God of Elementals

    ตอนที่ 50 ความแค้น 1

    ตอนที่ 50 ความแค้น 1

    ไม่ได้การแล้วแบบนี้ถึงเราจะใช้พลังของราหูแต่พลังก็เพิ่มเพียงแค่ 50% เท่านั้น ไม่สามารถชนะสหัสเดชะได้แน่ๆ ลองดูหน่อยก็แล้วกัน

    นิลกาฬเข้าไปภายในจิตของตน

    ‘ราหูข้าขอยืมพลังของเจ้าอีกครี่งนึงได้หรือไม่’

    ‘ทำไมข้าจะต้องให้… จ๊ากกกกกกก’ จู่ๆก็มีพยานาคราชปรากฏออกมาบีบรัดราหู ทำมห้นางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทำให้นิลกาฬตกใจเป็นอย่างมาก

    ‘ยัง เจ้ายังไม่ทำอะไรอีกหรือไอ้หนู ข้าจะทนไม่ไหวอยู่แล้วววว’

    ‘ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูด’ นิลกาฬยังคงสงสัยว่าที่พยานาคราชปรากฏตัวออกมาแบบนี้เป็นเพราะเขายังงั้นหรือ

    ‘จ๊ากกกกก ช่วยข้าด้วย ยอมแล้วๆๆๆ ข้ายอมแล้ว ช่วยหยุดมันที’ ราหูยังคงนอนกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด

    ‘เจ้ารีบทำอะไรกับพยานาคราชที่กำลังบีบรัดนางซะ มิเช่นนั้นดวงจิตของนางจะดับสูญ’

    ‘ถึงเจ้าจะบอกแบบนั้นก็เหอะนนทกแต่ข้าไม่รู้ว่าจะควบคุมพยานาคราชยังไง’

    ‘เจ้าลองใช้ศาสตราเทวะดูสิ ข้าเห็นพยานาคราชปรากฏตัวออกมาในเวลาเดียวกันกับที่เจ้าบรรลุศาสตราเทวะขั้นที่ 2’

    นิลกาฬไม่รอช้าเขารีบให้ศาสตราเทวะทันที ร่างของเขากลายเป็นรูปปั้นทองคำ เมื่อพยานาคราชเห็นนิลกาฬที่ใช้ศาสตราเทวะ พยานาคราชค่อยๆเลื่อยไปหานิลกาฬและทิ้งให้ราหูนอนอยู่ที่พื้นอยู่อย่างนั้น เมื่อพยานาคราชเลื่อยมาถึงนิลกาฬ พยานาคราชได้ย่อขนาดตัวให้เล็กลง ขนาดตัวของมันตอนนี้พอๆกลับลูกงูตัวน้อยๆน่ารัก มันเลื่อยขึ้นมาที่ไหล่ของนิลกาฬ มันใช้หัวของมันถูไปที่คอของนิลกาฬด้วยความรัก


    เมื่อนิลกาฬเห็นพยานาคราชเชื่องกับเขาเป็นอย่างมาก ทำให้เขาไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเชื่องกับเขาแบบนี้ นิลกาฬค่อยๆปลดพลังศาสตราเทวะออกเพื่อดูว่าพยานาคราชยังคงเชื่องกับเขาอีกหรือไม่ แต่เมื่อนิลกาฬปลดศาสตราเทวะออกแล้ว พยานาคราชยังคงเชื่องกับเขาอยู่

    ‘แสดงว่าตอนที่มันปรากฏตัวออกมาทีแรก เจ้าเป็นคนอัญเชิญมันมาสินะเจ้าหนู อีกอย่างข้าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังใดๆในตัวของมันเลย แต่ข้าสามารถรับรู้ได้ว่าพยานาคราชตัวนี้มีพลังที่หน้ากลัวเป็นอย่างมาก’ นนมกอธิบายให้นิลกาฬฟัง


    เมื่อคุโระเห็นพยานาคราชย่อตัวและเลื่อยไปบนไหล่ของนิลกาฬทำให้มันโกรธเป็นอย่างมาก คุโระเองก็ย่อขนาดตัวของนางให้เล็กลงมาเหมือนกับตุ๊กตาตัวเท่าผ่ามือ และบินไปเกาะที่ไหล่อีกข้างของนิลกาฬพร้อมกับสบตากับพยานาคราช ทั้ง 2 ส่งสายตาอาฆาตใส่กัน

    ‘ถ้าพวกเจ้าทั้ง 2 ยังไม่เลิกทะเลาะกันข้าจะไม่ให้พวกเจ้าขึ้นมาบนไหล่ของข้าอีก’

    เมื่อพวกมันทั้ง 2 ได้ยินที่นิลกาฬพูด พวกมันรีบทำตาบ่องแบ๊วใส่กันทันที เหมือนประมาณว่าพวกมันทั้ง 2 เป็นพี่น้องที่สนิทกันมากๆ

    ‘ดีมาก เอาล่ะมาคุยธุระของเรากันต่อดีกว่าราหูเมื่อกี่เจ้าตกลงให้ข้ายืมพลังแล้วใช้หรือไม่’

    ‘ชิ ใครเป็นคนพูดกัน เฮ้อๆ… จ๊ากกกกก” ราหูโดนสายฟ้าจากไหนก็ไม่รู้ช็อต

    ‘กรรรรร’ พยานาคราชคำรามเสียงต่ำออกมาใส่ราหู

    ‘ก็ได้ๆ ข้ายอมแล้ว แต่เจ้ากับข้าจะต้องทำพันธสัญญาเลือดต่อกันก่อน’

    ‘หือพันธสัญญาเลือดยังงั้นหรอ’

    ‘อืมใช่ โดยต่างคนต่างทำสัญญา 5:5 คนล่ะครึ่ง เจ้าจะได้สามารถยืมพลังของข้าไปได้ตลอดเวลา ที่ข้าทำสัญญาเช่นนี้ก็เพราะว่าข้าไม่อยากโดนเจ้าควบคุม และข้าก็ไม่สามารถควบคุมเจ้าเช่นกันเพราะถ้าข้าทำแบบนั้นข้าได้ดับสูญเป็นแน่ ว่ายังไงเจ้าจะตกลงหรือไม่’

    ‘ได้ข้าตกลง’


    นิลกาฬและราหูต่างคนต่างกัดไปที่นิ้งโป่ง ทั้ง 2 นำเลือดบนนิ้งโป่งมาว่างบนหว่างคิ้วของแต่ล่ะฝ่าย

    ‘เจ้าพูดตามข้าด้วยล่ะ’

    ‘อืม’

    ““ข้าแต่องค์เทพราหู หนึ่งในองค์เทวนพเคราะห์ทั้ง 9 ข้าขอทำสัญญาขอยืมพลังของท่านองค์เทพราหูแห่งดาวมฤตยู เพื่อทำลายศัตรูของข้าให้สิ้นไปด้วยเถิด””


    “อุ๊บ” นิลกาฬร้องออกมาด้วยความตกใจบนหลังมือขวาของปรากฏเป็นรูปรอยสักสีดำเป็นรูปหลุมดำ

    ‘เท่านี้ก็ทำสัญญาเสร็จเรียบร้อย แต่ว่านะไอ้หนูเมื่อพลังของเจ้าเพิ่มขึ้นพลังของข้าเองก็จะเพิ่มขึ้นตามเจ้าเช่นกัน หวังว่าเจ้าคงไม่ว่าอะไรนะ’

    ‘ใครจะกล้าว่าองค์เทพได้ล่ะ แค่เจ้าให้ข้ายืมพลังก็ขอบคุณมากๆแล้ว เอาไว้โอกาศหน้าข้าจะนำโอเลี้ยงมาถวายให้เจ้าก็แล้วกัน’

    ‘เจ้าว่าเช่นใดนะ โอเลี้ยงยังงั้นหรือ’ ดวงตาของราหูเปล่งประกายทันทีเมื่อได้ยินนิลกาฬพูดว่าโอเลี้ยง

    ‘ใช่โอเลี้ยง ตามตำนานของโลกข้า ข้าจำได้ว่าองค์เทพราหูของมักจะชอบอาหารของดำ แต่ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะชอบจริงๆ เช่นนั้นข้าจะจัดฟลูคราสเมนูอาหารของดำให้เจ้าเอง เจ้าพอใจไหม’

    ‘ฮ่าๆ~ มันช่างยาวนานเหลือเกินที่ข้าไม่ได้กินของดำ เช่นนั้นข้าขอฝากเจ้าด้วยนะนิลกาฬ’ ราหูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทันทีเมื่อรู้ว่านิลกาฬจะนำของมาถวายให้แก่นาง

    ‘เจ้านิช่างเอาใจหญิงสาวเก่งจริงๆ หึ~’ นนทกสะทบออกมาเบาๆ แต่นิลกาฬสามารถได้ยินที่นางพูดแต่เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา


    หลังจากที่นิลกาฬสามารถยืมพลังของราหูมาใช้ได้ 100% แล้วนั้นเขาไม่รอช้าทันที นิลกาฬออกมาจากจิตของเขาแล้วเรียกใช้พลังเทพยักษาทันที


    หลังจากที่นิลกาฬออกไปภายนอกจิตของตนแล้ว จู่ๆภายในจิตก็ปรากฏแสงสีทองส่องสว่างไสวออกมา

    ‘นิแกยังไม่ไปจากจิตอีกหรอธรรมโชติ’

    ‘ที่โยมเห็นในตอนนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของจิตอาตมา ถ้าโยมได้เห็นจิตของอาตมาแล้วนั้นแสดงว่าในตอนนี้โยมได้ยอมรับในตัวนิลกาฬแล้ว อาตมามาเพื่อบอกแก่โยมราหูว่า จริงๆแล้วนิลกาฬคือร่างอวาตาลเกิดใหม่อีกครึ่งหนึ่งของเจ้าที่โดนพระวิษณุตัดออกไป เมื่อโยมและนิลกาฬสามารถยอมรับในตัวตนซึ่งกันและกันได้ เมื่อนั้นโยมทั้ง 2 จะสามารถใช้พลังที่แท้จริงได้ ที่จิตอาตมามาปรากฏนั้นเพียงเพื่อมาบอกความจริงข้อนี้แก่โยมเท่านั้น หลังจากนี้ก็แล้วแต่โยมอาตมาขอตัวก่อน’ ร่างของพระอาจารย์ธรรมโชติค่อยๆเลื่อนหายไป

    ‘เดียวก่อน อย่างพึ่งไป ทำไมแกถึงมาบอกเรื่องกับข้า ไม่กลัวว่าข้าจะบังคับยึดร่างของนิลกาฬหรอ’

    ‘เรื่องนั้นก็แล้วแต่โยมจะกระทำ ที่อาตมาบอกแก่โยมนั้นมันเป็นประสงค์ของพระพุทธเจ้า~’ หลังจากนั้นจิตของพระอาจารย์ธรรมโชติก็หายไป

    ราหูเองก็กำลังคิดถึงคำพูดที่พระอาจารย์ธรรมโชติบอก



    บรึ๊ม~


    เมื่อทั้งนิลกาฬและสหัสเดชะปลดปล่อยพลังออกมาทำให้ภูเขาดวงตะวันร้อนแรงไม่สามารถทนพลังที่ทั้ง 2 ปลดปล่อยออกมาได้ทำให้ภูเขาระเบิดออกมาทันที


    นิลกาฬเมื่อปลดปล่อยพลังเสร็จเขาพุ่งไปหาสหัสเดชะและต่อยไปที่ท้อง ทำให้สหัสเดชะกระเด็ดไปชนกำแพงแต่กำแพงไม่สามารถรองรับพลังของนิลกาฬได้ ทำให้สหัสเดชะกระเด็นลอยผ่านกำแพงทะลุออกไปด้านหน้าภูเขาทันที


    บรึ๊ม~


    ภูเขาตะวันร้อนแรงระเบิดออกมากลายเป็นเศษก้อนหิน สหัสเดชะก็ลอยออกมานอกฐานที่มั่นเช่นกัน นิลกาฬเองก็ตามออกมาติดๆ นิลกาฬหลบการโจมตีของสหัสเดชะได้ทั้งหมดเนื่องจากสหัสเดชะที่ปล่อยให้พลังคราบงำทำให้เขาไม่มีสติสัมปชัญญะ มีเพียงแต่สัณชาตญาณของอสูรกายเท่านั้น


    เมื่อสหัสเดชะไม่สามารถโจมตีนิลกาฬได้ มันได้ไล่ตามโจมตีนิลกาฬอย่างหนัก แต่ยิลกาฬก็ยังสามารถหลบการโจมตีได้ทั้งหมด


    นิลกาฬใช้สัมผัสจักรวาลตรวจดูภายในรัศมีรอบๆ 10 กม. ว่ามีคนหรือไม่ เขาพบว่าทางด้านเหนือของภูเขาตะวันร้อนแรงไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ภายในรัศมี 5 กม.


    เมื่อนิลกาฬล่อสหัสเดชะมาถึงที่หมาย นิลกาฬไม่รอช้าพุ่งเข้าไปโจมตีสหัสเดชะทันที


    ปัง ปัง ปัง ปัง~


    ทุกหมัดที่นิลกาฬต่อยไปนั้นไม่สามารถทำอะไรสหัสเดชะได้เลย

    “อะไรจะถึกขนาดนี้”

    “ย๊ากกกก” สหัสเดชะเหวี่ยงแขนมาทางนิลกาฬ แขนที่เหวี่ยงมารวดเร็วเป็นอย่างมากทำให้นิลกาฬไม่สามารถตอนสนองได้ทัน


    ปัง~


    ร่างของนิลกาฬกระเด็นไปไกลกว่า 500 เมตร ยังดีที่นิลกาฬยังสามารถยกแขนขึ้นมากันได้ทัน ไม่อย่างงั้นคงจะเจ็บหนักเป็นแน่


    สหัสเดชะเองเมื่อมันสามารถโจมตีนิลกาฬได้ เขายิ้มออกมาด้วยความดีใจและพุ่งเข้าโจมตีนิลกาฬต่อทันที แต่ในครั้งนี้สหัสเดชะได้เรียกดาบออกมาจาก มิติและฟันใส่นิลกาฬ

