คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 65 :หลี่เมิ้งอีคือราชาพุงโต

    ตอนที่ 65:หลี่เมิ้งอีคือราชาพุงโต

     

            “คุณแม่ คุณแม่กำลังฟังเพลงอยู่ใช่ไหม ? "

     

            เยว่เยว่วิ่งออกมาจากห้องเห็นหลี่เมิ้งอีกำลังถือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งอยู่ในมือจึงยื่นหน้าเข้าไปดูแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ

     

            "คุณแม่ ๆ เพลง 'คุณพ่อ จะไปไหน ? 'เป็นเพลงที่เยว่เยว่ร้องกับคุณพ่อ คุณพ่อยังชมเยว่เยว่ด้วยนะว่าร้องเพราะ ! "

     

            คำพูดของเยว่เยว่ถือว่าช่วยคลายสถานการณ์ที่น่าอึดอัดของลี่หมิงอี้ได้

     

            "จริงหรือ ? เดี๋ยวแม่จะลองฟังดูนะ"

     

            จากนั้นก็เงยหน้ามองหลิวจือเซียแวบหนึ่งกระทั่งเห็นสีหน้าบูดบึ้งของเจ้าหมอ หลี่เมิ้งอีได้แต่กัดฟันกรอดเลยทีเดียว

     

            จู่ ๆ หลิวจือเซียก็รู้สึกว่า บางครั้งที่หลี่เมิ้งอีอยู่โหมดโกรธแบบนี้ก็ดูน่ารักไม่เบา!

     

            หลิวจือเซียรู้สึกถึงความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ก่อนจะพูดว่า“หลี่เมิ้งอี ฉันทำอาหารค่ำเสร็จพอดี เธอกินด้วยกันไหม ? ”

     

            “นายทำอาหารเป็นด้วยหรือ ? ” หลี่เมิ้งอีเงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “คงไม่ใช่อาหารพิสดารหรอกนะ ? ”

     

            หลังจากยกเยว่เยว่ให้หลิวจือเซียช่วยดูแล เพื่อให้ตัวเองวางใจจึงจ้างนักสืบเอกชนราคาสูง มาตามสืบหลิวจือเซียอยู่ลับ ๆอยากรู้ว่าหลิวจือเซียดูแลเยว่เยว่ได้ดีมากน้อยแค่ไหน

     

            สำหรับเรื่องทำอาหารมันย่อมเป็นไปไม่ได้แต่ถ้าบอกว่าเป็นอาหารพิสดาร นั่นแหละตัวเขา !

     

            “คุณแม่ อาหารที่คุณพ่อทำอร่อยมากเลยนะ ! ” เยว่เยว่ยืนขึ้นเพื่อรับประกันให้หลิวจือเซีย “อีกอย่างคุณพ่อยังห่อเกี๊ยวทำซาลาเปาไส้หมูได้อีกด้วย... คุณแม่ คุณแม่อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนหนู ได้ไหมคะ ! ”

     

            “ไม่กินก็ช่างเถอะ” หลิวจือเซียเบะปาก ไม่อยากสนใจความแปลกของเธอนัก“เยว่เยว่ พ่อทำอาหารให้ลูกเสร็จแล้ว รีบไปกินข้าวกันเถอะ”

     

            “ไปกันเถอะ คุณแม่ ไปกินข้าวด้วยกัน ! ” เยว่เยว่ไม่ยอมยังคงจูงมือของหลี่เมิ้งอีไปยังโต๊ะอาหาร

     

            กระทั่งเห็นอาหารหลากสีสันถึง 5 อย่างจัดเรียงอยู่บนโต๊ะพร้อมกับกลิ่นหอมอันอบอวลลอยมาแตะปลายจมูก หลี่เมิ้งอีที่เดิมทีไม่อยากกิน จู่ ๆท้องของเธอก็ร้อง ‘โครกคราก’ อย่างไม่เกรงใจออกมา

     

            “เอ๊ะ เสียงดังมาจากไหนกัน ? ”

     

            เยว่เยว่ผู้มีไหวพริบ เธอกลอกตาไปมา แล้วพูดว่า“ที่แท้ก็ท้องของคุณแม่ที่มันประท้วงนี่เอง คุณแม่ ไปเติมอาหารใส่ท้องด้วยกันเถอะ! ”

     

            “อืม ก็ได้ ๆ ! ”

     

            ใบหน้าอันงดงามของหลี่เมิ้งอีแดงระเรื่อ จากนั้นก็เอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง“งั้น... งั้นฉันจะชิมให้เยว่เยว่ละกัน ดูสิว่าเยว่เยว่ของเรากินอะไรในทุกวัน”

     

            ช่างเป็น... ผู้หญิงที่เย่อหยิ่งจริง ๆ !

     

            หลิวจือเซียส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า“รอก่อน ฉันจะไปหยิบถ้วยและตะเกียบมาเพิ่ม”

     

            เมื่อตะเกียบและถ้วยถูกยกออกมาหลี่เมิ้งอีก็ได้แสดงท่าทียับยั้งชั่งใจ แล้วหยิบตะเกียบ คีบไข่ผัดมะเขือเทศจากนั้นใส่ปากคำเล็ก ๆ และค่อย ๆ เคี้ยว

     

            เยว่เยว่ไม่ได้กินแบบกุลสตรีอะไรขนาดนั้น เธอพับแขนเสื้อขึ้นยกถ้วยขนาดเล็กขึ้นมา มือซ้ายจับช้อนตักอาหารในถ้วยเข้าปาก ให้ลุคผู้หญิงแมน ๆ

     

            บางครั้งหลิวจือเซียก็แปลกใจไม่น้อยผู้หญิงที่ดูเป็นกุลสตรีเหมือนกับหลี่เมิ้งอีทำไมถึงได้ให้กำเนิดเยว่เยว่ที่กินข้าวเหมือนผู้ชายแบบนี้ออกมาได้กัน

     

            ทว่า ไม่นานหลิวจือเซียก็ได้คำตอบ !

     

            ที่แท้หลี่เมิ้งอีที่ยังเคี้ยวอาหารคำเล็ก ๆ  หลังจากที่เธอชิมอาหารหลากสีสันทั้งห้าอย่างบนโต๊ะครบทุกอย่างแล้วดวงตากลมโตคู่นั้นก็เปล่งประกายออกมาอย่างฉับพลัน

     

            ไม่นาน หลี่เมิ้งอีก็สลัดคราบกุลสตรีทิ้งผันตัวกลายเป็นมารผู้หิวโหย เริ่มกวาดล้างทุกอย่างบนโต๊ะรวดเร็วเหมือนกับกวาดใบไม้ท่ามกลางสายลมในฤดูใบไม้ร่วงอย่างไรอย่างนั้น

     

            หลิวจือเซียเหลือบมองเยว่เยว่ ก็พบว่าเยว่เยว่ก็ไม่ได้สนใจเหมือนกับเคยชินแล้ว

     

            หลิวจือเซียได้แต่มองอย่างงุนงงนี่คือเทพธิดาหิมะบนจอเงินคนนั้นหรือเนี่ย ? กินอาหารอย่างกับชายโหดถ้าแฟนคลับของเธอเห็นภาพเหล่านี้เกรงว่าจากแฟนคลับที่ล้นหลามคงกลายเป็นแฟนคลับที่พร้อมใจกันแอนตี้แน่ ๆ

     

            โชคดีที่หลิวจือเซียดึงสติกลับมาได้ รีบคว้าช้อนตักอาหารยังดีที่แย่งตักอาหารได้อยู่หลายจาน

     

            ไม่อย่างนั้น อาหาร 5 อย่างที่หลิวจือเซียตรากตรำทำมากว่า 1ชั่วโมงเหล่านั้น คงตกอยู่ในท้องของหลี่เมิ้งอีทั้งหมดแน่นอน

     

            เดิมทีหลี่เมิ้งอีไม่มองสองพ่อลูกหลิวจือเซียด้วยซ้ำเป้าหมายในตอนนี้ของเธอมีแค่อาหารทั้ง 5 อย่างบนโต๊ะเท่านั้นเธอสาบานว่าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวเหมือนตอนนี้อีกแล้ว !

     

            อาหารมื้อนี้ต้องจบลงภายใน 20 นาที เพราะ...อาหารหมดเกลี้ยงแล้ว !

