ตอนที่ 8
“นางรองรับ ‘น้ำพิสุทธิ์แห่งราคะ’ จากข้าไปถึงสามครา…และรอบสุดท้ายนี้ ข้าจงใจอัดฉีดมันเข้าไปจนล้นปรี่ให้สมกับเป็เบี้ยล่างชั้นยอด” เสียงแหบพร่าของชายผู้นำชัยกล่าวอย่างโอหัง
เขาผละกายลุกขึ้นจากร่างที่นอนทอดกายระทดระทวยอย่างหมดสภาพ…ไร้สิ้นซึ่งสง่าราศีแห่งพาลาดินผู้สูงส่ง บัดนี้เธอหลงเหลือสถานะเป็เพียงเครื่องบรรณาการแห่งชัยชนะ ที่นอนรอรับชะตากรรมอยู่บนเตียงอันชุ่มโชกไปด้วยคราบคาว
ดวงตาที่ฉายแววอำนาจดิบเถื่อนระคนความพึงพอใจ กวาดสายตาไล่โลมเลียเรือนร่างเปลือยเปล่าของจิณอย่างจาบจ้วง ราวกับกำลังประเมินค่าสินค้าชิ้นงามที่เพิ่งถูกใช้งานจนหนำใจ
“สมกับเป็สัตว์ร้ายที่น่าล่า!! ข้าพร้อมจะรีดเร้นไปจนกว่าแสงแห่งวันใหม่จะมาถึงเลย!!” เขาแสยะยิ้มไปหาพวกพ้อง ราวกับกำลังโอ้อวดสมบัติล้ำค่า
“ตาข้าแล้วสินะ” ชายอีกคนกล่าวเสียงต่ำ เขากระชากร่างของจิณที่นอนทอดกายอย่างไร้ทางสู้…ดวงตาเหม่อลอยไร้ประกายแห่งอัศวิน ให้พลิกคว่ำลงอย่างหยาบช้า เผยให้เห็นส่วนที่บอบช้ำที่สุดของพาลาดินต่อแสงสลัวของห้อง
ทันใดนั้น…แก่นกายที่แข็งขึงและหยาบโลนราวกับท่อนซุงั์ ก็ตอกอัดกระแทกสวนเข้าไปใน ช่องทางที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบคาวและกำลังบวมเป่ง อย่างอำมหิตโดยไร้ซึ่งความปรานี!!
ร่างระหงของพาลาดินสาวสะดุ้งเฮือกจนตัวโก่งโค้ง กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเขม็งด้วยความเ็ปเจียนตาย การถูกรุกรานซ้ำลงบนจุดที่ระบมหนักจากการกรำศึก ทำให้ความทรมานแล่นพล่านราวกับถูกลิ่มเหล็กตอกย้ำลงบนปากแผลสดๆ
เสียงกรีดร้องของเธอขาดห้วงจุกอยู่ที่ลำคอ ั์ตาเบิกโพลงเมื่อรับรู้ถึงความป่าเถื่อนที่กำลังบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับ
ภาพของพาลาดินผู้สูงศักดิ์ในยามนี้ ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายตัวเมียที่กำลังถูกผสมพันธุ์อย่างไร้เกียรติ!! ความอัปยศที่มองเห็นได้นั้นตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธออย่างสมบูรณ์
“อ๊าาา!! เจ็บ…มันเจ็บ!!” จิณกรีดร้องอย่างโหยหวนเมื่อต้องรองรับขนาดมหึมาที่ตอกอัดเข้ามา
ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความทรมานแสนสาหัส มันไม่ใช่เพียงความเ็ปทางกายภาพที่ฉีกกระชาก…แต่มันคือการถูกย่ำยีที่บาดลึกลงไปทำลายจิติญญาของเธอจนย่อยยับ
“หึ!! นางฟ้าอย่างเ้า…ชอบให้ข้ากระแทกจากทางด้านหลังใช่ไหมล่ะ?” เสียงเย้ยหยันดังขึ้นชิดใบหูที่แดงก่ำของเธอ
“ไม่!! หยุดนะ!!” จิณตอบกลับด้วยเสียงที่แ่พร่าและแตกหัก ราวกับคำสั่งที่ไร้เรี่ยวแรง
ทว่าในห้วงลึกของจิติญญาที่กำลังถูกความมืดเข้าครอบงำ กลีบเนื้อที่บอบช้ำกลับเริ่มบีบรัดอย่างเชื่องช้า…และความรู้สึกสุขซ่านที่ต้องห้ามก็เริ่มกัดกินเข้าสู่แก่นกลางของเธออย่างไม่อาจปฏิเสธ
ตู้มมม!!
