บทที่ 37
ทะลวงกำแพงหนา
“รอก่อน!”
ทันใดนั้นอู๋ตี้ก็ตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าหัวแดงเตรียมจะกดโทรออกแล้ว
“มีอะไรงั้นเหรอ?”
อันธพาลผมแดงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับมองอู๋ตี้ด้วย ตอนนี้สายตาของเขานั้นดูสงสัยมากกว่าเดิมเสียอีก
“ก็ไม่อยากจะขัดอะไรมากนักหรอกนะ แต่ฉันมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าฉันรู้จักเย่เหลียงแล้วก็ยืนยันได้ว่าเขาเรียกให้ฉันไปจริงๆ” อู๋ตี้พูดตอบ
สิ่งนี้ทำให้พวกอันธพาลต่างมองอู๋ตี้ด้วยความไม่เชื่อ
แต่กระนั้นความอยากรู้อยากเห็นก็ยังคงมีอยู่ พวกเขานั้นอยากรู้ว่าหลักฐานอะไรที่จะมายืนยันว่าเย่เหลียงเรียกเขาไปจริงๆ?
“หลักฐานชิ้นนี้ค่อนข้างจะเป็นความลับมากๆ ถ้ายังไงตามฉันมาก็แล้วกัน”
พูดจบอู๋ตี้ก็เดินเลี้ยวเข้าไปในซอยด้านข้างเลย
เหล่าอันธพาลหลายคนต่างก็รีบตามเข้าไปด้วยความอยากรู้ ทั้งหมดล้วนอยากจะเห็นว่าอะไรกันที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานจากลูกพี่เย่ได้
ซอยที่เข้ามานั้นแคบมากๆ และด้วยความแคบของมันนั้น ทำให้คนสามารถเดินเข้ามาพร้อมกันได้สูงสุดเพียง 2 คนเท่านั้น แถมทั้ง 2 ฝั่งของซอยยังประกอบด้วยตึกสูงกว่า 20 ชั้นอีกด้วย แสงอาทิตย์นั้นแทบจะไม่แตะถึงพื้นเลย และด้วยเหตุนี้มันเลยทำให้แสงภายในซอยนี้ค่อนข้างริบหรี่แม้จะเป็นกลางวันก็ตาม
ยิ่งเข้าไปลึก มันก็ยิ่งไร้ซึ่งผู้คน ดังนั้นมันเลยทำให้อู๋ตี้เดินนำได้อย่างสะดวกหน่อย ไม่นานนักเขาก็นำเหล่าอันธพาลทั้งหลายเข้าไปถึงกลางซอยแล้ว
“เกือบจะถึงแล้ว เตรียมตาเตรียมใจไว้รอชมได้เลย”
อันธพาลหัวแดงนั้นค่อนข้างจะระมัดระวังตัวมากเลยทีเดียว ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เขาเป็นคนที่พูดมากกว่าคนอื่น และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่มีสถานะเหนือกว่าทุกๆคนในกลุ่มนี้ด้วย
ทันใดนั้นอู๋ตี้ก็หยุดลงและหันหน้ากลับมา “นี่ไงล่ะหลักฐาน...”
*ผั้วะ!* *ผลั่ก!* *ตุ้บ!* *ตั้บ!* ----
*ตุ้บ!* ----
ตรงหน้าพวกเขานั้น มันเกิดแสงสีแดงแวบไปมาเท่านั้น และกว่าจะรู้ตัวอีกที เหล่าอันธพาลทั้ง 5 และ 6 คนก็เหลือเพียงชายผมแดงคนเดียวแล้วที่ยังยืนอยู่
“อ๊ะ...”
วินาทีต่อมา ตัวเขานั้นไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะมาตกใจ เขารู้สึกได้เลยว่าคอของเขานั้นกำลังถูกคีมขนาดใหญ่บีบเอาไว้อยู่ เมื่อรับรู้ได้ดังนั้นแล้ว ร่างกายมันก็รู้สึกไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขึ้นมา ตัวมันเบาไปจนเหมือนจะเป็นอากาศแล้ว
เหล่าอันธพาลที่มาด้วยนั้นต่างล้มลงไปกองกับพื้นกันหมดแล้ว และร่างเหล่านั้นก็ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆจนไม่รู้ว่าตายแล้วหรือยัง
ภาพตรงหน้าอันธพาลหัวแดงนี่นับว่าสยองขวัญอยู่ ความโหดร้ายและน่าเกรงขามของหน้ากากที่สวมทับบนชุดเกราะสีแดงนี้มันทำเอาเขากลายเป็นเบี้ยล่างไปเลย
“คฤหาสน์เย่เหลียงอยู่ที่ไหน? หรือถ้าไม่บอก ก็ตายมันตรงนี้แหละ”
น้ำเสียงที่เย็นชานั้นดังขึ้นมาจากหลังหน้ากากและมันทำให้ชายหัวแดงรู้สึกตัวหดลีบลงไปเลย
คนพวกนี้ตายหมดแล้วเหรอ!?
