สวรรค์นิรันดร์กาล

    สามปรมาจารย์อ้าปากค้าง

            เมื่อเห็นท่าทางของโหลวหลานผู้อาวุโสหนึ่งก็กำหมัดแน่นในใจปรากฎความโกรธแค้นออกมา

            “ดีใจไปก่อนเถอะอีกสองการแข่งขันเจ้าไม่มีสิทธิ์จะเทียบกับพวกข้าได้” ผู้อาวุโสหนึ่งมองไปยังผู้อาวุโสสองทันที

            ในการแข่งขันด้านค่ายกลทางผู้อาวุโสหนึ่งได้ที่สองและผู้อาวุโสสองได้ที่สามซึ่งที่สองจะได้รับ 20คะแนนและที่สามจะได้รับ 10 คะแนน

            “ต่อไปเป็นการประลองปรุงยา”

            พริบตาสนามก็ถูกทำความสะอาดใหม่และนำถาดสมุนไพรมาวางด้านหลังของนายน้อยลั่วชายวัยกลางคนสวมชุดสรขาวยืนอยู่ด้วยใบหน้าเย่อหยิ่ง ชายคนนี้เป็นคนของสมาคมนักปรุงยาและยังเป็นปรมาจารย์นักปรุงยาระดับ7 ขั้นสูงอีกด้วย

            “ยังไงครั้งนี้เราก็ชนะ”นายน้อยลั่วยกยิ้ม

            “ฮ่าฮ่า หอสมบัติมีเรื่องสนุกแบบนี้ทำไมไม่เชิญตาแก่แบบพวกข้ามาด้วย” แต่ในขณะนั้นเองเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น

            “ไม่คิดว่าสหายทั้งสามจะมาด้วยตนเองเสียมารยาทแล้ว”โหลวซิวเถียนลุกขึ้นก่อนจะคารวะทักทายให้คนที่ปรากำตัว

            คนที่ปรากฏตัวคือปรมาจารย์นักปรุงยาระดับ9 ทั้งสามคนและซุนจิงที่ตามมาด้านหลังเพราะนางเองก็สนใจเช่นกันว่าฉางเฟิงจะปรุงยาแบบใหน

            “อะไรหนะนั่นมันปรมาจารย์นักปรุงยาระดับ9 ไม่ใช่เหรอ”

            “สามปรมาจารย์ในตำนานทำไมถึงมาที่นี่”

            “ทำไมท่านปรมาจารย์ถึงมาที่นี่”นักปรุงยาระดับ 7 ที่อยู่กับนายน้อยลั่วถึงกับหน้าถอดสี

            “นี่มันหมายความว่ายังไงหรือว่าท่านปรมาจารย์มาเพื่อชื่นชมการปรุงยาของท่านกัน”นายน้อยลั่วมองไปยังนักปรุงยาข้างหลังตนด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            “แน่นอนในที่แห่งนี้ไม่มีใครเทียบกับข้าได้อยู่แล้ว” นักปรุงยาระดับเจ็ดยกยิ้มออกมาแต่ในใจกลับกังวลเพราะไม่มีทางที่ปรมาจารย์ทั้งสามจะมาสนใจตนเองอย่างแน่นอน

            หลังจากที่จัดการที่นั่งให้กับปรมาจารย์ทั้งสามแล้วการจัดเตรียมสนามประลองก็พร้อมเช่นกันผู้แข่งขันต่างพากันนั่งลงยังตำแหน่งที่ว่าง

            เมื่อฉางเฟิงก้าวออกมาสามปรมาจารย์ก็หันหน้าและมองไปยังฉางเฟิงอย่างพร้อมเพียงทันทีทันใดนั้นสายตาจำนวนมากก็มองตามทั้งสามและตกมาอยู่ที่บนตัวของฉางเฟิง

            “ระดับจักรพรรดิขั้นที่7 งั้นเหรอ” หลายคนแสดงสีหน้างุนงง

            แม้นักปรุงยาส่วนใหญ่จะมีพลังบ่มเพาะที่น้อยแต่ว่านักปรุงยาที่มาร่วมการแข่งขันอย่างน้อยก็เป็นครึ่งเซียนกันแล้วและยังมีระดับเซียนอยู่อีกหลายคนทำให้พวกเขาแปลกใจที่ฉางเฟิงถูกเลือกลงแข่งขัน

            “อะไรกันนั่นไม่ใช่คนของคุณหนูโหลวหลานหรอกเหรอ” ผู้อาวุโสหนึ่งได้โอกาสก็รีบเยาะเย้ยทันที

            “คุณหนูคงจะไม่มีนักปรุงยาแล้วจริงๆถึงได้เอาเด็กคนหนึ่งมาร่วมการแข่งขัน”

            “เฮ้อมันไม่น่าแปลก จงโจวนั้นเป็นสถานที่กันดารมาก การจะหานักปรุงยาระดับ 6ได้สักคนก็ถือว่ายากแล้ว”

            หลายคนพากันส่ายหัวโหลวหลานไม่สนสายตาหรือเสียงเย้ยหยันนางเพียงแค่ยกยิ้มด้วยสีหน้ามั่นใจต่อไป

            “ทำไมปรมาจารย์ถึงมองไปยังเด็กนี่”นักปรุงยาระดับ 7 มองฉางเฟิงด้วยสีหน้าเย็นชา

            แค่มองก็รู้ว่าฉางเฟิงอายุยังไม่ถึง20 ปีด้วยซ้ำแต่ได้รับความสนใจจากปรมาจารย์แน่นอนว่าทำให้นักปรุงยาคนนี้เกิดความอิจฉาอย่างมาก

            “คอยดูเถอะข้าจะบดขยี้เจ้าให้อับอายต่อหน้าปรมาจารย์ทั้งสามท่านเลย”นักปรุงยาระดับ 7 คิด

            “กฎของการแข่งปรุงยาพวกเรามีวัตถุดิบให้คนละ 1 ชุด เงื่อนไขคือให้ทุกคนปรุงยาฟื้นฟูที่มีระดับสูงที่สุดและคุณภาพสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้”

            “อะไรนะสมุนไพรพวกนี้ดูก็รู้ว่าอายุไม่ถึง 1000 ปีด้วยซ้ำการจะปรุงยาระดับ 5ก็ถือว่ายากแล้ว”

            “ขอแค่ให้ถึงระดับ5 ก็น่าจะมีโอกาสชนะแล้ว”

            หลายคนเริ่มวางแผนทันทีฉางเฟิงเองก็นั่งหลับตาและขบคิดถึงวิธีการปรุงยาโบราณที่ตนเองได้ศึกษามา

            “มีวิธีปรุงยาใหนบ้างที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของสมุนไพรให้สูงที่สุด”ฉางเฟิงนั่งขบคิด

            “กำหนดเวลาคือ5 ชั่วโมง การแข่งขันเริ่มได้”

            สิ้นเสียงนักปรุงยาคนอื่นๆก็เริ่มลงมือทันทีการปรุงยาในครั้งนี้ทางหอสมบัติได้เตรียมเตาปรุงยาเอาไว้ให้หมดแล้วเพื่อความยุทติธรรมแค่หลายๆคน

            “ดูนั่นนักปรุงยาคนนั้นไม่ใช่คนของสมาคมนักปรุงยางั้นเหรอ”

            “ใช่ไม่ผิดแน่เขาคือนักปรุงยาระดับ 7 ขั้นสูง” ในตอนนั้นเองหลายคนก็ชี้ไปทางนักปรุงยาระดับ7 นี่ทำให้เขายกยิ้มและเชิดหน้าอย่างยโส แต่เมื่อเขาหันไปมองสามปรมาจารย์แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองมายังตนและมองเพียงฉางเฟิงเท่านั้น

            “ทำไมกันทำไมถึงไม่มองมาที่ข้าเลย” นักปรุงยาระดับ 7 โกรธมากและใช้เปลวเพลิงสีเหลืองออกมาทันที

            “นั่นมันเพลิงวิเศษเพลิงปฐพี”

            “แม้เพลิงปฐพีจะเป็นเพลิงวิเศษที่ไม่ทรงพลังมากนักแต่ในเรื่องปรุงยาก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆเลย”

            “ผู้ชนะคงถูกตัดสินแล้ว”หลายคนต่างคิดว่าผู้ชนะยังไงก็เป็นนักปรุงยาคนนี้

            “หน้อยเจ้าแก่นั่นไปจ้างนักปรุงยาจากสมาคมนักปรุงยามาเลยงั้นเหรอ”ผู้อาวุโสหนึ่งกำหมัดแน่นอีกครั้ง

            “ฮ่าฮ่า อย่าได้เสียใจไปเลย ขอแค่ข้าได้ตำแหน่งมาข้าจะเหลือที่ยืนให้กับเจ้าบ้าง”ผู้อาวุโสสองหันมาเย้ยหยันผู้อาวุโสหนึ่งทันที

            “ใครจะเป็นผู้ชนะมันยังมาถูกตัดสินหรอกนะ”โหลวซิวเถียนกล่าวขึ้น

            “ท่านผู้นำท่านคิดว่ายังไม่ใครจะเทียบกับนักปรุงยาระดับ 7 ขั้นสูงได้อีกละหรือจะเป็นชายหนุ่มระดับจักรพรรดิคนนั้นกันฮ่า ฮ่า” ผู้อาวุโสสองเย้ยหยันออกมา

            “มันก็ไม่แน่หรอกแต่ว่าพูดมากไประวังหน้าแตกเอานะ” โหลวซิวเถียนยกยิ้มออกมา

            “หึแล้วข้าจะคอยดู”

            ฉางเฟิงนั้นยังไม่เคลื่อนใหวจนเวลาผ่านไป2 ชั่วโมงหลายคนเริ่มปรุงยาเสร็จกันแล้ว ส่วนใหญ่จะปรุงยาได้ระดับ 4กันเท่านั้นมีส่วนน้อยที่ได้ระดับ 5

            “เสร็จแล้ว”นักปรุงยาระดับ 7 เปิดเตาปรุงยาของตนด้วยใบหน้าที่เชื่อมั่นเมื่อเม็ดยาออกมาก็ปรากฎเม็ดยาระดับ 6 ขั้นต้น 1 เม็ด

            “ถึงกับสามารถปรุงยาฟื้นฟูระดับ6 ได้ด้วยสมุนไพรอายุไม่ถึงพันปี สมแล้วที่เป็นคนของสมาคมนักปรุงยา”

            “เฮ้อผู้ชนะถูกตัดสินตั้งแต่แรก น้องชายตื่นเถอะไม่จำเป็นต้องปรุงยาต่อแล้ว” มีคนเห็นใจฉางเฟิงและคิดว่าฉางเฟิงหลับรอเวลา

            แต่ในขณะนั้นเองฉางเฟิงก็ลืมตาขึ้นเปลวเพลิงสีน้ำเงินพวยพุ่งออกมากลายเป็นมังกรและหงส์เพลิงฉางเฟิงโยนสมุนไพรขึ้นไป มังกรและหงส์เพลิงทั้งสองตัวพุ่งออกไปและกลืนสมุนไพรเข้าไปอย่างละครึ่ง

            ฉางเฟิงนั้นไม่ได้ใช้เตาปรุงยาเลยด้วยซ้ำแต่กลับใช้เปลวเพลิงแทนเท่าปรุงยานี่สามารถบ่งบอกได้ถึงความเชี่ยวชาญในการควบคุมเพลิงของฉางเฟิงในตอนนี้เองที่สามปรมาจารย์ยืนอ้าปากค้างทันที......เอ๊ะ จบตอน5555

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน