"บัตรประชาชนคืออะไร?" จ้าวฉงหย่วนมองโก่วหวาด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
ลูกชายของเขาช่างสรรหาของแปลก ๆ มาทำได้ไม่น้อยเลย แม้แต่เขาที่เป็ฮ่องเต้ก็ยังไม่เคยได้ยิน หวังลี่ซื่อที่อยู่ด้านข้างก็งุนงงเช่นกัน
ในแคว้นต้าเฉียน ทุกราชวงศ์มีการสำรวจประชากร นับจำนวนครัวเรือนทั่วแคว้นเพื่อความสะดวกในการเก็บภาษีอากร โดยปกติจะทำทุก ๆ สิบปี แต่บัตรประชาชนนี่มันคือสิ่งใดกัน ตัวเขาที่เป็มหาขันทีผู้คุมตราลัญจกรก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกัน
"คือสิ่งนี้ขอรับ"
โก่วหวาหยิบของที่มีลักษณะคล้ายป้ายคำสั่งออกมาจากอกเสื้อด้วยท่าทางโอ้อวด บนนั้นสลักตัวอักษร 'โยว' ตัวใหญ่ และใต้ตัวอักษรโยวมีตัวอักษรขนาดเล็กสลักไว้อย่างละเอียด ซึ่งน่าจะเป็ที่อยู่ของครอบครัวโก่วหวา
ทว่าจุดที่พิเศษเพียงหนึ่งเดียวคือบนป้ายคำสั่งนี้มีการพิมพ์ภาพใบหน้าคนไว้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งก็คือรูปลักษณ์ของโก่วหวานั่นเอง
"แค่นี้หรือ?"
หวังลี่ซื่อเหลือบมองแวบหนึ่ง เขาคิดว่าเป็ของวิเศษอะไร ที่ไหนได้ก็แค่ป้ายคำสั่งธรรมดา จุดที่พิเศษเพียงอย่างเดียวคือมีรูปใบหน้าคนเท่านั้น
"ของพรรค์นี้ทำง่ายจะตาย แคว้นต้าเฉียนมีช่างฝีมือเก่งกาจนับไม่ถ้วน การจะทำของแบบนี้ขึ้นมานั้นง่ายมากขอรับ" หวังลี่ซื่อกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ป้ายคำสั่งไม่มีอะไรพิเศษก็แค่พิมพ์รูปใบหน้าคนลงไป เสียเวลาและแรงเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น
"คิดว่ามันง่ายงั้นรึ?" ชาวบ้านมองรอยยิ้มบนใบหน้าของหวังลี่ซื่อแล้วยิ้มตอบเช่นกัน
"ข้าบอกความจริงท่านเลยนะ ไม่ใช่แค่ท่านที่คิดว่ามันง่าย แม้แต่กองกำลังของแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงที่อยู่ติดกับโยวโจวของเราก็คิดว่ามันง่าย ผลเป็อย่างไรท่านลองทายดูสิ?"
"เป็อย่างไร?" หวังลี่ซื่อขมวดคิ้ว มองไปที่เขาโดยสัญชาตญาณ
"ผลก็คือถูกท่านอ๋องของพวกเรามองออกจนหมดสิ้น พวกสายลับที่ส่งเข้ามาถูกท่านอ๋องลงมือตัดแขนตัดขาด้วยตนเอง ทำเป็มนุษย์หมู แขวนไว้บนกำแพงเมืองสามวันสามคืน เืไหลนองจนย้อมกำแพงเมืองเป็สีแดงฉานเลยทีเดียว"
ขณะที่พูด ชาวบ้านพวกนั้นก็กวาดสายตามองหวังลี่ซื่อั้แ่หัวจรดเท้า มองจนหวังลี่ซื่อรู้สึกขนลุกซู่ในใจ
ทำเป็มนุษย์หมู ตัดแขนตัดขา แขวนไว้บนกำแพงเมือง ทั้งยังโดนถึงสามวันสามคืน?
พอนึกถึงภาพนั้น หวังลี่ซื่อก็รู้สึกสยองขวัญขึ้นมาทันที ทว่าจ้าวฉงหย่วนกลับมองชาวบ้านด้วยความสนใจและยิ้มถามว่า "แล้วหลังจากนั้นเล่า?"
"หลังจากนั้นรึ? หลังจากนั้นแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงย่อมไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ สิ"
ชาวบ้านคนนั้นหัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า "แต่น่าเสียดายที่ถูกท่านอ๋องของพวกเรามองออกจนหมด และถูกทำเป็มนุษย์หมูแขวนไว้บนกำแพงเมือง พอเป็แบบนี้บ่อยเข้า พวกสายลับของแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงก็ไม่กล้าอีกเลย ส่วนเคล็ดลับการสร้างหน้าไม้กลนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสืบถาม"
"อีกทั้งท่านอ๋องยังกล่าวว่าจุดประสงค์ของการสร้างหน้าไม้กลนี้คือเพื่อปกป้องโยวโจวของพวกเรา พวกเราไม่รุกรานผู้อื่น แต่หากพวกเขากล้ารุกราน พวกเราก็ไม่กลัว คำพูดดั้งเดิมมันว่าอย่างไรนะ?" เมื่อถึงตรงนี้ เขากลับเกิดอาการนึกไม่ออก
โก่วหวาจึงช่วยเสริมว่า "คือคำว่าหากเพื่อนมามีสุราชั้นดี หากหมาป่ามามีไม้พลองใหญ่ จะทำการค้าหรือจะรบ ให้คนของแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงเป็ผู้ตัดสินใจเองขอรับ"
"ดี ดีมาก 'หากเพื่อนมามีสุราชั้นดี หากหมาป่ามามีไม้พลองใหญ่'" จ้าวฉงหย่วนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
ยิ่งพินิจคำพูดของจ้าวติ้ง จ้าวฉงหย่วนก็ยิ่งพึงพอใจ
หากเพื่อนมามีสุราชั้นดี หากหมาป่ามามีไม้พลองใหญ่ จะทำการค้าหรือจะรบ ให้คนของแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงเป็ผู้ตัดสินใจเอง!
ช่างห้าวหาญยิ่งนัก! แม้แต่เขาที่เป็บิดาและเป็ฮ่องเต้ก็ยังเทียบไม่ได้
กระบี่สามารถใช้สังหารศัตรูและสามารถใช้ข่มขวัญศัตรูได้เช่นกัน จะใช้หรือไม่ใช่นั้นขึ้นอยู่กับว่าเ้าจะจัดการอย่างไร หากเ้ามาแบบแข็งกร้าว พวกเราก็จะตอบโต้แบบแข็งกร้าว หากเ้าพูดจาดี ๆ พวกเราก็นั่งลงทำการค้ากัน
แต่พอนึกถึงว่าจ้าวติ้งกลับเขียนฎีกาคร่ำครวญให้เขาฟังทุกวัน จ้าวฉงหย่วนก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
เ้าลูกคนนี้ กล้าปิดบังความสามารถต่อบิดารึ?
อะไรกัน เ้ากลัวว่าบิดาจะโลภอยากได้ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเ้างั้นรึ?
'แต่หน้าไม้กลนี่ ข้าต้องนำกลับไปและทางที่ดีควรหาเคล็ดลับการทำบัตรประชาชน รวมถึงวิธีแยกแยะของจริงของปลอมมาด้วย' จ้าวฉงหย่วนคิดในใจ
ครั้งนี้เขามาโยวโจวไม่เสียเที่ยวจริง ๆ นึกไม่ถึงว่าลูกชายของตนจะประดิษฐ์ของที่น่าสนุกเช่นนี้ออกมา ส่วนเื่ที่จ้าวติ้งจะยอมให้หรือไม่นั้น จ้าวฉงหย่วนไม่ได้นำมาคิด
ถ้ากล้าไม่ให้ บิดาจะหักขาเ้า!
