“ปล่อยนะ!ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!”
ไป๋เจียหลีตวาดแหวจนสุดเสียงเมื่อรู้สึกได้ว่าข้อเท้าเล็กๆ ของตนเองถูกมือปริศนาคู่นั้นจับตรึงเอาไว้จากปลายเตียง ขณะเดียวกันนั้นเจียหลีที่พยายามดิ้นหนีอย่างสุดชีวิตอยู่บนเตียงนอนก็พยายามถีบถองฝ่าเท้าด้วยจังหวะรัวเร็วอยู่ท่ามกลางความมืดมิดแม้จะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เจียหลีก็ไม่ลังเลที่จะกระทุ้งฝ่าเท้าแรง ๆ
อ่าาามันต้องมีสักครั้งแหละนะ ที่ถีบโดนเป้าหมาย!
ปึกกก!!!
นั่นไง จริงด้วยฝ่าเท้าที่ถีบถองสุ่มสี่สุ่มห้า ในที่สุดก็ถีบกระแทกโดนปลายคางอีกฝ่ายเข้าจนได้
เหอะ ๆ สมน้ำหน้า
“ใครก็ได้!!ช่วยด้วย”
เมื่อฝ่ามือหยาบใหญ่ของใครคนนั้นหลุดออกจากข้อเท้าทั้งสองข้างแล้วไป๋เจียหลีที่เพิ่งลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคง ก็รีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตขณะเดียวกันก็ะโปาว ๆ ร้องขอความช่วยเหลือไปด้วย แต่เพราะรอบตัวมีแต่ความมืดไป๋เจียหลีคนเก่งจึงสะดุดล้มหน้าคะมำไปกับพื้นพรมโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“อะโอ้ยยย”คราวนี้เป็เสียงร้องโอดโอยของไป๋เจียหลีแต่ทว่าไป๋เจียหลียังไม่ทันได้พูดอะไรต่ออีก ก็มีเสียงเย็น ๆของผู้ชายคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด
“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง!เข้ามาจุดโคมไฟให้ฮูหยินเดี๋ยวนี้” แม้น้ำเสียงของเขาจะออกไปทางเย็นเยียบเล็กน้อยแต่ทว่าประโยคเมื่อครู่ คล้ายว่ามีความห่วงใยแอบแฝงอยู่ในนั้น
“ห…หะห๊าาาาฮะฮูหยินงั้นเหรอ ใคร? ใครคือฮูหยิน”ไป๋เจียหลีที่เพิ่งตงิดใจต่อคำเรียกของอีกฝ่าย ก็ได้แต่พูดพึมพำติด ๆ ขัด ๆออกมาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ทว่าความสงสัยแรกยังไม่ถูกกำจัดก็ดันมีเสียงของชายปริศนาอีกคนหนึ่งดังแทรกแซงมาจากอีกฝั่งนี่มันยิ่งชวนให้ไป๋เจียหลีงุนงงเข้าไปใหญ่ เธอไม่เข้าใจและไม่รู้เลยจริง ๆว่ามันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันแน่
“ไม่เข้าหอแล้วหรือขอรับคุณชาย”
“ยังจะมีหน้ามาถามอีกงั้นรึ!เ้าก็รู้! ว่าเจตนาแรก ข้าเพียงอยากเข้ามาเปิดผ้าคลุมหน้าให้เ้าสาวส่วนเื่อื่นค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน เอาเป็ว่า…เ้ารีบเข้ามาจุดโคมให้ฮูหยินก่อน”น้ำเสียงของชายหนุ่มเริ่มนุ่มนวลลงทุกขณะ นี่ยิ่งทำให้ไป๋เจียหลีงุนงงหนักกว่าเดิมในใจต่างขบคิดว่า ตกลงเ้าหมอนี่มันมาดี หรือมาร้ายกันแน่ ที่สำคัญ! มันเป็ใครแล้วมัน้าอะไรจากเธอกันแน่
