หลังจากที่ทำการโจมตีเสร็จสิ้นร่างทั้งสองร่างของคิลล์กลับมารวมกันเป็นหนึ่งร่างอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูดีๆ แล้ว ร่างทั้งสองร่างนั้นกลับไม่ได้เป็นอาคมแต่อย่างใด นี่เป็นเพียงเทคนิคการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วจนร่างของคิลล์แยกออกเป็นสองร่าง
"เทคนิคท่าร่างขั้นสูง ขนาดเจ้านี่ยังไม่ได้ใช้อาคมใดๆ ก็เก่งขนาดนี้แล้วถ้าใช้อาคมขึ้นมา เจ้าคนที่มีปีกนั่นอาจจะแพ้ไปแล้วก็ได้" ริวกล่าวขึ้นด้วยความตกตะลึง
"ไม่ใช่ว่าไม่ได้ใช้หรอก แต่ว่าเขาใช้ไม่ได้ต่างหาก"ไทก้ากล่าวตอบริวเบาๆ
"ใช้ไม่ได้ หมายความว่าอย่างไร?"ริวหันมองไปยังไทก้าทั้งยังเกิดความสงสัย จริงอยู่ที่ ในโลกนี้คนที่ใช้อาคมไม่ได้นั้นมีมากมาย แต่ว่าหากใช้ไม่ได้แล้วจะเข้าเรียนที่นี่ได้ยังไง
"ข้าได้ยินมาว่าเขาไม่สามารถใช้อาคมได้ เพียงแต่ว่าคิลล์นั้นสามารถที่จะใช้พลังจิตได้ และยังสอบผ่านเข้าเป็นศิษย์ชั้นกลางได้โดยไร้ซึ่งการใช้อาคมอีกด้วย เหตุผลที่ข้าไม่ได้ห้ามบีประลองกับเขาก็เพราะว่า ข้าต้องการที่จะรู้ว่าเขานั้นมีฝีมือเป็นเช่นไร แต่ตอนนี้ข้าพอจะเห็นแล้วว่าที่เขาผ่านมาได้ด้วยกำลังกายเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องจริง"ไทก้าอธิบายช้าๆ
"อ้อ เป็นแบบนี้เองงั้นเหรอ แม้ว่าเจ้านั่นจะใช้อาคมไม่ได้แต่ก็ดูถูกไม่ได้เช่นกัน"ริวพยักหน้าเบาๆ
แม้ว่าไทก้าจะเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของคิลล์แล้วในตอนนี้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคิลล์นั้นไม่สามารถใช้อาคมได้จริงๆ งั้นเหรอ? แล้วที่จู่ๆ บีไม่สามารถใช้อาคมได้มันเกิดจากอะไรกันแน่ ในตอนนี้ไทก้านั้นได้แต่คอยสังเกตุดูการต่อสู้เท่านั้น แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ไทก้าสังเกตุเห็นตั้งแต่การใช้ยันต์ในตอนที่เรียนอยู่นั้น ก่อนที่คิลล์จะใช้ยันต์ครั้งที่สองและการตั้งท่าการต่อสู้ทุกครั้ง จะต้องทำสิ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือสัญลักษณ์มือชนิดหนึ่ง
วิ้ง !
