“เมืองประกายทองส่งหนังสือแจ้งเราว่าขอยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างข้าและหวงอี้จือ !!!” ....
“ก็ดีแล้วไม่ใช่รึแต่ว่าเพราะเหตุใดกัน”
“ก็นั่นไงข้าก็คิดว่ามันแปลกเหมือนกันไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้เมืองประกายทองแจ้งยกเลิกการหมั้นหมายและที่น่าแปลกกว่านั้นคือ พวกมันยังระบุอีกว่าเพื่อเป็การขอขมาในการยกเลิกการหมั้นหมายในครั้งนี้ข้อตกลงที่จะมอบเทคโนโลยีในการปรับปรุงโรงหลอมเพื่อเป็การแลกเปลี่ยนในการแต่งงานนั้นก็จะยังส่งมอบให้ตามเดิมอีกด้วย”
“อืมมม น่าแปลกจริง ๆที่ผ่านมาไม่มีสิ่งผิดปกติจากทางเมืองประกายทองเลยรึ” เทียนคงเอ่ยถามต่อเซียนอินด้วยความสงสัย
“ไม่เห็นจะแปลกเลยไอเ้าหวงอี้จืออะไรนั่นก็คงจะไปเจอสาวงามคนใหม่ละมั้งถึงได้ยกเลิกการหมั้นหมายกับเ้า” เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาระหว่างการสนทนาระหว่างเทียนคงและเซียนอินเป็วิคทอเรียที่ยืนพิงกำแพงพลังงานโปร่งแสงด้วยท่าทีหยอกล้อ
“หยุดเลย เ้าแมวหลงบ้านไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเ้าเป็ใบ้นะ เื่นี้ข้าไม่ล้อเล่นด้วยนะ”
“เ้าว่าใครเป็แมวหลงบ้าน เ้าสิโดนบุรุษทิ้งขว้างยังมีหน้ามาว่าข้าอีกหรืออย่างไร โถ่เอ้ย ก็แค่บุรุษไม่ได้ความจะไปสนใจมันทำไม บุรุษตรงหน้าเ้ายังน่าสนใจกว่ามากนัก”วิคทอเรียเอ่ยและเบี่ยงสายตาไปทางเทียนคงพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เอาล่ะ ๆ พอก่อนพวกเ้าทั้งสองคนเื่การหมั้นหมายของเซียนอินกับหวงอี้จือ เป็เื่ของการเมืองดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไปจากแผนเดิม นั่นแสดงว่าต้องมีเื่บางประการเกิดขึ้นที่เกี่ยวข้องกับบ้านเมืองโดยตรง ฉะนั้นนี่จึงไม่ใช่เื่ที่จะล้อเล่นได้อย่างที่เซียนอินกล่าว ท่านเข้าใจหรือไม่ วิคทอเรีย” เทียนคงกล่าวด้วยท่าทีนิ่งสงบต่อวิคทอเรีย
วิคทอเรียที่เห็นเทียนคงและเซียนอินเคร่งเครียดก็เอ่ยอย่างหง่อย ๆว่า “ก็ได้ ๆข้าไม่หยอกล้อพวกเ้าแล้วแต่ก็เป็เพราะเ้านั่นแหละ เทียนคงที่ไม่ยอมปล่อยข้าไปเสียทีจนข้าเบื่อจะแย่แล้ว ไม่ให้ข้าคุยเล่นกับพวกเ้าจะให้ข้าคุยกับใครเล่า”วิคทอเรียคอตกและกล่าวด้วยท่าทางน้อยใจเล็กน้อย
“ได้ ข้าจะปล่อยท่านแต่มีเื่หนึ่งที่ข้าขอไหว้วานท่านเป็การแลกเปลี่ยน” เมื่อเทียนคงเอ่ยว่าจะปล่อยวิคทอเรียไปเซียนอินก็ได้ดึงชายเสื้อของเทียนคงแสดงถึงการไม่เห็นด้วย แต่เทียนคงก็หันมาพยักหน้าตอบรับด้วยความมั่นใจเซียนอินจึงไม่ได้กล่าวอันใด
“จริงรึ ...แล้วเื่อะไรที่เ้าอยากให้ข้าทำ”
“ก่อนอื่นท่านเชื่อใจข้าแล้วหรือยัง”
“ก็นับว่าเชื่อถือได้”
“ดี ... ข้าอยากให้ท่านสืบเื่ภายในเผ่าของท่านเพราะเื่นี้อาจเกี่ยวข้องและส่งผลกับพวกเราทั้งหมดที่อาศัยอยู่ที่ดาวเคราะห์นี้”
“ ... ข้าไม่รับปากว่าจะทำให้เ้าได้หรือไม่ เ้าบอกข้ามาก่อนแล้วกันว่าเื่อันใดและข้าต้องทำอะไรบ้าง”
“ประการแรก ข้าได้ซ่อมแซมอุปกรณ์ชิ้นนี้ของท่านแล้วและยังปรับปรุงประสิทธิภาพของมันด้วยบางส่วน ข้าขอคืนให้กับท่าน” เทียนคงหยิบอุปกรณ์ที่เคยฝังอยู่ในข้อมือของวิคทอเรียออกมาพร้อมส่งคืนให้กับนาง ระหว่างที่เทียนคงยื่นมือนำอุปกรณ์ให้กับวิคทอเรียมือของเขากลับผ่านเข้าไปได้เหมือนไม่มีอะไรขวางกั้นทำให้วิคทอเรียและเซียนอินประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
วิคทอเรีย รับอุปกรณ์มาสำรวจอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็พบว่าไม่มีสิ่งใดต่างไปจากเดิมเลย จึงทำให้นางอดที่จะเอ่ยถามต่อเทียนคงไม่ได้ว่าเขาได้เพิ่มสิ่งใดเข้าไปบ้าง
“ถึงท่านไม่ถามข้าก็จะอธิบายท่านอยู่แล้ว ความสามารถเดิมของอุปกรณ์ชิ้นนี้จะยังเหมือนเดิมทุกประการคือการระบุตำแหน่งและตรวจสอบสัญญานชีพของผู้ใช้ และส่งข้อมูลให้กับผู้ใช้คนอื่น ๆ ที่เข้ารหัสกัน ส่วนสิ่งที่ข้าเพิ่มเข้าไป คือหนึ่งการที่ข้าจะสามารถรู้ถึงข้อมูลเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน โดยที่ผู้เข้ารหัสคนอื่นๆจะตรวจสอบไม่ได้ สองท่านจะสามารถส่งข้อความให้กับข้าได้ทุกเวลารวมถึงการที่ข้าจะสามารถส่งข้อความหาท่านได้เช่นกัน สามอุปกรณ์ชิ้นนี้จะส่งคลื่นความถี่ที่พวกเราไม่สามารถรับรู้ได้อยู่ตลอดเวลาแต่จะทำให้ข้าสามารถสร้างแผนที่ในรัศมี 500 เมตร ในทุก ๆที่ที่ท่านได้เดินทางไปโดยพกอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่”
“นี่มัน ... มากเกินไปข้อหนึ่งและข้อสองข้าไม่ติดขัดอันใด แต่ข้อสาม ...”วิคทอเรียกล่าวด้วยท่าทีเป็กังวล ถึงแม้นางจะบอกว่าเชื่อใจเทียนคงแล้วในระดับหนึ่งแต่ข้อมูลที่เขาจะได้จากอุปกรณ์นี้ หากตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่หวังดีก็จะเป็อันตรายต่อเผ่าพันธุ์ของนางอย่างมาก
“ข้าพอจะเดาได้แต่แรกว่าท่านคงเป็กังวลในความสามารถข้อสามนี้ ข้าจึงได้ตั้งโปรแกรมไว้ ให้การทำงานในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับท่านท่านจะสามารถเปิดปิดความสามารถนี้ได้ตามที่ท่าน้า”
“เช่นนั้นก็ดีทีนี้เ้าบอกข้าเื่ที่จะให้ข้าสืบได้แล้ว”เมื่อได้ยินดังนั้นวิคทอเรียก็สบายใจขึ้นมาบ้างและไม่ไถ่ถามเกี่ยวกับอุกปกรณ์ชิ้นนี้อีกเพราะตอนนี้นางคิดแต่จะกลับไปยังหุบเขาของนางแล้ว เื่อื่น ๆจึงไม่อยู่ในความคิดของนางอีก
“สิ่งที่ท่านต้องทำเพียงแค่ใช้ชีวิตตามปรกติ แต่หากมีสิ่งใดที่ท่านคิดว่าไม่ปรกติก็ขอให้บอกข้าว่าเื่อันใด และผิดปรกติอย่างไรเท่านั้น”
“... เพียงเท่านั้นรึ” วิคทอเรียอดแปลกใจไม่ได้
“ใช่ เพียงเท่านั้น”
“เช่นนั้นแล้ว ตอนนี้ข้าออกไปจากที่นี่ได้หรือยัง”
เทียนคงไม่ได้ตอบคำถามในทันทีแต่ป้อนคำสั่งให้ม่านพลังงานที่กั้นวิคทอเรียไว้ปิดการทำงานหลังจากม่านพลังงานหายไป วิคทอเรียก็ััได้ ทำให้ในตอนนี้นางสามารถจู่โจมทั้งเทียนคงและเซียนอินได้หาก้า
“ตามข้ามา”
“ ... เ้าไม่กลัวข้าทำร้ายเ้าและเซียนอินเลยรึเ้ามั่นใจว่าข้าจะไม่ทำหรือเ้ามั่นใจว่ารับมือข้าได้กัน”
“ทั้งสองอย่าง” ก่อนหน้านี้ที่เทียนคงยังไม่สามารถบรรลุพลังระดับกลางขั้นสิบได้ แม้คิดว่าคงรับมือกับวิคทอเรียที่มีพลังระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่งได้ แต่ก็ยังไม่มีความมั่นใจมากนัก แต่ตอนนี้ที่ตัวเขามีพลังระดับกลางขั้นสิบแล้ว แม้จะห่างกันมากกว่า 1 ระดับชั้นเต็ม แต่ด้วยความสามารถของเขาที่รวบรวมพลังงานภายนอกมาใช้ได้ทันที ผนวกกับทักษะวิชาที่เขาได้ทบทวนมาพอสมควร เขามีความมั่นใจอย่างมากที่จะเอาชนะวิคทอเรียได้ด้วยกระบวนท่าเดียว แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับคิดว่าวิคทอเรียไม่มีทางโจมตีหรืออาละวาดใด ๆ ซึ่งเขาเองก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะมันไม่มีเหตุผลรองรับ เพียงแค่เขารู้สึกว่านางจะไม่ทำเพียงเท่านั้น
วิคทอเรีย เมื่อได้ยินสิ่งที่เทียนคงตอบกลับมาความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันที ณ ตอนนั้นมีทั้งซาบซึ้งใจ และความวิตกกังวลเพราะนางเคยพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับเขาเพียงกระบวนท่าเดียวที่ปะทะกันมาแล้ว และแม้ว่าในตอนนี้พลังของนางจะทะลวงไปที่ระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่งแล้วส่วนเทียนคงเพียงมีพลังอยู่ที่ระดับกลางขั้นสิบนางก็ยังไม่มั่นใจว่าจะทำลายปราณเทวะของเขาในตอนนั้นได้ยังไม่รวมกับความลับของเขาที่อาจยังเก็บซ่อนไว้อีกไม่รู้เท่าไหร่นี่จึงเป็ความกังวลปนความกลัวครั้งแรกถึงคน ๆหนึ่งที่นางััได้และแน่นอนว่าความซาบซึ้งที่เกิดจากการได้รับความเอาใจใส่และช่วยเหลือจากคนๆหนึ่งก็เกิดขึ้นเป็ครั้งแรกกับเทียนคงเช่นกัน
เมื่อตกลงกันได้แล้วว่าจะปล่อยวิคทอเรียกลับไปยังที่ของนางเซียนอินถึงแม้จะไม่เห็นด้วยในคราแรกที่จะปล่อยวิคทอเรียไปตอนนี้แต่สุดท้ายก็ไม่คัดค้านอันใดอีก จากความเชื่อมั่นว่า เทียนคง คิดทุกอย่างไว้รอบคอบแล้วและถึงแม้จะมีข้อผิดพลาด เทียนคงย่อมมีแผนอื่น ๆรองรับไว้แน่นอนจากนั้นจึงขอตัวกลับไปยังเมืองประกายเงิน พร้อมกับบอกให้เทียนคงรีบกลับมาเพื่อหารือเื่ของเมืองประกายทองต่อไป
เทียนคง นำทางวิคทอเรียไปยังเส้นทางใต้ดินผ่านโถงและห้องต่าง ๆมากมาย ทั้งที่เก็บเสบียง ที่พัก ที่ว่าง รวมถึงคลังแสง คล้ายกับ้าพานางมาให้เห็นอย่างจงใจ ซึ่งก็ตรงตามสิ่งที่เขาคิด ตอนนี้วิคทอเรียรับรู้ได้แล้ว ว่าเทียนคงฝ่าดงอสูรที่แข่งแกร่งเ่าั้มาได้ยังไง
ไม่นานหลังจากนั้น เทียนคงก็ได้พาวิคทอเรียมาถึงโถงใต้ดินสุดท้ายและออกจากฐานใต้ดินในที่สุดวิคทอเรียจึงได้ััแสงตะวัน หลังจากถูกกักตัวไว้กว่า 50 วันเมื่อออกมาจากปากทางของอุโมงใต้ดินครั้นหันกลับมาสังเกตดูกลับพบว่าปากทางที่เคยปรากฏเมื่อครู่ จู่ๆก็หายไปเสียอย่างนั้น หลงเหลือไว้แต่ต้นไม้ใบหญ้าจนหากบอกว่าพวกเขาสองคนที่อยู่ตรงนี้เพิ่งออกมาจากใต้ดินคงจะไม่มีใครเชื่อ
“อุปกรณ์ของท่านจะทำงานเมื่อท่านเดินทางพ้นเขตที่ข้ากำหนดโดยอัตโนมัติ โปรดวางใจและขออภัยอีกครั้งที่ทำให้ท่านต้องลำบาก” เทียนคงกล่าวต่อวิคทอเรียเมื่อเห็นว่านางพยายามเปิดอุปกรณ์ที่ข้อมือของนางแต่กลับไม่ทำงาน
“ได้ เช่นนั้น ข้าก็ขอลาไว้พบกันใหม่ ฟุบบบ” ไม่ทันให้เทียนคงได้เอ่ยตอบคำวิคทอเรียก็ทะยานออกไปด้วยความเร็วจนหายวับไปในไม่กี่ลมหายใจ ...