บทที่ 45 ลูกชาย แม้แต่อึยังหอม
แม่ของหม่าฮ่าวเปิดประตูห้องพักครูและเข้ามาอย่างโมโหสุดขีด
เธอดูแข็งแกร่งมาก ใช้คำว่ารูปร่างหนาเตอะก็ไม่เกินจริง ที่สำคัญคือเธอดูอาจหาญ ที่คอมีสร้อยทองที่หนาเท่ากับนิ้วของอิงอิงน้อย
“ฮ่าวฮ่าว…”
ประโยคต่อมายังพูดไม่จบ เมื่อเห็นรอยแผลที่มุมปากและหน้าผากของลูกชาย แม่ของหม่าฮ่าวก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ไอ้ชั่วที่ไหนทำฮ่าวฮ่าวของฉันเป็นแบบนี้!”
“นี่เป็นเรื่องที่คนเขาทำกันเหรอ? ฮ่าวฮ่าวเป็นทายาทรุ่นที่สี่เพียงคนเดียวในตระกูลหม่า เป็นเด็กที่เราตั้งหน้าตั้งตารอคอยการเกิดมา ที่บ้านไม่มีใครกล้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ ไม่นึกเลยว่าใครที่ไหนไม่รู้จะกล้าทำร้ายเขา!”
“ใครทำ! ยืนขึ้นมา!”
เสียงเล็กนุ่มนวลของฉินอิงอิงดังขึ้น “คุณน้าคะ นักเรียนของครูซ่งเป็นคนทำค่ะ ครูซ่งคิดว่าพวกเขาคิดถูกที่ทำแบบนั้น!”
แม่ของหม่าฮ่าวเงียบงัน “...”
ใครพูดอยู่น่ะ?
เริ่มแรกเธอกำลังตามหาคน แต่ไม่นานเธอก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนที่ดังมาจากข้างหลัง
นักเรียนห้องอาจารย์ซ่งทำร้ายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ ผลคือคิดว่าครูดันคิดว่าเด็กพวกนั้นทำถูกแล้ว!
แม่ของหม่าฮ่าวตบหน้าครูซ่งไปหนึ่งฉาดโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ด้วยฝ่ามือที่เหมือนกับใบลาน!
ท้ายที่สุดครูหลี่ก็ทนไม่ไหว เธอรีบร้อนดึงครูซ่งที่เหม่อลอยออกมา
แม่ของหม่าฮ่าวตบพลาดไปจึงโกรธจนกัดฟันกรอด
“ยัยบ้านี่! ไม่นึกเลยว่าจะกล้าหลบ!”
แม่ของหม่าฮ่าวหัวร้อนเป็นไฟ สบถคำด่าพลางวิ่งปรี่เข้าไปหาครูซ่ง
ดึงผม ดึงแก้ม ชก ต่อย เตะ กระทืบ…
ลู่ฉี่หมิงกับครูหลี่รีบไปห้ามคนตีกันจนเกือบจะทำให้ตัวเองโดนลูกหลง
ฉินอิงอิงรีบหันไปมองหม่าฮ่าว ตอนนี้เขานิ่งเป็นหุ่นยนต์
เขากอดขาตัวเองและร้องห่มร้องไห้เสียงดัง
“แงง…”
แม่ของหม่าฮ่าวนิ่งไปเหมือนถูกกดปิดสวิตช์
จากนั้นก็กางแขนโผเข้ากอดลูกชายเหมือนนกอินทรีปกป้องลูก อุ้มเขาไว้ในอ้อมกอดและปลอบโยน
“ลูกรักของแม่ ขอโทษนะที่แม่ทำให้ลูกตกใจ”
“ทั้งหมดเป็นความผิดของแม่เอง แม่ไม่น่าตบตีคนต่อหน้าลูกเลย! คงตกใจมากเลยล่ะสิ!”
“ขอโทษ แม่ขอโทษ!”
“ลูกรัก อย่าร้องนะ แม่จะซื้อห่านย่างให้ลูกทานปลอบใจเอง”
…
หม่าฮ่าวชะงัก “...”
เห็นฉินอิงอิงมองเขา เบิกตาโตอ้าปากค้าง หม่าฮ่าวจึงอับอายจนหน้าแดง
ถึงแม่ของหม่าฮ่าวจะดูหยาบคาย แต่ที่จริงก็อ่อนโยนมาก
เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกชายจ้องมองอยู่ เธอก็รีบร้อนเข้ามาหา
พอเห็นฉากนี้ แววตาของแม่หม่าฮ่าวก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
โอ้โห นั่นมันเจ้าหญิงตัวน้อยของตระกูลไหนกันนะ หน้าตาน่ารักเกินไปแล้ว!
