บทที่ 38 เหยียนเจี้ยนตง
ในที่สุด ลู่เฉิงเฟิงก็ถูกหลินเจี้ยนหลูรีดไถไปหนึ่งร้อยล้าน
ทว่าชายหนุ่มก็ได้ยื่นข้อเสนอให้หลินเจี้ยนหลูมาที่บ้านของเขาเพื่อถอดรหัส พวกนี้ต่างก็หวังจะหลอกเอาเงินจากเขา ไม่มีใครน่าคบหาสักคน
ดังนั้นเขาจึงต้องคอยจับตาดูนางอสรพิษถอดรหัส เผื่อว่าหลังจากถอดรหัสเสร็จ หญิงสาวจะฮุบเงินทั้งหมดไป เขาจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง
ระหว่างที่เตรียมตัวออกไปรับหลินเจี้ยนหลู เขาได้ส่งข้อความหาวานรร้อยลักษณ์ว่า [ลิงบ้า ฉันมีข่าวดี มูลค่าห้าร้อยล้าน อยากรู้ไหม?]
วานรร้อยลักษณ์ตอบกลับมาว่า [วานรร้อยลักษณ์: ปีศาจโลหิตกับราชินีสีชาดตายแล้วใช่ไหม?]
ลู่เฉิงเฟิงตกตะลึง รีบถามกลับไปว่า [นายรู้ได้ยังไง?]
[วานรร้อยลักษณ์: เมื่อคืนก็รู้แล้ว งูแบล็กแมมบาบอกฉันเอง ขอไปแค่สิบล้าน]
ลู่เฉิงเฟิงเบิกตากว้าง เหม่อมองฟ้าด้วยความสิ้นหวัง ไร้คำพูด
พยัคฆ์โลหิตที่กำลังกัดแอปเปิล ถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า “เป็นอะไรเหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เอ่ยว่า “หลินเจี้ยนหลูเอาข่าวที่ฉันฆ่าราชินีสีชาดกับปีศาจโลหิตไปขายให้วานรร้อยลักษณ์ได้ตั้งหนึ่งล้าน”
“อ้อ” พยัคฆ์โลหิตตอบ
“หือ นายรู้ได้ยังไง” ลู่เฉิงเฟิงเบิกตากว้าง
“รู้สิ” พยัคฆ์โลหิตพยักหน้า “เธอก็แบ่งมาให้ฉันห้าแสนด้วย”
ลู่เฉิงเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
“แล้ว แล้วของฉันล่ะ”
พยัคฆ์โลหิตมองเขาอย่างงง ๆ “มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย”
“พวกแกนี่มันเกินไปแล้ว ราชินีสีชาดน่ะฉันเป็นคนฆ่า ทำไมถึงไม่มีส่วนแบ่งของฉันด้วย”
พยัคฆ์โลหิตมองเขาอย่างเห็นใจ “คุณพี่ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ น่ะ ใครไวคนนั้นได้ ตอนนี้นายเพิ่งมารู้ตัวแบบนี้ ถึงอยากจะกินขี้อ่ะ มันก็ไม่ทันแล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงหยิบแอปเปิลเขวี้ยงใส่ “เอาเงินหนึ่งแสนที่หลอกฉันเมื่อกี้คืนมา แล้วก็ถอดเสื้อผ้าที่ฉันซื้อให้แกออกไปด้วย”
พยัคฆ์โลหิตยื่นมือออกไปรับแอปเปิลที่ปาใส่ เขากัดเข้าไปคำหนึ่งพร้อมกับหัวเราะโง่เง่า
ลู่เฉิงเฟิงทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง “ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแพะรับบาปเลย”
“มั่นใจหน่อย เอาคำว่า ‘รู้สึก’ ออกไป”
ลู่เฉิงเฟิงจ้องเขาอย่างโกรธเคือง ๆ ก่อนจะหยิบกุญแจรถแล้วเดินออกไป
“นายจะไปไหน”
“ไปเดต”
“ซูอี้จวินหรือยายงูพิษนั่น”
ลู่เฉิงเฟิงพูดอย่างไม่พอใจ “เรื่องของฉัน เธอก็แค่คนหนึ่ง ฉันจะเดตกับใครสองคนพร้อมกันไม่ได้รึไง”
พยัคฆ์โลหิตชูหัวแม่โป้งให้ “เยี่ยม! ระวังเรือล่มละกัน”
“ไปไกล ๆ เลยไป๊”
ลู่เฉิงเฟิงหัวเราะในลำคอ ก่นด่าเบา ๆ ก่อนจะขับรถออกไปยังบ้านสกุลซู
เขามีธุระที่บ้านสกุลซูสองเรื่อง เรื่องแรกคือมารับหลินเจี้ยนหลู ส่วนเรื่องที่สอง เขาตั้งใจจะมาลงทุนให้กับบริษัทสกุลซู
นี่เป็นสัญญาที่เขากับซูอี้จวินตกลงกันไว้ บริษัทสกุลซูกำลังมีปัญหาเงินทุนขาดมือ ต้องการเงินทุนอย่างเร่งด่วน
เมื่อมาถึงบ้านสกุลซู ลู่เฉิงเฟิงลงจากรถ เหลือบมองรถหรูหลายคันที่จอดอยู่ แสดงว่าบ้านสกุลซูกำลังมีแขก
ตอนที่เขากำลังจะเดินเข้าไป ก็เห็นซูหนานชิงกำลังส่งแขกกลุ่มหนึ่งออกมา
ลู่เฉิงเฟิงจ้องมองไปที่ร่างของใครบางคนในกลุ่มนั้น ดวงตาของเขาหรี่ลงทันที
เหยียนเจี้ยนตง!
เขาไม่คิดว่าจะมาเจอเหยียนเจี้ยนตงที่นี่!
เหยียนเจี้ยนตงมีใบหน้าที่ดูเป็นผู้แก่เรียน แม้ว่าอายุจะห้าสิบกว่าปีแล้ว แต่ร่างกายของเขายังคงแข็งแรงและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี
เหมือนเหยียนเจี้ยนตงจะรู้สึกตัว เขาหันมามองทางลู่เฉิงเฟิง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ลู่เฉิงเฟิง พยายามอย่างยิ่งที่จะซ่อนแววตาฆ่าฟันเอาไว้ แต่ความเกลียดชังอันท่วมท้นก็ยังคงเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย
“ประธานซู คนนี้คือ?”
ซูหนานชิงมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงพลางยิ้มกล่าว “คนนี้คือลู่เฉิงเฟิงที่เราเพิ่งพูดถึงกันเมื่อครู่นี้ เขาเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเทียนซือ และยังเป็นแฟนของซูอี้จวิน ลูกสาวของผมด้วย”
“เฉิงเฟิง มานี่หน่อยสิ”
ลู่เฉิงเฟิงหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์และระงับความต้องการฆ่าที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“เฉิงเฟิง ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่ประธานเหยียน ประธานของเจียนหงกรุ๊ป”
เหยียนเจี้ยนตงจ้องมองลู่เฉิงเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้น เขาก็หันไปมองซูหนานชิง “ประธานซู ลูกเขยในอนาคตของคุณนี่ไม่ธรรมดาเลย”
ซูหนานชิงชะงักไปเล็กน้อย “ประธานเหยียนรู้จักเฉิงเฟิงด้วยเหรอครับ”
เหยียนเจี้ยนตงส่ายหัว “ไม่รู้จักหรอก แต่เคยได้ยินชื่อ บังเอิญมากเลยนะ เช้านี้ผมเพิ่งซื้อบริษัทมาแห่งนึง ชื่อเทียนซือเหมือนกัน ผู้จัดการทั่วไปของพวกเขาก็ชื่อลู่เฉิงเฟิง”
ซูหนานชิงเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ เรื่องนี้เหยียนเจี้ยนตงไม่ได้พูดถึงตอนที่เขาเอ่ยถึงลู่เฉิงเฟิงเมื่อกี้
ลู่เฉิงเฟิง หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาคาดการณ์ผลลัพธ์ของเทียนซือกรุ๊ปไว้สองอย่าง คือหนึ่ง ถูกซื้อกิจการ และสอง ประกาศล้มละลาย
แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าคนที่ซื้อเทียนซือกรุ๊ปจะเป็นเหยียนเจี้ยนตง
คนที่จ้างมือปืนมาลักพาตัวและพยายามฆ่าซูอี้จวินคือเหยียนเจี้ยนตง และตอนนี้คนที่ซื้อเทียนซือกรุ๊ปก็ยังเป็นเขา นี่มันน่าสนใจมากจริง ๆ
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มน้อย ๆ “ดูเหมือนว่าผมจะตกงานแล้วสินะครับ”
“คุณลู่ล้อเล่นแล้ว ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัทที่เป็นแค่เปลือก คุณคงไม่สนใจหรอกใช่ไหม”
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตาลง ตอนนี้เขาไม่แน่ใจว่าเหยียนเจี้ยนตงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาหรือไม่
ชายหนุ่มเคยให้ฟรานซิสช่วยสืบเรื่องของเหยียนเจี้ยนตง แต่สุดท้ายฟรานซิสกลับไปเป็นลูกน้องของคนคนนี้ แสดงว่าเหยียนเจี้ยนตงน่าจะรู้เรื่องที่เขากำลังสืบเรื่องของเขามาตลอดใช่ไหม
‘เรื่องราวมันชักจะสนุกขึ้นแล้วสิ’
“ท่านประธานครับ ไม่ทราบว่าผมขอไปทำงานที่เจียนหงกรุ๊ปได้ไหมครับ ผมว่าตัวเองก็มีความสามารถพอตัว ท่านพอจะรับไว้พิจารณาบ้างไหม”
ท่านประธานหัวเราะลั่น “พูดอะไรอย่างนั้น คุณลู่เป็นคนมีความสามารถขนาดนี้ ผมไม่กล้ารับไว้หรอกครับ แถมคุณลู่จะมาทำงานที่เจี้ยนหง กรุ๊ป คุณซูเองก็คงจะไม่ยอมเหมือนกัน”
ซูหนานชิงผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการนี้มานาน จึงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างประธานเหยียนกับลู่เฉิงเฟิง
ท่านประธานหรี่ตามองลู่เฉิงเฟิง “คุณลู่ ที่ผมมาหาคุณซูในวันนี้ จริง ๆ แล้วก็เพราะเรื่องของลูกชายผม เหยียนโย่วเว่ยน่ะครับ ตั้งแต่ที่เขาเจอกับคุณหนูซูครั้งล่าสุด เขาก็หายตัวไปเลย ผมได้ยินมาว่าคุณลู่ก็อยู่ที่นั่นด้วย ไม่ทราบว่าคุณลู่รู้ไหมว่าเขาไปไหน”
แววตาของลู่เฉิงเฟิงเป็นประกาย ดูเหมือนว่าเหยียนเจี้ยนตงจะรู้ตัวจริงของเขาแล้ว แต่ก็น่าจะเพิ่งรู้ได้ไม่นาน ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยเวลาให้เนิ่นนานขนาดนี้
ลู่เฉิงเฟิงก็พอจะเดาออกว่าเหยียนเจี้ยนตงรู้ได้อย่างไร
เขาเป็นคนสั่งให้ฟรานซิสไปสืบเรื่องของเหยียนเจี้ยนตง เรื่องนี้ฟรานซิสต้องรายงานให้เบื้องบนขององค์กรนักฆ่าเทพมรณะทราบอยู่แล้ว ปกติแล้วเบื้องบนคงไม่สนใจเรื่องแบบนี้ เพราะตอนนั้นเขาคือมือสังหารระดับท็อปขององค์กร เป็นเหมือนต้นไม้ที่สร้างรายได้มหาศาล
แต่ตอนนี้เขาถอนรากถอนโคนเทียนซือ สาขาขององค์กรนักฆ่าเทพมรณะ องค์กรย่อมต้องหาทางกำจัดเขาอย่างแน่นอน การที่เอาเรื่องนี้ไปบอกเหยียนเจี้ยนตงเพื่อยืมมือจัดการเขาก็นับเป็นเรื่องปกติ
‘เหยียนเจี้ยนตงต้องรู้แน่ ๆ ว่าฉันเป็นนักฆ่า แต่เขาคงไม่รู้หรอกว่าฉันคือเด็กที่เคยแทงเขาเมื่อสิบห้าปีก่อน เพราะตอนนั้นฉันไม่ได้ชื่อลู่เฉิงเฟิง’
‘บางทีเขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ ถึงตอนนั้นฉันจะไม่ได้ชื่อลู่เฉิงเฟิง แต่แค่ไปตรวจสอบที่สำนักทะเบียนราษฎร์ เขาก็น่าจะรู้เรื่องที่ฉันเปลี่ยนชื่อแล้ว’
‘แต่ช่างเถอะ ฉันรอมาสิบห้าปี กลับมาคราวนี้ก็เพื่อแก้แค้น ฉันไม่สนใจว่าเหยียนเจี้ยนตงจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของฉันหรือเปล่า สุดท้ายแล้ว ทั้งตระกูลเหยียนก็ต้องตายอยู่ดี’
ลู่เฉิงเฟิงมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย “ไม่ทราบครับ”
แววตาของเหยียนเจี้ยนตงเริ่มเย็นชา “งั้นคุณลู่คิดว่าเขาจะกลับบ้านได้ไหม”
“เมืองเหยียนเฉิงก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ด้วยอำนาจของท่านประธานเหยียน ยังไงก็ต้องตามหาตัวเขาพบในสักวัน”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มจาง ๆ ตอบอย่างกำกวม