หุบเขาหมื่นธรรม ที่เกิดการต่อสู้อย่างหนักหน่วงกินเวลา ไปหลายพันลมหายใจ ก่อนแม่ทัพใหญ่ อู๋เหวิน จะนำกองกำลังพลของเขา เข้ามาตีโต้ประจัญบานกับกองกำลังของพวกอี้เฉิน ส่งให้เกิดเสียงแค่นคำราม ฆ่า!! ของเหล่านักรบ ดังสนั่นก้องฟ้า ออกไปทั่วรอบสมรภูมิรบที่ดุเดือดเลือดพล่าน
พร้อมด้วยอายสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมา ซัดสาดเสียดแทงกายาหมู่ชน จนรู้สึกแสบร้อนผิวหนัง จากอายสังหาร ที่โพยพุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้า ทั้งสองฝ่ายที่ไม่ได้อยู่ ในการต่อสู้ตะลุมบอนความวุ่นวาย พวกเขาต่างก็จับตาดู สถานการณ์สู้รบอย่างใกล้ชิด ไม่มีฝ่ายใดอยากเห็นคนของตนพ่ายแพ้ ในศึกสงครามคราวนี้
...เมื่อเห็นทั้งสองฝ่ายพัวพันต่อสู้กันไปนานร่วม2ชั่วยาม ส่งให้หุบเขาหมื่นธรรมบัดนี้ เกิดการสั่นไหวไม่หยุด จากแรงปะทะที่หนักหน่วง แม้แต่ยอดเขาสูง ยังเกิดการพังทลาย จากปราณพลังที่ปะทุของแม่ทัพใหญ่ อู๋เหวิน เข้าพัวพันต่อสู้กับอี้เฉิน ออกไปเป็นทางยาว ส่งเสียงปัง!! กัมปนาท ดังออกมาก้องไม่มีขาด แม้แต่ท้องฟ้ายังแตกยับ มองเห็นรอยแตกร้าว ราวกับใยแมงมุมลุกลาม ออกไปทั่วผืนฟ้าอย่างชัดเจน ปฐพียังเกิดการสั่นไหวไม่หยุด จากศาสตราวุธ ระดับ สูงปะทะกัน เสียงเคร้ง!!ของโลหะ ดังออกมาก้อง
แม่ทัพใหญ่ อู๋เหวินที่ถอยห่างจากอี้เฉิน เขาไม่อยากเชื่อ แม้ตัวเขาจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมที่สุดในการต่อสู้ ตัวเขาก็ยังไม่สามารถจัดการอี้เฉิน คนเดียวลงได้ นี่มันบ้าชัดๆ แถมเหมือนว่าไม่ได้เจออี้เฉิน เพียงเวลาปีเศษก็เหมือนว่าอี้เฉิน ยิ่งพัฒนารุดหน้าไปอีกขั้น มันจึงทำให้เขาไม่สบอารมณ์ในข้อนี้เป็นอย่างมาก ราวกับศักยภาพของอี้เฉินจะไม่มีที่สิ้นสุด
ก่อนแม่ทัพใหญ่ อู๋เหวิน จะแค่นเสียงชิ!!เล็ดลอดไรฟันออกมา พร้อมกับสั่งถอนกำลังพล ของเขาออกไป ครั้นเห็นว่า ศึกคราวนี้เกรงว่า ยิ่งเขาดันทุรังต่อสู้ จะเป็นฝ่ายเขาที่เพลี่ยงพล้ำ อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เมื่อเห็นอีกสองคน ผู้ติดตามข้างกายของอี้เฉิน ไม่ธรรมดาเช่นกัน ถึงกับไล่ เข่นฆ่าคนของเขา ราวกับเป็นผักปลา มันก็ทำให้เขาเดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย
“ถอนกำลังก่อนเร็วเข้า!!” น้ำเสียงแม่ทัพใหญ่ อู๋เหวิน ที่ดังออกมาก้อง พร้อมฝ่ามือที่บีบรัดเข้าหากันจนแน่น ส่งให้เหล่าทหาร ต่างก็ถอยกรูด ตามคำสั่งอย่างฉับไว แม้ภายในใจของพวกเขา จะมีความไม่จำยอม อยู่ในกรอบสายตาก็ตาม
ด้านกองกำลังของพวกอี้เฉิน พวกเขาฮึกเหิมเป็นอย่างมาก ชูศาสตราวุธขึ้นมา พร้อมกับคำรามออกมาสุดเสียง แม้จะเป็นความสำเร็จก้าวเล็กๆ แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะเปลี่ยนทิศทางของศึกสงครามคราวนี้ ส่งให้กองทหารอื่นๆ ออกไปต่อสู้ พวกเขาฮึกเหิมกันขึ้นมาไม่น้อย เมื่อรับรู้ว่าอีกทิศทางหนึ่ง พวกเขาเป็นฝ่ายชนะการต่อสู้
แม่ทัพใหญ่ อู๋เหวิน ที่บินทะยานเข้าไปทิศทางเมืองไทจง บัดนี้กลายเป็นเขตฐานที่มั่น ของศัตรูต่างดินแดนไปเสียแล้ว เขา แค่นเสียงในลำคอ ออกมาด้วยความเดือดดาลในทันใด ที่กัดกรามกรอด เอาไว้แน่น “วันนี้ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้า ชนะสงครามไปก่อน อี้เฉินดูซิเจ้าจะยึดหุบเขาหมื่นธรรม คืนจากพวกเรา ได้ซักกี่วันกันเชียว ..เจ้าล้างคอ รอพวกเราคนทวีปมืดได้เลย!”