เสียงกัมปนาทกึกก้องราวก้องฟ้าถล่มทลายลงตรงหน้า!! บานประตูไม้เนื้อหนาถูกพลังอำนาจที่มองไม่เห็น ะเิแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยพุ่งปลิวว่อนด้วยความเร็วดุจะุปืน!!
แรงอัดอากาศมหาศาลซัดร่างของชายอีกคนที่นั่งพักอยู่บนเก้าอี้จนปลิวกระเด็นหงายหลัง ใบหน้าถูกเศษซากประตูอัดเข้าเต็มรักจนเืสาดกระเซ็น ล้มคว่ำไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพชโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
ท่ามกลางฝุ่นควันที่คละคลุ้งและบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ…เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดของโถงทางเดินอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นดุจราชสีห์
เซเวียร์…าาแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่ ยืนตระหง่านขวางทางออก เรือนร่างกำยำเปลือยเปล่าที่สมบูรณ์แบบราวรูปสลักเทพเ้า เต็มไปด้วยเหงื่อไคลและกลิ่นอายคาวโลกีย์จากการเสพสมกับอิสตรีอื่นมาหมาดๆ ยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนให้ทวีคูณ
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดมิใช่ร่างกายนั้น…หากแต่เป็ดวงตาสีโลหิตวาวโรจน์ที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสรรพสิ่งให้เป็จุณ!!
“ไอ้พวกสวะชั้นต่ำ!! บังอาจมากที่กล้าแตะต้อง 'สมบัติ' ของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต!!”
เซเวียร์คำรามก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความเดือดดาลที่สมบัติของตนถูกย่ำยีโดยผู้อื่น
ชายผู้ที่กำลังกระแทกจิณอยู่ด้านหลังถึงกับชะงักงันด้วยความตื่นตระหนก ความสุขซ่านเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัว
“แกเป็ใครกันวะ!!”
เสียงตวาดด้วยความเจ็บแค้นดังสวนออกมาจากชายที่กระเสือกกระสนยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล…มือสั่นเทากุมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและชุ่มโชกไปด้วยเืสดๆ
“ไม่มี 'สวะ' ตนใดได้รับอนุญาตให้ตัดหน้าข้า…และพราก 'ความบริสุทธิ์' อันน่าเย้ายวนนั้นไปจากของเล่นที่ข้าหมายตา!!”
เซเวียร์ไม่แยแสเสียเห่าหอน…ยิ้มเยือกเย็นเผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบ
"เดี๋ยวๆ ไม่ใช่เวลานี้สิ" ชายที่กำลังรุกรานจิณอยู่บนเตียงร้องขอเวลานอก ด้วยความตื่นตระหนกปนความเสียดายอย่างไม่เข้าเื่
เซเวียร์หาได้แยแสต่อคำวิงวอนอันน่าสมเพชนั้นไม่…ร่างสูงทะยานเข้าประชิดตัวในชั่วพริบตา ก่อนจะเหวี่ยงหมัดเสยเข้าปลายคางของชายที่ยังคงฝังแก่นกายคาอยู่ในร่างของจิณอย่างถนัดถนี่
เปรี้ยง!!
หมัดที่หนักหน่วงดุจค้อนั์อัดกระแทกจนหน้าหงาย ส่งร่างสวะผู้นั้นให้ลอยละลิ่ว กระชากอาวุธที่กำลังเชื่อมต่อให้หลุด 'พรวด' ออกมาจากร่องรักของพาลาดินสาวอย่างรุนแรง ก่อนจะปลิวตกเตียงไปนอนกองกับพื้นเหมือนตุ๊กตาที่สายเชือกขาด
“ข้าจะมอบความตายทั้งเป็ให้พวกเ้า…ให้ลิ้มรสความอัปยศที่กัดกินิญญา ยิ่งกว่าที่พวกเ้าทำกับนาง!!”