"จริงด้วย ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ครั้งนี้มาเยือนโยวโจวของข้าด้วยเื่ใดหรือ?" ชาวบ้านคนนั้นพลันมองไปที่จ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อพร้อมถามหยั่งเชิง
คุยมาจนถึงตอนนี้ เขาก็มองออกว่าคนกลุ่มนี้มีจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อเป็ผู้นำ แม้แต่หลานชายของตนเองก็ดูเหมือนจะเป็เพียงผู้คุ้มกันของคนกลุ่มนี้เท่านั้น
"มาทำการค้า" จ้าวฉงหย่วนอารมณ์ดีมาก
มั่นใจแล้วว่าลูกชายไม่ได้สมคบคิดกับศัตรูเพื่อขายชาติ แต่ทำทุกอย่างเพื่อราษฎรในเขตศักดินา และยังใช้ทั้งความอ่อนโยนและความเด็ดขาดกับแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียง
น้ำเสียงของจ้าวฉงหย่วนยามพูดจึงอ่อนโยนลงเรื่อย ๆ หวังลี่ซื่อที่อยู่ด้านข้างถึงกับต้องเหลียวมองด้วยความแปลกใจ
ฝ่าาของเขานับั้แ่ขึ้นครองราชย์ ถูกปัญหาภายในและภัยภายนอกรุมเร้า ดูเหมือนจะไม่ได้มีความสุขเช่นนี้มานานมากแล้ว
"ทำการค้ารึ ดีเลย" ชาวบ้านคนนั้นได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงดังเช่นกัน
"โยวโจวของพวกเราเื่อื่นไม่พูดถึง แต่ของแปลก ๆ นั้นมีไม่น้อย มีทุกอย่างเลย หลายปีมานี้ที่โยวโจวของเรามั่งคั่งได้ขนาดนี้ เป็เพราะผลงานของสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ ที่ท่านอ๋องสร้างขึ้นทั้งนั้นขอรับ"
พูดพลางชาวทุ่งก็หยิบถ้วยแก้วใสใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ วางลงตรงหน้าจ้าวฉงหย่วน
"เห็นหรือไม่ สิ่งนี้ก็เป็สิ่งที่ท่านอ๋องของพวกเราสร้างขึ้น ในโยวโจวของเรามันไม่มีราคาแต่ข้าได้ยินว่าหากนำไปไว้นอกเมืองจะแพงมาก เห็นว่าแม้แต่ในสายตาของเชื้อพระวงศ์แคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียง การมีถ้วยที่ท่านอ๋องสร้างขึ้นใบนี้ถือเป็เกียรติอย่างยิ่งเลยขอรับ"
"นายท่าน นี่ไม่ใช่ถ้วยหลิวหลีหรอกหรือขอรับ?"
เมื่อเห็นถ้วยที่เกือบจะใสสะอาดในมือของชาวบ้านคนนั้น หวังลี่ซื่อก็ชะงักไป และหยิบกล่องผ้าไหมบรรจุหีบห่ออย่างประณีตออกมาจากแขนเสื้อโดยสัญชาตญาณ
เมื่อเปิดฝาออก ภายในปรากฏเครื่องแก้วใสใบหนึ่งที่เหมือนกันทุกประการ เพียงแต่รูปแบบแตกต่างจากในมือของชาวทุ่งเล็กน้อย แต่เนื้อวัสดุนั้นใกล้เคียงกันมาก
นี่คือสิ่งที่เชื้อพระวงศ์แคว้นโครยอส่งมาเป็เครื่องบรรณาการให้จ้าวฉงหย่วนครั้งก่อนซึ่งล้ำค่ามาก ว่ากันว่าเป็ผลึกแก้วธรรมชาติที่ช่างฝีมือจากม่อเป่ยขุดขึ้นมาจากใตู้เาน้ำแข็งหมื่นจั้ง ใช้เวลาสร้างนานถึงสามปีเต็ม
ใสกระจ่างและมีความบริสุทธิ์สูงมาก เมื่อส่งมาเป็บรรณาการจึงเป็ที่โปรดปรานของเหล่าพระสนมและองค์หญิงในวังอย่างยิ่ง
จ้าวฉงหย่วนเห็นว่าหวังลี่ซื่อรับใช้มานานและมีความดีความชอบ จึงประทานให้เขาใบหนึ่ง จนถึงตอนนี้เขายังไม่กล้าใช้ ส่วนใหญ่จะพกติดตัวไว้ เมื่ออยากดูก็หยิบออกมาเชยชมสองสามครั้ง
แต่ตอนนี้เมื่อมองถ้วยในมือของชาวบ้านคนนั้น แล้วหันมามองถ้วยในมือตนเอง หวังลี่ซื่อรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางกบาลในทันที
ไม่สิ ข้าเป็ขันที... งั้นก็ขอให้ฟ้าผ่าลงที่หมาแทนแล้วกัน!
