บทที่13 เผ่าพันธุ์ภูติ
หลังจากงานเลี้ยงจบลงทุกคนต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับ ไอลีนเข้าฝึกฝนกับพ่อของนางและผู้นำสถาบันจิต์ร่วมกับไป่เป่า
ลูเดินทางไปกับปู่ของเขาเพิ่อฝึกฝนเตรียมตัวในอีกสองเดือนข้างหน้า เดนและเฒ่ามูเดินทางกลับมายังหมู่บ้านมวลพฤกษาพร้อมเหล่าหน่วยอัสนี
“อัสนีฟ้าเ้าจงนำกองกำลังอัสนีกลับไปยังป้อมอัสนีก่อน”
“หลังจากข้าเสร็จธุระที่นี้ข้าจะกลับไปพร้อมอัสนีม่วง”
“ขอรับท่านจ้าว”
เหล่าบรรดาหน่วยอัสนีคำนับเฒ่ามูแล้วเดินมาหยุดเบื้องหน้าเดนพร้อมกับคุกเข่าลงหนึ่งข้าง
“นายน้อยข้าน้อยทั้งหลายต้องขอบคุณท่านมากในการปกป้องพวกเราในครั้งนี้ ไม่ว่าจากนี้ไปท่านจะออกคำสั่งแก่พวกเราให้ไปตายพวกข้าก็พร้อมทำตามคำสั่งนายน้อยโดยมิเอ่ยอันใดออกมา”
ผู้เฒ่ามูพยักหน้าอย่างภูมิใจที่หลานของเขาได้รับการยอมรับจากคนของเขาจากก้นบึ้งในจิตใจ
“พวกท่านอย่าพูดเช่นนั้นยังไงท่านก็คือคนในครอบครัวของข้าลุกขึ้นเถอะ ขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัย”
“พวกข้าขอลานายน้อย ท่านจ้าว”
จากนั้นพวกเขาก็ทยานไปในฟากฟ้าทั้งหมด ยกเว้นอัสนีม่วงที่ยังอยู่
“เดนในสองเดือนนี้เ้าจะลองเข้าไปในพื้นที่ปิดผนึกภายในูเาเมฆดูไหมละ”
“พื้นที่ปิดผนึก ท่านว่าูเาเมฆมีพื้นที่ปิดผนึกยังงั้นเหรอท่านปู่”
“อือใช่แล้วที่ข้าไม่บอกเ้าก่อนหน้านี้ก็เพราะในตอนนั้นเ้าไม่สามารถเข้าไปได้หรอกนะ ปู่ก็ไม่อาจเข้าไปได้เช่นกัน แต่เ้าในตอนนี้คงสามารถเข้าไปได้แล้วละนะ”
“ท่านปู่โปรดนำทางด้วย”
“ใจร้อนจริงนะเ้า เอาละตามข้ามา”
จากนั้นทั้งสามก็เข้ามาภายในส่วนลึกสุดของูเาเมฆ ตรงหน้าพวกเขาปรากฏประตูขนาดศิลาใหญ่มีอัขระโบราณสลักบนประตูจำนวนมาก
“ประตูนี้นะข้าพบในตอนที่เ้ายังเด็ก ข้าใช้ทุกวิธีในการจะเปิดประตูแต่ก็ไม่ได้ผลจนถึงตอนนี้นี่แหละ”
เดนเดินเข้าไปสำรวจประตูศิลามหึมาเขามองดูสักพักแล้วเอ่ยขึ้น
“นี้มันภาษาของเหล่าภูตินี้”
เมื่อผู้เฒ่ามูได้ยินจึงตื่นตะลึงอย่างยิ่ง
“เ้าว่าอะไรนะภาษาภูติ ภูติที่เ้าพูดถึงหมายถึงเผ่าพันธ์ที่ใช่ธาตุต่างๆได้อย่างอิสระนั้นนะเหรอ”
“อืมใช่แล้วท่านปู่”
“แล้วเ้าเข้าใจภาษาพวกเขาได้อย่างไรกันเผ่านี้ได้หายสาปสูญไปนานแล้วนะ จากบันทึกที่ข้าอ่านเจอ”
“มันผุดเข้ามาในหัวของข้านะท่านปู่”
“เ้านี่ชักน่ากลัวไปแล้วนะเดน”
