ผมหลับตา พยายามนึก
“ผ่านมาสิบปีได้แล้วบางทีพี่เมฆ อาจจะลืมน้องคนนี้ไปแล้วก็ได้ แต่สำหรับผม พี่ยังอยู่ในใจตลอดนะ”
นัทบอกกับผม
ผมมองมันถึงกับกับช็อกพยายามย้อนคิดกลับไป อะไรทำให้มันฝังใจกับผมได้ขนาดนี้
ที่สำคัญมันเป็เื่ดีหรือเื่เลวกันนะ!!
10 ปีก่อนที่โรงเรียนชั้นประถมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ผมอาศัยอยู่ย่านูเาทอง กรุงเทพฯ
ตอนนั้นมีเพื่อนเป็ฝูงที่สนิทเป็ลูกกระจ๊อกมีสองคน อยู่แถวบ้าน เรียนโรงเรียนเดียวกันอีก มันรักผมเหมือนหัวหน้าสั่งให้ทำอะไรก็ทำ ไม่ว่าจะวิ่งแข่งบันได กวดนั่น ตามหานี่ มันทำตามหมด
มีอยู่ครั้งหนึ่งผมหมั่นไส้เด็กรุ่นน้องที่มาใหม่ มันจะแต่งตัวหล่อทุกวัน แถมมีขนมออกใหม่ ที่หลายๆคนชอบ แต่ยังไม่ได้กิน
ไม่ได้กินตลอดสมัยก่อนจะฮิตขนมช็อกโกแลตจากมาเลเซีย หน้าตาแปลกๆ มันมีกินทุกวัน
เวลาที่มันกินขนมแต่ละชิ้นหน้าตามันดื่มด่ำมาก มากจนน่าหมั่นไส้
ผมเลยหาทางแกล้งสั่งให้ลูกสมุนสองคนนั้นไปแย่งขนมมันมากิน มันร้องไห้ทุกวัน
ใหม่ๆ แย่งได้หมด หลังๆมันหลบและแกล้งกิน พอผมเห็นก็เลยเตะถุงขนมมันลงพื้น ขณะมันกำลังกิน ขนมหล่นคามือมันร้องไห้และชี้หน้าด่าผม
วิ่งไล่เตะผมอย่างไม่กลัวผมวิ่งหนีมันจนมันล้ม ปากแตก ผมสงสาร ขนมหกไม่เยอะเลยเก็บไปคืนมัน
“หยุดร้องเดี๋ยวพี่ให้ต่อย”
มันเงียบ ก่อนคว้าขนมคืนไป
มันยื่นแบ่งให้ผม ไม่ต่อยผมเลยประทับใจเด็กน้อยคนนั้น
“แต่นั่นไม่น่าเป็วีรกรรมที่ทำให้น้องนัทชอบพี่นะออกจะเกเร อันธพาล” ผมถามนัท ขณะที่มันให้ผมย้อนความทรงจำว่าเคยทำอะไรกับมันไว้
“นั่นเป็ตอนแรกมีตอนต่อไป สาเหตุที่ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น”
ผมเลยนึกย้อนไป
บ้านผมยึดอาชีพขายเครื่องสังฆภัณฑ์
วันหนึ่งคุณลุงคนหนึ่งก็จูงเด็กน้อยคนหนึ่งมา
พ่อผมเรียกลุงคนนั้นว่า “ไอ้น็อต” เป็เพื่อนรัก
ผมรู้จักเด็กคนนั้นเพราะผมเพิ่งแกล้งมันไปเมื่อบ่าย
“เมฆ นี่เพื่อนพ่อชื่อ ลุงน็อต สวัสดีซะ”
ผมสวัสดีตามที่พ่อบอก
“ลูกชายมึงรุ่นราวคราวเดียวกับลูกกูเลยดีแล้ว จะได้สนิทกันเหมือนพวกเรา”
“ไอ้เมฆมันโตกว่าเ้านัทหน่อยนึงมั๊ง”
พ่อผมเรียกเด็กคนนั้นว่า “เ้านัท”
“เมฆ ดูแลน้องด้วยพ่อจะบอกว่าตอนเอ็งเล็กๆ แล้วแม่เอ็งหนีไป พ่อนี่เกือบจะเอามึงไปทิ้งไว้ที่วัดแล้วนะดีที่ไอ้น็อตเหมือนสติ”
“เออสิวะหมามันยังรักลูก”
ผมแหงนหน้ามองลุงน็อต
“ใช่ประโยคนี้แหละที่ทำให้กูคิดได้ กูเกิดเป็คนแล้ว จะทำนิสัยแย่กว่าหมาได้ยังไงกูก็เลยกัดฟันเลี้ยงลูกคนเดียว”
“แล้วมึงมีเมียใหม่ยัง”
พ่อผมส่ายหัว “กลัวเขาไม่รักลูกกู”
แล้วลุงน็อตก็หัวเราะ… “เหมือนกูเลยเราสองคนมีชะตาเดียวกันคือกำพร้าเมีย”
ก่อนสองคนจะพากันหัวเราะเสียงดัง
ลุงน็อตลูบหัวผมผมมองลุงน็อตด้วยสายตาซาบซึ้ง ถ้าไม่ได้ลุง ผมคงกำพร้าพ่อไปแล้ว!
“ขอบคุณนะครับลุงไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลน้องนัทให้ดีที่สุด”
ลุงน็อตหัวเราะ พยักหน้า
ส่วนผมมองหน้าน้องนัท
“สัญญานะ”มันยื่นนิ้วก้อยขอเกี่ยวสัญญา
ผมมองหน้ามันก่อนยิ้มให้อย่างไม่มีข้อแม้“สัญญา”
“หลังจากนั้นพี่ก็ดีกับผมเรื่อยๆทุกวัน ทั้งที่บ้าน แล้วที่โรงเรียน” นัทพูดพลางยิ้ม เป็ยิ้มจากใจยิ้มแรกที่ผมเห็น ั้แ่เจอกันใหม่ในรอบสิบปี
“มันก็ดีในระดับธรรมดาทั่วไปหรือเปล่าวะตามประสาพี่น้อง”
“ไม่… สำหรับผม พี่เมฆดีมาก ดีขนาด ผมลืมไม่ลง”
ผมมองหน้ามัน อ้าปากค้างไม่คิดว่าจะมีความดีตกค้างนานเว่อร์
“พี่จำได้มั๊ยตอนที่ไปเล่นที่บ้านพี่ ผมสะอึกบ่อยๆ”
“จำได้ เอาน้ำให้กินนายก็ไม่กิน บอกว่าน้ำประปา น้ำฝน เหม็น”
มันยิ้มเยาะ “ใช่ครับ”
“แต่สมัยนั้นเราก็ไม่มีตังค์ซื้อน้ำหรอกมีก็ซื้อขนม น้ำเปล่าหากินอันทั่วไปก็ได้”
มันพยักหน้า “แต่ผมก็ไม่กิน”
“แกก็เลยสะอึก!”
“พี่พยายามไปหาน้ำให้ผมกินแต่ไม่ว่าน้ำบ้านไหนก็มีกลิ่น ผมไม่กินทั้งนั้น”
“จนฉันหมดความพยายามคว่ำขัน เพราะกินน้ำที่เอามาอิ่มแล้ว ไม่อยากไปเยี่ยว”
เราสองคนหัวเราะ
“แต่ก็ไม่ลดละความดีของพี่ ผมจำจนวันนี้ พี่ไม่ละความพยายามทำให้ผมเลิกสะอึก”
“เหรอ? พี่ทำยังไงวะ พี่จำไม่ได้แล้ว”
“พี่หันมามองหน้าผมแล้ว พูดขึ้นว่า"ทองที่บ้านหาย ผมเป็คนเอาไปหรือเปล่า?"
ผมพยักหน้าจำได้แล้ว อุบายตื้นๆ
“ตอนนั้น เราใมากร้องบอกว่าเฮ้ยย.. ผมไม่รู้เื่”
“นายนั่งเงียบไปนานสองนานเหมือนๆ ร้องไห้ด้วยซ้ำ”
"ครับพอผมหันไปมองพี่อีกที พี่ก็นั่งขำตัวขอ แล้วพูดว่านั่นไง หายสะอึกสักที 555"
“จริงด้วยสิมันเป็มุขแกล้งคนให้ใจนหายสะอึก”
“วีรกรรมหลอกลวงของพี่ยังมีอีก”
“อะไรวะ ชักสนุกแล้วบอกมาสิ” ผมกระเถิบเข้าไปใกล้
เราสองคนใกล้กันมากขึ้นเริ่มไม่หลับไม่นอน เพราะเื่เก่าๆ เรามันกว่า
“พี่หลอกให้เรากินงู”
“งูอะไรวะ”
“แกงปลาไหลไงมันเหมือนงู พี่ก็รู้ว่าผมกลัว ไม่กิน ผมเห็นตัวเป็ๆ มันแล้ว ผมขะแยงมาก”
“แล้วพี่ทำไง”
“พี่บอกว่าไม่ใช่ปลาไหลนะมันเป็ปลาดุกตัวเล็ก ผมก็เชื่อยอมกินไป ผมเป็คนเชื่อคนง่ายโดยเฉพาะเชื่อพี่”
ฮ่าๆๆแล้วเราทั้งสองคนก็หัวเราะกันงอหาย
“วีรกรรมพี่เมฆมีเยอะแยะมากมายที่ผมจำได้มาถึงทุกวันนี้...เรียกว่าลืมไม่ลงเลย”
“นั่นน่ะสิ แสบๆทั้งนั้นจะลืมลงได้ยังไง” ผมหัวเราะอีกครั้งอย่างลืมตัว ก่อนจะนึกขึ้นได้
“แล้วว่าแต่…มันเกี่ยวอะไรกับการอยากได้เครื่องรางของขลังไปเสริมเสน่ห์”
ผมมองหน้ามันอีกครั้ง
นัทขบกรามแน่น เม้มปากทำท่าทางอึดอัดเหมือนอยากจะบอกผม แต่ผมคิดได้ก่อน
“หรือนายชอบพี่นายอยากใช้มันกับพี่!!!”
นัทพยักหน้าก่อนยิ้มเขิน
“แต่ดูจากสิ่งที่พี่ทำ ผมคงไม่ต้องใช้เครื่องรางอะไรอีกแล้วล่ะมันคงสรุปได้ว่าพี่ก็มีใจให้ผมเหมือนกัน”
“ห่านนนน!!!” ผมถึงกับหน้าซีดแล้วอุทานเป็คำสบถออกมา