3
“ไม่เมื่อยบ้างหรือไงต้นหลิว”คมน์ถามพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดัง อยู่ในลำคอเมื่อเห็นพรรณธรนั่งหน้าตาหงิกงอ ั้แ่ก้าวขึ้นบนรถ ริมฝีปากจิ้มลิ้มก็ขมุบขมิบไม่ยอมหยุดอีกทั้งศีรษะทุยก็ตวัดส่งค้อนมาให้เป็ระยะอย่างไม่กลัวว่าคอจะเคล็ด
พรรณธรเชิดขึ้นสูงและมองคมน์ด้วยหางตาริมฝีปากอิ่มแบะออก “เมื่อยหรือไม่ มันก็เื่ของต้นหลิว พี่คมน์ไม่ต้องมายุ่งเลยรีบๆ ขับรถไปให้ถึงบ้านเร็วๆ ก็แล้วกัน ต้นหลิวเหม็นขี้หน้าพี่จะตายอยู่แล้ว”
“อ้าว! พี่ถามดีๆ นะ ต้นหลิวมารวนพี่ทำไม” ชายหนุ่มถามน้ำเสียงรื่นเริงความจริงระยะทางจากโรงแรมไปถึงบ้านเขาไม่ไกลเลย ขับรถจริงๆก็เพียงแค่สิบถึงสิบห้านาทีก็ถึง แต่เพราะความที่อยากอยู่ใกล้พรรณธรนานๆ เขาเลยเลือกใช้เส้นทางซึ่งจะใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วโมงและขับช้าๆเหมือนกับเต่าคลานแบบนี้อีก ระยะเวลาเดินทางจึงเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
“ก็จะรวนพี่คมน์จะทำไมละ ทีพี่คมน์ยังแกล้งต้นหลิวได้นี่”
“แกล้ง! พี่ไปแกล้งอะไรต้นหลิว” ชายหนุ่มแสร้งถามอย่างไม่รู้ไม่ชี้ใบหน้าคมคร้ามผุดรอยยิ้มตรงมุมปากด้านหนึ่ง ดวงตาคมกริบเป็ประกายพราวระยับ“ต้นหลิวพูดแบบนี้พี่น้อยใจนะอุตส่าห์ขับรถอย่างระมัดระวังเพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุ”
“อ๋อ...หรือคะไอ้ที่ทำอยู่ ไม่ได้เรียกว่าแกล้งหรือคะพี่ชายขา...” เธอยื่นมือไปหาเขา หยิบเอาหนังหนาๆเพียงแค่เล็กน้อยและบิดอย่างแรง
“โอ๊ย! พี่เจ็บนะต้นหลิว”
“อ้าว...เจ็บเหรอคะ”คราวนี้ถึงทีพรรณธรทำท่าทางเสแสร้งกลับบ้าง คิ้วคมเข้มเลิกขึ้นสูงบนใบหน้าผุดรอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปากด้านหนึ่ง ดวงตากลมโตเป็ประกายระยิบระยับ พร้อมเพิ่มแรงบิดไปอีกนิด
“ต้นหลิวนึกว่าพี่ไม่เจ็บเพราะผิวพี่หนายิ่งกว่ากระถนนลาดยาด”
เพียงแค่แวบเดียวที่หญิงสาวเผลอชายหนุ่มพารถเลี้ยวเข้าไปจอดข้างทาง พร้อมสะบัดเล็กน้อย เขาก็รวบมือเล็กเอาไว้ได้ แล้วยังใช้แรงที่เหนือนกว่าดึงรั้งร่างบอบบางถลามานั่งบนตัก
“ว้าย!! ตายแล้วพี่คมน์ ทำอะไรนะ ปล่อยต้นหลิวนะคนบ้า!”หัวใจสาวน้อยเต้นไม่เป็ระส่ำ เธอทุบและแกะมือใหญ่ออกจากเอว ใบหน้านวลผ่องร้อนผ่าวเบี่ยงหลบจมูกโด่งเป็สันที่กดลงมาบนพวงแก้มอิ่มเต็ม
ชายหนุ่มจับสองแขนเล็กเรียวไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวและอีกข้างก็ยื่นไปจับปลายคางมนให้หันหน้ามาทางเขาก่อนจะแนบริมฝีปากหนาบนวงหน้านวล สิ้นสุดตรงริมฝีปากอวบอิ่มนุ่มกดย้ำลงไปอย่างแ่เบาและนุ่มนวล และเรียกร้องให้ต้องตอบสนองกลับมา
“อือ...”พรรณธรพยายามเบี่ยงหน้าหนี “พี่คมน์! ปล่อยต้นหลิวนะ”
