ตอนที่ 14 ไม่ใช่คู่กรรมคงไม่ได้พบหน้า (2)
พอเจี่ยนซื่อถูกถามก็นิ่งอึ้งไป เมื่อครู่นางหาตัวบุตรสาวอย่างไรก็ไม่พบ ยังเข้าใจว่าอีกฝ่ายน้อยใจเื่อะไรจนไปหลบอยู่ที่ไหนเสียอีก นึกไม่ถึงว่าตนจะเข้าใจผิดไปเอง ทว่าเมื่อครู่ไม่ใช่หลิงเอ๋อร์บอกว่าม่อเอ๋อร์กับเป่าหฺวามีเื่กันหรอกหรือ
“เ้ากับเป่าหฺวามีอะไรกันหรือ”
“ไม่มีอะไรนี่เ้าคะ! ข้ากับพี่หญิงใหญ่ทำไมหรือ”
เหยียนจื่อม่อกะพริบดวงตาคู่โต มองเจี่ยนซื่ออย่างไม่เข้าใจอยู่ในที ครู่ต่อมาขมวดคิ้วกล่าว “ไม่ใช่พวกพี่หญิงน้องหญิงมีธุระจึงจากไปกันหมดหรอกหรือ หรือว่าไม่ใช่กันเ้าคะ”
เจี่ยนซื่อเห็นท่าทางไม่รู้เื่รู้ราวของบุตรสาวจึงคว้ามือนางไว้อย่างนึกสงสาร หากได้เลี้ยงดูอยู่ข้างกายแต่เล็กจะไม่เข้าใจได้อย่างไร นี่คือผู้อื่นรังเกียจไม่อยากคบหานางไม่ใช่หรอกหรือ ทว่าถึงพูดไปก็เท่านั้น อย่างไรเื่ราวก็ได้ผิดพลาดไปแล้ว
“พวกเรากลับบ้านกัน”
“เอ...เ้าค่ะ!”
เหยียนจื่อม่อทำใจชอบตระกูลเจี่ยนไม่ลงจริงๆ แม้ว่าชาติก่อนคนที่รักนางมากที่สุดจะเป็เจี่ยนซื่อ แต่นางไม่คิดบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ในเมื่ออีกฝ่ายยอมแตกหักกับตระกูลและพานางออกมา นางจะขอรับความรักของมารดาเอาไว้ด้วยความเต็มใจ
เหยียนจื่อหลิงถูกเจี่ยนซื่อเรียกตัวไปหลังกลับถึงตระกูลเหยียน เมื่อเหยียนจื่อม่อได้ยินว่านางร้องไห้ตลอดทางกลับเรือนตัวเอง สุดท้ายก็ก้าวขึ้นเตียงพร้อมเสียงหัวเราะ เหยียนจื่อหลิงคงคิดว่าตนจงใจใส่ร้ายป้ายสีนาง ย่อมต้องพูดแก้ตัวกับท่านแม่เป็แน่ ทว่านางไม่ได้พูดถึงเหยียนจื่อหลิงเลยสักคำ เพียงแค่อาศัยความเข้าใจในตัวมารดาเท่านั้น
...เหยียนจื่อหลิงยิ่งแก้ตัว ท่านแม่ยิ่งมีใจเอนเอียงเข้าข้างนาง นี่ต่างหากที่เป็ผลลัพธ์ที่นาง้า
ในเมื่อนางได้เกิดใหม่อีกครั้ง ย่อมไม่ยอมอยู่อย่างอัดอั้นตันใจจนสุดท้ายตกอับถึงกับต้องอาศัยรูปโฉมเอาใจผู้คนเหมือนชาติก่อนแน่ สิ่งที่เหยียนจื่อหลิงแย่งชิงไป นางจะทวงกลับคืนมาให้หมด
ณ เรือนชิงจู๋ เจี่ยนซื่อกำลังยุ่งวุ่นกับการเย็บปักผ้า ท่านเหยียนโหวซึ่งอยู่ด้านข้างมองมาที่นางอยู่หลายครั้ง ทว่าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่รู้สึกตัวเสียทีจึงส่งเสียงถามว่า “เ้ามอบปิ่นหยกเขียวนั่นให้นางหรือ”
ใบหน้างามเยือกเย็นของเจี่ยนซื่อแสดงออกชัดว่าไม่พอใจ มือยิ่งขยับเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งด้ายในมือถูกตัดแล้ว จึงกล่าวด้วยเสียงเรียบเรื่อยว่า “คำว่านางของท่าน หมายถึงผู้ใดเ้าคะ”