     

            คาดไม่ถึงว่า หลี่เมิ้งอีผู้มีรูปร่างเพรียวบางคนนี้ จะสามารถกินได้เยอะขนาดนี้เหมือนกับราชาพุงโตอย่างนั้นแหละ

     

            “เฮ้อ นานแล้วที่ไม่ได้กินอิ่มแบบนี้ ! ”หลังจากวางถ้วยและตะเกียบหลี่เมิ้งอีก็ใช้กระดาษทิชชูเช็ดมุมปากที่เปื้อนคราบสีแดงใบหน้าแต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ

     

            หลิวจือเซียหมดคำจะพูด ความรู้สึกตอนนี้ของเขาก็คือชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านจริง ๆ !

     

            “คุณแม่ วันนี้คุณแม่กินเยอะมาก ! ”

     

            หลังจากมองเม็ดข้าวที่ตกอยู่ตรงหน้าของหลี่เมิ้งอีแล้วค่อยมองตรงหน้าของตัวเอง เยว่เยว่ก็พลันตื่นตกใจ

     

            เธอใช้ศีรษะเล็กของตัวเองแนบชิดกับท้องของหลี่เมิ้งอีเพื่อฟังเสียงพลางพูดขึ้นว่า “คุณแม่ ในท้องของคุณแม่มีอีกคนรึเปล่าทำไมถึงได้กินเยอะขนาดนี้ ? ”

     

            ในที่สุดหลี่เมิ้งอีก็ได้สติกลับมาจากนั้นก็มองโต๊ะที่ดูระเกะระกะตรงหน้าไม่นานใบหน้าก็แดงระเรื่อเหมือนกับแอปเปิลที่น่าหลงใหลทำให้อยากจะเข้าไปกัดสักคำสองคำ

     

            หลี่เมิ้งอีบีบแก้มของเยว่เยว่ด้วยสีหน้าแดงระเรื่อก่อนจะพูดว่า “เจ้าเด็กจอมจุ้น พูดอะไรก็ไม่รู้ ในท้องแม่จะมีใครได้ยังไง...”

     

            ตอนที่พูดถึงตรงนี้หลี่เมิ้งอีได้เงยหน้ามองหลิวจือเซียแวบหนึ่ง

     

            เมื่อสายตาที่เจือด้วยความโกรธเคืองและความออดอ้อนคู่นั้นมองมายังหลิวจือเซียหัวใจของเขาก็พลันเต้นรัว สีหน้าเปลี่ยนไป พลางพูดในใจ‘ผู้หญิงคนนี้เหมือนปีศาจชะมัด ! ’

     

            เมื่อถอนหายใจออกมา หลิวจือเซียพูดกับเยว่เยว่ว่า“เยว่เยว่ไปเล่นในห้องนั่งเล่นดีไหม ? พ่อมีเรื่องจะคุยกับแม่”

     

            “อื้อ” เยว่เยว่กระโดดลงจากเก้าอี้ “คุณแม่เดี๋ยวไปเล่นกับหนูด้วยนะ ! ”

     

            “ได้เลย ! ” หลี่เมิ้งอีพยักหน้า และตอบรับ

     

            เมื่อเห็นเยว่เยว่กระโดดโลดเต้นไปยังห้องนั่งเล่นแล้วหลิวจือเซียก็เริ่มเก็บถ้วยและตะเกียบ พลางพูดกับลี่เหมิ่งอี้ว่า “คาดไม่ถึงว่าเธอจะเป็นราชาพุงโตขนาดนี้นะ ! ”

     

            ลี่เหมิงอิถลึงตาใส่หลิวจือเซีย แล้วพูดว่า “ทำไม ไม่ได้รึไง ?กินอาหารนายมื้อเดียวมันทำให้นายจนหรือ ? นายรวยไม่ใช่รึไง ? ”

     

            หมดคำพูดจริง ๆ อย่าเรียกเธอว่าหลี่เมิ้งอีเชียวให้เรียกคุณหลี่จอมเหวี่ยง !

     

            เมื่อเห็นหลิวจือเซียไม่พูดอะไรและการช่วยเก็บกวาดห้องครัวของหลี่เมิ้งอีกลับทำให้ยุ่งยากกว่าเดิมเธอจึงเดินไปยังห้องนั่งเล่น

     

            เมื่อเห็นถ้วยขนาดเล็กทั้งสองใบแตกกระจายอยู่บนพื้น หลิวจือเซียก็ถึงกับน้ำตาตกในทันที

     

            หลิวจือเซียอยากจะสบถออกไปจริง ๆ ทำไมถึงต้องมาคุยกับเธอด้วยหลี่เมิ้งอีคนนี้ไม่เพียงแต่เป็นราชาพุงโตแล้วยังเป็นผู้หญิงที่ทำงานบ้านไม่เป็นอีกด้วย !