    “แย่แล้วดาบต้นชี้ตายปลายชี้เป็นนิ “ศาสตราเทวะ” “เกราะทมิฬ”

    ทั้ง 2 วิชาได้ผสมผสานกันจนกลายมาเป็นรูปปั้นทองคำดำ

    “ปางมารวิชัย” มือ 2 ข้างขนาดใหญ่ทองคำดำโผล่ออกมากลางอากาศ มือทั้ง 2 ข้างผสานกันรับดาบของสหัสเดชะ ทำให้ไม่สามารถฟันมาถึงตัวนิลกาฬ แต่นิลกาฬเองก็ใช้แรงเกือบทั้งหมดในการรับดาบเอาไว้


    นิลกาฬไม่เชื่อว่าสหัสเดชะเมื่อถูกจิตของยักษ์ควบคุมแล้วจะมีพลังมหาศาลขนาดนี้ นิลกาฬรู้สึกว่าแรงฟันของดาบเบาลง แต่เมื่อเขาหันไปมาที่มือทั้ง 2 ข้าง พบเพียงแค่ดาบอย่างเดียวส่วนสหัสเดชะได้หายไปจากสายตาของเขาแล้ว


    ปัง~


    สหัสเดชะพุ่งเข้ามาจากทางด้านขวาและต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของนิลกาฬเต็มๆ จากแรงปะทะทำให้ฝุ่นกระจุยกระจายไปทั่ว สหัสเดชะได้แสยะยิ้มออกมาแต่เมื่อเขาสามารถสัมผัสได้ว่านิลกาฬไม่ได้ขยับออกไปจากตรงที่เขาต่อยเลยทำให้สหัสเดชะตกใจเป็นอย่างมาก

    “ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าเจ้าไปเอาพลังมากมายมาจากไหนที่แท้ก็เป็นพลังของดาบนิเองเมื่อเจ้าไม่ได้ถือดาบวิเศษก็ไม่ปัญญาทำอะไรได้สินะ กัดฟันดีๆล่ะสหัสเดชะเพราะมันอาจจะเจ็บนิดหน่อยเพื่อทำให้ร่างยักษ์ของเจ้าสงบลง”


    ปัง~


    นิลกาฬใช่หมัดของเขาต่อยไปที่ท้องของสหัสเดชะ


    ปัง ปัง ปัง


    นิลกาฬต่อยสหัสเดชะแบบลั่วๆ เมื่อสหัสเดชะเห็นว่าเขาไม่สามารถสู้นิลกาฬได้ทำให้เขาโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น

    “ย๊ากกกก”


    บรึ๊ม~


    สหัสเดชะระเบิดพลังออกมาผลักนิลกาฬให้กระเด็นออกไป

    “ก…แก ข…ข้าจะ ฆ…ฆ่าแก ห…ให้จงได้ ต…ต่อให้ ล…แลกด้วยชีวิต ข..ข้า ก…ก็ยอม” ร่างของสหัสเดชะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น เขาบนหน้าผากก็ค่อยๆ ยาวขึ้น ยาวขึ้น พลังของเขาก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน


    ““ไม่ดีแน่”” นนทกและราหู พูดพร้อมกัน

    ‘มีอะไรไม่ดียังงั้นหรอ’

    ‘เจ้าหนู เจ้าหมอนั้นต้องการแลกพลังชีวิตของตนเพื่อกลายเป็นอสูรยักษ์จริงๆ พลังของมันจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า เจ้ามีเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เจ้าจะต้องจัดการมันให้ได้ก่อนที่พลังชีวิตของเขาจะหมดลง ไม่เช่นนั้นเขาจะจบชีวิตลงในฐานะมนุษย์และกลายเป็นอสูรตนนั้นขึ้นมาจริงๆ ถึงพลังของมันจะไม่เท่ากับแต่ก่อน แต่ก็สามารถทำลายก็อตโทเปียเขต 1 ได้อย่างสบายๆ เจ้าต้องรีบแล้ว เจ้าหนู’ นนทกอธิบายให้นิลกาฬฟัง

    ‘แล้วจะให้ข้าทำยังไง ขนาดแค่ตอนเป็นร่างกึ่งยักษ์ข้ายังต้องใช้ทั้งศาสตราเทวะและสสารมืดเลยถึงจะรับมือได้ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นยักษ์จริงๆไปแล้ว ข้าจะรับมือได้ยังไง’

    ‘มีอยู่วิธีนึง แต่ข้าไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่’ ราหูพูดออกมา



    ปล.ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พึ่งจะมาลงตอนใหม่ กว่าจะเคลียงานเสร็จ งานเก่าพึ่งเสร็จไม่ทันไรงานใหม่มาอีกแล้ว T_T