“โธ่ท่านปู่อย่ากล่าวเช่นนั้นสิข้าเริ่มกลัวตัวเองแล้วนะเนี่ย”
“ฮ่า ฮ่า เ้านี่ไม่ว่าจะเก่งขึ้นยังไงก็ยังมีนิสัยขี้เล่นเหมือนเดิมนะ เอาละมันจารึกว่ายังไงละ”
“ดินแดนที่มันผู้ใดที่มีความชั่วคิดร้ายบังอาจก้าวข้ามพวกเ้าจะต้องชดใช้ด้วยความตายที่ทรมานอย่างใหญ่หลวง แต่มันผู้ใดมีความมั่นคงในความยุติธรรมอย่างแน่วแน่มันผู้นั้นจักประสบโชคอันมหาศาลจากท่านเทพที่พวกข้าได้รับใช้”
“มันเขียนว่ายังงี้ละท่านปู่”
“โชค เทพ ข้ารับใช้ อะไรกันแล้วไม่มีวิธีเข้าไปงั้นรึ”
“ไม่บอกวิธีเข้าไปแหะ”
เดนเดินลูปัักับประตูไปเรื่อยๆแต่แล้วจู่ๆเขาก็ถูกดูดเข้าไปในวังวนแสงที่อยู่ก็ปรากฏออกมา เมื่อผู้เฒ่าเห็นดังนั้นจึงใอย่างมากและเร่งะโขึ้น
“เดน!!!”
เดนหลุดที่เข้ามาอีกฝากหนึ่งของประตู
มีดวงแสงหลากสีสันนับร้อยลอยมาหยุดเบื้องหน้าของเขา ดวงแสงค่อยๆกลายรูปร่างขึ้น ร่างที่ผอมเพียวเรือนผมสีเหลืองตรงใบหูที่แหลม ใบหน้าที่งดงามเหนือกว่าผู้คนที่เดนเคยเห็นมาสวมชุดคลุม ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเขา ชายที่ดูเหมือนจะเป็ผู้นำของทุกคนที่ปรากฏเดินมาหยุดด้านหน้าของเขา
“จงแสดงจิติญญาของเ้าออกมาให้เราได้รับรู้ว่าเ้าจะมีคุณสมบัติรับมรดกของท่านเทพรึไม่”
ชายคนดังกล่าวเอ่ยกับเดน เดนยืนกอดอกเอามือข้างหนึ่งแตะที่คางของเขาเอียงศีรษะขบคิดถึงเื่ที่ชายคนนี้ได้กล่าวขึ้น ในขณะที่ชายคนที่กล่าวจ้องมองไปที่เดน อยู่ๆตัวของชายคนนี้ก็สั่นสะท้านขึ้นพร้อมกับคุกเข่าลงเบื้องหน้าของเดน เดนใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรีบเอ่ยขึ้นทันที
“ท่านคุกเข่าทำไมกันลุกขึ้นเร็วเข้า”
“ทะ..ท่านเทพท่านกลับมา ท่านกลับมา”
“หา ข้า กลับมาอะไรของเ้ากัน”
“ข้าจดจำออร่าของท่านได้เป็ท่าน ท่านเทพ”
เดนทำหน้าตาครุ่นคิดขึ้นทันที
“รึว่าเหล่าเ้าพิภพรุ่นก่อนๆมายังที่แห่งนี้ มิน่าเล่าศิลาถึงมายังดวงดาวแห่งนี้แต่เป็เ้าพิภพคนไหนกันละที่มาที่นี้”
“เอาละเ้าลุกขึ้นก่อน”
เขาลุกขึ้นและกล่าว
“ท่านกลับมาจัดการเ้าสัตว์ประหลาดนั้นสินะ สิ่งที่ท่านหวังให้มันกลับตัวกลับใจนะคงเป็ไปไม่ได้ตลอดแสนกว่าปีมานี้มันโวยวายอยู่ตลอดไม่ยอมหยุดเลย ทำให้พวกข้าเหล่าผู้พิทักษ์ดินแดนแห่งนี้จากไปไม่ได้”
“เออ เดี๋ยวนะเ้าเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ข้าฟังได้รึไม่ว่ามันเกิดอันใดขึ้น ความทรงจำของข้าดูเหมือนได้ลืมเลือนบางอย่างไปนะ”
เดนแสร้งทำสีหน้าจริงจัง และทำกับว่าเขาได้สูญเสียความทรงจำของเขาไป
“ท่านเทพนี่ท่านจำพวกข้าไม่ได้เลยงั้นรึ”
“อืม ข้าาเ็จากการต่อสู้กับพวกมารนะเลยทำให้ข้าสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปและตอนนี้ข้าก็ออกท่องเที่ยวไปยังที่ต่างที่ยังพอนึกออกเพื่อฟื้นความทรงจำอยู่นะ”
เดนทำสีหน้าจริงจังอย่างมากและกล่าวคำโกหกคำโตออกไป
“เป็เช่นนั้นนี้เองข้าจะเล่ารายละเอียดเพื่อให้ท่านจำได้เอง”
“เมื่อราวๆแสนกว่าปีก่อนดวงดาวแห่งนี้ปกครองด้วยพวกข้าเหล่าภูติ แต่แล้ววันหนึ่งได้มีเ้าสัตว์ประหลาดนำกองทัพมาสู้รบกับพวกข้า การสู้รบได้รบกันต่อเนื่องอยู่หลายปีจนเผ่าภูติของพวกเราเกือบจะพ่ายแพ้ แต่ตอนนั้นท่านที่กำลังท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆก็ได้มายังที่แห่งนี้ช่วยพวกข้าจัดการกับพวกเ้าสัตว์ประหลาดพวกนั้นและได้จับาาของพวกมันกักขังไว้ยังที่แห่งนี้ แต่เนื่องจากดวงดาวแห่งนี้เสียหายอย่างหนักจากการสู้รบต่อเนื่องอยู่หลายปี จนพวกเราเผ่าภูติไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ท่านได้ช่วยพวกเราให้เดินทางไปยังดาวดวงอื่นที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ที่พวกเราสามารถอาศัยอย่างสบายและมีความสุข แต่การขังเ้าสัตว์ประหลาดนั้นต้องมีคนคอยเสริมพลังผนึกไว้ท่านเลยหาอาสาสมัครจากพวกเราเพื่อเฝ้ามันไว้ และท่านได้หวังไว้ว่าจะให้เ้าสัตว์ประหลาดนั้นได้เปลี่ยนนิสัยของมันและยอมเป็มิตรกับพวกเรา แต่นี้มันก็ล่วงเลยมาแล้วนับแสนปีมันก็ยังโวยวายอยู่เลยท่าน ที่ท่านกลับมาคงมาเพื่อจัดการมันขั้นเด็ดขาดสินะ พวกข้าจะได้จากไปเสียที”
“และเหล่าสมบัติและยาแห่งเทพต่างๆที่ท่านทิ้งเอาไว้ให้พวกเราที่นี้ ข้าคงต้องขอคืนพวกมันให้กับท่านเพราะตอนนี้พวกข้าอยากกลับไปยังเผ่าของข้าเหลือเกินแล้ว”
“โธ่ เ้าพิภพคนไหนกันนะมาทิ้งงานให้ข้าทำแทนน่าโมโหจริงๆ อย่าให้ข้ารู้นะจะแช่งชักหักกระดูกเข้าให้”เดนพึมพำกับตัวเอง
“ท่านกล่าวอันใดรึ”
“ไม่มีอะไรหรอกเอาละนำข้าไปยังที่กักขังเ้าสัตว์ประหลาดนั้นทีสิ”
“ตามข้ามาเลยท่าน”
เดนเดินตามร่างนั้นไปโดยมีคนอื่นตามมาด้านหลังด้วยสีหน้าตื่นเต้นอย่างมาก
เมื่อเขาเดินมาสักพักชายผู้นำเหล่าภูติก็หยุดหน้าห้องขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง
“ที่แห่งนี้คือห้องสมบัติที่ท่านได้ทิ้งไว้โปรดเอากลับคืนไปด้วย”
เดนจึงเดินเข้าไปในห้องดังกล่าว เมื่อเขาเข้ามาเขาต้องตกตะลึงนิ่งเงียบไปนาน ภายในห้องปรากฏอาวุธของเทพกองเป็ูเา เหล่าขวดยาที่วางบนชั้นนับหมื่นๆขวดซึ่งเมื่อมองผ่านเขาจำมันได้ทั้งหมด กองจารึกวิชาที่เหล่าทหารเทพฝึกฝนนับพัน ทองคำที่กองพะเนินสุดลูกหูลูกตา เมื่อเดนเดินเข้ามาด้านในสุดพบสิ่งคล้ายๆหยดน้ำลอยอยู่บนแทนเสาหยก
“นี่มันหยดแก่นพลังงานของมหาเอกภพนี้”
“ไอ้บ้าเ้าพิภพคนใดกันเอาของเช่นนี้มาเก็บไว้ที่นี้เนี้ย”
“ถึงว่าแดนเทพหาแถบพลิกแผ่นดินกลับหาไม่พบ”
“หึยังไงก็เสร็จข้าละคราวนี้กำลังกายข้าคงพอจะใช้พลังศิลาเทพได้5%ได้อย่างสบายละ”
เดนเดินสำรวจทั้งหมดภายในห้องและกวาดข้าวของทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้ในมิติของเขา
จากนั้นเขาก็เดินออกมาจากห้อง
“เอาละข้าจัดการเสร็จละ เ้านำข้าไปยังห้องสัตว์ประหลาดนั้นได้แล้ว”
“ขอรับทางนี้”
เมื่อเดินมาอีกพักใหญ่เดนก็ได้ยินเสียงะโ ด่าท่อขึ้น
“ไอ้เ้าพวกบ้าคิดว่าจับข้าขังไว้ข้าจะยอมเป็สัตว์เลี้ยงของพวกเ้ายังงั้นเหรอ ข้านะาาแห่งันะ ข้าออกไปได้ข้าจะจับพวกเ้ากินให้หมดเลย รวมถึงไอ้บ้าที่จับข้าขังไว้ด้วย ปล่อยข้าออกไปโว้ยยย”
เสียงโวยวายดังมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดนเดินมาถึงหน้าห้องที่มีม่านพลังกั้นไว้ทำให้เขาเห็นัสีครามตัวใหญ่พยายามทำลายม่านพลังที่กักขังมันไว้
“หึ มาแล้วรึเ้าพวกหูยาวแน่จริงเข้ามาสู้กับข้าข้างในสิไอ้เ้าพวกขี้ขลาด”
“หุบปากของเ้าชะทีไอ้เ้าจิ้งจกั์”
“แกไอ้หูยาวแกว่าใครเป็จิ้งจกกันหาา”
“วันนี้แกจบสิ้นแน่พวกข้าทนเ้ามานานแล้ววันนี้พวกข้าจะได้เป็อิสระซะที”
“เ้าว่ายังไงนะพวกเ้าจะไปแล้วรึงั้นก็ปล่อยข้าละสิ”
“ข้าพาคนจัดการกับเ้ามาแล้วอีกเดี๋ยวเ้าก็ต้องตกตายอย่างแน่นอน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไหนใครละจะจัดการข้าาาัพวกเ้ากำลังฝันหวานอย่างนั้นรึ แน่จริงเข้ามาเลย”
“ท่านเทพมันนี้แหละตัวปัญหาของพวกเราละ”
เมื่อเ้าัได้ยินจึงมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนข้างหลังผู้นำภูติ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ากำลังให้ข้าขำจนตายงั้นสินะไอ้หนูนี่นะเหรอจะมาจัดการกับข้านะอย่างมันแค่โดนขี้ฟันของข้าดีดใส่มันก็ม่องแล้ว”
“วาจาน่าตื๊บมากเ้าจิ้งเหลน”
“ไอ้หนูอย่าปากดีเก่งจริงก็เข้ามา”
เดนเดินเข้าไปในม่านพลังอย่างสบาย เมื่อเ้าัเห็นมันจึงแสยะยิ้มและอ้าปากพุ่งเข้าโจมตีใส่เดนทันทีที่เขาเดินผ่านเข้าม่านพลังมา เมื่อเดนเห็นดังนั้นเขาจึงใช้มือข้างขวาตบเข้าที่ปากของมันทันทีที่มันพุ่งเข้ามาใกล้เขา ทำให้หัวของมันสะบัดอย่างแรงและกระเด็นปลิวเข้าปะทะกำแพงอย่างแรง
“กะ..แก”
หลังจากที่เ้าักระแทกเข้ากับกำแพงมันหันหัวกับมามองเดน ซึ่งเขายังยืนตรงที่เดิมอย่างสบายโดยที่มือซ้ายของเขายังไพล่หลังอยู่
“นี่นะจะจัดการข้าอย่างที่เ้าได้พูดไว้นะเ้าจิ้งเหลนั์”
“มันยังไม่จบหรอกน่าเ้ามนุษย์”
มันกลับตัวฟาดหางของมันเ้าโจมตีเดนอย่างแรง แต่เขาจับหางจองมันเมื่อเข้ามาใกล้เขาและเหวี่ยงมันอย่างแรง เขาขว้างัทั้งตัวเข้าปะทะกำแพงอีกด้านอย่างรุนแรง
“ตูมม”
“อั๊ค เ้าบ้านี้มันเป็มนุษย์จริงรึเนี่ย”
เ้าัสบถออกมา มันอ้าปากออกเกิดวงเวทย์ขึ้นลำแสงสีฟ้าพุ่งออกจากปากของมันเข้าโจมตีเดนอีกครั้ง เดนรับลำแสงนั้นด้วยมือข้างเดียวและผลักกลับเข้าไปในปากของมันเกิดการะเิขึ้นอย่างแรง เ้าัตกลงกระแทกพื้น ทำให้มันร้องโอดโอยออกมา
“กะ..กะ..แกเป็ตัวอะไรกันแน่แกต้องไม่ใช่มนุษย์แน่”
“ทำไม เ้าเริ่มกลัวแล้วรึไงเ้าจิ้งเหลน”
“ฝันไปเถอะ ข้าจะทุ่มพลังทั้งหมดจัดการเ้าชะ”
เ้าัลอยตัวขึ้นร่างของมันส่องแสงสีขาวขึ้นทั่วตัว แล้วร่างของมันกลายร่างเป็ดาบขนาดมหึมาฟาดฟันมายังเดน เขายกมือขึ้นบนฝ่ามือปรากฏวงเวทย์แสงขึ้นเป็โล่ป้องกันจากการฟาดฟันของดาบั์ ดาบฟาดกระทบเข้ากับวงเวทย์เกิดการะเิขึ้นอย่างรุนแรง แต่วงเวทย์ของเดนไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนในตอนนั้นเดนสลายวงเวทย์เข้าจับไปที่ตัวดาบั์เหวี่ยงลงพื้น พร้อมต่อยเข้าไปที่ตัวดาบกระแทกพื้นและกระเด็นปะทะกำแพงอีกครั้ง ตัวดาบส่องแสงสีขาวอีกครั้งคราวนี้มันเปลี่ยนร่างเป็ปืนใหญ่เวทย์มนต์รูปร่างัยิงพลังเข้าโจมตีเดนอีกครั้ง เดนเตะสายพลังที่พุ่งมายังเขาเป็เส้นโค้งกลับไปโดนเ้าัอีกครั้ง แรงะเิส่งปืนใหญ่เวทย์มนต์ที่เป็ร่างแปลงเ้าักระแทกกับพื้นห้องอย่างแรง ในตอนนั้นปืนใหญ่เวทย์มนต์ส่องแสงอีกครั้ง แต่ตอนนั้นเองเดนปรากฏตัวขึ้นเหนือร่างของมันอย่างฉับพลันแล้วเหยียบกระทืบเข้ากับกระบอกปืนก่อนที่มันจะเปลี่ยนร่างอีกครั้ง
เขากระทืบมันนับสิบกว่าครั้งจนทำให้มันกลับร่างมาเป็ัอีกครั้ง เ้าันอนตาเหลือก ลิ้นห้อยออกจากปากสลบไปบนพื้น
