นิกายเทพกระบี่แน่นอนว่าได้รับความสูญเสียอย่างมากและจำเป็นต้องหลบหนีเอาตัวรอดถึงอย่างไรทางเข้าสุสานก็ยังมีคนของพวกเขารออยู่ ขอแค่หนีไปถึงทางออกได้ก็จะสามารถหลบหนีได้อย่างปลอดภัย
พวกนิกายพิษเองก็ไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตายสำหรับพวกเขาโอกาสที่จะทำลายนิกายเทพกระบี่ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ
อย่างช้าๆคนของนิกายเทพกระบี่เริ่มตกตายไปจำนวนมากจนเหลือแค่ไม่กี่สิบคนที่หนีออกไปได้นอกนั้นล้วนเป็นซากศพไปหมดแล้ว
“พวกเจ้าทั้งหมดรอการแก้แค้นของนิกายเทพกระบี่ได้เลย”เสียงขมขู่ดังขึ้นก่อนที่เรือบินจะพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว
เห็นได้ชัดว่าคนของนิกายเทพกระบี่เตรียมตัวเอาไว้แล้วนิกายพิษ สมาคมผู้ใช้พลังจิต และหอสมบัติ และยังมีคนอื่นๆอีกมามายแน่นอนว่าไม่ยอมจบแค่นี้ในเมื่ออีกฝ่ายข่มขู่ว่าจะมาแก้แค้นพวกเขาก็ต้องเตรียมพร้อม
“ส่งข่าวไปบอกท่านผู้นำที่สนามรบทันทีให้กลับมาโลกกระบี่และละทิ้งสงครามไปซะตอนนี้นิกายเทพกระบี่ต่างหากที่เป็นศัตรูที่แท้จริง” ผู้อาวุโสของนิกายพิษกล่าว
“พวกเราเองก็กลับเมืองการค้ากันเถอะอยู่ที่นั่นต่อให้นิกายเทพกระบี่ต้องการจะโจมตีก็อย่าได้หวังจะเข้าเมืองมาได้”เจ้าเมืองกล่าว
พวกซีรั่วหยานที่แบกฉางเฟิงเอาไว้ก็ขึ้นไปบนเรือของเจ้าเมืองและเดินทางกลับไม่นานข่าวที่นิกายเทพกระบี่ต้องการสังหารขุมอำนาจทั้งหมดในสุสานกระบี่ก็กระจายออกไป
หลายคนพากันตกใจมากพวกเขาไม่คิดว่านิกายเทพกระบี่จะบ้าขนาดนี้ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้สงครามของสองโลกยังอยู่แต่นิกายเทพกระบี่กลับเริ่มศึกภายในขึ้นมานี่มันไม่ใช่การกระทำของคนฉลาดยกเว้นแต่นิกายเทพกระบี่จะมีไพ่ตายในมือ
และเพราะข่าวลือนี้ทำให้หลายขุมอำนาจหรือตระกูลที่เคยถูกนิกายเทพกระบี่กดขี่มาก่อนลุกขึ้นต่อต้านและเริ่มสร้างพันธมิตรกันโดยมีนิกายพิษและสมาคมผู้ใช้พลังจิตเป็นผู้นำ
ในภูเขาแห่งหนึ่งภายในนิกายเทพกระบี่ตอนนี้ผู้อาวุโสที่หลบหนีได้กลับมาถึงนิกายและกำลังนั่งคุกเข่าต่อหน้าชายชราคนหนึ่งอยู่
“เจ้าบอกว่าแผนการล้มเหลวงั้นเหรอเจ้ากำลังล้อเล่น กำลังเสริมที่นำไปมีระดับจักรพรรดิเทพขั้นที่ 9 เกือบ 10 คน แต่รอดกลับมาแค่7 คนงั้นเหรอ” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธมาก
“มีตัวแปรที่คาดไม่ถึงปรากฏออกมาข้านั้นไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครแต่เป็นพวกนั้นที่สังหารผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสองท่านและอีกคนเป็นหญิงสาวจากหอสมบัติ”
“หอสมบัติข้าเข้าใจได้แต่พวกนั้นที่เจ้าว่ามันเป็นใคร”
“จากที่ข้าสืบมาพวกนั้นอยู่ที่เมืองการค้าและเป็นคนของเมืองการค้าเมื่อเดือนก่อนนอกนั้นก็ไม่รู้อะไรแล้ว”
“ไร้ประโยชน์พวกเจ้านี่มันไร้ประโยชน์พวกเจ้าทำแผนของข้าพังหมด เจ้ารู้ไหมว่ามันคือโอกาสดีแค่ใหนถ้าแผนสำเร็จไม่เพียงแต่เราจะทำให้กองกำลังอื่นๆเสียหายและไม่อาจจเทียบกับพวกเราได้อีกแต่กระบี่เทพนับร้อยก็จะเป็นของพวกเรา
เจ้ารู้ไหมว่าสำหรับพวกเราแล้วกระบี่เทพสามารถเพิ่มพลังให้กับพวกเราเป็นเท่าตัว” ชายชราคำรามด้วยความโกรธ
“ท่านบรรพชนกล่าวถูกแล้วถ้าไม่ใช่เพราะตัวแปรทั้งสองนั่นข้าคงทำสำเร็จไปแล้ว”
“บัดซบเอ้ยตอนนี้นิกายพิษคงลงมือไปแล้ว ช่วยไม่ได้ ถอนกำลังทั้งหมดออกจากโลกโกลาหลซะ ถึงอย่างไรตอนนี้พวกมันก็ไม่มีกำลังจะต่อสู้กับพวกเราอยู่แล้วเพราะงั้นพวกเรามาจัดการศึกภายในให้เสร็จก่อนค่อยบุกโลกโกลาหลก็ไม่สาย”ชายชรากล่าว
“ข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”
เมื่อผู้อาวุโสออกไปกลุ่มชายหนุ่มและหญิงสาว 4 คนก็ปรากฏออกมา ทั้งสี่คนมีกลิ่นอายที่ไม่เหมือนกับคนนิกายเทพกระบี่แต่ละคนฝึกฝนทักษะศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่ทำให้ออร่าบยร่างแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป
“ท่านทูตกระบี่ไม่คิดว่าเลยว่าแผนการของพวกเราจะถูกทำลายไปเสียดาย” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าว
“ต้องขออภัยนายน้อยห่าวด้วยที่ทำให้เห็นเรื่องน่าอับอายแบบนี้”บรรพบุรุษของนิกายเทพกระบี่กล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“แต่ข้ากลับสนใจมากในโลกกระบี่กลับยังมีม้ามืดซ่อนตัวอยู่ ดูเหมือนมีเพียงต้องกำจัดพวกมันให้หมดแล้วค่อยบีบให้พวกมันบอมศิโรราบต่อวังสวรรค์”ชายหนุ่มอีกคนกล่าว
“ถือว่าโชคดีที่พวกเรายังไม่เดินทางกลับวังสวรรค์ทำให้ได้เห็นอะไรสนุกๆเอาละพวกเราเองก็ควรจะออกไปได้แล้ว ต่อจากนี้คงต้องลงมือหนักหน่อย” ชายหนุ่มอีกคนกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอไปสืบข้อมูลของสองคนนั้นก่อนแล้วกัน”ส่วนหญิงสาวจากไปทันที
กลุ่มคนที่อยู่ในห้องหนึ่งคือบรรพบุรุษของนิกายเทพกระบี่ที่เป็นระดับพระเจ้าและอัจฉริยะของวังสวรรค์ที่เป็นถึงระดับจักรพรรดิเทพด้วยอายุยังไม่ถึง100 ปี และด้วยกลุ่มคนพวกนี้แข็งแกร่งมากถึงได้กล้าวางแผนที่บ้าบิ่นขนาดนี้
ทางด้านเมืองการค้าหลังจากเกิดเรื่องก็ได้ประกาศออกไปห้ามไม่ให้คนของนิกายเทพกระบี่หรือคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาในเมืองและแน่นอนว่าการตรวจสอบยิ่งเข้มงวดมากขึ้นส่วนคนที่อยู่ในเมืองอยู่แล้วกูกขับไล่ออกไป
เรียกได้ว่าตอนนี้ทั่วโลกกระบี่ได้กลายเป็นศัตรูกับนิกายเทพกระบี่แล้วและหลายวันต่อมากองกำลังที่อยู่โลกโกลาหลก็กลับมาข่าวนี้ทำให้พวกฉางเฟิงพากันยินดีพวกเขาไม่คิดว่านิกายเทพกระบี่จะโง่ขนาดนี้
“ตอนนี้พวกเราก็มีเวลาพักหายใจอีกนาน”ฉางเฟิงถอนหายใจ
“แต่ข้ากลับคิดว่ามันคงไม่นานเท่าไหร่หรอกนิกายเทพกระบี่นั้นเป็นนิกายที่ก่อตั้งมาตั้งแต่โลกโกลาหลยังเจริญรุ่งเรืองซึ่งพวกนั้นไม่มีทางวางแผนแบบนี้โดยไม่มีการเตรียมการรีบมืออะไรเลยหรอกมันต้อมีบางอย่างอยู่แน่ๆหรือมก็ ระดับพระเจ้าของนิกายเทพกระบี่อาจจะอยู่ในนิกาย”ซีรั่วหยานกล่าว
“เป็นไปได้ยังไงไม่ใช่ว่าระดับพระเจ้าไม่สามารถเข้ามาในโลกระดับกลางได้งั้นเหรอ” ฉางเฟิงตกใจ
“นั่นมันขึ้นอยู่กับว่าวิญญาณของโลกยินยอมหรือไม่แน่นอนเพื่อไม่ให้โลกเสียหายระดับพระเจ้าจะไม่สามารถสำแดงพลังระดับพระเจ้าออกมาได้อยู่ดี”ซีรั่วหยานกล่าว
“แล้วแบบนี้เราจะทำยังไง”ลั่วจีกล่าวด้วยความกังวล
“รอดูต่อไปถ้าเกิดอีกฝ่ายมีระดับพระเจ้าจริงๆและยังคิดลงมือกับพวกเราข้าจะเป็นคนเด็ดหัวของระดับพระเจ้าเอง” ซีรั่วหยานกล่าว
“สมแล้วที่เป็นภรรยาของข้า”ฉางเฟิงยิ้ม
จากนั้นพวกฉางเฟิงก็แบ่งสมบัติกันฉางเฟิงตกใจมากที่ซีรั่วหยานนำของล้ำค่าในสุสานกระบี่ออกมาทั้งหมดต่องบอกก่อนว่าอุปกรณ์เทพและเซียนเหล่านี้รวมกันแล้วเกือบพันชิ้นซึ่งฉางเฟิงเก็บแค่อุปกรณ์เทพเอาไว้เพราะในอาณาจักรสวรรค์ของพวกเขามีปรมาจารย์นักหลอมอุปกรณ์เซียนแล้วอุปกรณ์เซียนจึงไม่ใช่ปัญหา