บทที่ 36 จากนี้ไปถ้าใครกล้ามายุ่งกับพวกเธอ ก็ให้ซัดมันกลับไป!
“ลู่ต้าเฉียง ลู่เอ้อร์เฉียง เป็นใคร?”
ลู่เหวินยวน หน้าเคร่งขรึมมองไปทางเพิงพัก “ลูกของลุงรอง” พูดจบก็วางชามแล้ววิ่งออกไป
ลู่เหวินเฮ่า เห็นพี่ชายวิ่งออกไป ก็วางชามข้าวแล้ววิ่งตามไปด้วย
ซูซ่านมองไปทางประตูใหญ่ ก็เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา นำหน้าโดยเด็กผู้ชายสองคน สูงคนหนึ่งเตี้ยคนหนึ่ง แต่ดูแข็งแรงรูปร่างท้วม
ลุงรองของเด็กๆ พวกนั้นแน่นอนว่าต้องเป็นลูกของลู่หงอู่
มองดูรูปร่างและท่าทางของพวกเขา ก็เหมือนลู่หงอู่จริงๆ
ลู่เหวินยวนกับลู่เหวินเฮ่า วิ่งไปหาพวกเขา
“พวกนายเข้ามาไม่ได้!”
สองพี่น้องลู่เหวินยวนขวางทางเด็กๆ พวกนั้นไว้
พวกเขารู้ดีว่าสองคนนั้นมาทำอะไร ต้องการมาแย่งซาลาเปาของพวกเขากินแน่ๆ
ความจริงอายุของเด็กทั้งสี่คนใกล้เคียงกัน แต่ลู่เหวินยวนและลู่เหวินเฮ่า อิ่มท้องบ้างไม่อิ่มท้องบ้าง ดังนั้นรูปร่างและท่าทางจึงเล็กกว่าสองพี่น้องนั่นหน่อย
ลู่ต้าเฉียงโมโหผลักลู่เหวินเฮ่าจนล้มลง
เจ้าตัวเล็กไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นแล้วก็ต่อยตีกับลู่ต้าเฉียง
ทางด้านลู่เหวินยวน ก็ตะลุมบอนกับลู่เอ้อร์เฉียง
เด็กสี่คนตีกัน ผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ก็พยายามห้าม
ในใจของผู้ใหญ่ทุกคนรู้ดีว่าลู่ต้าเฉียงและลู่เอ้อร์เฉียงมาที่นี่ เพราะฟังคำยุยงจากคนในครอบครัวลู่ มาเพื่อแย่งซาลาเปากิน
ตอนที่ซูซ่านพาลู่เสี่ยวเถียนเดินมาถึงประตูใหญ่ ลู่เสี่ยวเถียนบอกซูซ่านว่าในกลุ่มเด็กที่มุงดูอยู่ มีลูกของลุงใหญ่สามคนด้วย
ลู่เหวินหู่กับลู่เหวินเลี่ยง สองพี่น้องชาย และเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ คือลู่เสี่ยวลี่ ลูกสาวของอาใหญ่
พี่น้องสามคนเพียงยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่ได้เข้าไปร่วมด้วย
ผู้ใหญ่รอบๆ ก็พยายามห้าม ลู่ต้าเฉียงและลู่เอ้อร์เฉียงจะฟังเหรอ
ลู่เหวินยวนกับลู่เหวินเฮ่า ก็ไม่หยุดเช่นกัน
ก่อนที่ป้าซูจะมา ลู่ต้าเฉียงและลู่เอ้อร์เฉียงเอาข้าวที่เอามาให้สิบครั้ง พวกเขาก็แอบกินไปหกครั้ง
บางครั้งก็เอาไปให้หมากิน ไม่ยอมให้พวกเขากิน
ตอนนี้ยังคิดจะมาแย่งซาลาเปาที่บ้านอีก ฝันไปเถอะ!
ทุกคนคิดว่าซูซ่านเดินมาก็ต้องมาห้าม แต่เธอยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่ได้ทำอะไร
วันที่เธอมายังหมู่บ้านเถาฮวา เธอก็ได้ยินเสี่ยวเถียนพูดกับลู่จ้านตงด้วยน้ำเสียงสั่นกลัวว่า ลู่ต้าเฉียงกับลู่เอ้อร์เฉียงแย่งของกินไปหมดแล้ว
เมื่อมองดูเด็กตัวผอมซีดเหลืองอย่างนี้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ พวกเขาต้องถูกสองพี่น้องนี่รังแกมาตลอดอย่างแน่นอน
ชาติที่แล้วเธอเป็นบอดี้การ์ด เธอจึงเข้าใจดีว่ากำปั้นนั้นสำคัญเพียงใดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนพาล
ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เธอต้องให้เด็กๆ ได้สู้ในครั้งนี้
“ลู่ต้าเฉียง! ลู่เอ้อร์เฉียง!”