ไทก้านึกบางอย่างขึ้นได้ "หรือว่าจะเป็น..." แน่นอนว่าการใช้อาคมนั้นจำเป็นต้องร่ายคาถาก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีธาตุที่ใช้ได้โดยไม่ร่ายคาถา อย่างเช่นธาตุแสงของไทก้าที่ไม่จำเป็นต้องใช้คาถาในการใช้ออกมา แต่ว่าต้องใช้ท่าสัญลักษณ์มือ! แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าคิลล์ใช้ธาตุใดได้กันแน่ แต่ทุกครั้งที่คิลล์กำลังจะต่อสู้จะต้องทำท่าสัญลักษณ์มือ นั่นหมายถึงว่าจะต้องเป็นธาตุพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ๆ เมื่อคิดได้ดังนี้ไทก้าจึงได้พยายามสังเกตคิลล์เพิ่มมากขึ้น
บีค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะมองไปด้านหน้า แม้ว่าบีจะบาดเจ็บไม่น้อย แต่ก็ไม่ทำให้พลังใจของบีนั้นลดลงไปเลย การโจมตีจากทั้งสองร่างนั้นไม่ได้รุ่นแรงเท่ากับการโจมตีปกติของคิลล์ และดูเหมือนว่าจะเป็นการแบ่งพลังโจมตีร่างล่ะครึ่งเท่านั้น จึงทำให้บีลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
"ก่อนหน้านี้ ข้า คงต้องพูดว่าขอโทษที่ดูถูกเจ้าไป ไม่คิดว่าเทคนิคของเจ้าจะรวดเร็วแบบนี้"บีกล่าวขึ้น
"ฮ่าๆ ในที่สุดเจ้าก็เห็นแล้วสินะ ใครกันน้า ที่บอกว่าไม่เห็นจะอยากได้การเคลื่อนที่อะไรนี้เลย"คิลล์ยังคงทำท่าทีสบายๆ ซึ่งบางทีมันก็น่าโมโหสำหรับบีไปบ้าง
"หนอย ชมนิดหน่อยเจ้าก็เอาใหญ่เชียวนะ ได้งั้นมาต่อกันเลย"พูดจบบีก็พุ่งเข้าโจมตีต่อทันที แม้ว่ากำลังของบีจะอ่อนลงไม่น้อย แต่ก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป
ย้าก!!
เปรี้ยง!
ทั้งสองต่างเข้าสู้อย่างเต็มกำลังอีกครั้ง แม้ว่าคิลล์จะแยกร่างออกมาแต่ว่าการโจมตีนั้นกลับอ่อนลงครึ่งหนึ่ง บีจึงได้ใช้วิธีเน้นการป้องกันมากกว่าการโจมตี และดูเหมือนว่าคิลล์เองเมื่อเคลื่อนที่เร็วมากๆ ก็ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าเช่นกัน พร้อมทั้งบียังรู้สึกได้ว่าคิลล์นั้นเริ่มจะรีบจบการต่อสู้มากยิ่งขึ้น
ทั้งสองคนต่างไม่มีใครยอมใคร แม้ว่าคิลล์จะโจมตีเท่าไหร่ แต่ว่าความอึดของบีนั้นก็มากพอที่จะยื้อการต่อสู้เอาไว้ และบียังพยายามป้องกันจุดสำคัญตลอดเวลา
ในขณะที่การต่อสู้ของทั้งสองดำเนินมาอยู่นั้น จู่ๆไฟในมือของบีก็ลุกขึ้น
พรึ่บ!
"แย่แล้ว"คิลล์อุทานและรีบหลบการโจมตีพร้อมถอยเว้นระยะออกมาทันที
ตู้ม!
การใช้แรงพลังจิตของบีกับเทคนิคมีดสั้นคู่โดยปกติก็มีความรุนแรงอยู่แล้ว แต่เมื่อมีอาคมไฟเสริมเข้าไปด้วยจึงทำให้การโจมตีรุนแรงขึ้นไปอีก
"ข้านึกแล้ว ว่าเจ้าต้องทำอะไรสักอย่างแน่ๆ ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าข้าคงจะไม่สามารถใช้อาคมได้จนอาจจะแพ้เจ้าไป แต่ว่า เมื่อเห็นเจ้าเร่งรีบโจมตีข้าก็เข้าใจทันทีว่า คงจะมีระยะเวลาที่จำกัดแน่ๆ ข้าจึงได้ยื้อการต่อสู้และหน่วงอาคมเอาไว้ตลอดเวลา"บีกล่าวจบก็พุ่งเข้าไป แต่คราวนี้ฝ่ามือทั้งสองของบีกลับเต็มไปด้วยอาคมไฟสีฟ้า
"..." คิลล์ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเพียงแต่เตรียมท่าตั้งรับเท่านั้น
เปรี้ยง !
ทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้คิลล์กลับเป็นฝ่ายที่กระเด็นออกไป
เมื่อคิลล์ตั้งหลักได้ก็แยกร่างออกเป็นสี่ร่างทันทีและเข้าโจมตีพร้อมกันทั้งสี่ทิศ บ่งบอกว่าคิลล์ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่เช่นกัน
เมื่อสามารถใช้อาคมได้แล้วบีจึงได้ใช้อาคมบาเรียอัคคีขึ้นมาป้องกันรอบด้านทันที จากนั้นจึงใช้พลังที่เหลืออยู่สร้างอาคมระเบิดขึ้นโจมตีคิลล์อย่างต่อเนื่อง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!
ทั้งคู่ต่างรุกรับอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้คิลล์สามารถหลบการโจมตีได้อย่างสบาย แต่เมื่อบีใช้ระเบิดรอบทิศ และพลังเริ่มลดน้อยลงด้วยจึงได้โดนการโจมตีของบีเข้าไปหลายครั้ง จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายแยกออกจากกัน
ตู้ม!
ตู้ม!
ร่างทั้งสี่ของคิลล์กลับมารวมกันเป็นหนึ่งร่างก่อนจะนอนลงอยู่คนละทางกับบี ในตอนนี้ทั้งสองต่างรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก
"แฮ่กๆ"
บีและคิลล์ต่างพยายามลุกขึ้นช้าๆ
"พวกนี้จะสู้กันไปถึงไหน สภาพทั้งสองคนเหมือนจะไม่ไหวแล้วนะ"ริวยังคงตื่นตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะสู้กันมาระยะหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครยอมใคร และไม่รู้มีความแค้นอะไรกันแน่ถึงได้สู้กันขนาดนี้
"เจ้าถามข้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่าน่าจะใกล้จบแล้ว"ไทก้ากล่าวออกมาเบาๆ
ทั้งบีและคิลล์ต่างเค้นพลังออกมาแม้จะน้อยนิดแต่ต่างฝ่ายต่างผลัดกันชกแลกหมัดกันอย่างต่อเนื่อง
ย้ากก!
ย่าห์!
ตุบๆ!
"แฮ่กๆ"
ในตอนนี้ทั้งสองต่างคุกเข่าลงคนละข้าง
"ข้าไม่ยอมให้ยันต์กับเจ้าง่ายๆ หรอก"บีกล่าวขึ้น
"เจ้าก็อย่าได้หวังจะได้เทคนิคการเคลื่อนที่ไปเลย"คิลล์ก็ตอบกลับด้วยความเหนื่อยล้าเต็มที
"แต่หากแลกกันล่ะ เจ้าจะว่ายังไง"จู่ๆ บีก็กล่าวขึ้นมา
เมื่อได้ฟังดังนั้นคิลล์ก็เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
"ฮ่าๆ "
"ฮ่าๆ"
"ได้ เช่นนั้นมาแลกกัน แต่ว่าข้าขอหกแล้วกัน"คิลล์กล่าวขึ้นพร้อมกับนั่งลง
"ได้ แต่เจ้าให้ข้ามาแล้ว ก็ต้องสอนข้าด้วยนะ"บีนั่งลงเช่นกันทั้งยังยิ้มไปที่คิลล์เบาๆ
"ถ้างั้นเป็นอันตกลงตามนี้"คิลล์ตอบกลับ
"อื้อ ตกลง ฮ่าๆ"บีตอบกลับทั้งยังหัวเราะเสียงดัง
"เฮ้อ .... อะไรของเจ้าพวกนี้กันนะ"ริวกล่าวออกมาทั้งยังเต็มไปด้วยความสับสน
ไทก้าได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ "ดูเหมือนว่าจะเสมอกันนะ ฮ่าๆ "
อย่างน้อยครั้งนี้การประลองก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลยซะทีเดียว
หลังจากกล่าวลาอาจารย์ผู้ดูแลลานประลอง ทั้งสี่คนก็เดินลงมายังบ้านพักโดยวานให้ริวช่วยพยุงคิลล์มาส่งด้วย
"พวกเจ้านี่นะ จะต้องชนะให้ได้เลยรึไงกัน"ไทก้ากล่าวขึ้น
"ถ้าข้าใช้พลังได้นานกว่านี้เจ้าบีคงแพ้ข้าไปแล้ว"คิลล์กล่าวขึ้น
"เฮอะ ถ้าข้าใช้อาวุธได้ล่ะก็ เจ้าแพ้ตั้งแต่เริ่มแล้วล่ะคิลล์ อุย"บีกล่าวสวนกลับทั้งยังใช้มือกุมท้องไปด้วย
"ฮ่าๆ พวกเจ้านี่น่าสนใจดีนะ"ริวกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
"เอาเถอะไว้หายดีแล้วพวกเจ้าจะสู้กันต่อก็ตามสบายละกัน แต่เอ๊ะ เมื่อกี้ข้าได้ยินว่าเจ้าใช้พลังงั้นรึ?"ไทก้ากล่าวขึ้นและยังนึกขึ้นได้
"อุ๊บ....ฮ่าๆ มันเป็นเทคนิคของข้าหน่ะ"คิลล์รีบกล่าวขึ้นมาทันใด
"ไม่เป็นไร หากนั่นเป็นความลับของเจ้าข้าก็จะไม่ถามละกัน"ไทก้าตอบกลับพร้อมกับยิ้มเบาๆ
ทั้งสี่คนมาถึงบ้านพักของคิลล์คนแรก
"ขอบคุณนะ ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรงั้นเหรอ"คิลล์หันไปถามริว
"เรียกข้าว่าริวละกัน"ริวตอบ
"ไม่ใช่ ชื่อเต็มๆ หน่ะ ข้าเองก็อยากจะรู้จักเจ้า ข้าคิลล์ ฟอนเทียส" คิลล์กล่าวขึ้นทั้งยังยิ้มเล็กน้อย
ไทก้าที่ได้ยินประโยคนี้เข้าก็ถึงกับหัวเราะแห้งๆ ออกมา เพราะว่านี่มันประโยคที่ไทก้าถามคิลล์ก่อนหน้านี้!!
"ชื่อเต็มข้างั้นเหรอ ไหนๆ พวกเจ้าก็น่าสนใจอยู่แล้ว เช่นนั้นข้า เฟอเคอ ริว"กล่าวจบริวก็หันมาที่บีและไทก้า
"ข้า เฟนนิค บี"บีกล่าวเป็นคนต่อมา
"เฟนนิค? เจ้าคือคนของตะกูลสัตว์โบราณงั้นเหรอ มิน่าเจ้าถึงใช้ไฟสีฟ้าได้"ริวกล่าวขึ้นด้วยความตกใจเล็กน้อย
"แล้วเจ้าล่ะ"จากนั้นริวจึงหันไปถามไทก้า
"เจ้านี่ โฟล์ก ไทก้า ที่เจ้าตามหาไงล่ะ ฮ่าๆ"บีรีบตัดบทพูดขึ้นมาก่อนที่ไทก้าจะกล่าว
"ใช่แล้วล่ะ ฮ่าๆ ข้า โฟล์ก ไทก้า"ไทก้าตอบทั้งยังหัวเราะแห้งๆ ทั้งยังมองค้อนไปยังบีด้วย
"เจ้า.... คือเจ้าไทก้างั้นเหรอ อืม ก่อนหน้านี้ก็ด้วย เจ้ากล้าหลอกข้าเช่นนั้นหรือ "ริวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเล็กน้อยหลังรู้ว่าคนที่ตนตามหาตั้งหลายรอบกลับเป็นคนที่คุยด้วยอยู่ตลอดนี่เอง
"จะบอกว่าใช่ ก็ใช่แหละนะ เพราะตอนนั้นเจ้าไม่ยอมที่จะฟังอะไรเลย เอาแต่จะประลองอย่างเดียว ข้าจึงจำเป็นต้องทำแบบนี้ ข้าขอโทษเจ้าด้วยก็แล้วกัน"ไทก้ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"......"
"เฮ้อ ...แม้ว่าข้าจะโกรธ แต่เมื่อมาคิดดูแล้วนั่นมันก็จริงล่ะนะ แต่ว่าตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้ว ต้องมีความจริงใจต่อกัน เจ้าต้องรับผิดชอบที่เจ้ากล้าหลอกข้า แล้วข้าถึงจะยอมยกโทษให้กับเจ้า เจ้าจะว่ายังไง"ริวยังคงโมโหเล็กน้อยแม้ว่าในตอนนี้จะไม่ได้คิดว่าไทก้าจะเป็นคนเลวตามข่าวลือก็ตาม แต่การที่ไทก้าไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรกก็ทำให้เขาโมโหอยู่เช่นกัน
ไทก้ามองไปยังริวครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น"เช่นนั้นเจ้าจะให้ข้าทำอะไรงั้นเหรอ"
"เจ้าต้องประลองกับข้า แม้ว่าตอนนี้ระดับของเจ้าจะน้อยกว่าข้า แต่ข้าจะออมมือให้เจ้าแล้วกัน"ริวกล่าวขึ้น
"ไม่จำเป็น แต่ข้ามีเงื่อนไขในการประลองหากเจ้ายอมรับ ข้าจะประลองกับเจ้า"ไทก้ากล่าวขึ้นทั้งยังหันไปมองที่ริว
"งั้นเจ้าว่ามาเลย ข้ายอมรับทั้งหมด"ริวกล่าวด้วยความมั่นใจ เพราะสำหรับริวแล้วตอนนี้อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็จะข้ามไปยังระดับจิตโลกาแล้ว ริวนั้นเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะเช่นกัน เขาเป็นถึงศิษย์ฝ่ายในอันดับที่แปด และระดับพลังยังพัฒนาได้เร็วเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าตอนนี้ระดับพลังของเขาเหนือกว่าไทก้า ยังไงเขาก็ชนะอยู่ดี
"เจ้าฟังข้าให้จบก่อน จากนั้นค่อยตอบกลับก็ได้ การประลองนี้ ข้ากับเจ้าจะประลองกันแบบเต็มกำลัง แต่มีเงื่อนไขว่า ห้ามใช้อาคมในการประลอง เพราะหลังจากนี้ข้าต้องเก็บพลังเอาไว้เพื่อเข้าไปยังมิติสนธยา ผู้ที่ใช้อาคมก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ทันที เจ้าจะว่ายังไง"ไทก้าอธิบายช้าๆ ไทก้ารู้ดีว่าระดับพลังของตนเองยังไงตอนนี้ก็สู้กับริวไม่ไหว แต่หากต่อสู้ด้วยพลังจิตและกระบวนท่าอย่างเดียวก็ยังพอมีโอกาส อีกอย่างไทก้ามีแผนเอาไว้ในใจหลายวันแล้วว่า หากริวรู้ความจริงเข้าจะต้องท้าประลองเป็นแน่ จึงได้คิดเงื่อนไขการประลองนี้เอาไว้ล่วงหน้าเช่นกัน
บีและคิลล์ที่ได้ฟังก็พยักหน้าตาม แม้จะไม่เข้าใจที่ไทก้ายอมรับการประลองสักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อฟังเงื่อนไขของไทก้าก็เข้าใจขึ้นมาทันที่ นี่เป็นการประลองที่ยังพอมีโอกาสชนะ แม้ว่าบีและคิลล์จะยังไม่เคยเห็นไทก้าต่อสู้จริงๆ มาก่อนก็ตาม แต่ว่าการที่ไทก้าได้อันดับหนึ่งในการทดสอบเข้าเป็นศิษย์ระดับกลางย่อมมีฝีมืออย่างแน่นอนเพราะทั้งสองคนต่างเคยสู้กับสัตว์อสูรในหอทดสอบมาแล้ว
"ย่อมได้ งั้นเป็นวันพรุ่งนี้ เจ้าจะว่าอย่างไร" ริวตอบกลับด้วยความมั่นใจ
"ได้เลย เช่นนั้นเจอกันพรุ่งนี้ ตอนเที่ยงที่ลานประลองเดิม"ไทก้าพยักหน้าเบาๆ หลังจากนั้นริวก็กล่าวลากับบีและคิลล์ แล้วเดินออกไป
ทั้งสี่คนต่างแยกย้ายกันไปยังที่พักของตนเอง เพราะตอนนี้บีและคิลล์ต่างก็หมดแรงไปตามๆกัน