"เ้าเอาของสิ่งนี้มาจากไหน?" จ้าวฉงหย่วนเองก็มองถ้วยในมือชาวทุ่งด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ของสิ่งนี้เชื้อพระวงศ์แคว้นโครยอส่งมาบรรณาการ มีเพียงราชวงศ์ต้าเฉียนเท่านั้นที่ใช้ได้ แม้แต่ขุนนางผู้มีอำนาจในเมืองหลวงก็ไม่มีและต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้ จะได้มาหรือไม่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของจ้าวฉงหย่วนเท่านั้น
สาเหตุหลักเป็เพราะสิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากผลึกแก้วธรรมชาติโดยช่างฝีมือของราชวงศ์โครยอ จำนวนมีน้อยยิ่งนัก แตกใบหนึ่งก็หายไปใบหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับ...?
"ถ้วยหลิวหลีอะไรกันขอรับ มันก็แค่ถ้วยแก้วใบหนึ่ง ของพรรค์นี้ในโยวโจวของเรามีเยอะแยะ ไม่ได้มีราคาอะไรเลย" ชาวบ้านคนนั้นแก้ไขคำพูดอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับมองจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อด้วยสายตาดูแคลน
สมกับเป็คนต่างถิ่น ความรู้น้อยนัก
"เยอะ? ไม่มีราคา?"
จ้าวฉงหย่วนอ้าปากค้าง คิ้วที่ต่อกันเป็เส้นเดียวขมวดจนแทบจะเป็ตัวอักษร '川' ทั้งในใจแทบจะกระอักเืออกมา
แม้ราชวงศ์โครยอจะส่งมาเป็บรรณาการ แต่ราชวงศ์ต้าเฉียนเพื่อแสดงถึงบารมีของแคว้นใหญ่ก็ต้องมีของตอบแทนกลับไปเช่นกัน
เมื่อคำนวณดูแล้ว ถ้วยใบหนึ่งมีมูลค่าเกือบหนึ่งพันตำลึงเงิน... ข้านี่มัน...
"นายท่าน ข้าถูก..." หวังลี่ซื่อร้อนใจจนแทบจะร้องไห้
เงินเป็หีบ ๆ ถูกหลอกไปแบบนี้เลยหรือ ตัวเขาที่เป็ถึงมหาขันทีผู้คุมตราลัญจกรแห่งแคว้นต้าเฉียน กลับเอาของที่ไม่มีราคามาถือเป็ของล้ำค่าเนี่ยนะ?
ชาวบ้านคนนั้นขมวดคิ้วมองหวังลี่ซื่อและจ้าวฉงหย่วน แล้วถามออกไปโดยสัญชาตญาณ
"ของสิ่งนี้ในต่างถิ่นมีราคามากรึขอรับ? ที่บ้านข้าใช้เป็โถปัสสาวะกันหมดเลย หรือจะให้ข้าเช็ดให้สะอาดแล้วขายให้พวกท่านในราคาถูก ๆ ดีไหมขอรับ?"
"เอ่อ..."
เครื่องหมายจุดจุดจุดปรากฏขึ้นบนหน้าผากของหวังลี่ซื่ออย่างชัดเจน
โถปัสสาวะ? ขายเอาเงิน? ทั้งยังจะขายถูก ๆ อีก?
เ้ากล้าพูดออกมาได้อย่างไร!
"เอ่อ..."
