ตอนที่ 64 สิ้นสุดการกวาดล้างเมืองค่ายโจรกลุ่มสุดท้าย
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำเอาเมืองค่ายโจรที่วุ่นวายอยู่แล้ววุ่นวายหนักมากกว่าเดิมเสียอีกแถมในจำนวนทหารโจรที่ตายไปนั้นยังมีหัวหน้าหน่วยที่มีความสามารถอีกสองคนด้วยซึ่งเป็นการสูญเสียหนักหนาสาหัสมาก แต่ทุกอย่างมันยังไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้นเพราะในขณะนั้นเองลูกหินขนาดใหญ่อีกห้าลูกก็ได้ลอยมาที่เมืองค่ายของพวกมันอีกครั้ง.......
ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!!
อ้า!!
มายยยยยยยย!!
เพียงแค่สองระลอกการโจมตีจากเครื่องเหวี่ยงหินก็มีคนไปมากกว่าห้าร้อยคนแล้วนี่ยังไม่รวมถึงกำแพงเมืองและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ และคนเจ็บอีกจำนวนมากหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปความเสียหายที่เกิดขึ้นคงมากกว่านี้หลายเท่าตัวแต่ก่อนที่เหล่าแม่ทัพจะทันออกคำสั่งใดกองทัพที่เคยปรากฏตัวออกมาก่อนหน้านี้ก็พลันพุ่งออกมาจากป่าและบุกเข้าประชิดเมืองค่ายอย่างรวดเร็ว.......
ศัตรูบุกเข้ามาแล้ว!!
ศัตรูบุกเข้ามา.......
ฟิ้ววววววว!!
ฉึบ!!
ลูกธนูบาเลสต้าขนาดยาวเท่าแขนถูกยิงจากระยะไกลมากกว่าสี่ร้อยเมตรยิงผ่านเจ้าปากของทหารที่กำลังตะโกนอยู่อย่างจังทำให้ปากของมันเป็นรูขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นภาพด้านหลังผ่านรูนั้นได้เลยช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยองมากสำหรับคนดู.......
ฟิ้วววววว!! ฟิ้วววววว!! ฟิ้ววววว!!
แต่ทว่าลูกธนูบาเลสต้านี้ไม่ได้มาเพียงลูกเดียว แต่มันถูกยิงออกมาอีกเป็นพันลูกปักตามกำแพงและสิ่งก่อสร้างทางทิศใต้เต็มไปหมดและมีทหารโจรมากกว่าสามร้อยคนที่ตกตายไปจากการโจมตีในครั้งนี้ถึงแม้จำนวนจะดูไม่มาก แต่มันก็เป็นการสูญเสียที่นักพอควร......
“นั่นมันบาเลสต้าอะไรกันทำไมถึงยิงได้รุนแรงและไกลถึงเพียงนั้น!?”
“นี่พวกเราก็กำลังสู้อยู่กับตัวบัดซบอะไรกันเนี่ย!?”
“แล้วกำแพงทิศอื่นๆ ละเป็นยังไงบ้าง?!”
“ไม่ต่างกันกับของเรา”
ไม่ต่างกัน?!
คำว่าไม่ต่างกันนี้ทำเอาขวัญกำลังใจของทหารโจรทุกคนดับวูบลงอย่างเห็นได้ชัดสีหน้าของพวกมันล้วนแล้วแต่อึ้งทึ่งจนทำตัวไม่ถูกเลยหากกำแพงทุกด้านเกิดความเสียหายไม่ต่างกันเช่นนั้นแล้วสิ่งที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้ไม่ต้องพูดก็รู้ว่ามันจะเป็นยังไง........
เฮ้!! เฮ้!! เฮ้!!
กองกำลังหลังของอากอร์นที่บุกมาจากทางทิศเหนือพากันส่งเสียงร้องในขณะที่พวกเขาเคลื่อนทัพเข้าประชิดตัวเมืองค่ายและเล็งเป้าไปทางกำแพงที่เป็นรูเพื่อบุกเข้าทางช่องนั้นส่วนกองกำลังในทิศทางอื่นก็เริ่มบุกคืบเข้าไปเรื่อยๆจนเกือบจะถึงตัวกำแพงแล้ว......