เขาขบเม้มริมฝีปากนุ่มพร้อมกดคลึงอย่างหนักหน่วงเรียวลิ้นสากตวัดไล้หยอกล้อเปลือกปากนุ่มและสอดแทรกแยกกลีบปากบาง ตวัดไล้ซอกซอนไรฟันกระพุ้งแก้มนุ่ม สลับท่องเที่ยวไปทั่วโพรงปากนุ่ม เกาะเกี่ยวกับปลายลิ้นเล็กที่พยายามผลักไสสิ่งแปลกปลอมออกไปแต่เมื่อสองลิ้นกระทบกันมันเลยกลายเป็ว่าสองลิ้นต่างขนาดเกี่ยวกระหวัดท่องเที่ยวไปทั่วสองปากแทน
ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอ้ากว้างขึ้นศีรษะทุยแหงนหงายไปด้านหลัง ดวงตากลมโตหลับพริ้ม หัวใจดวงน้อยเต้นแรงและเร็วลมหายใจเริ่มติดๆ ขัดๆกับไฟพิศวาสที่เร่าร้อนเหมือนกับกำลังจะสูบเอาลมหายใจออกจากเรือนกาย พรรณธรค่อยๆดึงสองมือเล็กออกจากการเกาะกุมมาลูบไล้ลำตัวกว้าง ก่อนจะโอบรอบลำคอแกร่งปลายนิ้วซอกซอนดึงทึ้งเส้นผมหนานุ่ม
“ต้นหลิวจ๋า”คมน์ร้องเรียกเสียงแหบพร่า เขาแนบริมฝีปากอุ่นไปทั่วใบหน้านวลซุกไซ้ลำคอระหงก่อนจะฝังตัวระหว่างสองเต้านุ่ม พร้อมกอดร่างบอบบางกระชับ
เขาขบกัดริมฝีปากจนได้ยินเสียงดังกรอดๆลมหายใจหอบพร่า ใบหน้าคมแดงคล้ำเพราะต้องสะกดกลั้นอารมณ์พิศวาส โกรธตัวเองเหมือนกันที่เกือบจะกลายเป็คนหื่นเข้าใกล้พรรณธรทีไรอดใจไม่ได้สักครั้ง
พรรณธรเองก็ยินยอมอยู่ในอ้อมแขนใหญ่อย่างไม่ขัดขืนเธอซบซุกใบหน้ากับบ่ากว้าง ปลายนิ้วขยับไล้เป็วงกลมอย่างแ่เบา
“ปล่อยต้นหลิวได้แล้วพี่คมน์”หญิงสาวพูดอย่างตะกุกตะกักและเบาหวิวเพราะกระดากและอาย
“ขอพี่อยู่แบบนี้อีกนิดไม่ได้หรือต้นหลิวพอไปถึงบ้านเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็ต้องแยกต้นหลิวออกจากพี่อยู่ดี”ชายหนุ่มพูดอย่างรู้ดีแก่ใจ
พ่อกับแม่อยากมีลูกสาวมากแต่เพราะแม่สุขภาพร่างกายไม่อำนวย หลังจากมีเขาแล้วหมอจึงสั่งห้ามแม่เลยได้แต่เสียใจที่ตั้งท้องไม่ได้อีก แล้วเมื่อเจอกับพรรณธร ท่านเลยทุ่มเทความรักไปให้กับเด็กน้อยมากกว่าเขาซึ่งเป็ลูกแท้ๆเสียอีก ตอนแรกๆ เขาก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาไม่ได้เหมือนกัน แต่เมื่อรับรู้ถึงเหตุผล ก็เข้าใจและทุ่มเทความรักที่มีให้กับสาวน้อยในอ้อมแขนนี้ไปอีกคน
“ต้นหลิวอายนี่คะเราก็มาทำประเจิดประเจ้อกลางถนนด้วย”
หญิงสาวก้มหน้างุดนิ้วเล็กเขี่ยกระดุมบนอกกว้างอย่างคนอยู่ไม่สุขจนกระดุมหลุดจากรังดุม ใบหน้านวลก็ยิ่งแดงก่ำเป็ผลตำลึงสุกดวงตากลมโตถึงกับเบิกกว้าง น้ำลายเหนียวๆ ติดคออกกว้างล่ำสันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่นและไรขนเส้นเล็กๆสร้างความสยิวซ่านทรวงให้เธอเป็อย่างมาก
พรรณธรอดที่จะนึกเปรียบเทียบชายหนุ่มสองคนที่เข้ามาพัวพันและสร้างความยุ่งเหยิงให้กับชีวิตไม่ได้ตฤณแพ้คมน์ั้แ่รูปหน้าที่ออกเค้าไปแข็งแกร่งแข็งกระด้างแต่อบอุ่นใจยามเมื่ออยู่ใกล้ในขณะที่อีกคนใบหน้าหล่อออกเค้าไปทางหวานแต่ยามได้อยู่ใกล้กับเต็มมีแต่ความยุ่งยากใจและไม่เป็สุขเท่าที่ควรจะเป็
เมื่อมาดูรูปร่างโครงสร้างทางร่างกายในลักษณะเกือบจะเปลือยกายตฤณมีร่างกายใหญ่โตแต่ไม่สมส่วนบางส่วนหนาเกินไปและค่อนข้างเ้าเนื้อเนื่องจากการกินอยู่อย่างดีและไม่ค่อยที่จะออกกำลังกายจนตอนนี้ไขมันเกาะจนลงพุง แต่คมน์กลับมีรูปร่างบึกบึนและสมส่วนและมีกล้ามเนื้อเป็มัดๆ
มือใหญ่ช้อนปลายคางมนให้แหงนหน้าขึ้นมองในดวงตาคมกริบนั้นมีรอยยิ้มหวานนุ่มและเว้าวอน แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยพูดสิ่งใดเ้าโทรศัพท์เครื่องเล็กจิ๋วก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับทอดถอนใจอย่างเสียดายที่อดเชยชมริมฝีปากอวบอิ่มนุ่มหวานอีกครา
คมน์ล้วงเข้าไปหยิบเ้าเครื่องสื่อสารเล็กจิ๋วออกมาโดยไม่ทันได้มองหน้าจอว่าใครเป็คนโทรหา
“สวัสดีครับ”
“คมน์...น้อง...”กมลพรรณพูดน้ำเสียงตื่นตระหนก ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือด มือเล็กปัดยากลิ่นฉุนกึกที่แม่บ้านวัยใกล้เคียงกันเอามาจ่อที่จมูกลมหายใจหอบแรง น้ำตานองหน้าเป็ความผิดของนางเองที่บังคับให้พรรณธรแต่งงานกับคนที่ไม่รักพอเผลอหลานสาวเลยหนีหายไปโดยที่คนในบ้านไม่มีใครรู้ใครเห็นสักคนเดียว
“ใจเย็นๆครับคุณย่า ฟังผมดีๆ นะครับ คุณย่าไม่ต้องห่วงน้อง ตอนนี้น้องอยู่กับผมครับ”คมน์ปลอบและบอกไป พร้อมตวัดสายตาคมดุไปยังสาวน้อยที่นั่งหน้าระรื่นโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำให้คุณย่าลมจับ เพราะความเป็ห่วงและหวาดกลัว
พรรณธรแย้มยิ้มอย่างมีเลศนัยดวงตากลมโตเป็ประกายวาววับเหมือนกับดวงตาเสือ ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย ขณะลงมือประทุษร้ายกายแกร่งอย่างรวดเร็วพลางกรีดร้องแหลมและเล็กดังไป
“กรี๊ด! คุณย่าขา ช่วยด้วยคะ ช่วยต้นหลิวด้วย ไอ้คุณพี่คมน์รังแกต้นหลิว คุณย่า!”
คมน์ทิ้งโทรศัพท์ในมือลงก่อนจะปิดปากแม่ตัวดีที่ส่งเสียงกรีดร้องจนแก้วหูลั่นเปรี๊ยะๆ
“หยุดร้องนะต้นหลิวคิดพิเรนทร์อะไรขึ้นมา ถึงได้ส่งเสียงร้องแสบแก้วหูแบบนี้หา! โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วนะเรา ยังจะเล่นเป็เด็กๆ อยู่ได้แค่ที่ทำให้คุณย่าลมจับนี่ยังไม่พออีกหรือไง”
“อือ...”ดวงตากลมโตเบิกกว้าง อึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก เพราะมือที่ปิดทับลงมาเต็มปากและจมูก เธอพยายามส่ายหนีพลางจิกทึ้งและดันมือใหญ่ให้ออกห่าง
คมน์ยื่นมือไปควานหาโทรศัพท์ที่ร่วงหล่นลงใกล้ๆกับเท้า “ขอโทษครับคุณย่า...คุณย่ายังฟังอยู่ไหมครับ” ชายหนุ่มถามปลายสายอย่างอ่อนโยนนุ่มนวลเพื่อไม่ให้คุณย่ากมลพรรณตื่นตระหนกใกับเสียงที่ได้ยิน
“คมน์...ย่ายังอยู่ลูกเมื่อกี้...”
“อ๋อ...ต้นหลิวอาละวาดนะครับแต่คุณย่าไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจัดการได้เดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้ผมจะพาต้นหลิวไปส่งที่บ้านนะครับ”
“จ๊ะ...ขอบใจจ้ะได้รู้ว่าต้นหลิวอยู่กับคมน์ ย่าก็สบายใจแล้ว คมน์จะจัดการยังไงก็ตามใจนะย่าอนุญาต” กมลพรรณอนุญาตอย่างโล่งใจ ตอนแรกก็กลัวว่าพรรณธรจะหนีไปอยู่กับตฤณถ้าเป็เช่นนั้นจริงๆ นางคงจะออกแตกตายเป็แน่ รอยยิ้มบนใบหน้าหญิงชราร่างเล็กเอนตัวอิงโซฟาตัวใหญ่
“ย่าฝากน้องด้วยนะคมน์น้องยังเด็กทำอะไรโดยไม่ทันคิด คมน์อภัยให้น้องด้วยนะลูก”
“ครับคุณย่า”คมน์รับปากและวางโทรศัพท์ในมือลง เพื่อหันมาเล่นงานแม่ตัวดีที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาคลอ แต่เขากลับไม่รู้สึกสงสารแม้สักนิดเดียวเพราะสิ่งที่หญิงสาวทำลงไปนั้นทำร้ายความรู้สึกของคนที่เขารักและให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกับเป็แม่คนที่สองมากกว่า
“ถ้าปล่อยสัญญาได้ไหม ต้นหลิวจะไม่กรีดร้องเหมือนคนบ้าขึ้นมาอีก”
พรรณธรผงกศีรษะรับหงึกๆอย่างโล่งอก เมื่อมือใหญ่หลุดหายไปจากใบหน้า หญิงสาวรีบสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆและเร็วรี่ ก่อนยกมือยันแผ่นอกกว้างให้ห่างออกไป และพยายามที่จะกลับไปนั่งตรงที่ของตัวเองเพื่อจะตกลงอะไรกับคมน์เมื่อนึกขึ้นได้ใน่ที่ชายหนุ่มกำลังคุยกับคุณย่า
“พี่คมน์คุยอะไรกับคุณย่า”หญิงสาวถามด้วยความอยากรู้ เธอยกมือขึ้นปาดร่องรอยของคมน์ที่ยังเหมือนกับประทับอยู่บนใบหน้าอย่างรังเกียจเมื่อความวาบหวิวและสยิวทรวงหายไป เพลิงโทสะทั้งหลายแหล่ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทดวงตากลมโตวาวจ้าเหมือนกับดวงตาเสือ หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอก เลิกคิ้วเข้มขึ้นสูงอย่าง้าคำตอบ
“ว่าไงคะพี่คมน์คุยอะไรกับคุณย่า”
“อยากรู้มากขนาดนั้นเลยเหรอต้นหลิวถ้าไม่รู้ จะนอนไม่หลับ หรือถ้ารู้แล้ว สัญญาได้ไหม จะไม่ร้องกรีดเหมือนกับเมื่อครู่อีก”คมน์ถามด้วยเชื่อว่าถ้าพรรณธรได้รู้ เธอจะต้องกรีดร้องและหาทางทำร้ายร่างกายเขาอีกแน่เลยต้องถามเป็การบังคับเอาไว้ก่อน
ชายหนุ่มเอนตัวอิงเบาะรถพร้อมกับสอดมือเข้าไปพักไว้หลังศีรษะคิ้วคมเข้มเลิกขึ้นสูง
แม้จะอึดอัดและหงุดหงิดกับคำถามที่ได้รับแต่เพราะอยากรู้ ทำให้พรรณธรจำต้องรับคำ แต่เธอก็เจริญพรให้ชายหนุ่มเสียยกใหญ่ใบหน้าคมหวานสะบัดค้อนให้กับชายหนุ่มวงโต ก่อนที่จะพยักหน้ารับ
“ก็ได้...”
“คุณย่าบอกว่า...”