะเขินอายมิกล้ามองชวีหนานอี
หากลวี่เยาเป็นสตรีในตระกูลนักปราชญ์ ก็จะแสดงความเคารพหันตัวจากไป
หากลวี่เยาเป็นแค่สาวใช้ ก็จะเขินอายไม่หยุด
หากลวี่เยาเป็นสาวขี้เหร่ ก็จะอับอายขายหน้า
หากลวี่เยาเป็นโสเภณี ก็จะคลอเคลียไม่อยู่กับร่องกับรอย
ชวีหนานอีกำลังคาดเดาว่าลวี่เยาจะมีปฏิกิริยาเช่นใด
ทว่า เขาคิดไม่ถึง ลวี่เยาฉีกยิ้มให้เขา ไม่ใช่แค่ยิ้ม ขณะดึงมือกลับได้ใช้ความรวดเร็วว่องไวลูบฝ่ามือของชวีหนานอีหนึ่งที! หากจะกล่าวว่าลูบก็ไม่ถูกต้องนัก พฤติกรรมนั่นควรเรียกว่ารูด
หลังจากที่ชวีหนานอีตกตะลึงมึนงง ก็เกิดอาการสะดุ้งเล็กน้อย
เขารู้สึกว่า เดิมตนเองอยากจะหยอกล้อแกล้งลวี่เยา กลับถูกเล่นตลบหลังเข้าแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยมี และไม่ควรมีความรู้สึกอัปยศอดสู ไหลตามฝ่ามือเข้ามาถึงในกระดูก
เงยหน้ามองลวี่เยาอีกครา เห็นนางยังจ้องมองเขาอยู่ แววตานั้นช่างขัดแย้งกัน ในความโง่เขลาเบาปัญญามีความคลั่งไคล้ซึมทะลุมา เหมือนกับ...สุนัขร้ายเห็นกระดูก
ชวีหนานอีหันศีรษะไป ไม่มองลวี่เยาอีก เขากลัวตนเองจะทนไม่ไหว กลับห้องไปใส่ชุดคลุมเพิ่ม
ลวี่เยากลับเหมือนติดการจ้องชวีหนานอี จ้องมองเขาด้วยแววตาเร่าร้อนอยู่ตลอด ขาดแค่โผเข้าหาเลียสองสามที
ชวีหนานอีกระแอมเบา ๆ กล่าวกับทุกคน “พวกเจ้ากลับไปเถิด พรุ่งนี้เช้าข้าจะส่งหยาอีค้นหาอย่างละเอียด”
คุณนายหลี่ถังคุกเข่ากับพื้น กล่าวสะอึกสะอื้น “ใต้เท้า ท่านต้องช่วยข้าน้อยหาหลินเอ๋อร์ให้เจอนะ! มิเช่นนั้น ข้าน้อยก็มีชีวิตต่อไปไม่ได้ หลินเอ๋อร์เป็นเนื้อหนังจิตใจของข้าน้อย ลูกน้อยล้ำค่าที่อุ้มท้องสิบเดือนถึงเกิดมา ต่อให้เอาชีวิตของข้าน้อย แลกชีวิตหลินเอ๋อร์ ข้าน้อยก็ยอม”
ชวีหนานอีพยักหน้ากล่าว “คนชั่วนั่นกระทำการเช่นนี้ กลัวว่ามีแผนการ เวลาครู่เดียวคงไม่เอาชีวิตหลินเอ๋อร์ เจ้ากลับไปรอข่าว หากนึกอะไรออกค่อยกลับมารายงาน” เขากวาดตามองถังโยว บอกให้นางประคองคุณนายหลี่ถังลุกขึ้น
ถังโยวประคองคุณนายหลี่ถังขึ้นมา ปลอบให้กำลังใจ “ท่านพี่ช่วยแน่ ท่านอาไม่ต้องเศร้าจนเกินไป ดูแลร่างกายตนเองให้ดีถึงจะสามารถหาหลินเอ๋อร์เจอ”
คุณนายหลี่ถังพยักหน้า ปาดน้ำตาที่ขอบตา
ถังเหลาเหย่ยืนขึ้น กุมมือกล่าว “เช่นนั้นไม่รบกวนเวลาใต้เท้าพักผ่อนแล้ว”
ชวีหนานอีลุกยืนส่งแขก
ลวี่เยาจ้องมองชวีหนานอี เดินหนึ่งก้าวหันกลับไปมองสามรอบ ดูแล้วคงไม่อยากไปเป็นที่สุด
ชวีหนานอีดึงชุดคลุมแน่น กล่าว “กลับไปเถอะ” ไม่ต้องมองแล้ว ดวงตาเล็กข้างใหญ่ข้างนี้มองไปช่างพิลึกคน โดยเฉพาะแก้มซ้ายและตาซ้ายของนางปูดบวมไปหมด บวมจนผิวทั้งเขียวทั้งขาว กลายเป็นโปร่งแสงแล้ว
ถังโยวลากลวี่เยา กล่าวข่มขู่เสียงต่ำ “ไม่ต้องมองแล้ว! หากยังมองอีกจะส่งเจ้าให้กับท่านพี่!”
ดวงตาลวี่เยาเป็นประกาย รีบหันกลับไปมองชวีหนานอีอีกรอบ
ชวีหนานอีโบกมืออย่างตื่นตระหนกเล็กน้อยกล่าว “เกรงใจแล้ว เกรงใจแล้ว...” เขาในสายตาเร่าร้อนของลวี่เยาอธิบายอย่างเคอะเขิน “ข้าแต่ไหนแต่ไรมือสะอาด จะรับสินบนตามอำเภอใจได้อย่างไร? นี่...ไม่เป็นระเบียบแบบแผน”
ลวี่เยาหลบสายตาอย่างผิดหวัง ถังโยวยิ้มอย่างเคอะเขิน ลากลวี่เยาออกประตูหลังอย่างว่องไว ปีนขึ้นรถม้า
ม่านบนหน้าต่างเล็ก ๆ ของรถม้าเปิดออก ลวี่เยาเบิกตาซึ่งเล็กข้างใหญ่ข้าง มองชวีหนานอี ท่าทางนั่นเป็นความเสียดายอย่างมากที่สุด
ชวีหนานอีตัวสั่น มิรู้ว่าท่าทางของตนอยู่ในสายตาของลวี่เยาอีกครา นับได้ว่าเขาเข้าใจแล้วว่าลวี่เยานี้เป็นคนเขลาหลายใจ! เป็นจริงดั่งที่ว่ามีเจ้านายแบบไหนก็มีนางทาสแบบนั้น เปรียบเทียบลวี่เยากับถังโยว กลัวว่าเป็นการเคยเป็นและยังมากกว่าเสียอีก
ชวีหนานอีรู้สึกหนาว จึงดึงกระชับชุดคลุม มือลูบหน้าผากตนเอง ยังดีไม่เป็นไข้
เขาถือตะเกียง เดินแกว่งไปมาเข้าทางประตูหลัง ปิดประตูลงกลอนแล้วส่ายศีรษะหัวเราะ คิดว่าคราวหน้าเมื่อได้พบลวี่เยา คงต้องถามนางว่าเหตุใดจึงรู้ว่าเขาอยู่ในจวน? ไม่ยอมปล่อยให้เขาได้หลับอย่างสงบเลย
เขาเหยียบรองเท้าเกี๊ยะ เดินไม่เร็วไม่ช้ากลับไปบนเตียง พิงหัวเตียง เปิดกระดาษไหว้ที่หยิบมาจากมือของลวี่เยา อาศัยแสงไฟอ่อน ๆ ของเปลวเทียน มองตัวหนังสือเล็ก ๆ ที่เขียนด้วยสีแดงหม่นที่ปรากฏอยู่บนนั้น——ลมพัด เมืองอาบเลือด กลัวไหม?
ตัวหนังสือแม้เล็กกลับเต็มไปด้วยพลัง ระยะแต่ละขีดแต่ละเส้นแฝงความดุร้ายกระหายเลือด บนตัวหนังสือสีแดงหม่น มีกลิ่นสาปคาวที่เหมือนมีเหมือนไม่มีลอยขึ้นมา ราวกับเลือดที่แห้ง
ท้าทาย?! ประกาศสงคราม?!
เหอะ...
ชวีหนานอีหัวเราะอย่างเย็นชาก่อนล้มตัวลงนอน
ครั้นใกล้จะหลับ จู่ ๆ เขาลืมตา คิดปัญหาออกข้อหนึ่ง——ลวี่เยารู้ได้อย่างไรว่ากระดาษไหว้นี่มีตัวหนังสือ?
เป็นความบังเอิญ? หรือสตรีผู้นี้...มีปัญญาล้ำเลิศที่เก็บงำไว้ ไม่เผยออกมา?
ชวีหนานอีถูหน้าผาก ส่ายหน้าหัวเราะ ก่อนจะหลับตา
.
.
.
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***