เดนหยุดโจมตีมันและย่อตัวลงเอานิ้วชี้ของเขาจิ้มไปที่หัวอันมหึมาของมัน
“นี่ๆเ้าจิ้งเหลนตายรึยัง โดนแค่นี้อย่าสำออยนาเป็ถึงสัตว์เทวะ”
เ้าัคืนสติอีกครั้งเมื่อมันเห็นเดนนั้งย่อตัวอยู่ใกล้ๆกับมัน มันจึงรีบถอยหนีไปติดกำแพงทันที
“จะ..เ้าเป็ใครกันแน่”
เดนลุกขึ้นยืนและเอามือทั้งสองข้างไขว้หลังไว้และมองไปยังมัน
“ข้าจะบอกเ้าแต่เ้าต้องตอบคำถามข้ามาก่อน”
“เ้าจะถามอะไรข้าเ้ามนุษย์”
เ้าัลอยตัวติดกำแพงมองเดนอย่างหวาดๆ
“เ้ามาจากดาวเทวะสินะแล้วเ้ามาทำอะไรยังที่แห่งนี้”
เ้าัใอย่างมากแล้วรีบถามกลับ
“เ้าเป็ใครกันแน่ทำไมถึงรู้เื่ดาวเทวะ”
“ตอบข้ามาก่อนแล้วข้าจะบอก”
เ้าัเริ่มสงสัยที่มาของเดนมันนิ่งเงียบอยู่นานแล้วเริ่มกล่าว
“เ้าคงไม่ใช่พวกมนุษย์แน่ ก็ได้ข้าจะบอกเ้า ข้ามีนามว่า หลงเทียน มาจากตระกูลัครามที่ยิ่งใหญ่ในแดนเทวะ ข้าออกท่องเที่ยวมากับกองกำลังจำนวนนึงพวกข้าออกสำรวจดวงดาวจนมาถึงดวงดาวแห่งนี้เห็นว่ามีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์จึงคิดจะเข้าให้เป็ที่อยู่อีกแห่งของเผ่าัของข้า แต่กลับพบว่ามีเ้าพวกหูยาวพวกนั้นอาศัยอยู่ข้าจึงจะเข้าไปพูดคุยด้วยแต่พวกมันกลับโจมตีข้าก่อนข้าก็เลยเปิดศึกกับพวกมัน แต่แล้ววันหนึ่งขณะพวกข้ากำลังได้เปรียบก็มีไอ้บ้าตัวหนึ่งโผล่มาจัดการพวกข้าชะหมดและยังจับข้าขังไว้อีก ข้าตอบเ้าแล้วเ้าจะบอกข้าได้รึยังละ”
เดนเอามือสองข้างขึ้นมากอดอกของเขาแล้วพยักหน้า
“อืมเื่มันเป็อย่างนี้นี่เอง”
“เอาละข้าจะบอกเ้าข้าก็มาจากที่เดียวกันกับคนที่ขังเ้าไว้นะแหละ ดินแดนแห่งเทพนะเ้ารู้จักไหมละ”
“จะ..เ้า..อะ..เออไม่ใช่สิท่านมาจากดินแดนเทพยังงั้นเหรอ ดินแดนหนึ่งเดียวที่สรรพสิ่งนั้นนะเหรอ”
“อือใช่แล้วแต่ตอนนี้ดวงดาวเทพไม่อยู่แล้วละนะข้าก็เลยต้องอาศัยที่นี้แหละ”
“ทะ..ท่านว่ายังไงนะดวงดาวหายไปมันจะเป็ไปได้ยังไง มันจะมีใครหน้าไหนพอจะทำลายพวกท่านได้กันละ”
“อะ..เออ ข้าเป็คนทำเองแหละ”
เดนตอบกลับเสียงเบาและหันหน้าหนีเ้าั
“ท่านว่ายังไงนะ”
“โว้ยเ้านี้ ข้าบอกว่าข้าเป็คนทำเองแหละถึงจะเป็อุบัติเหตุก็เถอะ”
เ้าัมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้า กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกและเริ่มหวาดกลัวเขาอย่างมากมันเริ่มลอยตัวลงมายังพื้นแล้วกลายร่างเป็ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาผมยาวสีดำสวมชุดขาวทั้งตัว คุกเข่าลงเบื้องหน้าเดนศีรษะหมอบติดพื้น
“ทะ..ท่านเทพโปรดอภัยในความไม่รู้ของข้าด้วยเถอะนะอย่าเอาชีวิต น้อยๆของข้าเลยนะข้ายอมท่านทุกอย่างแต่ช่วยไว้ชีวิตข้าเถอะ”
เดนมองเ้าัแล้วเขาก็มีความคิดหนึ่งขึ้นมาเขายิ้มเห็นไร้ฟัน
“เ้ามาเป็ลูกน้องของข้าสิ แล้วข้าจะไม่ทำอันตรายแก่เ้า”
เ้าัเงยหน้ามองเขา
“เป็ลูกน้องท่าน ได้สิได้ข้าจะติดตามท่าน”
“อืมดี แต่การจะเอาเ้าออกไปผู้คนได้แตกตื่นกันพอดี รึจะให้เ้าแปลงเป็คนตามออกไปข้าก็ี้เีตอบคำถามท่านปู่อยู่ดี”
“เอายังไงดีละ”
“ข้าสามารถแปลงร่างได้ทุกอย่างนะ แล้วแต่ท่านสั่งเลย”
“โอ้ ยังงั้นเหรอเ้าแปลงเป็กำไลมือมาอยู่ที่ข้อมือของข้าได้ไหมละ”
ร่างเ้าัส่องแสงขึ้นและเข้าไปพันที่ข้อมือของเดน กลายเป็กำไลัสีเงินบนข้อมือของเขาทันที
“แบบนี้พอได้ไหมท่านเทพ”
“อืมแต่ว่าออกไปแล้วเ้าห้ามพูดขึ้นมานะให้สื่อสารทางจิตเ้าคงทำได้นะ และเลิกเรียกข้าท่านเทพด้วย”
“ขอรับท่านเทพ เออไม่สินายท่าน”
“ดีมากเอาละเราไปกันเถอะ”
เดนทำลายม่านพลังที่กักขังเ้าัและเดินไปพบกับบรรดาเหล่าภูติที่รออยู่ข้างนอก
“เสร็จเื่แล้วทีนี้พวกเ้าก็เป็อิสระละนะ”
“จริงเหรอท่านเทพพวกข้าจะได้กลับไปชะที”
“แล้วพวกเ้าจะกลับไปยังไงกันละสถานที่พวกเ้าอยู่มันเป็ดาวอีกดวงไม่ใช่รึ”
“ที่ท่านเห็นพวกเราอยู่นี้เป็แค่ร่างดวงจิตนะท่าน ร่างกายพวกข้าอยู่ดาวอีกดวงนึงที่โดนข่ายพลังที่ท่านนะสร้างไว้ให้พวกเราแยกดวงจิตมายังที่แห่งนี้เพื่อกักขังเ้าสัตว์ประหลาดนั้น เมื่อมันออกจากม่านพลังแล้วดวงจิตของพวกข้าจะสามารถเข้าร่างได้ทันทีเมื่อพวกเรา้าเลย”
“เป็อย่างนี้นี่เองงั้นก็ขอให้พวกเ้าโชคดีแล้วกันนะอย่าได้พบเจอเื่ลำบากอีกเลย”
“พวกข้าต้องขอบพระคุณท่านมากที่มาปลดปล่อยพวกข้าในหน้าที่อันยากลำบากในครั้งนี้ พวกข้าคงต้องขอตัวลาละท่านเทพ”
“อืมไปเถอะ”
จากนั้นดวงแสงนับร้อยก็ได้ลอยหายไปทันที
เดนกลับมายังประตูแล้วเอามือััที่ปะตูเกิดลำแสงดูดเขาเข้าไป เมื่อเดนลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เห็นปู่ของเขาและอัสนีม่วงนั่งรออยู่
“เดนเ้ากลับมาแล้วแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเ้ากัน”
“เรากลับไปที่บ้านกันก่อนเถอะท่านปู่แล้วข้าจะเล่าให้ท่านฟัง”
จากนั้นทั้งสามก็ออกจากเขาเมฆไป