ตอนแรกเจียหลีคาดเดาไปว่าผู้ชายในความมืด น่าจะเป็พวกโจรโรคจิตที่แอบปีนเข้าห้องผู้หญิงแล้วหวังข่มขืนทำให้ตัวเองสำเร็จความใคร่ หรือไม่...ก็อาจจะเป็พวกหัวขโมย
แรก ๆนึกว่ามาคนเดียวซะอีก คาดไม่ถึงว่ามันจะมามากกว่าหนึ่งคน
แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘ฮูหยิน!’ กับคำว่า ‘คุณชายขอรับ’ ไป๋เจียหลีก็ชักไม่แน่ใจซะแล้วสิว่าผู้ชายพวกนี้มันใช่โจรโรคจิตทั่วไป ๆ เหมือนที่เธอคาดเดาไว้หรือเปล่าอย่าลืมสิว่าโลกที่เธอใช้ชีวิตอยู่มันคือปี 2024 ไม่มีใครเขาเรียกกันด้วยสรรพนามที่ฟังดูโบราณขนาดนั้นหรอก
อื้ด… เอี้ยด~
เสียงเอี้ยดอ้าดของประตูบานพับเรียกสติของไป๋เจียหลีให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวแม้ตอนนี้เธอจะอยากลุกขึ้นยืน แล้ววิ่งหนีไปจากที่นี่ให้รู้แล้วรู้รอดซะแต่ไป๋เจียหลีก็หนีไปไหนไม่ได้ นั่นก็เพราะตอนนี้ข้อเท้าของเธอได้รับาเ็หัวเข่าก็เจ็บแปร๊บ ๆ ด้วยเช่นกัน
พรึ้บบบ!
“ชะอุ้ย!!! นี่มัน…เอ่อ… นี่มัน…” บ่าวรับใช้นามว่าเวินเฉิงเข้ามาจุดโคมตามคำสั่งของเ้านายแต่เมื่อห้องหอหลังใหญ่กลับมามีแสงสว่างอีกครั้งชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีอย่างเวินเฉิงก็จำต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าฮูหยินคนงามนอนหน้าคะมำอยู่บนพื้นพรม
•__•!! งืม…มิน่าล่ะคุณชายถึงสั่งให้เข้ามาจุดโคมไฟให้ฮูหยินอย่างเร่งด่วน
“นี่มัน ๆ ๆนี่มัน!!! อะไรของเ้า มัวยืนซื่ออยู่ได้ รีบไปเอากล่องยามาให้ข้าเดี๋ยวนี้”ชายร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีแดงสดที่นั่งสง่าอยู่บนขอบเตียงนอนตอนนี้ลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง จากนั้นเดินดุ่ม ๆเข้ามาหาไป๋เจียหลีที่นั่งงงเป็ไก่ตาแตกอยู่กลางพื้นพรมในห้องหอ
ขอสารภาพว่า!วินาทีนี้ไป๋เจียหลีใกับสภาพแวดล้อมรอบตัวจนพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว
นี่มันอะไรกัน!!!ก่อนหน้านี้ไป๋เจียหลีนอนอ่านนิยายอยู่บนเตียงนอนของตัวเองแท้ ๆแล้วเธอก็มั่นใจด้วย ว่าก่อนหน้านี้เธออยู่ในห้องของตัวเอง ไม่ได้ออกไปไหนอีกอย่างข้างนอกก็ฝนตกหนัก ซ้ำยังมีเสียงฟ้าร้องน่ากลัวจะตายไปเพราะงั้นเธอไม่มีทางออกจากหอพักอย่างแน่นอน
แล้วทำไม?? จู่ ๆ เธอถึงมาโผล่อยู่ในที่แบบนี้ได้ล่ะ
ไป๋เจียหลีค่อย ๆ หันมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างชั่งใจพบว่าที่นี่เป็ห้องขนาดใหญ่ วัสดุของห้องทำจากไม้ล้วน ๆ ไม่มีส่วนผสมของปูนหรือพลาสติกเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงของตกแต่งภายในล้วนทำมาจากโลหะ เงิน ทองแดง และหยกเนื้อดี
