ตอนที่ 2 (ภาค 2): ศึกแรกแห่งหลงเหยียน
แสงจันทร์ยามค่ำคืนถูกบดบังด้วยหมู่เมฆหนาทึบ ทิ้งให้ท้องฟ้าเหนือกองทัพขอบฟ้าครามมืดดำราวกับม่านาที่กำลังจะเปิดฉาก
เฟิงิยืนอยู่บนโขดหินสูงริมเชิงเขาเบื้องหน้าค่ายศัตรู
สายลมพัดกรากจนปลายเสื้อคลุมพลิ้วสะบัด สีหน้าของเขานิ่งสงบ แววตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวกลางพายุ
เบื้องล่างของเนินเขานั้น คือเมืองหลงเหยียน
ประตูเมืองยามค่ำยังคงปิดสนิท แต่ธงของแคว้นเหยียนหงโบกสะบัดอย่างหยิ่งผยองเหนือหอคอย
“ศัตรูตั้งค่ายหน้ากำแพง ไม่หวั่นแม้แต่จะปิดประตูเมือง…พวกมันมั่นใจเกินไป”
เฟิงิหันไปยังซูเหวินที่ยืนประจำตำแหน่งสอดแนม
“รายงานอีกครั้ง”
ซูเหวินพูดเสียงต่ำ
“กองทัพศัตรูห้าพัน แบ่งเป็สามค่ายหลัก ค่ายตะวันออกเป็กองทัพหลักภายใต้แม่ทัพหยางหลิง เ้าเมืองหลงเหยียนเปิดทางให้พวกมันตั้งค่ายในเขตห้ามรบ…เ้าเมืองขายแคว้นแน่ชัด”
เฟิงิกำหมัดแน่นจนข้อขาวซีด
“เหยียนหลี กับเจียงหลงล่ะ?”
“เหยียนหลีแทรกซึมเข้าค่ายศัตรูแล้ว กำลังรอจังหวะเปิดเพลิงจากด้านใน เจียงหลงเตรียมกองทหารม้าเบาอยู่ทางทิศเหนือ พร้อมลอบตัดเสบียงศัตรู”
เฟิงิหลับตาลงชั่วครู่ ััลมหายใจของผืนแผ่นดิน
คืนนี้…เขาต้องเปลี่ยนสายน้ำแห่งา
แผนรบ: “สายลมผ่าอรุณ”
ยามสอง…เงามืดเคลื่อนตัวอย่างไร้เสียง
ทหารของขอบฟ้าครามเคลื่อนเข้าใกล้แนวค่ายศัตรูราวกับเงาสะกดรอย
จากหอคอยกลางค่าย เหยียนหลีส่งสัญญาณด้วยกระจกสะท้อนแสงจันทร์
หนึ่ง…สอง…สามครั้ง
“ลงมือ!” เฟิงิสั่งเสียงหนัก
แสงเพลิงลุกโชนขึ้นกลางค่ายศัตรูอย่างกะทันหัน
เสียงะเิดังสนั่นจนพื้นดินสั่นะเื
โกดังเสบียงทั้งสามหลังะเิพรึบในพริบตา
เสียงกรีดร้องดังระงม ศัตรูแตกตื่นพากันวิ่งอลหม่านในความมืด
ทันทีที่เสียงะเิแรกดังขึ้น
เจียงหลงนำกองทัพม้าร้อยนายพุ่งเข้าโจมตีจากทางเหนือ
เสียงม้ากระหึ่มไปทั่วทุ่งหญ้าภายใต้แสงเพลิง
“แทง!”
เสียงะโของเจียงหลงดังลั่น
กระบองไผ่ที่ขึ้นชื่อว่าไม่ฆ่าคนถูกเหวี่ยงกระแทกศัตรูจนกระดูกหักราวกับไม้ผุ
ขณะเดียวกัน ซูเหวินสาดลูกธนูไฟจากหอคอย พิฆาตทหารสื่อสารของข้าศึก ก่อนจะหายตัวไปในความมืดเช่นเดิม
กลางค่ายศัตรู แม่ทัพหยางหลิงเพิ่งตื่นจากนิทรา
เขากระชากดาบออกจากฝักอย่างตกตะลึง
“พวกมันบุกเข้ามาได้อย่างไร!?”
แต่ยังไม่ทันออกคำสั่ง
ประตูค่ายตะวันออกก็ถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงม้าศึก
เฟิงินำทัพแนวหน้าสามร้อยนาย พุ่งตรงเข้าหากลางค่ายศัตรู
แววตาเขานิ่งเฉียบเหมือนน้ำแข็ง แต่ดาบในมือกลับร้อนดั่งเปลวไฟ
“แม่ทัพหยางหลิงอยู่ที่ใด! ข้าคือเฟิงิ แห่งขอบฟ้าคราม! วันนี้ข้าจะเอาหัวเ้ามาแลกศักดิ์ศรีคืนให้แผ่นดินนี้!”
เสียงประกาศนั้นทำให้ทหารศัตรูหยุดชะงักเพียงชั่วขณะ
และชั่วขณะนั้น…ก็คือความตาย
เฟิงินำทัพทะลวงเข้าสู่กลางค่าย ศัตรูรอบข้างราวกับถูกสายลมร้อนกราดพัดจนล้มระเนระนาด
การรบยืดเยื้อถึงยามสี่
แม่ทัพหยางหลิงถูกต้อนจนจนมุมข้างหอเพลิง
ใบหน้าของเขาขาวซีดเมื่อเห็นเฟิงิย่างสามขุมเข้ามา
“อย่าฆ่าข้า! ข้ายอมแพ้!”
เฟิงิยกดาบขึ้น แต่หยุดลงก่อนจะฟาดฟัน
“การแพ้ในสนามรบ…มิใช่ความตายที่เ็ปที่สุด
ข้าจะปล่อยเ้ากลับไปพร้อมตราประทับแห่งความอัปยศ ให้เ้าได้ลิ้มรสความตายทั้งเป็”
เขาปล่อยแม่ทัพหยางหลิงไว้ในซากค่ายที่ถูกเผาไหม้ ก่อนหันหลังกลับ
ยามเช้า…
ธงขอบฟ้าครามถูกปักไว้บนซากค่ายศัตรู
ท่ามกลางกองทัพเหยียนหงที่แตกพ่าย
ทหารของขอบฟ้าครามแม้มีเพียงสามพันนาย
แต่ได้สร้างชัยชนะครั้งใหญ่จนทั่วทั้งหลันชิงต้องเอ่ยถึง
และในวันนั้นเอง…
ชื่อของเฟิงิได้รับการประกาศอย่างเป็ทางการว่า
“ขุนศึกแห่งา…ผู้ถือธงขอบฟ้าคราม”