“ตั้งแนวป้องกันเอาไว้หน่วยพลธนูทั้งหมดฆ่าไอ้พวกสวะนั้นซะ!!” แม่ทัพหัวร้อนพลันตะโกนสั่งขึ้นอย่างดังโดยไม่สนใจแม่ทัพหวังเจียนที่เป็นผู้สั่งการหน่วยพลธนูเลยสักนิดเดียว.....
“ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือยังไงกันไอ้ตัวบัดซบทั้งหลาย!เจ้าเองก็สั่งคนของเจ้าสิ จะมัวยืนมองหน้าข้าหาพระแสงบิดามารของเจ้าหรือยังไง?!!”เมื่อเห็นว่าหน่วยพลธนูไม่ยอมทำตามที่มันสั่งมันก็หันไปหาหวังเจียนที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรพร้อมกับออกคำสั่งใส่หวังเจียนอีก......
“ข้าและเจ้ามีตำแหน่งที่เท่าเทียมกันเช่นนั้นข้าไม่จำเป็นที่จะต้องฟังคำสั่งของเจ้าเช่นเดียวกันคนของข้าที่ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งจากเจ้า!”หวังเจียนไม่ได้เกรงกลัวแม่ทัพหัวร้อนคนนี้เลยซ้ำยังตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าเสียด้วยซ้ำซึ่งนั้นทำให้แม่ทัพหัวร้อนคนนี้หัวร้อนขึ้นมาทันที......
“ว่ายังไงนะไอ้ลิงเหลืองที่พูดมาเมื่อกี้แกแน่ใจแล้วใช่ไหม? หรือแกคิดจะทรยศท่านหัวหน้า!”แม่ทัพหัวร้อนพยายามเอาหัวหน้าใหญ่โจรมาแอบอ้างเพื่อขู่ให้หวังเจียนกลัวและต้องการที่จะข่มขวัญต่อหน้าลูกน้องของหวังเจียนด้วย......
“หากข้าคิดทรยศจริงแล้วเจ้าจะทำไมคนของข้าทั้งสามพันคนที่นี่ล้วนติดตามและทำตามคำสั่งของข้า และหากเจ้ามองว่าข้าคิดทรยศเช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนของข้ายิงเจ้าซะ!”หวังเจียนเริ่มที่จะหมดความอดทนกับแม่ทัพหัวร้อนคนนี้เขาจึงพูดขึ้นพลางหันไปมองที่คนของเขา.....
พรึบ!! พรึบ! พรึบ!!
ซึ่งเป็นอย่างที่หวังเจียนบอกไม่มีผิดทหารพลธนูทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้นต่างก็หันธนูมาที่แม่ทัพหัวร้อนทั้งหมดขอเพียงหวังเจียนสั่งคำเดียวเท่านั้นลูกธนูนับพันก็พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ร่างของแม่ทัพหัวร้อนคนนี้ให้ตายตกกลายเป็นมนุษย์เม่นธนูต่อให้มันเป็นนักรบระดับก็ยากที่จะต้านธนูนับพันได้......
อึก!!
แม่ทัพหัวร้อนพลันกลืนน้ำลายลงคอและถอยหลังกลับอย่างไม่รู้ตัวเมื่อมันเห็นพลธนูนับพันคนหันธนูมาที่มันคนเดียวและมันรู้ดีว่าหากมันพูดไม่ดีออกไปอีกคำเดียวร่างของมันคงเต็มไปด้วยลูกธนูที่ปักเต็มตัวอย่างแน่นอนดังนั้นมันจึงต้องสงบสติอารมณ์ของมันเอาไว้และยอมถอย......
“ขะ.....ขะ.....ข้าต้องไปดูแลตรงอื่นอีกตรงนี้ก็ฝากเจ้าจัดการด้วย!!” แม่ทัพหัวร้อนไม่รู้จะพูดหรือทำยังไงมันจึงเปลี่ยนเรื่องพูดไปว่ามันต้องไปดูแลตรงอื่นต่อ ก่อนจะรีบจากไปในทันที.......
หึ!!
“เอาละทุกคน ตอนนี้ศัตรูของเรากำลัง.........”
“แย่แล้วท่านแม่ทัพตอนนี้เกิดเหตุร้ายขึ้นที่คุกใต้ดินและสถานที่พักพิเศษของรับ!!”
ในขณะที่หวังเจียนกำลังจะสั่งการออกไปนั้น จู่ๆทหารนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานเขาด้วยใบหน้าที่ดูเร่งรีบและร้อนใจ.......
หือ?
