สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่ห้าสิบสี่ นายพลของสตาร์เทร็ก

    ตอนที่ห้าสิบสี่ นายพลของสตาร์เทร็ก

    สหพันธ์ดวงดาวในเรื่องของสตาร์เทร็กเมื่อเจอศัตรูตัวร้ายอย่างบอร์ก Borg ที่สามารถดูดกลืนสิ่งมีชีวิตทุกอย่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตนเองได้

    มีนายพลกองยานที่มองว่าบอร์กเป็นศัตรูธรรมดาจนสูญเสียกองยานไปมากมายมหาศาล จนกระทั้งพวกกัปตันพิคาร์ด หาทางเอาเทคโนโลยีที่เป็นจุดอ่อนปราบบอร์กที่มาบุกโลกได้

    มันเป็นเรื่องของการที่สหพันธ์เย่อหยิ่งหากมองในทางหนึ่งที่คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลมีดวงดาวมากที่สุด อาณาเขตมากที่สุดจากการสำรวจด้วยยานเอ็นเตอร์ไพรส์กองกำลังอุตสาหกรรมสูงสุดเหนือยิ่งกว่าคลิงออนและโรมิวลัน

    นายพลกองยานที่พิทักษ์โลกเลยมองว่าบอร์กเป็นศัตรูธรรมดาที่สามารถเอาชนะได้ด้วยเทคนิคทางทหาร

    ซึ่งเขาคิดผิดแบบที่ในเนื้อเรื่องแสดงออกมา

    ว่ากองยานสมรรถนะที่น่าจะสามารปราบได้ทุกกองยานในจักรวาลเท่าที่รู้จักโดนบอร์กจัดการเสียราบคาบ

    อันที่จริงเขาไม่ได้คิดผิดสหพันธ์ดวงดาวแข็งแกร่งที่สุดอย่างที่เขาคิดจริงๆ แต่ศัตรูเป็นอะไรที่หากพ่ายแพ้สามารถโดนดึงดูดไปเพิ่มพลังฝให้กับฝ่ายศัตรูได้การพ่ายแพ้ครั้งหนึ่งจึงจะเป็นการ snow ball ก้อนหิมะถล่มจะใหย่มากขึ้นเรื่อยๆ ความพ่ายแพ้ครั้งหลังจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเพราะพลังของฝ่ายศัตรูจะมากขึ้นตาม

    หากเปรียบเปรยคือไม่ต่างกับเนโครแมนเชอร์แวมไพร์หรือก็อบลินกับออร์คที่หากทางมนุษย์พ่ายแพ้ก็เปลี่ยนทหารของฝ่ายมนุษย์ให้เป็นกองทัพซอมบี้ของตนเองได้หรือออร์คก็อบลินที่จับมนุษย์ไปเป็นแม่พันธ์เพิ่มจำนวนทหารของตนเองได้

    หรือสายอัญเชิญปีศาจที่จับมนุษย์ไปบูชายัญอัญเชิญปีศาจมาเพิ่มในกองทัพของตนเองได้

    การต่อสู้กับกองทัพประเภทนี้เหมือนสู้กับบอร์กที่ต้องมีคติว่าห้ามแพ้ไม่อย่างนั้นศัตรูจะเพิ่มจำนวนขึ้นมาจนเกินกว่า criticalmass และภาวะเช่นนั้นแผนการยุทธการอะไรจะไมได้ผลเพราะจำนวนของฝ่ายตรงข้ามมากเกินกว่าที่แผนการและยุทธการของสหพันธ์ดวงดาวจะใช้รับมือได้แล้ว

     

    ต้องอาศัยมุก

    “กองทัพมนุษย์ถ่วงเวลาไว้ให้ผู้กล้าไปปราบจอมมาร”

    มันคือมุก Hail Mary

     

    การส่งลุกระยะใกล้ราวกับภาวนาต่อพระแม่มารีที่หวังว่าผู้กล้าจะจัดการจอมมารสำเร็จพลิกผลแพ้ชนะได้

    อันที่จริงว่ากันตามตรง ใน Lord of the Ring อารากอนก็ใช้วิธีนี้เหมือนกันในการถ่วงเวลาให้โฟรโดทำลายแหวนได้

    ผมในฐานะนายพลสหพันธ์ดวงดาวเอ๊ยดยุกหมูอ้วน ต้องคำนวณถึงความเป็นไปได้ทางข้อเท็จจริง ว่าหากจะรบกับพวกนี้ต้องรบด้วยความมั่นใจเท่านั้นห้ามพ่ายแพ้เด็ดขาด

    หรืออาจจะต้องเอาจิ๊กซอบางอย่างที่จะทำให้เป็นสาเหตุของการพ่ายแพ้ออกมาจากสมการของฝ่ายมนุษย์และปีศาจ

    มันมีหลายอย่างที่สามารถทำได้และอาจจะเกิดผลกระทบหรือไม่เกิดผลกระทบ

    แต่เมื่อผมเอามาเรียมาเป็นทาสอุ่นเตียงของผมผมคิดว่าจะมากจะน้อยผมมีส่วนต้องรับผิดชอบกับโลกเรา เพราหากไม่มีฝ่ายมนุษย์ผมจะเก็บภาษีและกดขี่ข่มเหงใครได้ที่ไหนอีก?

    ดังนั้นผมจะปกป้องดินแดนของผมอย่างดีที่สุดเริ่มจากตนเองก่อนโดยการปราบพวกมอนสเตอร์ที่ซ่อนอยู่ในแคว้นของผมและเกลี้ยกล่อมมอนสเตอร์เดมิฮิวแมนที่พอคุยกันได้ให้เข้ามาอยู่ฝ่ายผม

    เน้นตัวที่มี Breeding rate อัตราการสืบพันธ์ต่ำไม่ใช่อย่างก็อบลินหรือออร์คก็อาจจะพอเจรจากันได้ตามหลักปฏิบัตินิยม

    ฮืม

    “ถ้าดัมเบิ้ลดอร์แอคทีฟลงงานภาคสนามมากกว่านี้โวลเดอมอร์ก็ไม่มีโอกาสชนะ” ที่มักจะแซวกัน

    เอลฟ์มีเมจจอมเวทย์ที่ทรงพลังมากที่สุด แต่มัวเก็บตัวอยู่บนหอคอยงาช้างศึกษาเวทย์ไม่สนใจโลกภายนอก คนแคระมีวิศวกรรมที่ก้าวหน้าที่สุดแต่อยู่แต่ใต้ดินและดื่มเหล้าไปวันวัน

    โนมก็เก่งวิศวกรรมไม่แพ้คนแคระและมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่า แต่ติดที่ชอบแกล้งคนและชอบขโมยข้าวของ

    ฮาล์ฟฟลิ่งมีเทคโนโลยีดอกไม้ไฟและฝีมือทำอาหารกับความสามารถหลบซ่อนstealth ที่เก่งที่สุดแต่ทำอาหารอร่อยมากจนพวกเขาต้องกินอาหารวันละสิบสองมื้อและทำใบยาสูบ(กัญชา?)ที่ดีที่สุดจนพวกเขาวันวันมัวแต่กินอาหารแสนอร่อยและสูบยาสูบในบ้านของพวกเขา

    เผ่าสุนัขเป็นทหารรับจ้างที่ดี มีความเชื่อฟังหัวหน้าแต่ติดนิสัยเวลารวมตัวกันเกินกว่าหนึ่งพันตัวต้องกลายเป็นทะเลาะกันเพื่อแย่งตำแหน่งหัวหน้าฝูงและเผ่าพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย

    ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่มนุษย์แม้ทางเทคนิคจะไม่มีความสามารถทางร่างกายสูงกว่าอย่างพวกเดมิฮิวแมนหรือวิศวกรรมและเวทมนตร์อย่างคนแคระโนมหรือ เอลฟ์

    แต่หากกล่าวถึงที่สุดมนุษย์ดันเป็นเผ่าที่ค่าการทูตสูงที่สุดในการที่จะทำอะไรร่วมกันสักอย่างโดยไม่ฆ่ากันเองไปก่อน

    หมายความว่าผมในฐานะของนายพลแห่งกองยานเอ๊ยดยุกของมนุษย์ ผมคงต้องรวบรวมพันธมิตรก่อนในการโจมตีพวกเผ่าแห่งความมืด

     

    อึ้ด ช่า

     

    ผมวางก้อนอิฐที่ขนาดใหญ่กว่าเดิมมากกว่าสามเท่าตัวในท้องฟ้าที่เริ่มมืดและมาเรียก็พยายามยกก้อนอิฐที่มากกว่าผมสามเท่าตัวอยู่ด้านข้าง

    ก่อนหน้าที่ผมจะเจรจากับใครผมคิดว่าผมจะลองเจรจาต่อกลุ่มที่พอจะคุยกันได้ง่ายดายก่อนแต่หน้านั้นอาจจะต้องมีกองกำลังมากพอที่จะเจรจากับพวกเขาได้ในฐานะดยุกที่มีกำลังมากที่สุดในอาณาจักร ผมคิดว่าผมมีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ

     

    “ฟู่ วันนี้พอแค่นี้พอพรุ่งนี้ค่อยมาจัดตารางฝึกซ้อมกันใหม่”

    แสงตะวันยามเย็นเริ่มส่องแสง

    จากที่เป็นที่พักชั่วคราวในวันแรกการใช้แรงงานของพวกมูมักไพร์มและพวกพี่กล้ามที่ขนอิฐเพื่อฝึกซ้อมด้วยทำให้รอบบริเวณดูกลายเป็นป้อมค่ายที่แข้งแกร่งขึ้นมาแล้ว

    และตลอดทั้งวันแม้แต่ยามนนี้ก็ยังมีการขนส่งสินค้าและเดินทางไปมาในเมืองกับที่สถานฝึกซ้อมของแฟมิเลียที่สร้างขึ้นมานี้ไมได้ขาด

    “แหวนฝึกซ้อมร่างกาย” ใส่ไว้จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงจะได้มีเปอร์เซ็นในการเพิ่มค่าพลังมากขึ้นในการฝึกซ้อมเพิ่มกำลังร่างกาย

    อืม ในมินิเกมส์มันมีการให้เติมจำนวนอิฐหรืออะไรที่เพิ่มขึ้นได้แต่หากเพิ่มมากเกินไปก็จะยกไม่ไหว เพิ่มน้อยเกินไปก็จะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปเรียกว่ามันต้องอาศัยการคำนวณที่มีประสิทธิภาพที่สุดทั้งสองอย่างด้วยน้ำหนักที่ได้ผลมากที่สุดในการเพิ่มพละกำลังและสมกับเป็นนางเอก

    มาเรียมีพลังเกินหน้าผมไปแล้วทั้งที่ฝึกเท่ากันจากการขนอิฐไปมาทั้งวันนี้

    เราไม่สามารถทำอย่างนี้กับมาเรียในเกมส์จริงๆได้เพราเธอมีตารางเรียนที่ต้องเข้าและมีอีเวนท์ฉากต่างๆที่ต้องเข้าไปหาเป้าหมายในการจีบนั่นเอง

    พอมาอยู่กับผมผมเลยพยายามจัดตารางเวลาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดลดเวลาการจีบชาวบ้านไปเพิ่มที่การฝึกค่าสถานะแทน

    ว่าไปแล้วการเพิ่มค่าเสน่ห์ของมาเรียบโดยให้ไปฝึกกับมาดามอินกริดก็ไม่น่ามีอะไรเสียหาย

    ท่านดยุกผู้ชั่วร้ายอยู่ทางหนึ่ง

    ทาสสาวที่พยายามช่วยคนด้วยใจบริสุทธิ์อยู่อีกทางหนึ่งน่าจะเป็นเทคนิคการเจรจาที่ดีต่อเผ่าพันธุ์อื่นๆด้วย

    หาพันธมิตรและพวกที่มีสกิลสูงๆเพิ่มมากขึ้นมาอยู่ฝั่งเราน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

    ดยุกหมุอ้วนมีข้อได้เปรียบที่มีกองทหารจำนวนมากแต่คุณภาพอาจจะเรียกว่าดีที่สุดเท่าที่เงินสามารถหาซื้อได้ แต่กับพวกที่มีฝีมือมากกว่านั้นเงินหาซื้อไม่ได้แบบเดียวกับเป้าหมายในการจีบที่เป็นอัจฉริยะในทางทักษะสกิลของตนเอง

    ผมมองไปทางเหล่าผู้นำของกลุ่มย่อยๆที่มาเข้ากับผมวิจารณ์กันอย่างคร่ำเครียดไม่หยุดหย่อนตอนที่ผมพยายามเอาภาพจากคริสตัลให้พวกเขาดูในการวิเคราะห์ว่าตรงไหนที่จะพัฒนาเพิ่มได้บ้างพวกบอร์กจากสตาร์เทร็กพัฒนาได้ทันทีส่วนคนเราก็ต้องปรับปรุงกลยุทธต้องอาศัยระยะเวลาอย่างนี้ล่ะ

    แตให้พวกเดียวกันชี้ช่องว่างจุดอ่อนนั้นดีกว่าให้คนอื่นชี้ช่องว่างจุดอ่อนที่หลัง

    ผมแทบอยากจะจับเอาพวกนักผจญภัยมีประสบการณ์ไปนั่งตำแหน่งโค้ชที่มีหน้าที่แนะแนวฝึกซ้อมอย่างเดียวด้วยซ้ำไปตามแนวE-Sport แต่พวกนี้ต้องการการเลื่อนตำแหน่งชื่อเสียงความสำเร็จ ผมเลยต้องค่อยๆล่อลวงพวกเขาไปทางที่ผมต้องการก่อน

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน