ตอนที่ 196 ทรราชนาคา
“งั้นห้องนี้ก็สมควรเป็นแค่ห้องบันทึกเรื่องราวสินะครับ เป็นเหมือนที่ปลดปล่อยความอัดอั้นของขุนนางพันธุ์ผสม” โฮโจถอนหายใจยาว แม้เขาจะได้รับความรู้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามกวาดล้างเชิงลึกมากขึ้นแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการแม้แต่น้อย
“ค่ะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลการข้ามสายพันธุ์เลย ไม่มีระบุไว้ด้วยซ้ำว่าอยู่ที่ไหน” เลโอถอนหายใจ
“แต่กำแพงฝั่งอื่นยังอ่านกันไม่ครบใช่มั้ยครับ แยกย้ายกันอ่านให้ครบก่อนเถอะครับ บางทีอาจมีเบาะแสหรือความคิดเห็นของขุนนางพันธุ์ผสมเหลือเอาไว้ก็ได้” อิซึมิให้กำลังใจ ทางด้านเพดานเองยังมีส่วนที่เห็นได้ชัดว่าขุนนางพันธุ์ผสมแปลกไปยามเขียนเรื่องราว เป็นไปได้เช่นกันว่าอาจมีเช่นนี้ที่กำแพงด้านอื่น
นิทานสำรวจรอบ ๆ ห้องนี้อย่างช้า ๆ เขาไล่อ่านเรื่องราวทุกบรรทัดอย่างละเอียด
‘ไฟกัลป์นั้นเติบโตขึ้นมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ นางอายุเพียงไม่ถึง 1ใน 10ของข้าด้วยซ้ำหากสามารถค้นพบวิถีของตนและก้าวไปในวิถีนั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว’
‘น่าริษยายิ่งนัก’
‘ทรราชนาคา กฤษณะช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ปกครองอาณาจักรของตนมานับพันปีหากกลับพ่ายแพ้ให้สตรีแห่งไฟที่เติบโตมาได้เพียงไม่นาน’
‘สายโลหิตแห่งนาคราชคงขาดสะบั้นมิอาจพบหนทางไปต่ออีกแล้ว’
‘ท้ายที่สุดแล้ววิถีแห่งอสรพิษก็มิอาจเทียบเปรียบกับวิถีแห่งไฟกัลป์ วิถีแห่งไฟกัลป์ค้นพบตำนานของตนแล้ว’
ทรราชนาคา กฤษณะ? สายเลือดนาคราช? นี่คือชื่อและตระกูลขององค์เหนือหัวรึเปล่านะ? นิทานพึมพำ ข้อมูลเรื่องขององค์เหนือหัวและราชวงศ์ก่อนนั้นถูกลบล้างโดยสตรีแห่งไฟ ไม่มีพื้นที่ของหน้าประวัติศาสตร์เหลือให้แก่ผู้แพ้
องค์ราชินีไม่เคยเอ่ยห้ามหากมีคนต้องการจะศึกษาเรื่องของราชวงศ์เก่า เพียงแต่ว่าข้อมูลนั้นไม่หลงเหลืออยู่ในอาณาจักรไฟกัลป์อีกก็เท่านั้น เธอผลาญทุกอย่างไปสิ้นภายใต้ไฟกัลป์ของเธอ หากต้องการศึกษานั้นต้องศึกษาจากภายนอก
‘ยามไฟกัลป์ขึ้นเป็นใหญ่ องค์นางพญานั้นกราดเกรี้ยวอย่างมาก ข้ายังจำได้ดีถึงคำสบถขององค์นางพญาในยามนั้น’
‘เพียงเด็กหญิงคนเดียวข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือ เพียงวิถีแห่งเพลิงอันเล็กจ้อยเท่านั้นงั้นหรือ? กฤษณะไอ้โง่ระยำเอ้ย!’
‘องค์นางพญานั้นเกรี้ยวอย่างหนัก ทรราชนาคานั้นมีสัมพันธไมตรีอันดีกับองค์นางพญา เขาไม่ปราบปรามสัตว์อสูรในเขตแดนแม้แต่น้อย ปล่อยให้มันสามารถไล่สังหารมนุษย์ได้ตามใจ’
‘องค์นางพญามอบทรัพยากรมากมายเป็นการตอบแทน ในยุคสมัยนั้นขุมกำลังขององค์นางพญายิ่งใหญ่เกรียงไกรยิ่งกว่าอาณาจักรนาคาเสียอีก’
‘แต่ไฟกัลป์ผู้สามานย์นั้นต่างออกไป หลังจากเธอกวาดล้างสายเลือดนาคราช เธอประกาศขับไล่สัตว์อสูรทั้งหมดทันที ราวกับต้องการให้เขตแดนของเธอเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์’
‘ตัวข้าเองโมโหเป็นอย่างมาก องค์นางพญาก็เช่นกัน นางประกาศสงครามอย่างรวดเร็ว หากยามนั้นข้ากลับมีความรู้สึกว่าองค์นางพญานั้นมีความรู้สึกยินดีอยู่ลึก ๆ บางทีนางอาจยินดีที่จะได้ทำสงครามยามนี้เพราะกองทัพของไฟกัลป์นั้นกำลังร่อยหรอกระมัง’
‘ไฟกัลป์พึ่งผ่านสงครามมา กองทัพของเธอบอบช้ำอย่างหนัก ชัยชนะต้องเป็นของพวกเราเป็นแน่แท้’
สงครามที่กินเวลาหลายศตวรรษ… แถมตอนเริ่มสงครามกองกำลังยังร่อยหรออีก องค์ราชินีชนะมาได้ยังไงนะ แข็งแกร่งเกินไปแล้ว.. นิทานพึมพำ เมื่อได้มาอ่านในมุมมองของศัตรูเช่นนี้เขาจึงได้เข้าใจว่าเหตุใดนางพญาผึ้งพฤกษาจึงเปิดศึก
โอกาสชนะของนางพญาผึ้งพฤกษานั้นสูงมากทีเดียว องค์ราชินีพึ่งจะผ่านศึกใหญ่มา บอบช้ำทั้งร่างกายและกองทัพ นางพญาผึ้งพฤกษาในตอนนั้นอยู่ในจุดสูงสุดทั้งพลังของตนและกองทัพ เธอไม่มีทางชนะได้เลย
กองทัพพันธมิตรก็สมควรมีส่วนมาก แต่ความแข็งแกร่งของเธอก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พันธมิตรเกิดขึ้น เธอก้าวขึ้นไปถึงระดับไหนกันแน่นะ ระดับขององค์ราชินีสามารถขีดเขียนชะตาของตนได้ตามต้องการหรือยัง ไฟกัลป์ในดวงตาของนิทานโชติช่วงยิ่งกว่าที่เคย เขามองไปยังคีตาที่อยู่ข้างกาย
เขาปรารถนาที่จะให้คีตาได้อยู่อย่างมีความสุข เขาปรารถนาการที่เขาจะได้อยู่กับคีตาไปตลอด เขาปรารถนาที่จะไม่สูญเสียสิ่งใดไปอีก
นิทานสงบสติอารมณ์เล็กน้อยยามคีตาหันมา อารมณ์พลุ่งพล่านในยามนี้ไม่ช่วยอะไร เส้นทางของเขายังอีกยาวไกล
นิทานแลบลิ้นมองหน้าเขาอย่างงง ๆ เรื่องราวเหล่านี้น่าเบื่อสำหรับมัน แถมมันก็อ่านหนังสือไม่คล่องนัก มันจึงนั่งหาวมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว เมื่อเห็นนิทานมองมามันจึงเอียงเอาหัวอันใหญ่โตไปซบ
นิทานยิ้มน้อย ๆ ลูบหัวของมันอย่างรักใคร่
เขาละสายตาจากกำแพงฝั่งนี้ ใจความนั้นหมดเพียงแค่นี้ นอกจากนั้นเป็นเพียงถ้อยคำด่าทอและให้ร้ายองค์ราชินีเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนสำคัญใด ๆ
ส่วนของฟาง หมิงคือเกี่ยวกับการประกาศสงคราม ส่วนใหญ่แล้วเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับว่าองค์นางพญาประกาศสงครามอย่างไร สัตว์อสูรใต้อาณัติเห็นเช่นไร ถ้อยคำยามกล่าว เป็นเรื่องราวที่โด่งดังในหน้าประวัติศาสตร์
ส่วนที่นอกเหนือจากที่นิทานรู้อยู่แล้วมีไม่มากนัก
‘เรานางพญาคือผู้สืบทอดจากเทพอสูรผึ้งพฤกษา จุดสูงสุดแห่งวงศ์วานแมลง ผู้ถักทอและชักใยมหาทัพ’
‘เรานางพญาไม่เพียงยินดีเป็นมิตรกับไฟกัลป์ดังเช่นที่ผ่านมา ยังยินดีแบ่งปันทรัพยากรของพฤกษาอันยิ่งใหญ่แห่งนี้เฉกเช่นเดิม หากไฟกัลป์นั้นอาจหาญขับไล่เรานางพญา’
‘เกียรติแห่งวงศ์วานแมลงไม่อาจหยาม ศักดิ์ศรีแห่งเทพอสูรมิอาจแปดเปื้อน ไฟกัลป์ต้องดับดิ้น!’