เมื่อแน่ใจแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตัวเองและไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ตนเองคุ้นเคย ไป๋เจียหลีจึงพยายามตั้งสติแล้วเอี้ยวหน้าหันกลับมามองชายร่างสูง ใช่! เขานั่นแหละเขาคือคนที่พยายามจะทำไม่ดีไม่ร้ายกับเจียหลีในตอนแรก
เขาคนนั้นตัวสูงสง่าน่าจะสูงราว ๆ 190 เิเเห็นจะได้ท่าเดินของเขา ทำให้เจียหลีรู้สึกว่าเขาคนนี้เป็ผู้ชายที่ดูสง่างามและภูมิฐานเขาอยู่ในชุดฮั่นฝูโบราณ ชุดนั้นเป็ชุดสีแดงสดสื่อถึงความมงคลบนเนื้อผ้าจะตัดด้วยด้ายสีเหลืองทองที่ปักเป็ลวดลายต่าง ๆทำให้รู้สึกว่าชุดที่เขาสวมใส่อยู่ น่าจะราคาแพงไม่เบา
ถ้าให้ประเมินด้วยตาเปล่าบุคลิกของเขาเหมือนพวกขุนนางในนิยายจีนไม่มีผิด แล้วน่าจะเป็ขุนนางยศสูงอีกด้วยและหากประเมินจากกิริยาท่าทางของเขาเดาว่าเขาคนนี้ไม่น่าใช่ขุนนางชั้นปลายแถวอย่างแน่นอน
กับเขาคนนี้ไม่เพียงรูปพรรณสัณฐานที่สูงส่งโอ่อ่าแต่ทว่าใบหน้าของเขาก็ดูสูงส่งไม่ต่างกันเริ่มจากโครงคิ้วหนาที่เรียงเส้นสวยและยาวเฟื้อยเหมือนคันธนูสิ่งนี้เสริมส่งให้ใบหน้ารูปไข่ของชายหนุ่มดูมีเสน่ห์เย้ายวนตาถัดลงมาเป็สันจมูกโด่งคม ที่สอดรับกับริมฝีปากหนาทำให้ชายคนนี้ดูหล่อเหลาขึ้นอีกเป็กอง ส่วนดวงตาเรียวรีสีดำทมิฬก็ไม่ได้ทำให้เขาดูเป็คนดุดันแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกว่าเขาเป็คนที่มีแววตาเ้าเล่ห์เ้ากลเหมือนสุนัขจิ้งจอกป่าซะมากกว่า
แม้กระทั่งตอนนี้ริมฝีปากหนาของเขามีเืซิบเพราะถูกเจียหลีขบกัดและมีรอยปริแตกที่มุมปากซ้าย ซึ่งเดาได้ว่าน่าจะเพราะโดนฝ่าเท้าของเจียหลีถีบเข้าให้แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถลดทอนความหล่อเหลาบนใบหน้าของเขาลงได้เลย
ยิ่งเขาเป็คนผิวขาวสะอาดรอยช้ำแดงบนมุมปากของเขาก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจน
“ข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจ น่าจะเป็เพราะข้าดื่มหนักเกินไปหรือไม่ก็มีคนแอบผสมของสกปรกลงไปในจอกสุราของข้า ข้าจึงเสียสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้กระทั่งลามไปคุกคามเ้าเช่นนั้น” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลรื่นหูชี้ให้เห็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำมิดีมิร้ายกับเจียหลีจริง ๆ
ชายปริศนาผู้นั้นเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าไป๋เจียหลีเขาย่อตัวลงมาหาเล็กน้อยก่อนจะโอบสองลำแขนอุ้มร่างเล็กที่นั่งงุนงงอยู่บนพื้นแล้วพาไปวางไว้บนเตียงนอนดังเดิมอย่างนุ่มนวล
‘พูดสิ!พูดอะไรสักอย่างสิ นี่ฉันกลายเป็ใบ้ไปแล้วใช่หรือเปล่านะ!’