ในตอนนั้น ความกลัวของเขาที่ก่อตัวในหัวใจมันถึงขีดสุดแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าไอ้บ้าคอสเพลย์นี่ทำได้อย่างไร แต่การที่จะสามารถล้มคนได้ถึง 5-6 คนพร้อมๆกันในเวลาสั้นๆ แบบนี้ยังเรียกว่าการกระทำของมนุษย์ได้อีกเหรอ?
เขาไม่กล้าที่จะขัดขืนแล้ว นั่นก็เพราะเขาเองก็ยังไม่อยากตาย
“ย-อยู่ในชานเมืองทางใต้บนถนน 29 เขต XX พอไปถึงแล้วจะเจอคฤหาสน์ตั้งตระหง่านอยู่หลังเดียวเลย มันหาง่ายมา---แค่ก---แค่ก!”
ในทันทีที่ชายหัวแดงบอกที่อยู่ไปหมดแล้ว อู๋ตี้ก็ยอมปล่อยเขาและอนุญาตให้เขาคุกเข่าพร้อมๆกับพักหายใจและไอได้
จังหวะนั้น ชายหัวแดงรู้สึกได้เลยว่าอากาศช่างเป็นสิ่งที่มีค่าเหลือเกิน ทุกครั้งที่ได้หายใจนั้นรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวา
แต่แล้วตอนนั้นเอง ที่หูของเขาก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น เพียงแค่เขาเงยหน้าขึ้น เขาก็พบว่าร่างของชายที่คลั่งไคล้คอสเพลย์นั้นได้หายไปแล้ว เหลือไว้เพียงรอยเท้าที่อัดกระแทกลงไปแรงจนพื้นคอนกรีตตรงหน้าเขามันแตกกระจายเท่านั้น
อู๋ตี้กระโดดขึ้นมาตรงๆผ่านตึกสูงเหล่านั้น จากนั้นเขาก็มองไปทางใต้ ความร้อนแรงมันปะทุขึ้นมาก่อนที่ร่างของเขาจะรีบพุ่งออกไปทันที
ร่างกายสีแดงชาดนั้นกระโดดโลดโผนไปตามหลังคาของตึกสูงเหล่านั้น ในตอนนี้เขาไม่กังวลแล้วว่าใครจะเห็นเขาหรือไม่ ในใจเขาหวังแค่เพียงไปถึงทางใต้ได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่านั้น
ยิ่งถึงเร็วเท่าไหร่ ก็จะมีโอกาสช่วยเอ้อซีซีได้มากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าท้ายสุดแล้วเขาจะต้องอยู่ในอันตรายขนาดไหน ยังไงก็อยากจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ
อันธพาลหัวแดงค่อยๆลุกขึ้นแล้วรีบไปดูอาการของพวกพ้องอย่างรวดเร็ว เขาใช้นิ้วชี้ไปอังใต้จมูกของแต่ละคนจนกระทั่งถึงคนสุดท้าย เมื่อครบทุกคนเขาก็โล่งใจแบบสุดๆ
พวกพ้องของเขายังไม่ตาย พวกเขาแค่สลบไปเฉยๆ
อู๋ตี้ก็แค่ขู่เขาเท่านั้น ถึงแม้ว่าคนพวกนี้จะไม่ใช่คนดี หากแต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำผิดขนาดที่จะต้องตาย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ฟังอันธพาลเหล่านี้พูดถึงเรื่องที่เย่เหลียงกำลังจะทำ ในใจของอู๋ตี้ก็บันดาลโทสะและเกิดความรู้สึกที่อยากจะฆ่าเขาขึ้นมา
หากเอ้อซีซีโดนทำอย่างที่คนพวกนั้นพูดจริงๆล่ะก็ เย่เหลียงโดนเขาฆ่าจริงๆแน่
ตอนนี้มันก็เป็นเวลา 4 โมงเย็น กว่า 1 ชั่วโมงแล้วที่ เอ้อซีซี ถูกเย่เหลียงพามา
ด้านนอกนั้นเป็นคฤหาสน์ที่ตกแต่งหรูหราด้วยศิลปะ 3 รูปแบบ ส่วนภายในห้องนอนหลักบริเวณชั้น 3 นี้นั้นเต็มไปด้วยสิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ ท่อนบนของเย่เหลียงนั้นเปลือยเปล่าขณะที่ตัวเขากำลังกดลงไปบนร่างของหญิงสาว
“นี่แม่ทูนหัว เลิกต่อต้านฉันได้แล้ว 10 ไมล์รอบๆนี้ไม่มีใครอยู่หรอกนะ ฟังฉัน ฉันจะทำให้เธอเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ไปพักนึงเลย ดีไม่ดีเธออาจจะขอให้ฉันทำอีกก็ได้นะ ฮ่าๆๆ”
“ไม่! ปล่อยฉันไปนะ!”