“เกิดอะไรขึ้นที่นั่น!?” หวังเจียนสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเพราะสถานที่พักพิเศษนั้นมีแม่กับน้องสาวของเขาอาศัยอยู่แล้วแบบนั้นจะให้เขานิ่งเฉยได้อย่างไร.......
“จากรายงานมีกองกำลังนักฆ่าและกลุ่มทหารจำนวนหนึ่งบุกยึดคุกใต้ดินและพื้นที่พักพิเศษเอาไว้ขอรับทหารของเรามากกว่าสามร้อยคนที่ถูกส่งไปล้วนถูกฆ่าเรียบ!”
“ไม่ดีแล้ว! ทหารของข้าตามข้าไปยังพื้นที่พิเศษด่วนเลย!!”ในตอนนี้หวังเจียนไม่สนใจกำแพงศัตรูที่กำลังบุกมาแล้ว สิ่งที่เขาสนใจจริงๆคือครอบครัวของเขา แน่นอนว่าทหารของเขาเองก็คิดเช่นเดียวกันกับเขาเหมือนกัน.......
ขอรับแม่ทัพ!!
พลธนูจำนวนมากกว่าสองพันต่างก็เร่งตามหวังเจียนไปยังเขตที่พักพิเศษในทันทีโดยทิ้งกำแพงเมืองที่เขารับหน้าที่ป้องกันเอาไว้ให้มีทหารคุ้มกันแต่สองพันกว่าคนเท่านั้นและทหารทั้งสองพันกว่าคนนี้เมื่อเห็นหวังเจียนและคนของเขาจากไปพวกมันจะยังคงอยู่ต่อหรือ แน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่อยู่เช่นกันเพราะบนกำแพงมีแต่พวกใช้ดาบและหอก ไม่มีพลธนูสักคนเดียว......
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ทำให้แผนการที่วางเอาไว้ของหัวหน้าโจรปั่นป่วนไปหมดทหารทั้งหมดที่ประจำการอยู่ในทิศทางต่างๆ ก็ความหวาดกลัวและลนลานทำอะไรไม่ถูกเลยซึ่งในจังหวะนั้นเองกองทัพของอากอร์นก็บุกเข้ามาจนประชิดกำแพงเมืองแล้ว......
“ฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าและคิดต่อสู้!!”เรเว่นประกาศกร้าวออกมาอย่างดังพร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังนักรบของเขาออกมาพึ่งเข้าโจมตีทหารโจรที่อยู่เบื้องหน้าของเขา......
ฉับ!! ฉับ!! ฉับ!!
เพียงแค่การตวัดดาบไม่กี่คนเท่านั้นทหารโจรนับสิบคนก็ตายตกลงไปนอนจมกองเลือดแล้วซึ่งบางคนยังไม่ทันได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าพวกมันตายตอนไหนรู้อีกทีก็โลกหมุนไปหมดแล้วเพราะหัวของมันถูกตัดออกจากร่าง.......
“สนุกอยู่คนเดียวเลยนะท่านลุงเรเว่น!!”เสียวหวานใส่ของเจสสิก้าดังขึ้นหลังจากที่เรเว่นลงมือสังหารทหารโจรด้วยเพลิงดาบของเขาก่อนที่เธอจะยกคทาของเธอขึ้นมาพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ที่มีแต่นักเวทย์เท่านั้นที่รู้ออกมา........
“เรดไฟเยอร์!!”
ทันใดนั้นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงก็พลันปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างปล่าวบริเวณปลายคทาของเธอซึ่งมันก่อตัวขึ้นเป็นลูกไฟขนาดเท่าหัวคนได้ก่อนที่ลูกไฟนี้จะพุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารโจรถือโล่ที่ยืนรวมกันมากกว่าห้าสิบคนกลุ่มนั้น.......
บู้มมมมมมมมม!!
อ้า!!!
ม่ายยยยยยย!!
“ไฟไหม้! ไฟไหม!!”
“น้ำ! น้ำอยู่ไหน หาน้ำมาให้ข้าที!!”
เพียงพริบตาเดียวทหารถือโล่ทั้งห้าสิบคนก็ถูกฆ่าด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงของเจสสิก้าซึ่งขนาดโล่เหล็กที่อยู่ในมือของพวกมันยังถูกเปลวเพลิงของเธอละลายแล้วร่างกายที่มีแต่เนื้อหนังจะไปทนทานต่อความร้อนระดับนั้นได้อย่างไรกัน........