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูหล่อเหลาอย่างกับหลุดออกมาจากภาพวาดและเห็นว่าเขาไม่ได้มีทีท่าคุกคามดุดัน ทั้งไม่ได้มีท่าทางเหมือนโจรร้ายเหมือนอย่างที่จินตนาการเอาไว้จากที่ตื่นใ และเอาแต่กระเสือกกระสนดิ้นหนีเหมือนปลาขาดน้ำไป๋เจียหลีในตอนนี้ก็ไม่คิดดิ้นหนีไปไหนอีก ได้แต่นั่งแข็งเกร็งทำอะไรไม่ถูกอย่าว่าแต่ดิ้นหนีเลย แค่คิดจะขับเสียงออกมาจากลำคอให้เป็คำพูดยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อวางเจียหลีลงบนเตียงแล้วชายหนุ่มก็ย่อตัวนั่งยอง ๆ ลงข้างเตียง จากนั้นค่อย ๆถอดรองเท้าออกให้หญิงสาวอย่างระมัดระวัง เจียหลีสังเกตเห็นว่าขณะที่เขาค่อย ๆถอดรองเท้าออกจากเท้าของเธอ หัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันอยู่ตลอด
นี่ชวนให้เจียหลีนึกสงสัยอยู่ตลอดว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ทำไมต้องขมวดคิ้วจนแทบผูกกันเป็ปมด้วยล่ะ
“เจ็บหรือไม่”น้ำเสียงนุ่มนวลของชายหนุ่มเรียกให้เจียหลีหลุดออกจากห้วงความคิดเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากสตรีตรงหน้า ชายหนุ่มจึงถามซ้ำขึ้นมาอีกครั้งแต่ทว่าเน้นเสียงให้หนักขึ้นอีกหนึ่งระดับ “ข้าถามว่า...เ้าเจ็บหรือไม่?”
คราวนี้เป็เจียหลีที่รีบพยักหน้ารับและรีบถอนฝ่าเท้าออกมาจากอุ้งมือของเขาอย่างถือตัว
“ขอบคุณมากนะที่ใช้ปิ่นเงินปักเข้าที่ลาดไหล่ของข้าหาไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ได้สติกลับมาเป็ผู้เป็คนเหมือนอย่างตอนนี้”
คำพูดของเขาไม่เพียงทำให้เจียหลีรู้สึกอ่อนไหวใจบางแต่ทว่าขณะที่เขาแหงนหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตากลมโตของเจียหลีหัวใจของหญิงสาวพลันเต้นโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
คำพูดประโยคนี้ของชายหนุ่มทำให้เจียหลีเข้าใจได้เองว่าที่แท้เขาขมวดคิ้วมุ่นไว้ตลอด น่าจะเป็เพราะเขาเจ็บแผลที่โดนเจียหลีเอาของมีคมจ้วงแทงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตัวเองแน่ๆ เลย
ไอ้รู้สึกผิดก็รู้สึกผิดอยู่หรอก แต่ช่วยไม่ได้นี่ ก็ใครใช้ให้เขาโผล่มาแบบนั้นกันล่ะ
'แต่...เอ๋... เดี๋ยวก่อนนะ อีตาหมอนี่มันโง่หรือเปล่าเนี่ยตัวเองโดนปิ่นแทงจนเืตกยางออกขนาดนั้น นอกจากไม่คิดโทษให้เป็ความผิดของฉันไม่ต่อว่าอะไรเลย ยังเงยหน้าขึ้นมาพูดขอบคุณงั้นเหรอ แปลกคนชะมัด!'