สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ทำให้อนาเธอร์ต้องหรี่ตามองเธอตรงหน้าด้วยความสงสัย
ตัวเขาไม่แน่ใจว่าทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงต้องการทดสอบพลังใส่พวกเขาด้วย หรือเหตุผลใดที่ทำให้เธอนั้นสนใจในตัวของเขามากขนาดนี้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น อนาเธอร์ก็ยังคงสงบนิ่ง
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ แต่การทดสอบพลังแบบนี้ของรุ่นพี่…คงไม่จำเป็นต้องใช้กับเพื่อนนักเรียนทุกคนขนาดนี้หรอกมั้ง?”
อนาเธอร์พูดขึ้นพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ เพราะตอนนี้นักเรียนทุกในภายในห้องโถงได้ตกอยู่ในการควบคุมของเธอทั้งสิ้น
“ยังงั้นเหรอ? มันช่วยไม่ได้หรอกนะ”
เฟรย่าได้ยินก็หัวเราะเบาๆด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กลับทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อย
“บางครั้งเราก็ทำให้คนอื่นหลงใหลได้โดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายรำคาญหรอกนะ”
เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เผยให้เห็นถึงความลึกลับ และจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาสีฟ้าครามที่ส่องประกายเจิดจ้า
“..................”
เมื่อเห็นว่าคำพูดของเธอไม่สามารถทำให้อนาเธอร์ไขว้เขวหรือสั่นคลอนได้ เฟรย่ากลับยิ่งรู้สึกทึ่งในความแข็งแกร่งภายในของเขา
เธอไม่ได้เคยพบเจอใครที่สามารถต้านทานพลังของเธอได้มาก่อน และนั่นทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับเธอยิ่งขึ้น
“เอาละๆ พี่สาวของโทษละกัน”
เพียงแค่สิ้นคำพูดของเฟรย่า ตอนนั้นนักเรียนที่ถูกครอบงำก็ค่อยๆฟื้นสติกลับมา ความมึนงงและอ่อนเพลียปรากฏชัดบนใบหน้าของพวกเขา แต่ทั้งหมดก็ยังคงเหม่อมองเฟรย่าด้วยความหลงใหล บางคนถึงกับสั่นไหวราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาถูกควบคุมจิตใจโดยที่ไม่ทันรู้ตัว
“ว่าแต่.. พวกเราไปทานอาหารในเมืองกันไหม?”
ตอนนั้นเฟรย่าได้ชวนอนาเธอร์ด้วยความเสน่ห์หส พร้อมรอยยิ้มละมุนที่สามารถละลายหัวใจใครหลายคนในทันที เสียงอันเย้ายวนของเธอเหมือนกังวานทั่วห้องบริเวณโถง และนี้ไม่เพียงแต่เป็นคำเชื้อเชิญธรรมดา มันกลับดึงดูดและสร้างความอิจฉาให้แก่ผู้คนอย่างที่ไม่อาจซ่อนได้
“มะ..แม่งเอ้ย ไอ้เจ้าชายน้อยมันจะเอาทุกอย่างไปเลยหรือไงวะ”
“จัดการกับอนาเธอร์ซะ ใช้สายตาของพวกเราจัดการมันให้เละ!”
“ตายไปซะอนาเธอร์ ตายไปพร้อมกับความสุขที่กำลังล้นทะลัก!”
บรรดานักเรียนที่ยืนอยู่รอบๆได้แต่กัดฟันแน่นด้วยความหึงหวง สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาพุ่งตรงมายังอนาเธอร์
บางคนแทบไม่เชื่อว่าผู้ที่งดงามและสูงศักดิ์ราวเทพธิดาเช่นเฟรย่า จะมาเชื้อเชิญเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาอย่างง่ายดายขนาดนี้ แม้เฟรย่าจะดูไร้เดียงสาในคำเชิญชวน แต่ความจริงแล้วมันเต็มไปด้วยเสน่ห์อันล้ำลึกที่ยากจะปฏิเสธได้
“ก็ดีนะครับ ยิ่งถ้าได้รุ่นพี่เลี้ยง”
“รุ่นน้องเช่นฉันก็ไม่เกรงใจแล้ว”
อนาเธอร์พูดจากวนๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำเชื้อเชิญของเธอ แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบเฉยและเต็มไปด้วยความสงบนิ่งก็ตาม
แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความสนใจที่ซ่อนอยู่ เขาไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับเสน่ห์ของเฟรย่า ทว่าชายหนุ่มกลับถูกดึงดูดด้วยพลังที่แฝงอยู่ในตัว
พลังของเทพเจ้าอย่างเฟรย่าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกอยากเข้าใจและสำรวจว่ามันเป็นเช่นไรกันแน่ ถึงแม้สายตาของนักเรียนรอบข้างจะแสดงความไม่พอใจ และคาดหวังในมุมมองที่แตกต่างไปจากนี้ก็ตาม
“คิกคิก นายนี่มันน่าสนใจจริงๆ”
เฟรย่าหัวเราะเบาๆกับท่าทางที่เรียบง่ายของเขา แต่ในใจกลับยิ้มเยาะอย่างสนุกสนาน ท่าทีสงบนิ่งของอนาเธอร์ มีเสน่ห์ลึกซึ้งที่ทำให้หญิงสาวแทบอยากจะทดสอบเขาอยู่ลึกๆ
“งั้นไปกันเถอะค่ะ”
“เราเดินไปอย่างช้าๆกันดีกว่านะ”
ไม่นาน ทั้งสองเริ่มเดินออกจากห้องโถงใหญ่ด้วยกัน ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมาด้วยความอิจฉาและความสนใจ
นักเรียนชายหลายคนรู้สึกเจ็บใจที่ไม่อาจเข้าใกล้เฟรย่าได้เช่นอนาเธอร์ แต่ไม่มีใครกล้าพูดหรือทักท้วงออกมาเลยแม้แต่น้อย
“นานๆจะได้เดินเล่นเช่นนี้ที มันทำให้หัวใจของพี่สาวคนนี้สงบน่ะ”
เฟรย่าพาอนาเธอร์เดินลัดเลาะไปตามทางออกของมหาวิทยาลัย สายลมพัดเส้นผมสีทองของเธอให้ปลิวไหว ราวกับความงามของเธอสามารถหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติรอบตัวได้อย่างลงตัว
ส่วนอนาเธอร์ก็ก้าวตามอย่างมั่นคง ใบหน้าไม่แสดงท่าทีใดๆที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหว แม้ในใจจะตกตะลึงกับความงดงามของหญิงสาวผู้นี้ก็ตาม เขาเองก็พยายามจะควบคุมสติและอารมณ์ของตน เพราะความงดงามของเฟรย่านั้น
มันดึงดูดได้ทุกสิ่งจริงๆ
เมื่อพวกเขามาถึงตัวเมืองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย
“นะ..นั่นมันเทพธิดาเฟรย่า แล้วอีกคนนึงเป็นใครกันน่ะ?”
“พระเจ้า ทั้งสองคนหล่อเหลาและงดงามเป็นอย่างมาก!”
ผู้คนในเมืองต่างพากันมองพวกเขาด้วยความตื่นตาตื่นใจเป็นครั้งคราว ความงดงามของเฟรย่าประกอบกับบุคลิกที่เยือกเย็นของอนาเธอร์นั้น เปรียบได้กับภาพของคู่รักในอุดมคติ มันดูสมบูรณ์แบบ แทบทำให้ทุกคนต่างหลงใหลในมนตร์เสน่ห์ของพวกเขาโดยไม่รู้ตัว
“นายสนใจเรื่องพลังของเทพเจ้ามากกว่าตัวพี่สาวเองสินะ?”
ตอนนั้นเฟรย่าได้กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม พลางเหลือบตามองอนาเธอร์อย่างชาญฉลาด
“ไม่ผิด ฉันสนใจพลังของเทพเจ้าและอยากเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร”
“ความแข็งแกร่งที่ฉันเคยเห็นมาล้วนแต่ทรงพลัง แต่พลังที่สามารถควบคุมจิตใจคนอย่างของรุ่นพี่เฟรย่าน่ะ มันเป็นสิ่งที่ฉันก็ยังไม่เข้าใจได้อย่างถ่องแท้”
อนาเธอร์ได้ยินคำถามดังกล่าวก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
“นายนี่น่าสนใจจริงๆอนาเธอร์…”
“ปกติคนอื่นมักจะสนใจเราด้วยความหลงใหล แต่นายกลับไม่เป็นแบบนั้น”
เฟรย่าเองก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ซึ่งอนาเธอร์ก็ยิ้มอย่างสุภาพ พลางตอบกลับ
“รุ่นพี่เป็นคนที่มีเสน่ห์มากก็จริง!
“ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องการมันทั้งสิ้น แต่ตอนนี้ฉันกำลังสนใจในเรื่องอื่นมากกว่าน่ะ”
“ส่วนเรื่องผู้หญิงในตอนนี้..”
คำพูดของอนาเธอร์ทำให้เฟรย่ารู้สึกประทับใจ รอยยิ้มของเธอแปรเปลี่ยน สายตาของเธอสะท้อนถึงความสนใจที่แท้จริงในตัวเขา
ในตอนนี้เฟรย่าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในตัวอนาเธอร์ ผู้ชายส่วนใหญ่ที่เธอเคยพบมักจะยอมสยบด้วยความหลงใหลในเสน่ห์
ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ หรืออำนาจแห่งความงามอันล้ำลึกที่สามารถสะกดจิตใจคนได้ในชั่วพริบตา อวาตาร์เทพเจ้าที่ตัวของเธอได้รับมอบมาทำให้ความงามของเธอยิ่งทวีความลึกล้ำไปอีกขั้น
ความงามที่เคยเป็นเพียงเสน่ห์ธรรมดา ได้แปรเปลี่ยนเป็นมนตร์สะกดที่ทรงพลัง พลังแห่งเฟรย่าทำให้เธอสามารถควบคุมและบงการจิตใจผู้คนได้ง่ายดายเพียงแค่เผยรอยยิ้มบางๆ
เพียงแค่เธอลอบใช้ทักษะที่ติดตัวของอวาตาร์แห่งเทพเจ้านี้ ผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆก็มักจะถูกสะกดด้วยเสน่ห์นั้น และยอมประเคนทุกสิ่งที่เธอต้องการให้แทบจะทันที บางครั้งแม้แต่ผู้ที่เคยถูกมองว่าแข็งแกร่งและจิตใจมั่นคง ก็ยังตกอยู่ภายใต้อำนาจนี้โดยไม่รู้ตัว กระทั่งพวกเขาได้มองเธอ ราวกับเทพธิดาที่สูงส่งและไม่อาจต้านทานได้
แต่อนาเธอร์กลับเป็นข้อยกเว้นที่ไม่เคยเจอมาก่อน รอยยิ้มที่มั่นคงของเขา ดวงตาเรียบนิ่งที่ไม่มีแววหลงใหลหรือหวั่นไหวในเสน่ห์ของเธอ
ทำให้เฟรย่ารู้สึกทึ่ง เขาไม่ได้ถูกครอบงำจากเสน่ห์ของเธอแม้แต่น้อย หากแต่สนใจในพลังของเธอมากกว่าความงดงามภายนอก ราวกับว่าเขาเห็นผ่านเข้าไปยังแก่นแท้ของพลังเทพเจ้าแห่งเฟรย่าที่อยู่เบื้องหลัง และนั่นยิ่งกระตุ้นความสนใจในตัวเขาให้เธอมากขึ้นไปอีก
“น่าสนใจจริงๆ... ”
เฟรย่าพึมพำเบาๆกับตัวเอง ขณะที่รอยยิ้มอันยั่วยวนยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
“รุ่นพี่คนนี้จะเล่นอะไรอีก?”
อนาเธอร์เหลือบมองด้วยสายตาที่สงสัยเล็กน้อย แต่ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบโต้กลับไป เพียงแต่รักษาท่าทีนิ่งเฉยอย่างเดิม เฟรย่ามองดูท่าทางของเขาอย่างสนใจ ราวกับเธอกำลังพยายามค้นหาว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงสามารถต้านทานเสน่ห์ที่แข็งแกร่งของเธอได้
“ทำไมนายถึงไม่เหมือนคนอื่นๆล่ะ?”
เฟรย่าถามขึ้นเบาๆ สายตาของเธอแฝงไปด้วยความสงสัยจริงจัง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพบใครบางคนที่ไม่หลงใหลในเสน่ห์ของเธอ
“ง่ายๆ ก็ฉันคือผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้ายังไงละ”
คำตอบนี้ทำให้เฟรย่าถึงกับต้องอึ้ง จากนั้นใบหน้าที่งดงามก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา
“คิกคิก แค่ผู้สืบทอดของเขาตังหากละ”
การสนทนาของพวกเขาดำเนินไปอย่างน่าสนใจ เฟรย่าค้นพบว่าตัวเองเริ่มเพลิดเพลินกับการพูดคุยกับอนาเธอร์ เขาไม่ใช่คนที่จะถูกเสน่ห์ของเธอบดบัง แต่กลับมีมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าผู้ชายทั่วไป
แม้จะยังคงสงสัยว่าทำไมเขาถึงมีจิตใจที่แข็งแกร่งเช่นนี้ แต่เฟรย่าก็ยอมรับ ความสนใจที่หญิงสาวมีต่อเขาคนนี้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมันก็มากเกินไปกว่าคนสนใจส่วนใหญ่แล้ว
“ชั่งเถอะ ก่อนอื่นเรียกเราว่าพี่สาวละกัน”
“แล้วก็บอกมาด้วยว่าทำยังไงถึงได้ต้านทานพลังของเฟรย่าได้!”
...
แค่ผู้สืบทอดต่างหาก 55+