ตอนที่ 30 อสูรมารใต้สนาม
ตูม! ตูม! ตูม!
พื้นสนามพังถล่มต่อเนื่อง
พลังมารสีดำพวยพุ่งขึ้นฟ้าราวภูเขาไฟระเบิด
นักเรียนจำนวนมากหน้าซีดจากแรงกดดัน
บางคนถึงกับหมดสติทันที
“หนีเร็ว!”
“มันคืออสูรมารระดับสูง!”
เสียงตะโกนดังทั่วสนาม
อาจารย์หลายคนรีบสร้างม่านพลังป้องกันและอพยพนักเรียนออกจากพื้นที่
แต่กลางหลุมยักษ์
ร่างขนาดมหึมากำลังค่อยๆ ปีนขึ้นมา
มันสูงเกือบสิบเมตร
ผิวหนังสีดำคล้ำเต็มไปด้วยอักขระสีเลือด
ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้คนราวกับนักล่า
เพียงเสียงหายใจของมันก็ทำให้พื้นสั่นสะเทือน
ผู้ตัดสินตัวสั่น
“อสูรมารระดับ 6…”
“เป็นไปไม่ได้ทำไมของแบบนี้ถึงอยู่ใต้มหาวิทยาลัยได้!”
ทันใดนั้นเอง
ชายหน้ากากแห่งวิหารเงาหัวเราะออกมาเบาๆ
“พวกเจ้าผนึกมันไว้หลายสิบปี…”
“แต่ผนึกที่เก่าเกินไปสุดท้ายก็ต้องแตก”
ชายชราผมขาวตวาดทันที
“เป็นฝีมือพวกเจ้า!”
ตูม!
พลังมหาศาลระเบิดออกจากร่างเขา
ดาบแสงสีทองปรากฏขึ้นกลางอากาศก่อนพุ่งใส่ชายหน้ากาก
แต่ชายหน้ากากเพียงยกมือขึ้น
ปัง!
ดาบแสงแตกกระจายทันที
ผู้คนรอบข้างหน้าซีด
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ขณะเดียวกัน
อสูรมารเริ่มคำรามลั่น
โฮกกกก!!
คลื่นเสียงทำให้กระจกอาคารรอบสนามแตกละเอียด
จากนั้นมันฟาดแขนลงใส่กลุ่มนักเรียนที่หนีไม่ทัน
ตูม!!
พื้นแตกกระจาย
นักเรียนหลายคนร้องด้วยความสิ้นหวัง
แต่ทันใดนั้น—
ฟึ่บ!
ร่างหนึ่งพุ่งเข้าไปขวาง
ปัง!!
หมัดที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีดำปะทะกับแขนอสูรมารเต็มแรง
คลื่นพลังระเบิดออกทันที
ผู้คนเบิกตากว้าง
“ซูผิง!?”
เขายืนขวางอยู่ด้านหน้านักเรียนหลายสิบคน
แม้พื้นใต้เท้าจะแตกละเอียดแต่ร่างของเขายังคงยืนนิ่ง
อสูรมารมองเขา ก่อนคำรามต่ำๆ
เหมือนสัมผัสได้ถึงบางอย่าง
ส่วนซูผิงเองก็รู้สึกเช่นกัน
เปลวเพลิงสีดำในร่างกำลังร้อนแรงผิดปกติ
ราวกับ…ตื่นเต้น
“พลังนี่มัน…”
ก่อนเขาจะทันคิดต่อ
อสูรมารก็พุ่งเข้ามาอีกครั้งด้วยความเร็วมหาศาล
ตูม!!
หมัดขนาดยักษ์ฟาดลงมา
ซูผิงรีบหลบ
พื้นสนามระเบิดเป็นหลุมลึกทันที
“เร็วชะมัด!”
แม้ร่างจะใหญ่แต่ความเร็วกลับน่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อ
ถิงถิงรีบพุ่งเข้ามาช่วย
“หลบ!”
ฉัวะ!
คลื่นดาบน้ำแข็งฟันเข้าที่แขนอสูรมาร
แต่กลับทิ้งไว้เพียงรอยตื้นๆ
“อะไรนะ…”
สีหน้าเธอเปลี่ยนทันที
เกราะของมันแข็งเกินไป
อสูรมารสะบัดแขนกลับอย่างรุนแรง
ปัง!
ถิงถิงถูกฟาดกระเด็นกระอักเลือดกลางอากาศ
“ถิงถิง!”
ซูผิงพุ่งไปรับเธอไว้ได้ทัน
ถิงถิงกัดฟันแน่น
“พลังป้องกันมันสูงมาก…”
บนอัฒจันทร์
ชายชราผมขาวกำลังปะทะกับชายหน้ากากอย่างดุเดือด
ทั้งสองแข็งแกร่งจนไม่มีใครเข้าใกล้ได้
ทำให้อสูรมารไม่มีคนหยุด
สถานการณ์เริ่มสิ้นหวัง
ทันใดนั้นเอง
เสียงระบบบางอย่างดังขึ้นในหัวซูผิง
ติ๊ง!
[ตรวจพบพลังมารระดับสูง]
[เงื่อนไขปลดผนึกเปลวเพลิงดำขั้นที่ 1สำเร็จ]
[ต้องการปลดผนึกหรือไม่]
ซูผิงชะงัก
ยังไม่ทันตอบ
อสูรมารก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
ดวงตาสีแดงของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
นักเรียนรอบข้างเริ่มสิ้นหวัง
แต่ซูผิงกลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
ในดวงตาของเขา
เปลวเพลิงสีดำเริ่มลุกไหม้
“ปลดผนึก”
ฟู่มมมม!!!
เปลวเพลิงมหาศาลระเบิดออกจากร่างเขาทันที
ท้องฟ้าทั้งสนามถูกย้อมเป็นสีดำแดง
แรงกดดันมหาศาลกดทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก
แม้แต่อสูรมารยังหยุดชะงัก
ดวงตาของมันปรากฏความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก
ส่วนชายหน้ากากแห่งวิหารเงา…
หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่าๆๆๆ!”
“ในที่สุด!”
“ในที่สุดผู้สืบทอดเพลิงทมิฬก็ปรากฏตัวแล้ว!”
……จบตอน……