item monster ไอเทมมอนสเตอร์

    ตอนที่ 52 มือที่เหลือเพียงข้างเดียว

    ตอนที่ 52 มือที่เหลือเพียงข้างเดียว

    ที่บ้าน

    เจนในตอนนี้กำลังนั่งดูรายชื่อโรงเรียนมัธยมปลายที่น่าสนใจอยู่หลังจากเธอคุยกับลุคในตอนเช้าก็คิดว่าน่าจะหาที่เรียนไว้ก่อน ภายหลังถ้าปลุกพลังเหนือมนุษย์ขึ้นมาได้ก็ค่อยย้ายไปเรียนที่สถาบันเหนือมนุษย์ก็ได้แต่ถ้าไม่ได้ก็จะได้ไม่จ้องเสียโอกาสการเรียนไปด้วย

    “ไม่รู้ว่าเราจะเก่งได้แบบพี่บ้างไหม” เจนถอนหายใจเธอรู้ว่าตัวเองเรียนเก่ง แต่ถึงจะเรียนเก่งเธอก็ไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะหาเงินเก่งแบบพี่ชายเธอทั้งภูมิใจและอิจฉาในความสามารถที่เก่งกาจของพี่ชาย

    ซึ่งเจนไม่รู้เลยว่าลุคเองก็ทั้งภูมิใจและอิจฉาความเก่งกาจในการเรียนของเธอเหมือนกัน

    “พี่น่าจะกลับดึก ทำอะไรไว้เพิ่มดีไหม”

    เจนลุคขึ้นมองไปที่ห้องครัว แต่ตอนนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา

    “เอ๊ะ ไมซี่ส่งข้อความมา” เจนเปิดอ่านก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา“เธอและเคธี่จะมาที่นี่ ไปแล้วเที่ยวเหรอ สองคนนี้คงคิดว่าฉันเหงาสินะน่าเสียดายพี่ไม่อยู่ด้วยไม่งั้นก็จะได้ไปด้วย”

    “ได้รอฉันแป๊บนะเธอเข้ามาที่บ้านก่อนไหม”

    “ก็ได้เดี๋ยวฉันจะออกไป รอแป๊บนะ”

    เจนตอบกลับข้อความไป ก่อนจะรีบไปเปลี่ยนชุดและสักพักก็ออกไปรอที่ถนน

    “สองคนนั้นบอกให้รอที่นี่แล้วทำไมยังไม่มาอีก”เจนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะโทรไปหาไมซี่ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นข้างหลัง

    “พวกเธอมาแล้วเหรอ” เจนหันกลับไปมองคิดว่าเป็นไมซี่และเคธี่ แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจที่พบว่าเป็นชายชุดดำที่ท่าทางน่ากลัวยืนห่างจากเธอไปสองก้าวสายตาของชายคนนั้นจ้องมองมาที่เด็กสาว

    “เออ...หนูขอโทษค่ะ หนูทักคนผิด” เจนกล่าว

    “ไม่ผิดหรอก” ในตอนนั้นก็มีเสียงจากในโทรศัพท์ดังขึ้นมาเป็นชายชุดดำคนนั้นรับสายและพูดผ่านสาย

    ทริสแสยะยิ้มมองดูเจนที่กำลังตื่นตกใจ

    ‘มาเฟีย’ เจนรู้ว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย

    เธอพยายามจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ายาเพื่อเอากระดิ่งที่ลุคเคยมอบไว้ให้ แต่แล้วตอนนั้นก็มีมือมาจากด้านจับตัวเธอไว้ก่อนจะใช้ผ้าปิดปากและจมูกเธอ

    เจนรู้สึกง่วงจนสลบไปในทันที โดยสิ่งสุดท้ายที่เห็นคือชายที่รับโทรศัพท์เดินเข้ามาเอาโทรศัพท์ไป

    ...

    ลุคที่พึ่งลงจากรถไฟและแยกกับบอสตันกับไอกะมาพยายามโทรหาเจนอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครรับสายสักคนเดียว

    “เกิดอะไรขึ้นกัน”

    เขาเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีว่าจะเกิดเรื่องขึ้นแต่ลุคก็พยายามตั้งสติโทรต่อไป ขณะที่พยายามเรียกรถกลับบ้านไปด้วยแต่แล้วความพยายามของลุคก็เป็นผลเจนรับสายแล้ว

    “เจนมีอะไรหรือเปล่าพี่โทรหาทำไมถึงไม่รับ” ลุคถามด้วยความเป็นห่วง

    “แกยังไม่ตายจริง ๆ สินะ ดูเหมือนเรามีเรื่องต้องคุยกัน”

    เสียงปลายสายกลับไม่ใช่เจน แต่เป็นเสียงของผู้ชายลุคได้ยินก็ระเบิดพลังออกมาจนทำให้คนที่ยืนรอรถอยู่รอบข้างพากันตื่นตกใจ

    ลุคตั้งสติถามกลับไปในทันที

    “แกเป็นใคร น้องสาวฉันอยู่ไหน”

    “แกไม่มีสิทธิ์จะถาม ฉันคือคนถาม แกรอดมาได้ยังไง ซาดตายได้ยังไง”

    พวกมาเฟีย ได้ยังไงกัน...ลุคใจเต้นอย่างรุนแรงเขาไม่คิดว่าคนพวกนี้จะรู้เรื่องของเขาเร็วขนาดนี้ต่อให้พวกนั้นจะสงสัยว่ามีคนรอดชีวิตก็ไม่น่าจะรู้ว่าเป็นเขาและเพ่งเล็งเป้าหมายมาที่เขาเร็วขนาดนี้

    เมื่อพบว่าลุคเงียบไป เสียงจากปลายสายก็พูดขึ้นมา

    “แกสงสัยเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนให้จับตาดูแกสองพี่น้องฉันก็คงจะไม่รู้ไปอีกนานว่าแกยังไม่ตายตอนนี้แกเตรียมคำตอบให้ฉันในสิ่งที่ถามไปก่อนหน้านั้นซะแล้วอีกสักพักฉันจะโทรกลับไปใหม่และให้ที่อยู่กับแกอย่าลืมรับสายละ”

    สายตัดไป

    “มีคนให้จับตาดูฉันและเจน ใคร!” ลุคไม่เข้าใจว่าใครกันที่ต้องการจับตาดูพวกเขาสองพี่น้องเท่าที่เขารู้เขาและเจนก็แค่คนธรรมดา ทำไมต้องมีใครมาจับตาด้วย

    ลุคโยนเรื่องนี้ทิ้งไปก่อน เพราะสิ่งสำคัญคือตามหาเจนให้พบ

    ขณะนี้เขากำลังโกรธและเป็นห่วงเจน แต่เขารู้ว่าต้องมีสติเพราะจากที่ปลายสายพูดมันไม่คิดจะทำร้ายเจน แต่ต้องการให้เขาไปหาแน่นอนว่าลุคไม่คิดจะรอ

    “โดโนแวนนายอยู่ไหนมารับฉันหน่อยได้ไหม”ลุคโทรหาแท็กซี่คนเดียวที่เขารู้จัก

    “คุณรอผม 5 นาทีผมจะรีบไปรับ” โดโนแวนตอบในสาย

    ...

    โดโนแวนรีบขับรถแท็กซี่มารับลุคด้วยความรีบร้อนลุคขึ้นรถไปโดยไม่สนใจสายตาของคนรอบ ๆ ที่มองเขาอย่างระมัดระวัง เพราะอยู่ ๆเหนือมนุษย์ก็โกรธขึ้นมาทำให้คนพวกนั้นรู้สึกไม่ปลอดภัยหลายคนเหมือนจะโทรเรียกรถตำรวจด้วยซ้ำ แต่ลุคไม่สนใจสายตาของคนพวกนี้เขาขึ้นรถแท็กซี่ทันทีที่โดโนแวนขับมาจอดทันที

    “ไปที่สถานีตำรวจเขต 5 ด่วนที่สุด” ลุคกล่าวกับโดโนแวน

    “ได้ครับ” โดโนแวนตอบรับเมื่อเห็นว่าสีหน้าของลุคไม่สู้ดีนักขณะที่ขับไปโดโนแวนก็ถามด้วยความสงสัย “คุณลุคเกิดเรื่องมอนสเตอร์บุกโจมตีเหรอคุณเหมือนจะรีบมาก”

    ไม่ผิดที่โดโนแวนจะเข้าใจแบบนี้เพราะลุคยังใส่ชุดเกราะและมีดาบมาด้วย

    เขาเงยหน้ามองโดโนแวน ก่อนจะกล่าว “อันตรายกว่า”

    “วางใจผมได้เลย ผมจะรีบเหยียบเท่าที่ทำได้”โดโนแวนได้ยินก็มีท่าทางจริงจัง เหยียบรถเต็มที่

    ตอนอยู่ที่สถานีรถไฟลุคสามารถขึ้นรถไฟไปที่เขต 5 ได้ แต่ต้องเสียเวลารอรถอีกเกือบครึ่งชั่วโมงอีกอย่างต่อให้ไปถึงสถานีเขาก็ต้องหารถไปที่สถานีตำรวจ ไม่ใช่เพราะเขาไปแจ้งความแต่เขาต้องการที่อยู่ของพวกมาเฟียจากใครบางคน

    หลังจากมาถึงที่เขต 5 และตรงไปที่สถานีตำรวจทันที

    “รออยู่ที่นี่ก่อน” ลุคบอกกับโดโนแวน ก่อนจะลงจากรถไป

    ด้วยสถานะเหนือมนุษย์ของลุคการเข้าไปในสำนักงานตำรวจถือว่าเป็นเรื่องง่ายมากเขาติดต่อขอพบกับดาบตำรวจคนหนึ่งพอดี

    “คุณต้องการพบผมเหรอครับ” ดาบตำรวจเข้ามาหาลุคที่ยืนรออยู่สีหน้าของดาบตำรวจค่อนข้างสงสัยเหมือนกับเคยเห็นหน้าของเหนือมนุษย์คนนี้ที่ไหนมาก่อน

    “มีห้องพูดคุยกันไหม” ลุคกล่าวด้วยสีหน้านิ่งเฉย

    “มีอยู่ห้องประชุมทางด้านนี้” ดาบตำรวจนำทางไป ขณะที่ในใจก็คิดว่าหรือจะมีคดีที่ต้องพูดเป็นส่วนตัว

    ทั้งสองเข้าไปในห้องประชุม มันไม่ใหญ่มากนักคล้ายกับห้องสอบสวนซะมากกว่า เขามองไปพบว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่หนึ่งตัว

    ลุคชักดาบออกไปฟันกล้องวงจรปิดทิ้งในทันที

    “คุณจะทำอะไรนะ” ดาบตำรวจชักปืนออกมาอย่างตื่นตกใจ

    ฉับ!

    ดาบของลุคฟันปืนพกจนขาดครั้ง ทำเอาดาบตำรวจมีสีหน้าแตกตื่นถอยหลังหนีด้วยความกลัว

    “หุบปาก ไม่งั้นต่อไปจะเป็นหัวแก”

    “ต่อให้เป็นเหนือมนุษย์ก็เถอะ คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ยอมแพ้แล้วปล่อยผมไป ผมจะไม่แจ้งเรื่องนี้กับใคร”

    “แน่นอน แกจะไม่แจ้ง แต่แกต้องตอบคำถามฉันก่อน แกจำฉันได้ไหมเด็กหนุ่มที่เคยมาแจ้งความเรื่องมาเฟียกับแก” ลุคยื่นหน้าไปให้ดาบตำรวจ

    ดาบตำรวจขมวดคิ้วและนึก ก่อนจะนึกออกก็ทำให้เขาหวาดกลัวขึ้นมาในทันที

    “แก ๆ มาแก้แค้น ไม่ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้...”

    “แกรู้จักพวกมันจริง ๆ สินะ บอกมาว่ามาเฟียพวกนั้นมันอยู่ที่ไหนกัน”ลุคจ้องมองด้วยดวงตาดุร้าย

    ดาบตำรวจได้ยิน สิ่งแรกที่พูดออกมาคือ ปฏิเสธทันที

    “ไม่ได้ พวกมันจะฆ่าฉัน”

    “ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมสอบสวนกับแกหรอกนะถ้าแกไม่ตอบฉันจะฟันแกให้ตายตรงนี้แล้วไปถามคนอื่นเอา” ลุคปล่อยจิตสังหารเต็มที่อันที่จริงเขาก็ไม่รู้ว่ามีใครอื่นอีกที่เป็นสายของพวกมาเฟียแต่ทำแบบนี้เพื่อให้ตำรวจกลัวและพูด

    ดาบตำรวจกัดฟัน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็บอกออกไป

    “ท่าเรือหลัก ผับที่ใหญ่ที่สุดของที่นั่น”

    “หวังว่าจะไม่มีใครรู้” ลุคกล่าว ก่อนจะรีบจากไป

    “เชี่ยเอ๊ย!” ดาบตำรวจตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ส่วนเรื่องที่ลุคข่มขู่ถึงเขาอยากจะบอกตำรวจคนอื่น แต่ก็ไม่กล้าเพราะเท่ากับเป็นการเปิดเผยเรื่องของตัวเองที่เป็นสายให้พวกมาเฟีย

    “ต้องแจ้งพวกนั้นหรือว่าไม่” ดาบตำรวจลังเลที่เขากลัวพวกมาเฟียเพราะมันมีเหนือมนุษย์อยู่แต่ถ้าเขาโทรแจ้งพวกมาเฟียเหนือมนุษย์คนนั้นอาจจะกลับมาฆ่าเขาจริง ๆ ก็ได้เพราะขนาดอยู่ในสถานีตำรวจยังกล้าทำขนาดนี้เลย

    “ช่างแม่ง ฉันไม่ขอยุ่งด้วยแล้ว”

    ...

    เจนที่สลบไปตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงเรียกของใครบางคน

    “ที่นี่คือ” เจนถามพร้อมกับอาการมึนหัว เธอกวาดตามองรอบตัวพบว่าเธอถูกจับไว้ในสถานที่คล้ายกับโกดังขนาดใหญ่

    “เจนเป็นอะไรไหม” ไมซี่พยายามตะโกนถาม

    “ไมซี่ เคธี่”

    เจนตกใจที่เห็นเพื่อนสองคนถูกจับมา มือทั้งสองคนโดนมัดไว้ด้วยกันเจนคิดจะขยับตัว แต่เธอก็พบว่าตัวเองก็โดนมัดมือเหมือนกัน

    “ตื่นแล้วเหรอ”

    ในตอนนั้นก็มีเสียงพูดดังขึ้นเป็นชายหน้าตาดุร้ายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้หลัก รอบ ๆมีมาเฟียหลายคนกำลังมองมาที่พวกเธอทั้งสามคน

    “แกจับฉันมาทำไม”

    “ทำไมนะเหรอ พี่ชายของแกรู้เรื่องบางอย่าง และมีคนต้องการจะรู้มันถ้าฉันไม่พาพี่ชายแกไปให้ชายคนนั้นคงฆ่าฉัน”

    “เรื่องอะไร พี่ชายฉันไม่ได้ทำอะไร พวกแกจะทวงเงินใช่ไหมปล่อยพวกเราไปฉันจะขอให้พี่ชายจ่ายหนี้ให้พวกแก” เจนพยายามต่อรอง

    “เด็กน้อย เธอนี่มันไม่รู้อะไรเลยหนี้ที่ลูกน้องฉันเคยบอกมันก็แค่การโกหกเท่านั้น”

    “โกหก” เจนงุนงง ก่อนจะกลายเป็นโกรธ ที่แท้พวกนี้ก็ปลอมเอกสารหลอกเธอและพี่ชายเรื่องหนี้

    หัวหน้าใหญ่เหลือบมองทริส ทริสก้มหน้าเงียบ

    “แต่ที่ฉันสนใจคือเธอและพี่ชายมีค่าอะไรทำไมคนพวกนั้นถึงให้ฉันจับตาดูพวกเธอสองคนไหนลองบอกมาสิว่าพวกเธอมีค่าอะไร”หัวหน้าใหญ่ถามด้วยความอยากรู้เพื่อประเมินว่าคนสองคนนี้มีคุณค่าให้ใช้ในการหาผลประโยชน์มากแค่ไหน

    เจนไม่เข้าใจว่าชายคนนี้กำลังพูดเรื่องอะไร

    “...”

    “เธอไม่ตอบหรือไม่รู้ บางทีพี่ชายเธออาจจะรู้ก็ได้”หัวหน้าใหญ่หยิบโทรศัพท์เจนขึ้นมา ก่อนจะเดินไปหาหญิงสาว

    “โทรหาพี่ชายของเธอและพูดตามฉัน”

    หัวหน้าใหญ่ส่งโทรศัพท์ให้กับเด็กสาว เพราะรอให้เจนตื่นขึ้นมาและโทรหาลุคเพื่อทำให้ลุคกระวนกระวายใจและต้องทำตามที่บอกได้ง่ายกว่า

    เจนมองไปที่โทรศัพท์และกระดิ่งเธอกัดริมฝีปากก่อนจะพยักหน้าตกลงแบมือที่มัดให้หัวหน้าใหญ่ส่งมือถือมา

    “ฉลาดเลือกดี แบบนี้จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวแบบที่เพื่อนเธอโดน”หัวหน้าใหญ่กล่าวเยาะเย้ย ส่งโทรศัพท์ให้เจน

    แต่ตอนที่กำลังจะโทร เจนก็ทำท่าหอบหายใจอย่างหนักเธอกล่าวด้วยเสียงเหนื่อยล้า

    “ขอยา ยาในกระเป๋า”

    “เธอเป็นหอบ รีบเอากระเป๋ายามา” หัวหน้าใหญ่ประหลาดใจแต่ไม่กล้าชักช้า เพราะถ้าเจนเป็นอะไรไปเขาจะเสียเครื่องต่อรองสำคัญไป

    ทริสรีบหยิบกระเป๋ายาที่วางอยู่บนโต๊ะมาให้ทันที

    เจนเอื้อมมือไปพยายามคว้า พอได้กระเป๋ามาหญิงสาวก็เปิดมันออกแต่แทนที่จะหยิบมา เจนกลับหยิบกระดิ่งออกมา

    อาศัยจังหวะที่หัวหน้าใหญ่และทริสเผลอสั่นกระดิ่งอย่างรุนแรง

    หัวหน้าใหญ่ไม่เข้าใจว่าเด็กสาวทำอะไร แต่แล้วพอกระดิ่งถูกสั่นคลื่นเสียงก็ดังขึ้นมาอย่างรุนแรง

    “อ้ากกก!” คนแรกที่ได้รับผลกระทบคือทริสเขาเป็นคนธรรมดาจึงไม่อาจจะทนเสียงกระดิ่งได้ทรุดตัวลงไปนอนดิ้นด้วยความทุกข์ทรมานอยู่บนพื้นน้ำลายฟูมปาก

    ส่วนหัวหน้าใหญ่กุมหัวด้วยความเจ็บปวด เข่าทรุดไปกับพื้น โดยที่มาเฟียที่เหลืออยู่ไกลออกมาต่างก็มีสภาพเดียวกัน

    เจนรีบเห็นว่าได้ผล เพราะพี่ชายเคยบอกว่าถ้าตกอยู่ในอันตรายให้ใช้มันเธอรีบหันกลับไปช่วยเคธี่และไมซี่ทันทีที่เจนจับตัวทั้งสองเคธี่และไมซี่ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากกระดิ่งเสียงปีศาจอีก

    แต่สภาพของทั้งสองก็บาดเจ็บไม่น้อย

    “เราต้องรีบไป ไมซี่ช่วยฉันพยุงเคธี่หน่อย” เจนบอก

    “อืม” ไมซี่รีบเข้าไปช่วยพยุงเคธี่

    เด็กสาวทั้งสามรีบวิ่งไปที่ประตูแต่แล้วในตอนนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น

    ปัง!

    “อ้า!” เจนล้มลง เพราะถูกยิงที่ขา

    คนที่ยิงเป็นหัวหน้าใหญ่ เขาสามารถหลุดออกมาได้ เพราะยิ่งเจนถือกระดิ่งห่างออกไปไกลก็ยิ่งทำให้ผลกระทบจากคลื่นเสียงทำลายล้างที่ได้รับลดน้อยลงไปด้วย

    ในฐานะเหนือมนุษย์ระดับ F สูงสุดเขาฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนธรรมดามาก

    ตอนที่เจนล้มลงกระดิ่งหลุดออกจากมือ ทำให้กระดิ่งหยุดทำงานในทันทีก่อนที่มันจะหมดพลังลงไปถ้าต้องการใช้อีกจะต้องให้เหนือมนุษย์เติมคลื่นพลังให้กับกระดิ่ง

    “เจน!” ไมซี่ที่พยุงเคธี่อยู่ร้องด้วยความตกใจ

    เมื่อมองดูเลือดที่ไหลจากหูทั้งสองข้างเลอะมือ หัวหน้าใหญ่ก็โมโหเป็นอย่างมาก

    “ในเมื่อไม่ยอมอยู่เฉยก็ตายไปซะ! ลายหายใจกรด!”

    หัวหน้าใหญ่เล็งเป้าหมายไปที่เด็กสาวสองคนที่พยุงกันอยู่และพยายามเข้าไปหาเจนแต่ทันทีที่ลมหายใจกรดพ่นเข้าใส่ เด็กสาวทั้งสองก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทันที

    “อ้า!”

    ไมซี่และเคธี่ร้องโหยหวน ก่อนจะล้มลงไปกับพื้นลมหายใจกรดหลอมละลายร่างกายของทั้งสองจากทางด้านหลังไปด้านหน้า

    เด็กสาวทั้งสองพยายามยื่นมือไปหาเจน

    “ไม่นะ!” เจนตะโกนด้วยใบหน้าซีดขาวดิ้นรนจะเข้าไปจับมือของเพื่อนสุดท้ายคว้าได้เพียงแค่มือที่เหลืออยู่ของเคธี่ ร่างกายส่วนอื่น ๆกลายเป็นของเหลวไปแล้ว

    หัวหน้าใหญ่ควบคุมความโกรธไม่ฆ่าเจนแต่สั่งให้ลูกน้องเข้าไปจับตัวเจนมา

    “ฮือ...”เจนในตอนนี้นั่งกอดมือที่เหลือเพียงข้างเดียวของเคธี่ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดอากาศรอบตัวเริ่มสั่นไหวกระจายกันออกมาจากตัวของเจน

    “คลื่นพลังแบบนี้มัน กระบวนการปลุกพลังเหนือมนุษย์!”หัวหน้าใหญ่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม