ความสามารถในการสร้างสุดยอดเมด ที่โคตรจะโอพี

    ตอนที่ 47 คำขอร้องของเฟรอกินต่อเมด

    ตอนที่ 47 คำขอร้องของเฟรอกินต่อเมด

     

     

    ครึ่งสิงโตผู้ยิ่งใหญ่นั่งอยู่บนบัลลังก์อย่างสง่างามและเฉิดฉาย

    กำลังฟังรายงานข่าวเรื่องการหายไปของพื้นที่แห่งความตายด้วยรอยยิ้ม

    และสาวๆข้างกายของเขาจำนวนมากก็เต็มไปด้วยสีหน้าที่ตื่นตะลึง

    ...พวกเขาทั้งหลายแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

     

    “นี่มันเรื่องจริงอย่างงั้นเหรอ...ยกกำลังพลเข้าไปในเขตแดนนั้นเดี่ยวนี้เลย”

    ราชาสิงโตออกคำสั่งอย่างดีใจ

     

    ....แต่ทว่าเพียงไม่นานหลังจากนั้น

    “ตุบ!!”

     

    “กริ๊ด!!”

    เหล่าสาวๆข้างกายของเขาต่างส่งเสียงกรีดร้องออกมา

     

    ...เมื่อร่างกายของราชาสิงโตร่วงลงจากบัลลังก์กลิ้งไปตามพื้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

    ดวงตาและปากของเขานั้นเปิดกว้างค้างเหลือกอยู่

     

    “ฝ-ฝ่าบาท!!!”

    คนสนิทรีบตามมาดูอาการทันที

    แต่ทว่าราชาสิงโตผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักร์ไลอ้อนได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว...

     

    “ไม่จริงใช่ไหม!!!”

    คนสนิทกล่าวอย่างตกใจ

     

    ...แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ล้มตายด้วยเช่นกัน

    ผู้คนที่มีอำนาจภายในอาณาจักรต่างก็เริ่มล้มตายเป็นผักอย่างง่ายโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

     

    “น-นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!!!”

    ขุนนางคนหนึ่งกล่าว

    ...ก่อนที่เพื่อนที่อยู่ข้างๆของเขาก็ล้มตายหน้า

     

    “ฮี่!!! ไม่นะ...นี่มันเกิดอาเพศอะไรขึ้นกันท่านเทพพระเจ้าบนฟากฟ้าได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด”

    คำสวดภาวนาของเขาต่อเทพพระเจ้าที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่าเพราะเวลาเพียงไม่นานเขาก็ล้มตายในสภาพที่ไม่ต่างจากคนอื่น....

     

    ชายแก่คนหนึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดในสถาบันการศึกษา

    เขาเคยเป็นอดีตทหารที่ไม่ได้มีความรู้ทางวิชาการอะไรเลยแต่ด้วยอำนาจขององค์ราชาที่มอบหน้าที่นี้ให้กับเขา...เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก

     

    ...แต่ทว่าการตายอย่างกะทันหันขององค์ราชาทำให้เขาถูกต่อต้านและขับไล่ออกจากสถาบันจากนักศึกษาและอาจารย์จำนวนมาก

    “ข้าคือปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากองค์ราชาเลยนะเจ้าพวกโง่”

     

    คำพูดของเขามันยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเองและในท้ายที่สุดผู้คนในสถาบันเกือบทั้งหมดก็ออกมาประณามเขาว่าเป็นไอทหารโง่ที่อวดฉลาด

    .

    .

    ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเขากลับไปยังคฤหาสน์ของตัวเอง...ในวันนั้นเขาก็พบแต่ความดำมืด

    ทั้งอาณาจักรเกิดการจลาจลอย่างหนักหน่วงไม่มีคนรับใช้เหลือภายในคฤหาสน์ของเขาเลย

    ทุกอย่างหายสิ้นไปทั้งหมดพร้อมกับทรัพย์สินสมบัติเหลือเพียงแค่ร่างที่ไร้วิญญาณของภรรยาและลูกของเขา

     

    ...ในวันนั้นเขาเลือกที่จะจบชีวิตของตัวเอง

    .

    .

    .

    ---ความวุ่นวายต่างๆ และการตายอย่างปริศนาของเหล่าผู้มีอำนาจไม่ได้เกิดขึ้นแค่อาณาจักรไลอ้อนอย่างเดียวเท่านั้น

     

    ภายในอาณาจักรเอเลเฟนท์

    “องค์ราชา...องค์ราชาสิ้นพระชนม์แล้ว!!!!”

    คำประกาศจากทางอาณาจักรแทนที่ผู้คนจะโศกเศร้าเสียใจแต่เปล่าเลย...ผู้คนต่างออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

     

    ในวันนั้นโลกทั้งใบของเหล่าวอร์บีสท์มันเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น

     

    ....