หญิงสาวที่ถูกกดไปกับเตียงนั้นพยายามดิ้นไปดิ้นมาแม้จะหมดหวังก็ตามในขณะที่มือก็พยายามกดชายเสื้อของตัวเองเอาไว้เนื่องมาจากปกเสื้อของเธอนั้นมันถูกฉีกขาดไปแล้ว
“โอ้ แม่สาวน้อย ทรวงอกเธอมันช่างงดงาม ทั้งขาว นุ่ม แล้วไหนจะใหญ่อีก เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหวเลยนะ”
ภายใต้รอยขาดของปกเสื้อนั้น หน้าอกคู่โตที่ขาวดุจหิมะก็ปรากฏขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะมีชั้นในบดบังไว้แต่ยังไงเสียผิวนวลขาวและความยิ่งใหญ่อันน่าหลงใหลมันก็ปรากฏออกมาแล้ว
“อย่ามองนะ ฮือออออออออออ”
เย่เหลียงไม่สนใจเสียงนั้นพร้อมทั้งหัวเราะอย่างหื่นกระหายมากขึ้นไปอีก เขายื่นมือออกไปแล้วปลดเข็มขัดที่เอวของเธอ จากนั้นก็กระชากเอาเข็มขัดนั้นออกมา
“อ๊า! ไม่นะ!!”
หญิงสาวกรีดร้องและรีบดึงกางเกงของเธอไว้ในทันที
เขาสะบัดเอากางเกงของตัวเองออกเหลือไว้เพียงกางเกงในที่บริเวณเป้านั้นตุงขึ้นมาราวกับเต็นท์เลยทีเดียว
ตัวเย่เหลียงนั้นเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังขู่คำรามยามเจอเหยื่อ และตอนนี้เขาก็ทำการเลาะหนังอย่างเสื้อผ้าของเธอออกจนเผยให้เห็นผิวขาวน่าลิ้มลองที่อยู่ภายในทั้งหมด
สายตากระหายกามของเขานั้นจ้องมองไปยังหน้าท้องแบนราบที่ดูน่าลิ้มลองแบบไร้ที่ติ แถมเขายังได้กลิ่นน้ำหอมจางๆที่เปรียบเสมือนกลิ่นหอมของชนบทออกมาจากตัวเธอด้วย
“อ๊า!”
หญิงสาวร้องไห้พร้อมทั้งกรีดร้อง เธอรีบใช้มือข้างหนึ่งดึงกางเกงเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ใช้ปิดทรวงอก
แต่ทั้งหมดก็อยู่ในแผนของเย่เหลียงหมดแล้ว ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ ทุกๆการกระทำนั้นล้วนเป็นไปดั่งกลอุบาย
ด้วยสองมือที่จับไปที่สะโพกของเธอ เขาก็ค่อยๆเลื่อนมือลงไปจับกางเกงที่เธอพยายามดึงเอาไว้ จากนั้นก็ดึงมันลงมาอีกครั้ง ฮี่ๆ
*ปัง!*
และในตอนนั้นเอง ด้านนอกก็เกิดเสียงดังเอะอะขึ้นมา จากนั้นทั่วทั้งคฤหาสน์ก็สั่นสะเทือนอยู่อีกหลายครั้ง
*ตู้ม!*
“เหวอ----เหวออออ!”
เสียงดังนั้นยังคงดังขึ้นมาอีก และคราวนี้มันเริ่มทำให้พวกแก้วรวมถึงเครื่องเรือนชิ้นเล็กๆร่วงลงมาแล้ว คฤหาสน์หลังโตนี้ยังคงสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้พวกหลังคารวมถึงระย้าแก้วก็ยังสั่นตามและร่วงลงมาในที่สุด
“อั่ก---บ้าเอ๊ย แผ่นดินไหวหรือไงน่ะ!?”