โม่กวาง ที่เห็นเหล่าทหารออกไปเข่นฆ่าศัตรู เขาสั่งหยุดในทันใด ก่อนจะรีบเตรียมการ สร้างค่ายกลป้องกัน เตรียมรับศึกหนักในวันถัดไป พวกเขาต่างก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี ว่าอี้เฉินเป็นที่หมายตาของศัตรู อย่างไรก็ต้องสร้างทางหนีที่ไล่เอาไว้ก่อน
ซีเผิงเองก็เห็นด้วยกับโม่กวาง ที่จะสร้างค่ายกลเคลื่อนย้าย ขนาดใหญ่ไว้ให้พวกเขาได้ใช้งาน “เจ้าคิดจะใช้วิธีนี้ ตั้งแต่ทีแรกแล้วซินะโม่กวาง”
ชายหนุ่มได้ยินคำพูดของอี้เฉิน เขายิ้มออกมาทันใด อย่างไรเขาก็ได้ชื่อเป็นปรมาจารย์ ด้านค่ายกล จะไม่ใช้มันคงจะน่าเสียดายแย่ แถมทหารผู้ติดตาม ของเขาหลายคน ยังถนัดด้านค่ายกลมากกว่าต่อสู้ พวกเขาต่างก็คลี่ยิ้มที่มุมปาก ออกมาอย่างชั่วร้าย
ซีเผิง อี้เฉินที่เห็นรอยยิ้มชั่วร้ายนั้น พวกเขายังส่ายหัวออกมา เกรงว่าศัตรูคงจะเจอเข้ากับเรื่องไม่คาดคิด เข้าให้เสียแล้ว หากเมื่อพวกเขาพบเจอว่า อยู่ภายใต้ค่ายกลสังหารเข้า ดูท่าพวกเขา คงจะทำหน้า สายตากันไม่ถูกแน่
...กว่าพวกโม่กวางจะเสร็จสิ้นการวางกลวิธีต่างๆ ก็ปาเข้าไปยามดึกสงัดแล้ว พวกเขาที่มานั่งรวมตัวกัน ยังด้านบนหุบเขาหมื่นธรรม มีเพียงกองไฟตรงหน้าหลายสิบกองเท่านั้น ที่ให้แสงสว่างกับพวกเขา ในคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทราเช่นนี้
ทว่าภายในที่นี้ ไม่มีใครข่มตาให้หลับลงได้แม้แต่คนเดียว เมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูเช่นนี้ แม้แต่สงครามน้อย ที่นั่งอยู่ข้างๆ อี้เฉินยังมีท่าทีตื่นตัวตลอดเวลา
ด้วยความเป็นกันเองของอี้เฉิน ไม่ได้ทำตัวสูงส่งกว่าคนอื่นๆ ในสถานที่นี้ เหล่าทหารหลายคนต่างก็ต้องมองอี้เฉินใหม่ บางคนยังเข้ามาพูดคุย กับพวกอี้เฉินไม่มีขาด มีแม้ทหารวัยกลางคนผู้หนึ่งเอามันเผา ร้อนๆ มาให้อี้เฉิน ซีเผิง โม่กวางลองชิม แถมชายวัยกลางคน ยังบอกอีกว่า ภรรยาของเขาเป็นคนปลูกเองกับมือ
พวกเขาที่ลองชิมมันเผาธรรมดา บรรยากาศเช่นนี้ มันกลับอร่อยขึ้นมาเป็นกอง จนพวกซีเผิง โม่กวางต้องกล่าวชมออกมา “รสชาติดี ไม่เลว ไม่เลว”
อี้เฉินที่หักครึ่งมันเผา ให้สงครามน้อยลองชิม พวกเขายังพยักหน้าออกมา เห็นด้วยอย่างยิ่ง ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา ทำให้รอบด้านเงียบงัน ตกตะลึงกันไม่น้อย “ข้าเองก็อยากจะลองปลูกมัน ดูบ้างเสียแล้ว”
คำพูดนั้นที่ไม่น่าจะออกมาจาก ปากจอมยุทธ์ที่เก่งกาจที่สุด ต่างก็ส่งให้โดยรอบเกิดเสียงขำขันออกมาดังก้อง “หากท่านแม่ทัพปลูกมันล่ะก็ สงสัยว่า ข้าคงต้องไปเลี้ยงแพะ เสียแล้วกระมัง”
