ตอนที่ 201 ไม่กินหักขา?
มีรถม้ากลุ่มใหญ่ได้ขับเข้ามาจอดที่ลานกว้างหน้าร้านอาหารสามเวลา โดยผู้ที่นำขบวนของกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น คือขุนนางยศศักดิ์บารอนที่กลุ่มของนาเดียได้พบเจอที่หน้าปากทางเข้าป่าดาราฉาย เมื่อตอนเช้านั่นเอง
“พอดีกว่าจะส่งแผนที่ไปให้กับคนอื่นๆ เสร็จก็เล่นเอาเสียเวลาไปเยอะเลยครับ” ขุนนางยศศักดิ์บารอน เมื่อลงมาจากรถม้า ก็เดินเข้ามาพูดคุยกับกลุ่มของนาเดีย พลางบ่นกะปริบกะปรอย ถึงการอำนวยความสะดวกของหมู่บ้านดาราฉายที่ยังไม่ค่อยรองรับกับการส่งจดหมายทางไกล เสียเท่าไหร่
“เรื่องนั้นเอาไว้ผมจะรีบแจ้งให้กับคุณพ่อของผมให้ปรับปรุงการจัดส่งจดหมายเสียใหม่เองครับและต้องขออภัยด้วยที่การทำงานในหมู่บ้านดาราฉาย ยังมีข้อผิดพลาด” แมทที่กำลังลากสายจูงไปยังจุดพักม้า เมื่อได้ยินว่ามีคนติติงเรื่องการทำงานของหมู่บ้านดาราฉาย ที่ดูจะยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง
แมทก็รีบเสนอตัว เพื่อที่จะนำเรื่องไปบอกกับผู้เป็นพ่อของตนเอง ว่าระบบการส่งจดหมายด่วนดูจะยังต้องปรับปรุงอยู่อีกมาก
หากเป็นเมื่อก่อน แมทคงจะหัวร้อนและพาลหาเรื่องใส่คนที่มาต่อว่าการทำงานของพ่อของตนเอง ที่เป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้านอย่างแน่นอน
แต่หลังจากได้มาอยู่กับไลท์ นิสัยเดิมที่เคยเป็นคุณชายจอมเสเพลก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ดั่งเช่นครั้งนี้
แมทได้เอ่ยคำขอโทษแทนผู้เป็นพ่อ พร้อมกับให้คำมั่นกับขุนนางยศศักดิ์บารอนว่าจะรีบแก้ไขเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
สร้างความงุนงงและแปลกใจให้กับ บารอนคนดังกล่าวและกลุ่มของนาเดียเป็นอย่างมาก ที่จู่ๆ พนักงานต้อนรับของร้านอาหารสามเวลา เหตุไฉนถึงได้ออกตัว รับหน้าแทนเช่นนี้
“ผมชื่อแมท...เป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านดาราฉายครับ” แมทรีบแนะนำตัวเมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังงุนงงกับคำพูดของเขาและพอได้ยินว่า แท้ที่จริงแล้วแมทคือลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน ก็ทำเอาทุกคนถึงกับตกใจกันเลยทีเดียว
“คุณคือลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านเหรอคะ? แล้วทำไมคุณถึงได้มาทำงานที่ร้านอาหารสามเวลาแห่งนี้กันละ?” แม้ศักดิ์ฐานะของแมท อาจจะไม่ได้สูงเทียบเท่ากับนาเดีย
แต่หญิงสาวที่เกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยก็พอจะรู้ว่า ในเขตหมู่บ้านเช่นนี้ ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านถือเป็นคนใหญ่คนโตในละแวกนี้ มีเงินทองที่พอจะเสพสุขในพื้นที่แห่งนี้ไปได้ตลอดกาลโดยไม่ขัดสน
ไฉนเลยถึงต้องมาลำบากทำงานเป็น คนเฝ้าประตู ให้กับร้านอาหารสามเวลาแบบนี้?