ดวงตาใสเหมือนเม็ดองุ่น นัยน์ตาส่องประกายเหมือนกับคริสตัล
แขนขาวขาวนวลนั่น ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนรากบัว
แก้มเล็กที่เนื้อเยอะก็เหมือนเด็กน้อยน่ารักที่เธอฝันถึงนับพันครั้ง
น่าเสียดายที่เธอไม่มีโอกาสมีลูกสาวในอุดมคติแบบนั้น หลังจากให้กำเนิดฮ่าวฮ่าว ร่างกายเธอก็ไม่แข็งแรง มีลูกเพิ่มอีกคนไม่ได้แล้ว
สาวน้อยน่ารักที่ฉันเฝ้าปรารถนา ในที่สุดก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว
แถมลูกชายก็ชอบเธอมากเลยด้วย
แม่ของหม่าฮ่าวยิ้มกว้างทันที
“เด็กคนนี้คือ…”
หม่าฮ่าวอธิบายเสียงเบาราวกับเสียงยุง “แม่ครับ นี่คือเพื่อนสนิทที่ผมเพิ่งมีในวันนี้ เธอชื่อว่าฉินอิงอิง”
ฉินอิงอิงยิ้มตาหยีพร้อมยื่นมือออกมา “แม่หม่าฮ่าวสวัสดีค่ะ หนูชื่อฉินอิงอิง เป็นเพื่อนของหม่าฮ่าว”
แม่ของหม่าฮ่าวมีความสุขมาก เธอจับมือเล็ก ๆ อันอ่อนนุ่มของฉินอิงอิงและดึงเด็กหญิงตัวน้อยมาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองอย่างอดใจไม่ไหว
มองดูแล้วถึงได้เห็นว่าด้านหลังของเด็กน้อยมีเด็กชายที่โตกว่ายืนอยู่ หน้าตาอีกฝ่ายเรียกได้ว่าสง่างามและดูดีมาก
เธอหันมามองดูลูกชายตัวเองอีกที…
แม่ไม่ควรรังเกียจลูก!
ขอแค่เป็นลูกชาย ถึงอึก็ยังหอม!
หม่าฮ่าวมองแม่ตาปริบ ๆ “...”
โชคดีที่เขาไม่รู้ว่าแม่ตัวเองคิดอะไร เพราะถ้ารู้ เขาคงจะร้องได้เป็นลมในห้องน้ำไปแล้ว
เยี่ยนลี่เฉิงเอ่ยปากพูดก่อน “สวัสดีครับคุณน้า ผมคือพี่ชายของอิงอิงน้อย ผมชื่อเยี่ยนลี่เฉิง”
แม่ของหม่าฮ่าวรีบร้อนพยักหน้า “สวัสดีจ้ะ ฉันเป็นแม่ของหม่าฮ่าว”
ขณะที่พวกเขาคุยกัน ทางด้านครูซ่งก็ได้รับความช่วยเหลือจากลู่ฉีหมิงและครูหลี่ในการจัดผมและเสื้อผ้าที่แม่ของหม่าฮ่าวทำให้ยุ่งเหยิง
แก้มทั้งสองข้างของครูซ่งเต็มไปด้วยรอยฝ่ามือ แดงฉานจนน่าตกใจ
เธอทั้งเจ็บทั้งรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม “มีที่ไหนกัน ไม่พูดไม่จาก็มาตบคนอื่นแบบนี้?”
ครูหลี่ถอนหายใจ
ลู่ฉี่หมิงได้โทรหาครูใหญ่ของโรงเรียนอนุบาลระหว่างทางมาที่นี่แล้ว ครูใหญ่ก็มาถึงพอดี
ดังนั้น ครูหลี่จึงพาเด็ก ๆ กลับห้องเรียนก่อน ครูซ่งกับผู้ปกครองอีกสองสามคนยังคงอยู่ในห้องพักครู
หลังกลับถึงห้องเรียน ครูหลี่ก็กลับไปห้องพักครูอีกครั้ง ครูอีกสองคนของห้องอนุบาลหนึ่งอยู่ดูแลนักเรียนในชั้น
ทางด้านห้องอนุบาลสามก็เหมือนกัน แต่เยี่ยนเสี่ยวหรูโมโหถึงขีดสุด
เธอไม่คิดเลยว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอจะมาช่วยฉินอิงอิง!
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอคงลากเยี่ยนเสียวจื่อมาจัดการฉินอิงอิงด้วยกันที่โรงเรียน
น้องสาวแท้ ๆ กับน้องสาวที่เก็บมาเลี้ยงในตระกูลฉินได้ไม่กี่วัน คนไหนใกล้ชิดกว่า พี่เขาจะไม่รู้ได้ยังไง?
เยี่ยนเสี่ยวหรูโกรธจนกัดฟันแน่น จากนั้นหวังเสี่ยวเจี๋ย พี่สาวของหวังเสียวหย่าก็เดินมาตรงหน้า
“เสี่ยวหรู คนที่มาเมื่อครู่นี้คือลูกพี่ลูกน้องเธอใช่มั้ย?”
เยี่ยนเสี่ยวหรูจ้องเธออย่างโกรธเคือง “เธอคิดจะพูดอะไร?”
หวังเสี่ยวเจี๋ยกลัวเยี่ยนเสี่ยวหรูอยู่นิดหน่อย แต่ก็รวบรวมความกล้าพูดออกมา
“เสี่ยวหรู ทุกคนกำลังมองเธออยู่ พูดอะไรที่น่าฟังหน่อยดีกว่า”
เยี่ยนเสี่ยวหรูมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “หมายความว่าไง? คนอื่นจะว่าอะไรฉันได้เหรอ?”
วันนี้เธอไม่ได้โดนตบตี ไม่ได้ไปตบตีใครด้วย ถึงเรื่องในวันนี้แพร่งพรายออกไป แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหวังเสี่ยวเจี๋ยกัน
เธอไม่ได้ตบตีใคร ไม่ได้ถูกใครตบตี ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ยังจะโทษเธอได้เหรอ?
เสียงของหวังเสี่ยวเจี๋ยเบามาก เหมือนว่ากลัวคนอื่นจะได้ยิน
“เสี่ยวหรู พวกเขาพูดกันว่าเธอขี้โกหก”
เยี่ยนเสี่ยวหรูระเบิดอารมณ์ทันที
“อะไรนะ?”
“ใครเป็นยัยขี้โกหก?”
เมื่อเด็ก ๆ ที่กำลังพูดถึงเสี่ยวหรูได้ยินว่า มีคนไปฟ้องเยี่ยนเสี่ยวหรู พวกเขาก็ทำหน้าทำตาทะเล้น
“ว่าเธอนั่นแหละ! เธอมันขี้โกหก!”
เมื่อมีคนเปิดประเด็น ก็มีคนอื่น ๆ ซ้ำเติม
“ใช่! เห็นชัดอยู่ว่าเด็กใหม่ชั้นอนุบาลหนึ่งพูดได้ แต่เธอกลับบอกพวกเราว่าอีกฝ่ายพูดไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้งอแง แถมยังบอกอีกว่าสมองมีปัญหาเหมือนกับเด็กปัญญาอ่อน แต่เมื่อกี้ที่ห้องพักครู พวกเราเห็นและได้ยินหมดแล้ว อิงอิงพูดได้ ครูซ่งยังถูกเธอด่าว่าโง่เลย”
“แล้วเธอก็เพิ่งอายุสามขวบครึ่ง ไม่นึกเลยว่าจะรู้จักเลือกใช้ศัพท์ยาก ๆ ด้วย เธอฉลาดมาก!”
“ใช่! ตอนครูหลี่เห็นเธอพูดศัพท์ยาก ๆ ครูดูตกตะลึงและดีใจมากด้วย!”
“ครูทำหน้าเหมือนพ่อแม่ที่มาดูลูกสาวแสดงเต้นในงานโรงเรียนไม่มีผิด อิงอิงเก่งมาก!”
“ใช่!”
“เห็นชัดอยู่ว่าฉินอิงอิงฉลาดและพูดได้คล่องมากเลยด้วย แต่เธอกลับบอกคนอื่นว่าอิงอิงพูดไม่ได้และโง่ หากเธอไม่ใช่ยัยขี้โกหกแล้วเธอจะเป็นอะไรได้?”
“ยัยขี้โกหก!”
“ยัยขี้โกหก!”
“ยัยขี้โกหก!”
…
เด็กวัยห้าขวบกว่าบางคนยึดติดกับความคิดของตัวเอง ส่วนบางคนอาจถูกชักนำให้คล้อยตามได้ง่ายด้วยการดูและการฟัง
เดิมทีมีเด็กเพียงสี่ห้าคนเท่านั้นที่ว่าเยี่ยนเสี่ยวหรูว่าเป็นยัยขี้โกหก แต่พวกเขาทั้งพูดทั้งตะโกน จนท้ายที่สุดเด็กทั้งห้องก็พูดพร้อมกันว่าเยี่ยนเสี่ยวหรูเป็นยัยขี้โกหก
เจ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลเยี่ยนใจสลายและร้องไห้ออกมาเสียงดัง