“ฮ่าๆ ข้าเองก็คงไปนั่งเลี้ยงหลาน แน่ๆ”
อี้เฉินเขาได้แต่ส่ายหัวออกมาน้อยๆ แม้แต่สงครามน้อยยังป้องปาก แอบขำผู้เป็นอาจารย์ออกมา หากใครได้ยินคงจะเป็นเรื่องขำขัน เมื่อผู้เป็นอันดับหนึ่งของทั่วทุกดินแดน คิดจะปลูกมัน ทำการเกษตรอย่างจริงจัง
...เมื่อเข้ายามฟ้าสางใกล้จะมาถึง สีหน้าพวกเขาที่อยู่ด้านบนหุบเขาหมื่นธรรม ยิ่งจริงจังขึ้นมาหลายเท่า เมื่อเห็นว่าค่ายกลสังหาร ถูกขับเคลื่อนทำงานขึ้นมา พร้อมๆ กัน ในทิศทางหลากหลายตำแหน่ง ส่งให้เกิดภาพหมอกเลือดระเบิด ส่งกลิ่นอายคาวเลือด ความตายลอยออกมาคละคลุ้ง ทว่าพวกต่างดินแดน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการเคลื่อนกำลังพล มาหาพวกเขาคนดินแดนเทพแม้แต่น้อย
อี้เฉิน ซีเผิง โม่กวางต่างก็รับรู้ได้ทันทีว่า แม่ทัพใหญ่ฝั่งศัตรูหลายท่าน ต่างก็ระดมกองกำลัง มาในทิศทางของพวกเขา ไม่ช้าพวกเขาได้เป็นมด ถูกช้างยักษ์ใหญ่บดขยี้แน่ เมื่อเสียงฝีเท้า ฟึบ!! ของเหล่าแม่ทัพใหญ่ ดังออกมาสนั่นก้องฟ้า โอบล้อมพวกเขาไว้ทุกทิศทาง อย่างสมบูรณ์
ซีเผิง ถึงกับแค่นเสียงออกมาดังก้อง เมื่อเห็นว่ากองกำลังเสริม ของพวกเขา มาช้าเกินไปทำให้พวกเขา ถูกปิดล้อมไว้อย่างสมบูรณ์ “บัดซบ!! บัดซบ!!”
โม่กวาง กล่าวพูดขึ้นมาทันที “เกรงว่าเราต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย ออกไปจากสถานที่แห่งนี้เสียแล้ว”
สถานการณ์ที่เร่งด่วนเป็นอย่างมาก อี้เฉินจึงยอมรับคำของโม่กวางอย่างฉับไว ครั้นเห็น เหล่าราชาอมตะร่วม10ชีวิต สืบฝีเท้ามารวมตัวกันอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ อย่างพร้อมเพรียง ชนิดที่ไม่เคยปรากฏ เกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่ทัพกำลังเสริม ของดินแดนเทพ ที่เตรียมจะเข้าไปช่วยเหลือทัพหน้า พวกเขายังหยุดชะงักฝีเท้าไปชั่วครู่ รู้สึกหวาดกลัว ภาพเบื้องหน้า ภายในครรลองสายตา ของพวกเขากันขึ้นมาไม่น้อย
ทันใดที่แสงค่ายกลถูกขับเคลื่อน โพยพุ่งขึ้นไปสู่ชั้นฟ้า แหวกหมู่เมฆจนแตกกระจัดกระจาย ขึ้นไปเหนือสวรรค์เก้าชั้นฟ้า จู่ๆ มันก็ถูกตัดขาดในทันใด เมื่อแม่ทัพใหญ่ อู๋เหวิน คลี่ยิ้มออกมากว้าง พร้อมด้วยเหล่าราชาอมตะ คนอื่นๆ ร่วม5ชีวิต พยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณ ขับเคลื่อนค่ายกลกักขังขนาดใหญ่ โดยใช้พวกเขา เหล่าราชาอมตะเป็นแกนกลางขึ้นมา ตัดขาดการเชื่อมต่อ ของค่ายกลเคลื่อนย้าย แสงค่ายกลถูกขับเคลื่อน โพยพุ่งขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าก็ขาดหาย ถูกตัดขาดลงไปในฉับพลัน