เย่เหลียงมองทุกๆสิ่งรอบตัวสั่นสะเทือนแล้วกลับไปมองที่เธอ
เขาไม่ได้สนใจหญิงสาวที่อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยกายบนเตียงแล้วรีบวิ่งไปทางประตูห้องทั้งที่ยังไม่ได้ใส่กางเกง
*ตู้ม! ตู้ม!*
ยิ่งเสียงนั้นดัง คฤหาสน์ก็ยิ่งสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น เย่เหลียงที่อยู่ตรงกลางชั้น 3 เองก็พลอยล้มระเนระนาดและกลิ้งลงมาจนกระทั่งถึงชั้น 1
เขามองไปยังประตูที่สูงกว่า 3 เมตรจากพื้นดิน ประตูที่ถูกสั่งทำพิเศษสำหรับกันขโมยที่ซึ่งทำมาจากเหล็กกล้านั้นไม่ต่างอะไรกับแผ่นกระดาษที่แปะไว้ที่กำแพงเลย
เพราะกำแพงของที่นี่นั้นมันร้าวแทบจะทั้งหมดแล้ว มันเลยทำให้ทุกๆครั้งที่คฤหาสน์สั่นสะเทือน พวกอิฐบล็อกหินกรวดก็จะหลุดกระจายออกมาด้วย
คฤหาสน์แห่งนี้กำลังจะทลายลง!
นี่มัน...ใช่แผ่นดินไหวจริงๆงั้นเหรอ!?
*ตู้ม! ตู้ม!!*
ถล่มแน่ๆ! มันกำลังจะถล่มลงมาแล้ว!
แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากกำแพงที่ติดกับประตูหน้าแล้ว รอบๆตัวคฤหาสน์ก็ดูจะปกติดี
หลังจากที่ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วทั้งหมด พร้อมๆกับการสั่นสะเทือนที่หยุดลง เสียงเหล่านั้นก็หายไปแล้ว ทุกๆอย่างค่อยๆสงบลง
เย่เหลียงที่อยู่ในสภาพกางเกงในตัวเดียวกำลังขดตัวหลบอยู่ที่มุมหนึ่งเองก็ค่อยๆเงยหน้ามาดู แล้วก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันสงบลงแล้วจริงๆ
แผ่นดินไหว...หยุดลงแล้วสินะ? ใช่ไหม?
เมื่อมองดูสภาพของคฤหาสน์หลังโปรดของเขาที่มันเละเทะไปหมด สายตาของเขานั้นเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจและโกรธเกรี้ยวไปพร้อมๆกัน
“ไอ้บ้าเอ๊ย ฉันกลัวจนเกือบตายเลยนะ! ฮึ่ม ฉันจะระบายเจ้าสิ่งนี้ลงไปกับแม่สาวน้อยนั้นให้จุกไปเลย!”
ในขณะที่เขากำลังลุกขึ้นเพื่อไปหาเธอ ร่างสีแดงก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝุ่นควันที่กำลังคลุ้งอยู่ในนั้น
*เคร้ง เคร้ง เคร้ง*
เสียงของเหล็กกระทบพื้นดังกึกก้องไปทั่วห้องนั่งเล่นนั้น มันฟังดูคุ้นหูมากๆ ราวกับเป็นเสียงฝีเท้าของมนุษย์ไม่มีผิด
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง? ในยุคนี้แล้วมันยังมีใครสวมรองเท้าที่เป็นเหล็กอยู่อีกเหรอ?
เย่เหลียงมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง แต่เพราะมันมีฝุ่นหนาแน่นไปหมดราวกับหมอกหนา มันเลยทำให้เขาไม่สามารถเห็นอีกฟากหนึ่งได้
เสียงนั้นดังขึ้นและใกล้เขาขึ้นมาเรื่อยๆ ในที่สุด เงาของร่างร่างหนึ่งก็ค่อยๆปรากฏขึ้นจางๆ ร่างนั้นดูเหมือนจะมีไฟสีแดงเคลื่อนไปมาอยู่รอบๆตัว ซึ่งมันทำให้เขาดูแปลกไม่น้อยเมื่ออยู่ใต้ฝุ่นหนานี้
สายตาของเย่เหลียงค่อยๆปลดปล่อยความกลัวออกมาเรื่อยๆ นั่นก็เพราะว่าเขารู้สึกได้ชัดเจนถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ว่ามันกำลังค่อยๆเข้ามาหาเขาเรื่อยๆ!