เมื่อท่านเหยียนโหวได้ยินคำพูดทิ่มแทงเล็กๆ น้อยๆ ของภรรยา ใบหน้าพลันกระตุกเล็กน้อย คล้ายว่าเขาไม่ได้เห็นท่าทางมีชีวิตชีวาเช่นนี้ของอีกฝ่ายมานานแล้ว รู้จักต่อปากต่อคำด้วยเื่ไม่เป็เื่และการทำทีแง่งอนไม่สนใจ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน เขายังเข้าใจว่าตนเป็เพียงที่พึ่งพิงแสนสะดวกเท่านั้น! นางไม่ชวนทะเลาะไม่อาละวาดเสียงดัง ทั้งยังอ่อนโยนใจกว้าง เป็มารดาและภรรยาผู้เพียบพร้อมตามแบบฉบับที่ทุกคน้า ทว่าเขากลับไม่รู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกับนางเลย
“ม่อ...ม่อเอ๋อร์”
ไม่ทราบว่าทำไมยามเอ่ยถึงบุตรสาวของตนคนนี้ เขามักพูดติดอ่างอยู่ตลอด ต่อให้อีกฝ่ายจะมีใบหน้าเหมือนภรรยายิ่งนัก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นเยียบกว่ามาก
แม้นางจะพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกในแววตาเอาไว้ แต่เขาเป็คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงมานานหลายปี มีหรือจะมองไม่เห็นสายตาห่างเหินเ็านั่น เกรงว่าบุตรสาวคนนี้จะไม่ธรรมดาอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แม้จะสั่งให้คนไปลอบสืบดูแล้ว กลับไม่มีอะไรผิดปกติสักนิด มีเพียงความรู้สึกอ้างว้างลึกๆ เพิ่มมาเท่านั้น
...เป็เพราะความหน้าด้านไร้ยางอายของคนบ้านนั้น ทำให้นางกลายเป็คนเ็าอย่างนั้นหรือ
“ข้าให้นางเอง นางเป็ลูกสาวคนเดียวของข้านี่”
จิตใจคนล้วนลำเอียง ตอนที่เจี่ยนซื่อไม่รู้เื่ราวยังรักใคร่เอ็นดูหลิงเอ๋อร์โดยไม่ต้องคำนึงผู้ใดได้ แต่เมื่อทราบถึงการมีอยู่ของม่อเอ๋อร์ หัวใจของนางกลับเอนเอียงแล้ว อีกทั้งหลายปีมานี้ม่อเอ๋อร์ต้องทนทุกข์ทรมานถึงเพียงนั้น แก้วตาดวงใจของนางเกือบจะถูกคนบ้านนั้นขายให้กับผู้อื่นแล้ว หากนางไม่รักสงสารลูก ผู้ใดจะรักถนอมบุตรสาวด้วยใจจริงได้อีก
ผิงซีโหวย่อมทราบความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดนี้ นางให้ที่พักอาศัยแก่เหยียนจื่อหลิงได้ ให้นางเป็บุตรสาวสายตรงได้ แต่ความรักของมารดาที่มีต่อลูกกลับมอบให้ไม่ได้อีกแล้ว
เขาหลับตาลงเมื่อนึกถึงบุตรสาวที่พยายามหลบหนีการแต่งงานสุดชีวิตผู้นั้น ใบหน้าของนางเหมือนกับเจี่ยนซื่อมากจริงๆ หรือบางทีเื่บางเื่เขาอาจระแวงสงสัยมากเกินไปเองกระมัง!
เจี่ยนซื่อคล้ายจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของท่านเหยียนโหว ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยการคิดคำนวณมากมาย นาง้าเลี้ยงดูบุตรสาวด้วยความรักและทะนุถนอม ไม่ใช่ถูกใครเปลี่ยนตัว วางแผนร้ายใส่ และย่ำยีเช่นนี้