     

            ถ้าเธอเกิดในครอบครัวที่ยากจน ร้อยละ 80เธอจะต้องถูกโยนออกมาภายในไม่กี่วันแน่ !

     

            เพราะถูกตามใจจนเหลิง !

     

            ……………………

             

            บางทีอาจเพราะไม่เจอกับเยว่เยว่นานเกินไปหลี่เมิ้งอีเลยลากตัวของเยว่เยว่เข้ามาคุยในห้องนั่งเล่นอย่างเงียบ ๆอีกทั้งลูกสาวที่แสนน่ารักคนนี้ ก็ยังติดโทรทัศน์งอมแงมและเรื่องที่กำลังฉายอยู่ในโทรทัศน์คือละครที่หลี่เมิ้งอีแสดง

     

            หลิวจือเซียนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของโซฟาช่างโดดเดี่ยวอย่างเห็นได้ชัด อยากจะดูโทรทัศน์ก็ยังถูกแย่ง อยากจะเล่นกับเยว่เยว่สองแม่ลูกก็ตัวติดกันหนึบซะขนาดนั้น

     

            เมื่อไม่มีอะไรทำจริง ๆจากนั้นหลิวจือเซียก็เดินมายังห้องหนังสือ แล้ววาดภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง‘ซินเดอเรลล่า’ และ ‘สโนไวท์’ ต่อ

     

            เวลาก็มักจะผ่านไปโดยไม่รู้ตัวหลังจากที่หลิวจือเซียวาดฉากหลังอีกรูปเสร็จแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นพบว่าเป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว

     

            ถึงเวลานอนของเยว่เยว่แล้ว

     

            หลิวจือเซียจึงปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเดินมายังห้องรับแขกเห็นเยว่เยว่และหลี่เมิ้งอีกำลังคุยกันอยู่

     

            หลิวจือเซียเดินรุดหน้าสองสามก้าว จากนั้นก็พูดกับเยว่เยว่ว่า“เยว่เยว่ ถึงเวลานอนแล้ว ถ้าดึกกว่านี้ พรุ่งนี้ลูกจะตื่นไม่ไหวนะ ! ”

     

            “คุณพ่อ หนูอยากอยู่กับคุณแม่อีกหน่อย”ดวงตากลมโตของเยว่เยว่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาพร้อมกับจ้องมายังหลิวจือเซียอย่างไม่กระพริบตา และอ้อนวอน “พรุ่งนี้รับรองเลยว่าหนูตื่นไหว! ”

     

            “ไม่ได้ นอนเร็วตื่นเร็ว ดีต่อร่างกาย ! ” หลิวจือเซียส่ายหน้าด้วยสีหน้าหนักแน่น

     

            “งั้น คุณแม่วันนี้คุณแม่อยู่กับคุณพ่อเหมือนกับเยว่เยว่ได้ไหมคะ ! ”เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนไม่ได้ผล เยว่เยว่จึงได้กลอกตากลมโตนั้นไปมา แล้วเปลี่ยนวิธี

     

            “นะ ๆ ได้ไหม คุณพ่อ ? ” ในตอนที่พูดประโยคนั้นเยว่เยว่ได้หันไปถามหลิวจือเซีย

     

            หลี่เมิ้งอีถูกเยว่เยว่รวบรัดโดยไม่ทันตั้งตัว จึงได้แต่อึ้งแล้วพูดออกไป “เหอะ ใครอยากจะอยู่กับเขากัน ! ”

     

            หลิวจือเซียที่กำลังจะปฏิเสธอย่างทันควันแต่หลังจากทีเขาได้ยินคำพูดของหลี่เมิ้งอี มุมปากได้กระตุกขึ้น แล้วพูดว่า “เยี่ยมถ้าแม่ของลูกต้องการ อยากจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ ! ”

     

            “อื้อ  ๆ  เยี่ยมไปเลย คุณแม่ต้องอยู่กับเรา ! ”

     

            เยว่เยว่แสดงท่าทีดีอกดีใจออกมาทันทีเพราะตอนที่อยู่ในโรงเรียนอนุบาล เห็นพ่อแม่ของเด็กคนอื่น ๆ อยู่ด้วยกันเด็กคนนี้ก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้

     

            การได้อยู่กับพ่อและแม่ เป็นความหวังของเยว่เยว่มาตลอด !

     

            เมื่อเห็นลูกสาวดูดีใจ หลิวจือเซียก็ยิ้มอย่างจริงใจออกมา

     

            “วิปริต ! ”

     

            แต่การแสดงออกนี้สำหรับหลี่เมิ้งอี มันไม่ใช่แบบนั้นเห็นได้ชัดว่าเขาก็เป็นเหมือนคางคกขึ้นวอที่ทำเรื่องชั่วร้ายได้สำเร็จ

     

            “จริงสิ ฉันลืมไปเลย นายเป็นคนรวยบ้านช่องใหญ่โตให้ฉันนอนห้องเล็กแบบนี้ได้ยังไง ? ”

     

            หลิวจือเซียมองเห็นท่าทางกัดฟันกรอดของหลี่เมิ้งอีเขาก็คิดชั่วร้ายเช่นกัน จากนั้นก็พูดว่า “ไม่อย่างนั้น เธอจะกลับตอนนี้เลยไหมล่ะ? เดี๋ยวไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายนะ ! ”

     

            ‘หลิวจือเซีย ไอ้คนน่ารังเกียจ วิปริต ไร้ยางอาย ! ’

     

            หลี่เมิ้งอีกัดฟันกรอดจนฟันแทบจะแตกอยู่แล้ว‘รถไฟเที่ยวสุดท้ายอะไรกัน นายจะทำดีกับฉันสักหน่อยไม่ได้เลยรึไง ? ’

     

            หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆแล้วหลี่เมิ้งอีก็ได้โพล่งออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เยว่เยว่ครั้งนี้แม่ลาพักร้อน 5 วัน อยู่เล่นกับลูกได้สองวันแล้วในสองวันนี้แม่จะอยู่ที่นี่”

     

            ‘เวรเอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ ทำไมถึงได้ชอบทำนอกกรอบอยู่เรื่อย ? ’

     

            แต่เมื่อเห็นท่าทางของหลี่เมิ้งอีหลิวจือเซียก็รู้สึกเหมือนมีอัลปาก้าวิ่งอยู่ในหัวใจเป็นหมื่นตัว

     

            “ตึก ตัก ! ”

     

            เยว่เยว่จุ๊บหน้าของหลี่เมิ้งอีหนึ่งครั้งจากนั้นเธอก็เอียงศีรษะน้อย ๆ แล้วพูดอย่างไร้เดียงสาว่า “งั้นคืนนี้แม่กับพ่อจะนอนกับเยว่เยว่ใช่ไหม ? ”

     

            “เอิ่ม...”

     

            หลิวจือเซียถูมือ ด้วยความรู้สึกลำบากใจกับคำถามนี้

     

            และวันนี้คาดว่าเป็นวันที่หลี่เมิ้งอีหน้าแดงบ่อยที่สุด

     

            ใบหน้ารูปไข่ของหลี่เมิ้งอีแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้งเธอแอบมองหลิวจือเซียแวบหนึ่ง ก่อนจะดึงหูของเยว่เยว่ แล้วพูดด้วยความขุ่นเคืองว่า“เยว่เยว่ ลูกพูดจาเหลวไหลอะไร ? คืนนี้ แม่จะนอนกับลูก”

     

            “งั้น...”

     

            หลิวจือเซียเองก็ไม่สบายใจ เขาพูดด้วยน้ำเสียงอู่อี้ “เยว่เยว่ลูกก็เห็นห้องเราใหญ่จะตายไป จะเก็บกวาดห้องไหน ให้แม่ของลูกอยู่ก็แล้วแต่เลยอย่าทำให้แม่ของลูกดูเหมือนคนไม่มีที่นอนสิ”

     

            ระหว่างที่พูด หลิวจือเซียมองไปทางหลี่เมิ้งอีแวบหนึ่งพบว่าผู้หญิงคนนี้แอบมองเขาเช่นกัน

     

            เมื่อทั้งสองคนสบตากัน ด้วยความตื่นเต้นจึงรีบหันหน้าหนีทันที

     

            “งั้นก็ได้ ! ” เยว่เยว่พยักหน้า ในใจของเด็กสาวเข้าใจดีว่าความหวังที่จะได้นอนกับพ่อและแม่ไม่มีทางเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน