หยางฉินเทียนใช้ทักษะรักษาฟื้นฟูเพื่อซ่อมแซมกระดูกและอวัยวะภายในที่บาดเจ็บเขาคิดว่าความเร็วที่เหนือกว่าจะสามารถเอาชนะได้ แต่เขาคิดผิดเพราะอย่างไรเสียเขาก็ต้องต่อสู้ประชิดตัว และเมื่อการโจมตีสัมผัสเป้าหมายคู่ต่อสู้ย่อมสามารถโต้กลับได้ ทำให้แผนการที่จะใช้ความได้เปรียบจากการหลบหลีกเอาชนะจึงไร้ผลในไม่กี่กระบวนท่า
ในเมื่อความเร็วไม่ได้ผลมันก็ต้องใช้กำลังกันล่ะ!
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หยางฉินเทียนที่กำลังตั้งการ์ดเดินเข้าไปหาหยางลู่เหออย่างช้าๆ เมื่อกี้ที่โดนเข้าไปหมัดหนึ่งยังแย่ แล้วนี่เขาคิดจะแลกหมัดกับผู้ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งด้านพลังป้องกันในรุ่นนี้เชียวหรือหรือว่าสมองได้รับกระทบเทือนจากการโจมตีเมื่อครู่จนเสียสติไปแล้ว?
“เจ้าจะสู้กับข้าซึ่ง ๆ หน้าเลยรึ”
“ถ้าข้าหลบการโจมตีไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยง ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าย่อมได้รับชัยชนะ เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ดี! ข้าก็เบื่อเต็มทีแล้วมาสู้กันให้จบ ๆ ไปเลย”
หยางลู่เหอไม่ออมมืออีกแล้วเขาใช้พลังเต๋าห่อหุ้มมือทั้งสองข้างเป็นระฆังทองพร้อมที่จะเผด็จศึกได้ทุกเมื่อ
“ย้ากกกกก!!”
หยางฉินเทียนใช้เคล็ดวิชาของหลี่จิ้งรวบรวมพลังฟ้าดินเข้าไปที่หมัดขวาแล้วโจมตีไปสุดกำลัง!
เปรี๊ยงงง!!
หมัดขวาเข้าปะทะหน้าอกขวาอย่างจังจนรู้สึกได้ว่าซี่โครงต้องมีการแตกร้าวสองสามซี่แต่หมัดที่หยางลู่เหอสวนกลับทำให้ซี่โครงของเขาหักไปสี่ซี่! เขาถอยมาหนึ่งก้าวเพื่อใช้พลังรักษาฟื้นฟูแม้ร่างกายของเขายังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับคู่ต่อสู้ แต่เขามีทักษะในการรักษา!ดูสิว่าใครจะอึดและถึกมากกว่ากัน!!
“ย๊ากกกกก!!”
เปรี๊ยงงง!!
ซี่โครงของหยางฉินเทียนเพิ่งผสานกันไปเมื่อกี้รอยแตกร้าวก็ยังมีอยู่ เมื่อโดนโจมตีอีกครั้งก็มิอาจต้านทานใด ๆ ได้ เขากระอักเลือดออกมาสองกำมือจากการบาดเจ็บภายในแต่ก็คุ้มค่าเพราะหยางลู่เหอซี่โครงหักไปสองซี่!
“ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะทำให้ข้าบาดเจ็บถึงเพียงนี้”ชายร่างใหญ่ตัดสินที่จะใช้วิชาประจำตระกูลเพื่อเพิ่มพลังป้องกันถึงขีดสุด “แต่ความพยายามของเจ้าคงจบเพียงเท่านี้เพราะพลังของเจ้าไม่สามารถสัมผัสตัวข้าได้อีกต่อไป!”
“ไม่ลองก็ไม่รู้!!”หยางฉินเทียนรัวหมัดใส่ระฆังทองไม่ยั้ง!
10 หมัด...
15 หมัด...
22 หมัด...
‘พลัง! พลัง! ข้าต้องการพลังมากกว่านี้!!’ หยางฉินเทียนกระหน่ำไปกี่ครั้งก็ไม่เป็นผลจนรู้สึกเดือดดาลภายในใจทันใดนั้นเองป้ายวิญญาณได้ล่วงรู้ถึงความคิดนั้นกำปั้นวานรเกิดเรืองแสงและดูดกลืนพลังฟ้าดินเพื่อเสริมพลังขึ้นมากอีกแม้หยางฉินเทียนก็เร่งพลังด้วยเคล็ดวิชาของหลี่จิ้งให้มากขึ้นจนเกินขีดสุด
“เสริมพลัง 2.5 เท่า!!”
เปรี๊ยงงง!!
ในที่สุดระฆังทองที่ไร้เทียมทานก็เริ่มแตกร้าว
“เสริมพลัง 3 เท่า!!”
เปรี๊ยงงง!!
ระฆังทองเริ่มมีรอยแตกร้าวยาวขึ้นอีก
“เสริมพลัง 3.5 เท่า!!”
เปรี๊ยงงง!!
ระฆังทองเริ่มมีรอยแตกร้าวยาวขึ้นเป็นวงกว้าง
“เสริมพลัง 4 เท่า!!”
เปรี๊ยงงง!!
ระฆังทองแตกกระจาย!! แต่การโจมตียังไม่ได้หยุดแค่นั้นหมัดที่เสริมพลังเข้าไปสี่เท่าเจาะระฆังทองเข้าไปกระแทกกลางอกของหยางลู่เหอแรงทะปะดีดชายร่างใหญ่ปลิวไปถึงขอบอัฒจันทร์ทุกคนเงียบกริบและลุกยืนดูอย่างไม่รู้ตัวเพียงแค่อึดใจเสียงเฮก็ดังลั่นอึกทึกไปทั่วทั้งสนาม
หยางฉินเทียนซึ่งมีกำลังภายในน้อยกว่าหยางลู่เหอถึงสองขั้นแม้จะต่อให้ใช้อาวุธวิญญาณก็ไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถผ่านการประลองรอบนี้ไปได้ยิ่งตอนที่คู่ต่อสู้ใช้วิชาระฆังทองห่อหุ้มร่างแม้หยางเทียนหลงเป็นคู่ต่อสู้ก็ยากจะที่เจาะผ่านเกราะป้องกันนี้ไปได้แต่หยางฉินเทียนกลับทำได้!!
หยางโม่จื่อดีใจอย่างที่สุด หากเป็นอย่างนี้ก็มีหวังมันมีความเป็นไปได้ที่หยางฉินเทียนจะเอาชนะหยางเทียนหลงและช่วยชีวิตปู่ของเขาได้อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น!
“ลูกพี่...”ท่ามกลางผู้คนที่โห่ร้องส่งเสียงเชียร์ หยางจินเป่ากับดูสงบเสงี่ยมกว่าปกติเพราะเขารู้ว่าพลังที่หยางฉินเทียนใช้นั้นมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงครั้งก่อนเพียงใช้ครั้งเดียวถึงกับสลบไปสามวัน แต่ครั้งนี้เขากลับใช้วิชานี้นับไม่ถ้วน
หยางฉินเทียนยืนขาสั่นบนลานประลองเขาไม่สามารถขยับตัวหรือพูดได้แม้แต่นิดเดียวแขนทั้งสองข้างที่เสริมพลังเกินสองเท่าเป็นแผลเหวอะหวะจนเห็นกระดูกแต่เพราะกำปั้นวานรปกปิดไว้จึงไม่มีใครเห็นถึงกระนั้นหยางจินก็พอจะคาดเดาได้จากเลือดที่ไหลออกมาจากปลายนิ้ว
‘อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว! ข้าต้องอดทนจนกว่าหยางเทียนหลงจะขึ้นมายอมแพ้ อีกนิดเดียวเท่านั้นแข็งใจไว้!!’ เขาพยายามกระตุ้นตนเองให้ยืนหยัดไปสู่รอบถัดไปแต่ทว่าร่างกายของเขาถึงขีดสุดแล้ว สายตาเริ่มพร่ามัวมืดลงเรื่อย ๆเรี่ยวแรงที่จะยืนก็หมดลงพร้อมกับความหวัง แม้จะเขาปรารถนาที่จะยืนไปจนถึงรอบต่อไปแค่ไหนตามแต่ร่างกายของเขามิอาจยืนอยู่ได้ และล้มลง ณ ที่นั้นเองเขาคงมาไกลได้เพียงเท่านี้...มันจบแล้ว