มหาศึกนั้นได้เริ่มต้นเช่นนี้เอง สัตว์อสูรนับล้านกรีธาทัพบุกเข้าอาณาจักรไฟกัลป์ที่กำลังอ่อนแอ นิทานไม่อาจทราบว่าองค์ราชินีทำอย่างไรจึงต้านไว้ได้ นอกจากนั้นยังพลิกกลับมาได้ชัยอีกด้วย
มีเรื่องราวเบื้องหลังจริง ๆ ด้วย เรื่องเกียรติพวกนี้แต่งขึ้นเห็น ๆ นิทานวิเคราะห์ เมื่อเขาได้อ่านเรื่องราวจากกำแพงฝั่งอื่นแล้วจึงสามารถจับสังเกตได้อย่างง่ายดาย นางพญาผึ้งพฤกษาก่อสงครามด้วยเหตุผลอื่น สมควรเป็นการก้าวให้สูงขึ้นไปที่ว่าไว้ เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องก่อสงครามใหญ่เช่นนี้
เทพอสูรผึ้งพฤกษา ไม่เคยได้ยินเลยแฮะ มีจริงรึเปล่านะ หรือนางพญาผึ้งพฤกษาแค่แต่งขึ้นมาเอง แต่ที่แน่ ๆ ที่สัตว์อสูรทั้งหมดเออออกันขนาดนั้นคงไม่ได้มาจากการบงการเพียงอย่างเดียว เธอสมควรมีแรงดึงดูดในฐานะผู้นำสูงทีเดียว
กำแพงฟากนี้ยังคงคลับคล้ายคลับคลากับเพดาน มีบางส่วนที่ถูกเขียนด้วยลายมือที่เต็มไปด้วยอารมณ์มากกว่าปกติจนบิดเบี้ยว โดดเด่นออกมาจากลายมือบรรจงส่วนอื่น
นิทานกวาดตาผ่าน ๆ อีกครั้ง หลังจากมั่นใจว่าตนไม่ได้พลาดสิ่งใดที่สำคัญไปก็หันไปมองกำแพงฝั่งอื่น
ส่วนที่เขาสนใจเป็นส่วนถัดมาคือพันธมิตรของเหล่าสัตว์อสูร ในสงครามครั้งนั้นแม้องค์ราชินีจะมีพันธมิตรแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางพญาผึ้งพฤกษานั้นโดดเดี่ยว ตัวเธอเองก็มีผู้สนับสนุนเช่นกัน
‘หุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยวนั้นส่งกองทัพใหญ่ที่นำโดยมหาราชราชสีห์สามเศียร เขาเป็นจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งหุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยว แม้จะน่าอายนักหากข้าก็ได้แต่ยอมรับ ผู้แสวงวิถีเช่นข้านั้นยังไม่อาจเทียบกับผู้ที่ค้นพบวิถีเช่นมหาราชราชสีห์สามเศียรได้เลย’
‘การสนับสนุนจากหุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยวนั้นคือการอำนวยพรจากฟากฟ้า ขุมกำลังนั้นแข็งแกร่งเกรียงไกร’
‘น่าแปลกที่องค์นางพญากลับดูโล่งใจแทนที่จะดีใจ ยามที่หุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยวเดินทางมาเธอนั้นมีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอสอดส่ายสายตาไปทั่ว ผ่านไปพักใหญ่เธอจึงแสดงท่าทีโล่งใจ กลับคืนสู่ปกติ’
‘เธอสั่งการได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย หากจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ข้าคาใจ องค์นางพญาผู้แข็งแกร่งหวาดกลัวสิ่งใดกัน แม้แต่สตรีแห่งไฟที่ผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วเธอยังไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย’
‘หลังจากนั้นจึงมีเผ่าใต้บาดาลเสนอตัวรับใช้ เหอะ พวกชั้นต่ำ ราชินีของพวกมันอ่อนแอกว่าองค์นางพญาไม่รู้กี่เท่า เพียงต้องการกอบโกยหากองค์นางพญาเป็นผู้กำชัยเท่านั้น’
‘เอาเถิด อย่างไรเขตแดนของไฟกัลป์นั้นก็มีส่วนที่ติดกับมหาสมุทรอยู่มาก พวกมันพอจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง’
‘แต่สายตาและท่าทางประจบสอพลอของพวกมันนั้นน่าสังเวชยิ่งนัก’
นางพญาผึ้งพฤกษากลัวบางอย่างจากหุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยว ส่วนเผ่าใต้บาดาลนั้นไม่ต่างอะไรกับการมาสวามิภักดิ์ นิทานบันทึกข้อมูลใหม่ที่ตนพึ่งได้ทราบอย่างรวดเร็ว
ถ้าเป็นแบบนั้นก็แปลว่าเผ่าใต้บาดาลน่าจะไม่ใช่ขุมกำลังชั้นบนสุดของมหาทวีป ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก น่านน้ำทั้งหมดคือเขตแดนของสองราชาโจรสลัด ไม่สำคัญว่าผิวน้ำหรือใต้น้ำ คงจะเป็นเรื่องยากหากต้องการจะสั่งสมขุมกำลังในพื้นที่ที่โจรสลัดชุกชุม
หุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยวน่าเป็นกองกำลังชั้นบนสุดเหมือนกัน ยิ่งหลังจากสงครามกวาดล้างทำให้สัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากไปอยู่อาศัยในหุบเขาด้วยแล้ว
หุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยวนั้นอาณาเขตติดกับอาณาจักรไฟกัลป์อย่างชัดเจน แถมยังเคยรบกันมาก่อน เป็นศัตรูกันอย่างชัดเจน งั้นทำไมองค์ราชินีไม่รวดกวาดล้างไปเลย?
เธออาจจะทำไม่ได้ก็ได้รึเปล่า? มีบางสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าเธออยู่ในหุบเขา? ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมมันถึงไม่ออกมาร่วมรบ? นิทานหัวแล่นเร็วจี๋ ข้อมูลใหม่ ๆ พวกนี้เยอะจนเขาต้องใช้เวลาเรียบเรียง
เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งหากก็ยังไม่ได้คำตอบ ข้อมูลยังไม่เพียงพอต่อการตัดสิน เพียงแต่สมมติฐานที่ทำให้เขาขนหัวลุกนั้นยังคงก้องอยู่ในดวงจิต
มีบางสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าสตรีแห่งไฟอยู่ในหุบเขาแห่งผู้บิดเบี้ยว เขตแดนที่ห่างจากบ้านเกิดของเขาไปเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้น
นิทานสะบัดหน้าไปมาเพื่อลบความคิดลบ ๆ ของตน ในเมื่อผ่านมากว่าร้อยปีแล้วแต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็สมควรไม่น่ากังวลนัก องค์ราชินียังคงปกปักประชาชนเช่นเคย
ในกำแพงฝั่งนี้ไม่ปรากฏอักษรที่ถูกเขียนอย่างรีบร้อนหรือเต็มไปด้วยอารมณ์เช่นฝั่งอื่น เป็นที่เข้าใจได้เพราะไม่ได้มีส่วนใดในเรื่องราวที่ผู้เขียนดูจะอัดอั้นตันใจเป็นพิเศษดังเช่นส่วนอื่น
นิทานขมวดคิ้วน้อย ๆ เขาพลันพบความผิดปกติบางอย่าง อักษรที่บิดเบี้ยวเหล่านั้นคล้ายจะจงใจเกินไปหน่อย
อ่านแยกกันแล้วจะเป็นข้อมูลลับอะไรมั้ยนะ นิทานเกิดความคิดขึ้น
เขาพยายามอ่านเรียงคำที่บิดเบี้ยวเหล่านั้นเพื่อหาว่ามีความลับอะไรอยู่หรือไม่ เมื่อไม่สำเร็จจึงปรับเปลี่ยนแนวคิด อ่านแค่ตัวอักษรหน้า สลับตัวอักษร เรียบเรียงใหม่ หากทุกสิ่งก็ไร้ประโยชน์
อ่านนิยายเยอะไปแล้วมั้งฉัน นิทานหัวเราะกับตัวเองเมื่อที่ตนคิดขึ้นมาได้นั้นเป็นแค่การฝันกลางวัน หลังจากลองอีกสองสามรอบเพื่อความมั่นใจแล้วนิทานจึงหันกลับไปสนใจเนื้อหาเช่นเคย