ในฝูงชนมีชายวัยกลางคนตัวไม่สูงคนหนึ่งเดินออกมา ดึงเด็กทั้งสี่คนออกจากกัน
“กลับบ้านกันให้หมด!”
ผู้ชายคนนั้นขมวดคิ้ว ไม่ว่าลู่ต้าเฉียงกับลู่เอ้อร์เฉียงจะเป็นอย่างไร เขาก็ดึงพวกเด็กๆ ออกไป
ลู่เหวินยวนกำหมัดแน่น มองไปข้างหลังของพวกเขาก็มีสีหน้าเคร่งเครียด
ลู่เหวินเฮ่าตะโกนด่าไปทางลู่ต้าเฉียงกับลู่เอ้อร์เฉียง
ซูซ่านขมวดคิ้ว “ลู่เหวินเฮ่า ไม่ต้องด่าแล้ว”
ได้ยินป้าซูตำหนิลู่เหวินเฮ่าจึงเบะปากด้วยความไม่พอใจ “ป้าซู เมื่อกี้พวกเขาก็ด่าพวกเราด้วย ด่าว่าพวกเราเป็นเด็กกำพร้า…”
พูดไปพูดมาเด็กคนนี้ก็น้ำตาคลอเบ้า
ซูซ่านลูบหัวเขาเบาๆ “ต่อไปถ้าใครกล้ามายุ่งกับพวกเธออีก ก็ซัดมันกลับไป! ซัดจนกว่ามันจะไม่ด่าอีก”
คำพูดนี้พูดกับพี่น้องทั้งสอง แต่ก็หมายถึงเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านด้วย
ต่อไปใครก็อย่าคิดจะมารังแกเด็กๆ สามคนในบ้านนี้
พี่น้องทั้งสองพยักหน้าอย่างจริงจัง ในใจก็รู้สึกปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ตอนที่พ่อไม่อยู่ ไม่มีใครปกป้องพวกเขาแบบนี้
ป้าซูเป็นคนแรก
“ไปล้างมือกันเถอะ มากินข้าวได้แล้ว”
พี่น้องสามคนวิ่งไปล้างมือทันที
ซูซ่านตักกับข้าวให้ พี่น้องสามคนก็หยิบซาลาเปาลูกใหญ่มากินด้วยความสุข
ซูซ่านตักข้าวกับข้าวของตัวเอง มานั่งกินและคุยกับคนอื่นๆ ใต้เพิงพัก
เพิ่งมารู้ตอนนี้เองว่า ผู้ชายที่เพิ่งแยกเด็กๆ ที่กำลังตีกันออกจากกันคือลู่หงจวิน พี่ชายแท้ๆ ของลู่จ้านตง
“ฉันเห็นเขาทำงานอยู่ข้างๆ นั่น”
ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นลู่หงจวิน แต่ตอนนั้นพี่ชายคนนี้ไม่ได้พูดอะไรเหมือนลู่หงอู่ เธอไม่ได้ใส่ใจพี่ชายคนนี้มากนัก
ตอนที่เดินดูรอบๆ บ้านกับโจวชิงซาน เธอเห็นคนคนนี้ทำงานอย่างหนัก คิดว่าเป็นคนในหมู่บ้านที่มาช่วย
“น้องสาวคนสวย พี่ชายสามีของเธอคนนี้น่ะเป็นคนซื่อสัตย์ ขยันขันแข็งทำงานหนักตลอดเลยนะ”
“ใช่ ใครๆ ก็รู้ว่าเขาเป็นคนบ้างาน งานในไร่ในนาของบ้านลู่ส่วนใหญ่ก็เป็นเขาที่ทำ แต่คนในครอบครัวกลับรังเกียจเขาที่สุด”
“เขาพูดไม่เก่ง แต่เป็นคนดีจริงๆ ภรรยาเขาอยู่บ้านก็ไม่มีปากเสียง ทำกับข้าว ซักผ้า รีดผ้า ล้วนเป็นงานของเธอ
สองคนนี้เป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในบ้าน แต่ยายแก่นั่นก็ยังด่าพวกเขาแทบทุกวัน”
“ที่วันนี้เขามาช่วย อย่างแรกเพราะรู้สึกผิดต่อจ้านตง อย่างที่สอง ฝีมือการก่อกำแพงของเขาเก่งมาก เขาทำงานละเอียด ก่อได้เรียบร้อย ใครจะสร้างบ้านก็ชอบจ้างเขาไปทำงาน
อีกอย่างคนคนนี้ก็ไม่เรื่องมาก แค่ให้อาหารเค็มๆ กับแป้งทอดหรือซาลาเปา เขาก็ทำงานให้เสร็จอย่างดี”
ฟังคำอธิบายของทุกคนทำให้ซูซ่านแปลกใจเล็กน้อย “แล้วทำไมก่อนหน้านี้เขาไม่ช่วยน้องชายของเขา? ปล่อยให้ขาน้องชายเน่าแบบนั้น?”
แม้ว่าทุกคนรอบตัวจะบอกว่าลู่หงจวินเป็นคนดี แต่ซูซ่านก็ยังคิดไม่ออก ว่าถ้าเขาเป็นคนดี ทำไมถึงเฉยชาที่เห็นน้องชายแท้ๆ และหลานๆ สามคนใช้ชีวิตแบบนี้
“เขาเป็นคนที่ดูแลน้องสามมากที่สุดแล้ว แต่ลู่หงอู่ไม่ยอม พี่น้องทั้งสองยังทะเลาะกัน ลองดูสิที่เขาเดินกะเผลกๆ ก็เพราะโดนลู่หงอู่เอาจอบฟาดนั่นแหล่ะ”
“เพราะเรื่องนี้ ยายแก่นั่นรู้เข้าก็มาด่าเขา ด่าทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดเลย”
“ไม่ให้เข้าบ้านเป็นเวลาหลายวัน เขาไม่ชอบพูด ถ้าเครียดก็จะหาที่นั่งยองๆ เพื่อสูบบุหรี่ หรือไม่ก็ไปทำงานที่ไร่”
หลังจากได้ฟังคำพูดของทุกคน ซูซ่านก็รู้สึกประหลาดใจ
เธอคิดว่าทุกคนในบ้านลู่ไม่มีใครดีสักคน นึกไม่ถึงว่าพี่ชายคนโตจะเป็นแบบนี้
“แล้วลูกๆ ของเขาเป็นยังไง?”
“เหมือนพ่อทุกคน เรียบร้อยและขี้อาย แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกัน ครอบครัวของลู่หงจวินมักจะถูกเอาเปรียบ แม่เฒ่าหลิวลำเอียง ลูกหลานในบ้านเยอะขนาดนี้ บ้านจะไม่วุ่นวายได้ยังไง”
ซูซ่านถามขึ้นมา “แล้วเขาจะกลับมากินข้าวเย็นวันนี้ไหม?”
“คงไม่มั้ง เห็นไหมถึงเขาจะมาช่วยทั้งวัน แต่พอถึงบ้านคงโดนด่า จะได้กินข้าวมื้อเย็นหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”
“ผอมขนาดนั้น แทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกอยู่แล้ว อยู่บ้านก็ไม่ได้รับการยอมรับ”
“จริงด้วย”
คำพูดของทุกคน ซูซ่านได้ฟังแล้วก็รู้สึกใจหาย
แต่เธอได้เห็นสภาพของลู่จ้านตงกับตาตัวเอง เธอจึงไม่ค่อยมีอคติต่อครอบครัวลู่
พี่ชายคนโตมาช่วย น่าจะเป็นเพราะเห็นครอบครัวของลู่จ้านตงใช้ชีวิตได้ดีแล้ว จึงมาประจบประแจงสินะ
...
ลู่หงจวินจูงเด็กๆ ออกมาได้ระยะหนึ่ง ลู่ต้าเฉียงและลู่เอ้อร์เฉียงก็ดิ้นจนหลุดออกจากมือแล้วก็วิ่งไป
สำหรับลู่ต้าเฉียงและลู่เอ้อร์เฉียงแล้ว พวกเขามองลุงแท้ๆ คนนี้ไม่ต่างอะไรกับพ่อของพวกเขา คือไม่ให้ความเคารพแม้แต่นิด
พอถึงเวลากินข้าว พี่น้องทั้งสองก็วิ่งกลับบ้านไปแล้ว
ลู่เหวินหู่ ลู่เหวินเลี่ยง และลู่เสี่ยวลี่ก็เดินตามหลังพ่อกลับบ้านไป
ยังไม่ทันถึงประตูหน้าบ้าน เสียงด่าทอของแม่เฒ่าลู่ก็ดังออกมาจากในบ้าน
“ไอ้สารเลว! ในบ้านนี้มีแต่แกคนเดียวที่ใจดีนักใช่ไหม? เข้าข้างแต่คนนอก แขนแกมันวกออกข้างนอก ไม่ได้วกเข้าข้างในเลยสักนิด!
อยากไปช่วยมันนักไม่ใช่หรือ? งั้นก็ไปอยู่บ้านมันซะเลยสิ! ทำเป็นเก่งนักหรือไง? ถ้าแกไปช่วยมันแล้ว ก็อย่ากลับเข้ามาเหยียบบ้านนี้อีก!”
แม่เฒ่าลู่ปากจัด เอะอะก็ด่าชาวบ้านเป็นว่าเล่น ไม่สนว่าจะด่าใคร ขอแค่ได้ด่า คำไหนหยาบคำนั้นแหละที่หล่อนใช้