ชาวบ้านคนนั้นหัวเราะแห้ง ๆ ดูเหมือนจะตระหนักได้ว่าคำพูดล้อเล่นเมื่อครู่ดูจะรุนแรงเกินไป จึงรีบอธิบายว่า "อันที่จริงจะโทษท่านก็ไม่ได้หรอก หลัก ๆ เป็เพราะโยวโจวของเราตั้งอยู่ในที่ห่างไกล ถูกกั้นด้วยูเาหลายลูก ของดี ๆ จึงขนออกไปไม่ได้ ก็เลยต้องขายถูก ๆ ให้กับพวกพ่อค้าที่เดินทางผ่าน ไว้ภายหน้าท่านมาเห็นอะไรในโยวโจวให้มากขึ้นก็ดีขึ้นเองขอรับ"
"ความจริงของสิ่งนี้ในโยวโจวของเราไม่มีราคาเลย เงินหนึ่งตำลึงซื้อได้กองโต ถ้าไม่ใช่เพราะข้ารำคาญว่ามันแตกง่ายเกินไป ข้าคงเปลี่ยนรางอาหารวัวควายที่บ้านให้เป็แบบนี้หมดแล้ว เพียงเพราะเห็นว่ามันถูกดีขอรับ"
อึก!
หวังลี่ซื่อหดหู่จนอยากจะกระอักเื ตอนแรกนึกว่าชาวบ้านคนนี้จะปลอบใจ ที่ไหนได้กลับกลายเป็...
อืม คนไม่รู้ไม่ผิด คนไม่รู้ไม่ผิด
หวังลี่ซื่อปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ แต่พอนึกถึงว่าของที่ตนเองไม่กล้าใช้กลับถูกคนเอาไปทำเป็โถปัสสาวะ อีกทั้งยังถูกมองว่าไม่คู่ควรจะเป็รางอาหารสัตว์ ในใจของเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบจนหยุดไม่ได้
ด้านจ้าวฉงหย่วนสีหน้าก็ไม่ดีเช่นกัน
ใบหน้าที่ดูน่าเกรงขาม บัดนี้มืดครึ้มจนแทบจะมีน้ำหยดออกมาได้
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสองปีมานี้ แคว้นโครยอถึงบอกว่าของสิ่งนี้หายาก แต่ในขณะเดียวกันก็เร่งส่งบรรณาการถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งจะขนถ้วยหลิวหลีที่ว่านี้มาหลายรถม้าที่แท้ก็เห็นจ้าวฉงหย่วนเป็คนโง่ให้หลอกสินะ?
ดีนักนะราชวงศ์โครยอ รอข้ากลับไป ข้าจะคิดบัญชีกับพวกเ้า!
เมื่อเห็นสีหน้าของหวังลี่ซื่อไม่ปกติ เอ้อร์หวาจื่อจึงรีบกระแอมไอแล้วเอ่ยว่า "ท่านลุง"
เมื่อเห็นท่าทางส่งสัญญาณของหลานชาย ชาวบ้านคนนั้นก็งุนงงเช่นกัน เขาไม่ได้พูดอะไรผิดนี่นา? ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้?
ชาวบ้านคนนั้นกระแอมไอแล้วรีบตบไหล่โก่วหวาที่อยู่ข้าง ๆ พร้อมดุว่า "เ้าลูกหมา มัวยืนบื้ออะไรอยู่? รีบไปถลกหนังวัวตัวนั้น แล้วเชิญแขกผู้มีเกียรติกินเนื้อเร็วเข้า แขกเป็คนต่างถิ่น ความรู้น้อย เราจะไปโทษเขาไม่ได้ เราต้องทำหน้าที่เ้าบ้านให้ดีที่สุด"
เมื่อได้ยินคำพูดของลุงตนเอง เอ้อร์หวาจื่อก็ได้แต่ยิ้มขื่น
ท่านลุงของเขานี่ช่างปลอบใจคนเก่งจริง ๆ ...
อย่างไรก็ตาม เขาก็ชักดาบประจำกายที่เอวออกมาแล้วไปถลกหนังวัวพร้อมกับโก่วหวา ทว่าเมื่อมองดูเงาร่างที่วุ่นวายของโก่วหวาและเอ้อร์หวาจื่อ
หวังลี่ซื่อและจ้าวฉงหย่วนกลับไม่มีอารมณ์จะกินสิ่งใด
ทั้งสองคนนั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้นด้วยสายตาว่างเปล่า...