เป้ง!! เป้ง!! เป้ง!!
เสียงดาบและโล่กระทบกันสั่นไปทั่วทั้งเมืองค่ายโจรแห่งนี้แล้วและฝ่ายที่ได้เปรียบในตอนนี้คงไม่พ้นทหารของอากอร์นเพราะทักษะและเทคนิคในการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายมันต่างกันมากทหารโจรทั่วไปหรือจะสู้ทหารฝีมือดีที่ผ่านการฝึกฝนและการต่อสู้อย่างมีระเบียบแบบแผนได้........
ยิ่งทางฝั่งทิศตกวันตกของเมืองค่ายยิ่งแล้วใหญ่เพราะกองทัพที่บุกมาทางทิศนั้นล้วนแต่เป็นเหล่าสัตว์ประหลาดที่บ้าพละกำลังทั้งนั้นทหารแต่ละคนไม่มีใครถือดาบหรือกระบี่เล็กเลย ทุกคนล้วนถือขวาน ค้อนไม่ก็ลูกตุ้มหนามขนาดใหญ่ทั้งนั้น เห็นแล้วขนที่ลูกกลมๆสองใบที่หว่างขาต้องลุกชูชันตั้งขึ้นมาเลยทีเดียวโดยเฉพาะวิธีการสังหารของพวกเขายิ่งน่ากลัว.......
ฉับ!! ฉึบ!! ฉัวะ!!
สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มที่จะรู้ผลแล้ว เพียงแค่ไม่ถึงสิบนาทีก็บอกได้แล้วว่าใครเป็นผู้แพ้ใครเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้ถึงแม้ว่าเหล่าแม่ทัพและหัวหน้าใหญ่ยังไม่ถูกฆ่าก็ตามทีแต่ทหารโจรมากกว่าครึ่งก็ถูกฆ่าตายไปที่เรียบร้อยแล้วการบุกโจมตีในครั้งนี้มันเกิดขอบเขตความคิดของใครหลายคนไปมาก เพราะเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นกลุ่มโจรที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดกำลังจะถูกกวาดล้างอย่างสิ้นซาก ทั้งๆที่มีกำลังคนเยอะกว่าศัตรู........
แต่จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้เพราะที่พวกเขาแพ้นั้นก็เพราะว่าอากอร์นมีตัวช่วยอย่างลูกระเบิดเพลิงที่พวกมันไม่เคยเจอมาก่อนแถมยังเครื่องไม้เครื่องมือที่อยู่นอกความรู้ของพวกมันอีกแล้วจะให้พวกมันรับมือกับเรื่องที่มันไม่นึกคิดและคาดฝันได้อย่างไรกัน........
ณ ปราสาทขนาดเล็กกลางเมืองค่าย........
“ท่านหัวหน้า ตอนนี้พวกเราถูกล้อมเอาไว้หมดแล้วนอกจากปราสาทนี้แล้วไม่มีที่อื่นให้พวกเราหนีไปได้อีก!”แม่ทัพหัวร้อนที่พากำลังหนึ่งพันคนถอยกลับมาที่ปราสาทรีบเข้ามารายงานหัวหน้าใหญ่โจรของมันอย่างร้อนใจ.......
“จบสิ้นแล้ว พวกเราจบสิ้นแล้ว!มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน แค่เพียงไม่กี่วัน?!” แม่ทัพอีกคนถึงกับพ่นคำสิ้นหวังออกมาอย่างไม่รู้ตัว.......
“ที่เป็นแบบนี้เพราะทหารของเราไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทุกคนต่างก็แบ่งแยกเป็นกลุ่มใครกลุ่มกันรวมกับว่าตัวเองยังคงอยู่ในกลุ่มโจรกลุ่มเดิมทั้งหมดนี้เป็นชะตากรรมที่พวกเราจะต้องเผชิญกับมันและข้าผู้นี้จะไม่ยอมให้มันจบลงแบบนี้แน่” หัวหน้าโจรรู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที เพราะมันรู้ว่าที่เป็นแบบนี้เพราะทุกคนไม่รวมกันเป็นหนึ่งถึงจะมีจำนวนคนเยอะแต่ทุกคนก็ยังคิดที่จะเป็นใหญ่ในกลุ่มของตนเองมันจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา........
ปัง!!
“ถูกต้องแล้ว ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว!!”