จากนั้นเซเวียร์กระโจนข้ามร่างของจิณที่หมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงอย่างแ่เบาแต่เฉียบคม ฝ่าเท้าแข็งแกร่งดุจเหล็กฟาดเข้าเต็มใบหน้าของชายผู้โชกเื เสียงกระดูกแตกดังลั่น ก่อนร่างนั้นจะปลิวกระเด็นชนผนังจนห้องะเื
ท่วงท่าที่ยืนตระหง่านของเซเวียร์ในยามนี้…ช่างดูสง่างามผสานความอำมหิต ประดุจเทพเ้าแห่งหายนะที่จุติลงมาเพื่อพิพากษา…ลงทัณฑ์เศษสวะชั้นต่ำที่บังอาจใช้มือสกปรกแตะต้อง ‘สมบัติ’ ส่วนตัวของเขา
“เ้ากล้าทำลายนางงั้นหรือ?” เสียงแวมไพร์หนุ่มก้องต่ำ เย้ยหยันอย่างผู้เหนือกว่า
เขาชำเลืองมองศัตรูที่พยายามยันตัวลุกขึ้นจากพื้น เืเปื้อนเต็มมุมปาก
“แตะต้องสมบัติของข้าตรงไหน…ก็จงชดใช้ด้วยอวัยวะตรงนั้น!!”
เสียงคำรามของเซเวียร์กระแทกออกมาจากอกดั่งเสียงฟ้าผ่า ก่อนเงาเท้าของเขาจะพุ่งเข้าใส่โดยไม่ลังเล
และนั่นก็เป็ครั้งสุดท้ายที่เศษสวะผู้อาจเอื้อมได้เป็ชายเต็มตัว เซเวียร์เดินเข้าไป กระทืบ…กระทืบ…กระทืบ!! อย่างบ้าคลั่ง จน ‘พวง์’ และ ‘หนอนด้อยค่า’ แหลกเหลวคาฝ่าเท้า กลายเป็เพียงเศษเนื้อบดผสมเืที่น่าสะอิดสะเอียน
เสียงร้องโหยหวนของชายผู้นั้นถูกกลืนหายไปในลำคอด้วยความเ็ปที่เหนือจินตนาการ
เซเวียร์เดินถอยออกมาจากซากที่แหลกเหลวและเปื้อนคาวอย่างไม่ยี่หระ
สายตาเ็าของเขาหันไปจับจ้องชายอีกคนที่ยังคงกลิ้งเกลือกอยู่ข้างเตียง ซึ่งกำลังตื่นตะลึงจนสติแทบขาด เมื่อได้ประจักษ์กับภาพสยดสยองของเพื่อน…ที่ถูกบดขยี้ความเป็ชายจนแหลกเหลวและสิ้นสติไปต่อหน้าต่อตา
"ได้โปรด…อย่าทำข้า!! ข้าขอโทษ…ข้าผิดไปแล้ว!!" ชายหนุ่มวิงวอนด้วยเสียงที่แตกพร่าและน่าสมเพช
ความหวาดกลัวเข้ากัดกินจนอำนาจควบคุมร่างกายหลุดลอย…น้ำเหม็นๆ สีเหลืองจึงพรั่งพรูออกมา สร้างร่องรอยน่ารังเกียจบนพื้นไม้สกปรก ราวกับเป็การชำระบาปที่ต่ำต้อยที่สุด ต่อหน้าพระพักตร์ของาาผู้เหี้ยมโหด
“โฮ่…ขนาดใช้ได้นี่หว่า ดูโอฬารผิดกับหน้าตาโง่ๆ ของเ้าเลยนะเนี่ย” เซเวียร์หยอกล้ออย่างมีเลศนัย
สายตาของเขาจ้องมองไปยังสิ่งที่ยังคงตั้งชันอย่างสั่นเทาของชายผู้นั้น
“แต่น่าเสียดาย…ที่มันดันมาอยู่ต่อหน้า ‘มหาศาสตรา’ ของราชันอย่างข้า…มันเลยดูเป็แค่ไม้จิ้มฟันไปเลยว่ะ!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
าาแวมไพร์แสยะยิ้มอำมหิตด้วยความทะนงตนอย่างถึงที่สุด
การเย้ยหยันนี้มิใช่เพียงแค่การดูถูก แต่เป็การตอกย้ำถึงความเหนือกว่าในทุกมิติ ทั้งอำนาจ รูปลักษณ์…และสมรรถภาพทางเพศเหนืุ์ชั้นต่ำอย่างสิ้นเชิง
เซเวียร์เดินเข้าไปใกล้ ฉุดมืออันสั่นระริกของชายผู้นั้นให้ลุกขึ้นยืน
“เ้ามีของดีที่เป็รองเพียงข้า” เสียงกระซิบที่น่ากลัวและเต็มไปด้วยเลศนัยนั้น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มสั่นสะท้านหนัก ราวกับสัตว์ร้ายกำลังหายใจรดต้นคอเหยื่อ
“งั้นให้ข้าเก็บมันไว้เถิด…” ชายหนุ่มวิงวอนเสียงแ่…หวาดกลัวจับใจ…ไม่อยากจะมีจุดจบที่น่าอนาถและต้องมาสิ้นสภาพความเป็ชายเยี่ยงเพื่อนของเขา
"เนอะ…ทำลายไปมันก็น่าเสียดาย" เซเวียร์กล่าวอย่างเห็นด้วย ก่อนจะตบไหล่เขาเบาๆ คล้ายจะปลอบใจ เป็การให้ความหวังปลอมๆ ที่โหดร้ายที่สุด
ชายหนุ่มที่ตามเกมไม่ทันพยักหน้าตามอย่างโง่งม
“แต่ไอ้ตุ้มถ่วงน้ำหนักสองลูกนี่…มันรกหูรกตาข้าชะมัด!!”
ทันใดนั้น มือแกร่งก็คว้าหมับเข้าที่จุดยุทธภูมิ
“ข้าช่วยเอาออกให้จะได้ตัวเบาขึ้นนะ เ้าสวะ!!”
ผัวะ!!
ความเ็ปรวดร้าวที่แล่นพล่านราวกับถูกสายฟ้าฟาด พุ่งทะลวงเข้าสู่สมองจนขาวโพลน!!
สติของชายผู้นั้นดับวูบลงในทันทีเพื่อหนีความทรมาน ร่างกายชักกระตุกเกร็งก่อนจะทรุดฮวบลงกองบนเตียง…ปิดฉากความเป็ชายลงอย่างถาวร ต่อหน้าสมบัติล้ำค่าที่บังอาจเอื้อมมือแตะต้อง
“แหม…ข้าก็แค่ช่วย 'รีไซเคิล' พวกเครื่องมือที่เสื่อมสภาพให้กลายเป็ 'ปุ๋ย' ชั้นดีเท่านั้นแหละ!! นี่แหละคือการแสดงความรับผิดชอบต่อโลกอันงดงามของข้า!! ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
รอยยิ้มของเซเวียร์บิดเบี้ยวไปพร้อมเสียงหัวเราะต่ำ เขายืนเท้าเอวท่ามกลางกลิ่นเืเหมือนเทพแห่งความวิปลาสชื่นชมผลงานตนเอง
บรรยากาศอันโเี้ในห้องดับสิ้นลงแล้ว ทว่าชีวิตที่แตกสลายของพาลาดินสาว…เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
“นี่เป็โอกาสดี…เ้าควรจะฉวยมันไว้” จิณเอ่ยเสียงแ่
ดวงตาที่เคยเปล่งประกายศรัทธาบัดนี้มีเพียงเงามืดและการยอมจำนนต่อชะตา
เธอไม่คิดขอบคุณ…มีเพียงแววตาที่บอกว่าเธอพร้อมจะปล่อยให้ ‘ความมืด’ กลืนกินทุกสิ่งที่ยังเหลืออยู่ เกียรติยศ ศรัทธา…และแม้กระทั่งตัวตนที่เคยบริสุทธิ์ของเธอ
“ใส่ซะ”
เซเวียร์โยนเสื้อที่คว้ามาได้จากในห้องให้เธอ
“ข้าคือาา ไม่ใช่นักฉวยโอกาส…และยิ่งไม่ใช่ชายที่จะลดตัวลงข่มเหงสตรีใด” เสียงของเขานุ่มลึกแต่เด็ดขาด
ดวงตาคมดั่งเปลวเพลิงในรัตติกาล ทั้งน่ากลัวและน่านับถือในคราเดียวกัน
จิณแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน ระหว่างความเกลียดและความหลงเหลือของศรัทธา มีบางอย่างในอกเธอกำลังสั่นไหวอย่างไม่อาจห้าม
“ข้ามองเ้าผิดไปสินะ”
จิณกระซิบเสียงแ่ พลางสวมเสื้อปิดาแที่ยังแสบร้อน
“ถ้าจะเป็สุภาพบุรุษต่ออีกสักหน่อย…ก็ช่วยเก็บเื่ในคืนนี้ไว้เป็ความลับด้วยเถิด”
“เ้าสบายใจได้…ข้าจะเก็บความลับของคืนนี้ไว้ แต่จงจำไว้ว่าความมืดไม่เคยลืมใครง่ายๆ”
เซเวียร์พยักหน้าอย่างโอหัง ราวกับว่าการเก็บความลับของพาลาดินสาวนั้นเป็เพียงงานอดิเรกที่ไม่สลักสำคัญ
“พอจะทำให้หัวสมองของเ้าหายสับสนได้บ้างไหม?”
เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส พร้อมทั้งเบือนหน้าหนีจากซากที่น่ารังเกียจ
“เวลาข้ามีค่าเกินกว่าจะมานั่งดูเศษสวะพวกนี้ชักดิ้นชักงอ”
เขาหันหลังให้ทุกความวิปลาสที่เกิดขึ้นอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะก้าวเท้าเปลือยเปล่าเหยียบลงบนพื้นสกปรก ราวกับไม่รู้สึกรังเกียจในคาวเืเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าของเขาเริ่มเลือนหายไปในความมืดของทางเดินที่มุ่งหน้าออกไปจากห้องบำเรอนั้น
เซเวียร์ไม่หันกลับมามอง แต่เสียงของเขาดังก้องในความมืด เป็คำสั่งที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
“รีบตามมา…พาลาดินผู้แปดเปื้อน!! ฮาเร็มของข้าขาด ‘ภาชนะที่แตกสลาย’ อย่างเ้าไม่ได้!!”
จิณยืนนิ่ง…กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อในแขนเสื้อใหม่ เธอชำเลืองมองภาพสุดท้ายของชายทั้งสองที่นอนหมดสภาพอย่างสิ้นเชิงอยู่บนพื้น
“ความอัปยศที่พวกเ้าสร้าง…จะไม่ตกเป็ของใครได้อีกแล้ว”
จิณพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบราวกับมาจากหลุมศพ
“การตายนั้นง่ายไป…จงทนทุกข์อยู่กับความ้าที่ไม่มีวันถูกเติมเต็ม…ขอให้ทุกค่ำคืน พวกเ้าทำได้เพียงจ้องมองเรือนร่างสตรีด้วยความกระหาย แต่ไร้ซึ่ง ‘ศาสตรา’ ใดๆ ที่จะไปนาง!! จงตายทั้งเป็ในนรกแห่งกามตัณหาชั่วนิจนิรันดร์!!”
ทว่า…ถ้อยคำสาปแช่งอันเผ็ดร้อนเ่าั้ กลับมิอาจเทียบเคียงได้เลยกับรอยร้าวที่กรีดลึกลงในศักดิ์ศรี
ความบอบช้ำทางกายที่ว่าสาหัส…ยังเ็ปน้อยกว่าความทรมานจากการต้องก้มหัวยอมรับชะตากรรม
ชะตาที่ ‘นางฟ้าตก์’ อย่างเธอ จำต้องลดตัวลงเป็เพียง ‘ภาชนะที่แตกสลาย’ เพื่อรอวันถูกเติมเต็มภายใต้เงาปีกของาาแวมไพร์แต่เพียงผู้เดียว
ยามนั้น…ความมืดของรัตติกาลล่วงเลยเข้าสู่่ตีสามแล้ว อันเป็เวลาแห่งการครองอำนาจของเหล่าอสูรและแวมไพร์อย่างแท้จริง
แสงจันทร์เสี้ยวถูกบดบังด้วยหมอกพิษสีดำ ทำให้โลกภายนอกมืดมิดยิ่งกว่าหลุมฝังศพ จิณรีบเร่งฝีเท้าออกจากห้องที่เต็มไปด้วยบาปและคาวเื
เธอตามหลังเงาร่างของาาแวมไพร์ไปอย่างจำยอม เรือนร่างสูงสง่าที่เปลือยเปล่าของเซเวียร์…เป็ดั่งแม่เหล็กต้องสาปที่ดึงดูดและชี้นำชะตาของเธอ
ทุกย่างก้าวของเธอคือการยอมจำนนต่อพันธสัญญาแห่งความมืดที่เธอไม่เคยคิดจะทำ กลิ่นคาวเืที่ติดอยู่บนตัวเขากลายเป็น้ำหอมที่น่ารังเกียจทว่าไม่อาจห้ามใจให้ปฏิเสธได้
จิณหยุดนิ่งที่ทางเข้าอุโมงค์มืดมิดที่เซเวียร์ก้าวหายเข้าไป เธอสูดหายใจลึก…ััถึงความเย็นะเืของยามวิกาลและชะตากรรมใหม่ที่กำลังเข้ามาแทนที่ความศรัทธาทั้งมวล
นี่คือเส้นทางสู่ความมืด…และาาแวมไพร์ตนนี้คือผู้รักษากุญแจแห่งเกียรติยศที่ถูกย่ำยีของเธอ