ย้อนกลับมายังอาณาเขตของตระกูลโอว
บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่เต็มไปด้วยความมืดครึ้มและหนักอึ้ง
เมื่อโอวหยางเฉิน ชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วม ซึ่งเป็นถึงผู้นำตระกูลโอว ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับความล้มเหลวของแผนการสังหารตงจาง เขาถึงกับมีสีหน้าบิดเบี้ยวเป็นอย่างมาก แววตาเองก็ลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งโทสะ
“บัดซบ! ไอ้เวรตงจางรอดตายไปได้อีกครั้งเรอะ!?”
เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาล
ก่อนที่เขาจะทุบเก้าอี้ไม้แกะสลักด้วยพลังปราณเซียนของตนเอง เสียงสะท้อนของไม้ที่แตกกระจายดังไปทั่ว เหล่าผู้อาวุโสและผู้ติดตามที่ยืนอยู่รอบข้างถึงกับตัวสั่น ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“ตัวของมันไปกินดีหมีมาหรือไงถึงได้โชคดีอยู่ตลอดเช่นนี้!?”
“ทั้งๆที่พวกเราลงทุนทรัพยากรจำนวนมากเพื่อจ้างวานเหล่านักฆ่าฝีมือดี ทว่าผลสุดท้าย..”
“พวกมันกลับทำไม่สำเร็จ!?”
มือหนาของโอวหยางเฉินกำแน่น เส้นเลือดปูดขึ้นที่ข้อมือและแขน
เขาขบฟันแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด ก่อนจะใช้มือล้วงขนมที่ตั้งวางอยู่บนโต๊ะ โยนเข้าปากและเคี้ยวอย่างโหดร้าย
“ไอ้วพวกขยะไร้ค่า!”
เขาสบถออกมาอย่างไม่พอใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่อาจระงับความเดือดดาลได้
“บัดซบ! ไอ้พวกไร้ความสามารถนั่นอวดดีนัก ผลสุดท้ายก็เป็นได้แค่เศษสวะ!”
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องโถง ทำให้ผู้ที่ยืนอยู่รอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ชายผู้หนึ่งก้าวออกมาและโค้งคำนับก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“นายท่าน.. ข้ามีข่าวเพิ่มเติมจะรายงาน”
โอวหยางเฉินหันขวับมาทันที ดวงตาของเขาทอประกายคมกริบ
“พูดมา!”
ชายผู้ส่งข่าวสูดหายใจลึก ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“จากข้อมูลที่ได้รับมา ดูเหมือนว่าพวกตระกูลตงไม่ได้รอดมาได้เพราะโชคช่วย..”
“แต่เป็นเพราะมีผู้บำเพ็ญเพียรลึกลับคนหนึ่งผ่านมาและให้ความช่วยเหลือ!”
โอวหยางเฉินขมวดคิ้วทันที แววตาของเขาฉายแววสงสัยและไม่พอใจยิ่งขึ้น
“ผู้บำเพ็ญเพียรลึกลับ?”
ชายที่รายงานพยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวต่อ
“ใช่ขอรับ.. ข้อมูลระบุว่าชายผู้นั้นสามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับทะเลวิญญาณที่ส่งไปได้ภายในเวลาอันสั้น!”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา บรรยากาศภายในห้องโถงก็เงียบสงัดลงในพริบตา
เหล่าผู้อาวุโสและข้ารับใช้ที่ยืนอยู่รอบๆถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก
“เป็นไปได้อย่างไร นี่มันเป็นพลังของบุคคลเช่นใดกัน!?”
“สามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับทะเลวิญญาณนับสิบได้อย่างง่ายดาย!”
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่โอวหยางเฉินจะกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะเสียงดัง
“เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าข้อมูลนี้ถูกต้อง!?”
เสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธและความหวาดระแวง
ชายที่ส่งข่าวก้มศีรษะลงต่ำ แสดงความเคารพอย่างเต็มที่ก่อนจะกล่าวออกมา
“ขอรับ! ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากหลายแหล่งข่าว”
“ไม่เพียงแต่พวกทหารรับจ้างของตระกูลตงที่พูดถึงชายลึกลับผู้นี้”
“แม้แต่พ่อค้าในเมืองหนานปิงก็เริ่มพูดถึงเขาแล้ว”
“บางคนกล่าวว่า เขาคือผู้ฝึกตนระดับทะเลวิญญาณขั้นสูง..”
“บางคนกล่าวว่าเขาอาจเป็นยอดฝีมือจากสำนักใหญ่..”
โอวหยางเฉิน หรี่ตาลง ท่าทางของเขาดูเคร่งเครียดขึ้น
“เป็นไปไม่ได้! ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ฝึกตนระดับนี้อยู่ในเมืองหนานปิง!”
“ชายผู้นี้เป็นใครกันแน่? เขามีความเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลตง? หรือว่าเขาเป็นเพียงคนผ่านทางที่บังเอิญเข้ามาช่วยเหลือ?”
แววตาของเขาเป็นประกายคมกริบ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าคนนี้เป็นใคร!”
“ส่งคนไปสืบหาข้อมูลของมันให้ละเอียดที่สุด!”
เขาหันไปทางหนึ่งในผู้อาวุโสของตระกูล ก่อนจะออกคำสั่งเด็ดขาด
“หากมันเป็นเพียงแค่คนพเนจรก็ฆ่ามันทิ้งเสีย!”
“แต่หากมันเป็นยอดฝีมือที่มีเบื้องหลังอันแข็งแกร่ง เราจะต้องวางแผนให้รอบคอบกว่านี้!”
ชายผู้รับคำสั่งรีบคำนับ ก่อนจะกล่าวเสียงดัง
“รับทราบนายท่าน!”
โอวหยางเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แววตาของเขายังคงลุกโชนไปด้วยโทสะและความอาฆาต
“ตระกูลตง...ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกแกรอดไปได้ง่ายๆแน่!”
เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกดังขึ้นภายในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
ขณะเดียวกันที่อีกฟากหนึ่งของเมืองหนานปิง
เทียนจุนซึ่งยังไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ตนเองกำลังกลายเป็นเป้าหมายของตระกูลโอว
แต่ไม่ว่าแผนการของตระกูลโอวจะเป็นเช่นไร เขาก็ไม่ใช่คนที่จะถูกกำจัดได้ง่ายๆเช่นกัน!
ขณะเดียวกันในกลางดึกคืนนั้น ภายในอาณาเขตของตระกูลตง
บรรยากาศภายนอกเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้และเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ขับกล่อมยามค่ำคืน
เทียนจุนหลังจากได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากตระกูลตง ตงจางก็ได้สั่งให้สาวรับใช้ จัดเตรียมที่พักอันหรูหราไว้ให้เขา ไม่เพียงแต่มีข้าวของเครื่องใช้ครบครัน แม้แต่เสื้อผ้าชั้นดีก็ยังถูกนำมามอบให้
“พวกเขาดูจะใจกว้างไม่น้อย..”
ชายหนุ่มคิดในใจ ขณะที่มือของเขาลูบไล้เนื้อผ้าของชุดคลุมที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้
ชุดนี้เป็นชุดคลุมสีดำตัดขาวสง่างาม มันถูกประดับด้วยลวดลายสีทองเล็กๆที่ถูกสลักไว้อย่างวิจิตรบรรจง
เนื้อผ้านั้นเรียบลื่นและทอขึ้นจากวัตถุพิเศษ ให้ความรู้สึกเย็นสบายและมีน้ำหนักเบา
หลังจากที่ชำระล้างร่างกายเสร็จสิ้น เขาก็ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าดาษๆเหมือนปุถุชนอีกต่อไป
“ดูเหมือนว่าอาณาเขตนี้จะเหมาะแก่การพักผ่อน!”
ขณะที่พูด ตัวของเทียนจุนก็เริ่มผูกเส้นผมสีน้ำตาลของตนเองไว้อย่างเป็นระเบียบ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูคมเข้ม ดวงตาฉายแววคมกริบ ราวกับมีแสงแห่งสติปัญญาอันลึกล้ำซ่อนอยู่
บัดนี้ เขากำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าไหมชั้นดี พลางเริ่มต้นทำในสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด
“มาดูกันหน่อยว่าภายในแหวนกักเก็บมิติมีอะไรอยู่บ้าง?”
ชายหนุ่มยกมือขึ้น ปลดปล่อยปราณเซียนออกมาเพื่อตรวจสอบเข้าไปในแหวนกักเก็บมิติของเขา
“วูมมมม..”
ทันทีที่พลังเชื่อมโยงกับแหวนกักเก็บมิติ ภาพของพื้นที่ภายในแหวนก็ปรากฏขึ้นภายในจิตสำนึก ภายในนั้นแม้จะไม่กว้างขวางนัก แต่ก็มากพอที่จะจัดเก็บสิ่งของจำเป็น ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือของที่อยู่ภายในแหวน
“หืม นี่มัน..”
แววตาของเทียนจุนฉายประกายความพึงพอใจ ริมฝีปากของเขาแสยะยิ้มเล็กน้อย
“ชายอ้วนคนนั้นไม่เลวเลยแฮะ..”
“นอกจากแหวนกักเก็บมิติแล้ว ยังมีหินปราณเซียนระดับต่ำอีกถึงสิบก้อนด้วยกัน”
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกพอใจไม่น้อย เขาหยิบหินปราณเซียนขึ้นมาก้อนหนึ่ง
มันเปล่งประกายสีฟ้าอ่อน มีแสงเรืองรองระยิบระยับ ราวกับมีกระแสพลังบางอย่างไหลเวียนอยู่ภายใน
หินปราณเซียนนั้นนับเป็นทรัพยากรสำคัญต่อเหล่าผู้บำเพ็ญเพียร และเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมหาศาลในโลกแห่งการฝึกตน
เพราะหินปราณเซียนเหล่านี้ คือสิ่งที่เหล่าผู้ฝึกตนใช้สำหรับการบ่มเพาะพลังเซียน หากไม่มีสิ่งนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรคงต้องอาศัยการดูดซับพลังจากธรรมชาติซึ่งใช้เวลานานหลายเท่า
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร หินปราณเซียนถูกแบ่งออกเป็นห้าระดับหลักได้แก่
ระดับต่ำ, ระดับกลาง, ระดับสูง, ระดับสูงสุด, ระดับศักดิ์สิทธิ์
ยิ่งระดับของหินปราณเซียนสูงขึ้น พลังเซียนที่อัดแน่นอยู่ภายในก็จะมากขึ้นตามไปด้วp พลังเซียนที่อยู่ในหินปราณเซียนระดับต่ำ แม้จะไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอให้ผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาไปจนถึงทะเลวิญญาณใช้สำหรับบ่มเพาะพลัง
สิ่งที่ทำให้มันล้ำค่าคือกระบวนการก่อตัวของมัน
ว่ากันว่าหินปราณเซียนเกิดขึ้นจากพลังเซียนที่ควบแน่นกันเป็นก้อนผนึก สะสมและใช้เวลารวมตัวกันมาอย่างเนิ่นนานนับร้อยปี
เขาหมุนหินปราณเซียนในมือ ก่อนจะเผยยิ้มบางๆออกมอย่างมีความสุข
ที่สำคัญ พวกมันยังเป็นทรัพยากรหลักที่ใช้สำหรับซื้อขายกันในโลกการบำเพ็ญเพียร
ในโลกของผู้ฝึกตน เงินตราของปุถุชนแทบไม่มีค่า เมื่อเทียบกับหินปราณเซียน และหินปราณเซียน สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์วิชาระดับต่างๆ อาวุธล้ำค่า ทรัพยากรล้ำค่า หรือแม้แต่ชีวิตของผู้คนมากมาย
“ข้าจำได้ว่าในอดีตมีผู้ฝึกตนบางคนยอมแลกชีวิตของตนเองเพื่อให้ได้หินปราณเซียนระดับศักดิ์สิทธิ์เพียงก้อนเดียว”
เขาหัวเราะอย่างขบขัน ก่อนจะนำหินปราณเซียนทั้งหมดออกมาวางเอาไว้รอบๆ
“อย่างน้อยตอนนี้ข้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพยากรพื้นฐานไปสักพัก”
“ถ้าเป็นไปได้.. ข้าอยากจะทะลวงผ่านระดับหลอมกายาขั้นเจ็ดจริงๆ!”