    “ฮ่าฮาฮาฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

    บอนโน่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งและชื่นบาน

    ก่อนหน้านี้เขาสั่งตายไปแล้วเป็นจำนวนมาก

    ...เหล่าทหารและนายพลเสือโคร่งต่างก็ฟังคำพูดสั่งตายของบอนโน่ด้วยความสิ้นหวัง

     

    “เอาล่ะ!...ต่อไปก็ถึงตาพวกคุณแล้วพวกคุณตอบผิดทุกคนเลย เพราะงั้นจะไม่มีใครรอด”

     

    ในตอนนี้เสียงพูดของบอนโน่เป็นเสียงที่พวกเขาฟังแล้วรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

     

    “ผมจะเริ่มนับหนึ่งถึงสิบ แล้วหลังจากนี้ใครที่คิดไม่ดีต่อผมไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม....มันผู้นั้นจะต้องตายในทันทีและแน่นอนตอนนี้ผมได้ยกเลิกคำสั่งห้ามขยับขาของพวกคุณแล้ว พวกคุณจะวิ่งหนีไปก็ได้นะ...ถ้าคิดว่าหนีรอด”

    บอนโน่พูด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเริ่มนับเลข

     

    “หนึ่ง”

     

    “สอง”

     

    “สาม”

     

    “ไม่นะ...ไอสมองบ้า! หยุดคิดสักทีสิ”

    ทหารคนหนึ่งพยายามตีศีรษะขอตนเอง

    “ห้า”

     

     

    “บ้าเอย หยุดคิดสักทีสิโว้ยยย!!!”

    ทหารคนหนึ่งสั่นกลัวจนทนยืนไม่ไหวล้มลงฉี่ราด

     

    และทหารคนอื่นๆเมื่อเห็นว่าขาของเขาขยับแล้วยังไม่ตายก็เริ่มออกตัววิ่งหนีทันที

    พวกเขาวิ่งหนีกันอย่างสุดชีวิต

    ...บางคนที่มีความคิดฉลาดหน่อยก็วิ่งหนีเข้าไปภายในดันเจี้ยน ที่ถือว่าอยู่ในมิติอื่น

    “เจ็ด”

     

    บางคนที่ขาอ่อนแรงจนหนีไม่ไหว เขาได้ยินเสียงนับเลขของบอนโน่อย่างชัดเจนมันคือเสียงแห่งความสิ้นหวังอย่างแท้จริง

     

    “เก้า”

     

    “สิบ!!!”

     

    “ตุบ! ตุบ!ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!”

    เสียงล้มลงกระแทกพื้นจำนวนมากของร่างที่ไร้วิญญาณ...

    .

    .

    แล้วหลังจากนั้นบรรยากาศโดยรอบก็ว่างเปล่าเงียบสงบลง

     

    เหล่าทหารต่างล้มตายกันหมดทุกคนรวมถึงคนที่วิ่งหนีเข้าไปภายในดันเจี้ยนก็ไม่อาจรอด

    ....สิ่งที่เรียกว่าความคิดนั้นไม่สามารถหยุดหรือห้ามได้อยู่แล้ว

     

    “แฮ่ก! แฮ่ก!แฮ่ก! แฮ่ก!”

    บอนโน่ส่งเสียงหอบออกมา ก่อนที่จะนั่งพักลงไปบนศพของนายพลเสือโคร่ง

     

    ในตอนนี้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมากใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แจ่มใส

    หลังจากที่เขาสร้างความวุ่นวายและฆ่าไปแล้วหลายพันศพภายในเวลาชั่วโมงกว่า

    ...แต่ภายในจิตใจของเขากลับไม่รู้สึกผิดอะไรเลย

     

    ในตอนนี้เขารู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อขึ้นมาทันทีแม้ความจริงแล้วเขาจะมีชีวิตเหลืออยู่อีกเพียงไม่กี่นาทีแล้วก็ตาม

     

    บอนโน่หวนคิดถึงอดีตพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมา

    .

    .

    .

    ...แม้ตอนนี้บอนโน่จะรู้สึกว่ารอบตัวของเขาเต็มไปด้วยซากศพและไม่มีใครเหลืออยู่แล้ว

    แต่ก็มีชายแก่และเมดสาวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

     

    สำหรับพวกเขาแล้วนั้นบอนโน่ในตอนนี้เป็นอันตรายกับพวกเขาอย่างมากและไม่อาจปล่อยไว้ได้

    “ซีโร่ได้โปรด...ช่วยทำให้บอนโน่จากไปอย่างสงบด้วย”

    เฟรอกินพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง

     

    ...ซีโร่นั้นไม่ได้พูดตอบปฏิเสธเหมือนทุกทีใบหน้าภายใต้หน้ากากสีขาวนั้นเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

     

    “เธอคงอยากจะบอกสินะว่าก่อนหน้านี้บอนโน่ได้พูดคำสั่งตายกับใครก็ตามที่คิดไม่ดีต่อเขาและหากออกไปจากสถานะไร้ตัวตนก็จะตายในทันทีด้วยคำสั่งนั้น....”

     

    เฟรอกินยังคงพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังและบรรยากาศในตอนนี้มันมืดมนเป็นอย่างมาก

    “เพราะงั้นนอกจากเธอก็ไม่มีใครอีกแล้วที่สามารถฆ่าบอนโน่ได้ขอร้องละซีโร่...เราปล่อยบอนโน่ไว้ไม่ได้จริงๆ”

    .

    .

    ซีโร่หันไปมองกอนน้อย...

    ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมา

    “เข้าใจแล้วค่ะแต่บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ...แต่ฉันทำเพื่อนายท่าน”

    .

    .

    .

    ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic