ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่106 ซ่งจิ่นติ้งผู้ห้าวหาญ !

            การประลองดำเนินต่อไป เจ้าวัวคลั่งตกรอบในการประลองฮุ่ยหยางต้องรับกรรมที่ตนก่อไว้

             

            “คุณชายฮุ่ยไม่ทราบว่าท่านจะพอรับเกียรติในการประลองกับข้าได้หรือไม่ ?”ฮุ่ยหยางดวงตาแดงก่ำ ร่างสั่นเทิ้มเบา ๆ “ผิด ๆ ข้ากล่าวผิดไป คุณชายฮุ่ยข้าผู้นี้พอจะมีเกียรติในการประลองกับท่านหรือ ?” หนิงเฟยหลงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

             

            ฮุ่ยหยางได้ฟังก็ยิ่งตัวสั่น มันเริ่มกลัวหนิงเฟยหลงเข้าแล้วแม้แต่เซี่ยเฟิงงหนิวไม่อาจเอาชนะหนิงเฟยหลงได้ แล้วมันล่ะนั่นไม่ต้องกล่าวถึง..

             

            ฮุ่ยหยางตัดสินใจทันทีไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถอนตัวแม้ว่าจะอยากเป็นศิษย์หลักมากเท่าไหร่ก็ตาม “ข้าขอ.....”

             

            ตูม !

             

            ฮุ่ยหยางตกรอบ !

             

            จ้าวหอขุนนางรีบทะยานร่างเข้าไปหาฮุ่ยหยางทันทีที่มันตกลงสู่พื้น

             

            “หยางเอ๋อร์..” ฮุ่ยหยางถูกหมัดพิฆาตของหนิงเฟยหลงเข้าไปเต็ม ๆอวัยวะภายในเสียหาย กระดูกหลายซี่หัก นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น จ้าวหอขุนนางส่งสายตาที่มุ่งร้ายจดจ้องไปที่หนิงเฟยหลงทว่าชายหนุ่มกลับทำท่าไม่สนใจใด ๆ ยังคงจะลงมือประลองกับคนอื่นต่อ

             

            จ้าวหอขุนนางแค่นเสียงขึ้น จากนั้นก็อุ้มฮุ่ยหยางแล้วหายไป

             

            “พี่ ที่เหลือให้ข้าลงมือเถอะ” หนิงเฟยหลงพยักหน้าตอบ

             

            หนิงอันอันชักกระบี่วาดเป็นแนวขวาง “สะบั้น !”

             

            กระแสลมพัดกระหน่ำเต็มไปด้วยความแหลมคม ฟาดไปยังคนที่เหลือบนเวทีคนที่เหลือไม่กล้าประมาทรีบกระโจนหลบหนีแม้ว่าระดับพลังยุทธ์ของหนิงอันอันจะด้อยกว่า ศิษย์ฝ่ายในหลาย ๆ คนที่ปราณกระบี่ที่แผ่ออกมานั้นไม่ด้อยไปกว่า กำเนิดพลังขั้นกลางเลยศิษย์ฝ่ายในส่วนใหญ่จะอยู่กำเนิดพลังขั้นกลาง (4-6)จึงไม่แปลกที่ปราณกระบี่ของหนิงอันอันจะเป็นอันตรายต่อพวกมัน

             

             ฟับ !

             

            “!! เกือบไปแล้ว !!!!” ยังดีที่พวกมันหลบหลีกวิถีกระบี่ได้ทันบนพื้นเวทีปรากฏรอยกระบี่เด่นชัดที่มาจากกระบี่ของหนิงอันอัน แม้แต่หนิงเฟยหลงยังต้องตะลึงกับความก้าวหน้าด้านกระบี่ของน้องสาวมัน

             

            “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะก้าวหน้าขึ้นถึงเพียงนี้” หนิงเฟยหลงกล่าวชม

             

            แต่กระบี่หนิงอันอันไหนเลยจะจบอยู่แค่นั้น การโจมตียังไม่สิ้นสุดไม่รอให้ตั้งตัวได้

             

            “กระบี่สายลม กระบวนท่าที่สี่ ระลอกคลื่นสายลม !”

             

            ปราณกระบี่ควบแน่นขึ้น พุ่งเข้าปะทะกับร่างผู้ประลองที่เหลือไม่เพียงเท่านั้น คลื่นกระบี่สะท้อนกลับปราณกระบี่ระลอกใหม่มาถึงก็ตีกลับเข้าไปอีก เป็นระลอกคลื่นกว่าห้ารอบยิ่งตีกลับก็ยิ่งรุนแรงขึ้น จนกว่าพลังปราณกระบี่ที่ใช้ออกจะหมดลงระลอกคลื่นจึงจะจบ

             

            ผู้อาวุโสต่างลุกขึ้นเบิกตาของพวกมันให้กว้าง“นี่มันเคล็ดวิชากระบี่อะไรกัน ?” ระลอกคลื่นสายลมใช้การเลียนแบบของคลื่นน้ำแต่ใช้สายลมแทน และสายลมนั้นแฝงความบ้าคลั่งยิ่งกว่าความยุ่งเหยิงของสายลมคือตัวการที่ดี

             

            วิชาระดับห้า ?

             

            ทุกคนอดคิดไม่ได้ว่าวิชาที่หนิงอันอันใช้ออกจะเป็นวิชาระดับห้าอันที่จริงแล้วพวกมันเกือบคิดว่าเป็นวิชาระดับปฐพีด้วยซ้ำไปถ้าไม่ติดว่าวิชานี้ด้อยกว่าระดับปฐพีครึ่งขั้น วิชากระบี่สายลมนี้พวกมันไม่เคยได้ยินมาก่อนต่อให้ได้ยินวิชานั้นก็ไม่มีกระบวนท่านี้ หรือแม้แต่พลังทำลายล้าง ความเร็วการพลิกแพลงก็มีไม่มากเท่า สาวน้อยผู้นี้ได้วิชานี้มาจากที่ใดกัน ?

             

            พวกมันไม่รู้เลยว่าคนที่ดัดแปลงวิชาก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ผู้ใช้วิชานั่นแหละแถมมันยังตะลึงมากกว่าพวกผู้อาวุโสเสียอีกมันไม่คิดเลยว่าหนิงอันอันจะสามารถเพิ่มขีดจำกัดให้วิชากระบี่สายลมนี้หนิงเฟยหลงตื่นเต้นขึ้นมา กระบี่สายลมช่างเหมาะกับนางยิ่งไม่แน่ว่านางอาจจะฝึกฝนร่างลมหวนได้ !

             

            หนิงเฟยหลงมองหนิงอันอันด้วยความาชื่นชมเพียงแค่ใช้สองกระบวนท่าศิษย์ฝ่ายในอีกหกคนก็ร่วงลงพื้นล่างเวทีอย่างไม่ต้องสงสัย

             

            สายที่สี่คู่ของหนิงเฟยหลงเป็นผู้ชนะ !

             

            ...

             

            เวทีประลองที่หนึ่ง

             

            “บ้าเอ้ย ! ทำไมพวกมันถึงแข็งแกร่งอย่างนี้”จูเหยียนรู้สึกเศร้าที่ตนเองต้องมาเจอศิษย์ในระดับสูงของสำนัก

             

            “หุบปากเถอะน่า เจ้าบ่นมาเป็นสิบ ๆ รอบแล้ว ตั้งใจสู้ให้ดี”ซ่งจิ่นติ้งเริ่มรำคาญเสียงของจูเหยียนแล้วจูเหยียนเล่นบ่นตลอดจะไม่ให้มันรำคาญได้อย่างไร แม้กระทั่งต่อสู้อยู่มันก็ยังมีเวลามาบ่นซ่งจิ่นติ้งอดคิดไม่ได้ว่าจูเหยียนเติบโตมาได้อย่างไรถึงทุกวันนี้

             

            สายที่หนึ่งนั้นดูท่าแล้วจะวุ่นวายที่สุด ผู้เข้าร่วมประลองต่างสาดหมัดฝ่ามือ เท้า กระบี่ ดาบ ทวน ขวานเข้าห้ำหั่นกัน เวทีแหว่งขาดเกิดร่องรอยไปทั่วสายที่หนึ่งมีการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุด

             

            นอกจากการประลองสายที่สี่ที่จบไป ก็ยังมีสายอื่น ๆ ที่ทยอยจบตามจนบัดนี้เหลือเพียงสายที่หนึ่งเท่านั้น

             

            “ศิษย์น้องถ้าพวกเจ้าจะหลบเลี่ยงอยู่อย่างนี้ ก็ลงไปจากเวทีให้พ้น ๆเกะกะพวกข้าจะประลอง” ศิษย์ผู้หนึ่งกล่าวขึ้น สายตาของศิษย์คนอื่นก็จ้องมาที่พวกจูเหยียนเช่นกันสายตานั้นเต็มไปด้วยความดูแคลน

             

            ซ่งจิ่นติ้งรู้สึกรังเกียจสายตาเช่นนี้มาก นอกจากมันจะไม่ถอยแล้วมันยังเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาชายผู้ที่พูดอีก

             

            ในมือมันปรากฏทวนยาวเล่มหนึ่ง เสียง เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นอีกตูม ! ชายผู้พูดก่อนหน้านี้ พุ่งพรวดขึ้นบนฟ้าสีหน้าเหวอหวา โลหิตกระเซ็นเปรอะเปื้อน ดวงตาของมันบ่งบอกถึงความตกใจ

             

            ศิษย์ที่กำลังประลองกันอยู่หยุดการประมองมองดูชายผู้ลอยฟ้าด้วยความตะลึงจากนั้นก็หันมามองผู้ลงมือกระทำ สีหน้าของชายผู้ลงมือไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ยังคงอึมครึมอยู่อย่างนั้น

             

            “มีใคร...จะดูถูก..พวกข้าอีกไหม !!” ซ่งจิ่นติ้งเชิดหน้าคำรามสายตาที่ดุดันนั่นส่องประกายไปทั่วเวทีประลองศิษย์พวกที่เยาะเย้ยก่อนหน้ารับรู้ได้ถึงไอสังหารก็ถอยร่นหนึ่งก้าว

             

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนูนั่นจะบ้าบิ่น และห้าวหาญอย่างนี้ถูกใจข้านัก !”จ้าวหอสงครามหัวเราะกังวาน

             

            “หึ อย่างไรก็เป็นเพียงศิษย์นอกที่พึ่งขึ้นมาเป็นศิษย์ในแค่นี้ก็ทำตัวกร่างคงอยู่ดีได้อีกไม่นาน” จ้าวหอขุนนางแค่นเสียง

             

            ...

             

            เมื่อไม่เห็นว่าจะมีใครเข้ามา ซ่งจิ่นติ้งก็เลือกลงมือก่อน “รับมือ !”

             

            ปัง ปัง ปัง ! เปรี๊ยะ ! ซ่า !!!!

             

            “อ๊าก !!!เจ้านี่มันบ้าไปแล้วพวกเจ้าช่วยข้าที” ศิษย์ผู้ที่กล่าวก่อนหน้านั้นถูกซ่งจิ่นติ้งอัดต่อ

             

            หนิงเฟยหลงที่ดูอยู่บนเวทีสายที่สี่ก็หลุดหัวเราะออกมา“เจ้าบ้านี่เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”

             

            ศิษย์ฝ่ายในระดับสูงเห็นดังนั้นในใจก็รู้สึกตะลึงกับความแข็งแกร่งที่ปะทุของซ่งจิ่นติ้งแต่อีกใจก็บังเกิดความเกลียดชังการกระทำเช่นนี้ของซ่งจิ่นติ้งเท่ากับหยามหน้าพวกมัน

             

            “ศิษย์น้องรับมือ !” ชายร่างใหญ่ถือขวานยักษ์ในมือกล่าวจบก็ไม่พูดพร่ำจับขวานฟาดแหวกอากาศโถมเข้าใส่อย่างรุนแรง

             

            ตูม !

             

            เวทีถูกผ่าออก “!!!!” ศิษยที่ชมดูสำลักลมหายใจ “รุนแรงมาก !”

             

            ทว่าจากเดิมที่ขวานนั่นควรจะผ่าร่างซ่งจิ่นติ้งให้ตายไป ชัดแล้วว่ามันต้องการสังหารศิษย์น้องผู้นี้ให้ตายกลับกลายเป็นเหลือเพียงรอยไหม้บนพื้น ซ่งจิ่นติ้งหายไป ?

             

            วืด เปรี๊ยะ !  …..ซ่า !!!!

             

            “อ๊าก !!!!!!”ชายร่างใหญ่แผดเสียงร้อง หลังของมันมีรูเกิดขึ้น ทว่ากลับไม่มีเลือดไหลออกมาทั้งด้านหลังยังมีรอยไหม้ มันโกรธถึงขีดสุด ยกขวานใหญ่เข้าฟาดอย่างไม่ยั้ง “ตาย !”

             

            ปัง ปัง ปัง !

             

            คมขวานไม่ได้แตะต้องซ่งจิ่นติ้งแม้สักนิด กลับกันหลังการโจมตีของชายร่างใหญ่ก็มีเสียงไม่ดังไม่เบา

             

            สวบ !

             

            ชายร่างใหญ่ตาย !

             

            “!!!!!!” ฝูงชนตกตะลึงอีกครั้ง แต่คราวนี้หวาดกลัวเสียมากกว่าชายผู้นี้ได้สร้างปาฏิหาริย์ สังหารศิษย์ฝ่ายในระดับต้น ๆ ด้วยพลังของกำเนิดพลังขั้นต้นกลับสามารถสังหารขั้นกลางได้เพียงพริบตา

             

            “ดูเหมือนว่าทุกคนจะประมาทเด็กเข้าใหม่จนเกินไป...” สิ้นเสียงอันไพเราะผู้คนต่างหันไปมองทางต้นเสียงหญิงสาวหนึ่งในสองของผู้ชนะสายที่ห้ากล่าวขึ้น แววตาของนางช่างเย้ายวนมาก ทว่าสิ่งนี้กลับแฝงไปด้วยอันตรายอันที่จริงแล้วเวทีของนางตั้งหากที่จบลงได้รวดเร็วที่สุด ทั้ง ๆที่นางยังคงไม่ได้แสดงความสามารถใด ๆ ออกมาเลย

             

            ตอนนี้บนเวทีสายที่หนึ่งซ่งจิ่นติ้งกุมทวนยืนหยัดสายตานั้นสาดประกายแสงเจิดจ้าของอัสนี ดุจเทพสายฟ้าบนสรวงสวรรค์ ท่าทางของมันดูองอาจมากดูโดดเด่นเกินกว่าใคร ๆ ในยามนี้

             

            ไร้ซึ่งเสียงใด ๆ นอกจากเสียงของหญิงสาวเมื่อครู่ชัดแล้วว่าพวกมันตกใจเป็นอันมากพวกมันไม่คิดว่าเด็กเข้าใหม่จะมีศักยภาพมากถึงเพียงนี้

             

            “เด็กคนนี้ต้องเป็นศิษย์ข้า !” จ้าวหอสงครามเอ่ยขึ้นมาทันทีมันกลัวว่าผู้อื่นจะแย่งศิษย์กับมัน ผู้อาวุโสที่ตั้งใจจะรับซ่งจิ่นติ้งเป็นศิษย์หลังการประลองก็ตะลึงเช่นนี้แล้วพวกมันก็หมดสิทธิ

             

            สายตาทุกคนไปตกอยู่ที่จูเหยียน “เช่นนี้แล้วคู่ของเขาคงไม่ธรรมดา”เมื่อจูเหยียนรับรู้ถึงสายตาพวกนั้นที่จ้องมามันก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกในใจกลับร่ำร้อง “บ้าเอ๊ย ! เจ้าบ้านั่นดันแสดงพลังเช่นนั้นออกมาได้อย่างโดดเด่นแล้วข้าผู้นี้จะทำเช่นไร ?” จูเหยียนทำทีเคร่งขรึมตามซ่งจิ่นติ้งไปในมือก็กำดาบของมันแน่น

             

            มันไม่อาจทำให้ตระกูลจูขายหน้า !

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271