“ในตอนแรก ผมเองก็แค่ชอบและหลงใหลในอาหารของท่านไลท์ก็เท่านั้น แต่พอได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น มันก็กลายเป็นว่าผมนั้นเคารพท่านไลท์ไปเสียแล้ว อีกอย่างไม่ใช่แค่ผมคนเดียวนะครับที่รู้สึกแบบนั้น เพราะที่ร้านอาหารนี้พนักงานทุกคนล้วนเคารพท่านไลท์กันทั้งนั้น” แมทยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหารสามเวลา ก่อนจะผายมือไปยังด้านในของร้านที่มี ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่
“ลุงคาห์นไม่ใช่เหรอ?!” นาเดียเมื่อหันหน้าไปมองยังชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านในของร้าน ตัวเธอก็จดจำชายผู้นั้นได้ในทันที
คาห์น อดีตหัวหน้าหน่วย มือขวาและองครักษ์ของท่านอานิคของเธอนั่นเอง
นาเดียวิ่งโผเข้าไปกอดคาห์นที่เธอได้เรียกเขาว่าลุง อย่างไม่ถือตัวใดๆ
“นาเดียนั่นเอง ไม่ได้เจอตั้งหลายปี โตเป็นสาวสะพรั่งแล้วสินะ ฮ่าฮ่า ลุงยังจำวันที่เจ้ารบเร้าขอให้ลุงทำของเล่นให้อยู่เลย” คาห์นเองก็เข้าสวมกอดหลานสาวคนนี้กลับไปเช่นกัน
“ท่านคาห์น? หรือท่านคาห์นคนนี้คือเอกบุรุษคู่ใจของท่านเอิร์ลนิค ใช่หรือไม่?!” ขุนนางชั้นบารอน คราวนี้ตกใจเสียยิ่งกว่าได้รู้ว่า แมทเป็นลูกของหัวหน้าหมู่บ้านเสียอีก
เพราะขนาดท่านคาห์น เอกบุรุษ นักรบคู่ใจของท่านเอิร์ลนิคยังมาอยู่ที่นี่ได้ ก็ไม่มีอะไรที่น่าจะตกใจไปมากกว่านี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ขุนนางยศศักดิ์บารอนยังไม่รู้ถึงความลับอีกหลายๆ อย่างของร้านอาหารสามเวลา หากรู้ว่าภายในร้านแห่งนี้มีทั้ง เจ้าชาย องครักษ์ องค์ชายและองค์หญิง เป็นพนักงานของร้านแล้วละก็ มีหวังคงได้ช็อกตาตั้งแน่ๆ
แน่นอนว่ากลุ่มของนาเดียเองก็ยังไม่รู้ ถึงความลับนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ทว่า...ทันทีที่เธอได้พบเจอกับคาห์น จู่ๆ คาห์นก็ได้จูงมือเธอไปยังอีกฟากหนึ่งของร้าน พลางกระซิบกระซาบบางอย่างให้กับนาเดียได้รับรู้
ก่อนที่ในตอนนั้นเอง ดวงตาของนาเดียจะเบิกโพลง กลมโตเป็นไข่นกกระทา
ฟุ้บ~
“ชู่ๆ อย่าได้เอ็ดไปเชียวละ เรื่องนี้ถือเป็นความลับที่สำคัญ ลุงจำเป็นต้องบอกเจ้าก่อน ก็เพราะกลัวว่าเจ้าจะตกใจแบบนี้ยังไงล่ะ” คาห์นใช้มือปิดปากของนาเดียเอาไว้
ถูกต้อง...ความลับสำคัญที่คาห์นได้บอกแก่นาเดียไปเมื่อครู่ ก็คือเรื่องขององค์หญิงเอลล่าและองค์ชายแอล ที่ได้หลบซ่อนตัวอยู่ที่ร้านอาหารสามเวลาแห่งนี้นั่นเอง
นาเดียนั้นรู้จักกับองค์หญิงเอลล่าและองค์ชายแอลอยู่ก่อนแล้ว เนื่องด้วยนาเดียนั้นอายุ 20 ปี ส่วนเอลล่าอายุ 18 ปี ทำให้ทั้งสองค่อนข้างอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน จึงมีโอกาสได้เข้าเรียนที่โรงเรียนขุนนางหรือโรงเรียนชั้นนำประจำเมืองหลวงด้วยกัน
นาเดียเองก็รักเอลล่าและแอล เสมือนน้องสาวและน้องชาย การหายตัวไปของทั้งสองคน ทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจไม่แพ้เจ้าหญิงลีอาห์ที่เป็นพี่สาวแท้ๆ ของทั้งสองคนเหมือนกัน แต่ใครเล่าจะรู้ เอลล่าและแอลที่ทุกคนออกตามหากันแทบจะพลิกแผ่นดิน จริงๆ แล้วได้มาอาศัยอยู่ที่นี่ในฐานะพนักงานของร้านอาหารสามเวลา โดยมีท่านไลท์เป็นผู้ดูแล
“หนูขอไปเจอทั้งสองคนจะได้ไหมคะ?” นาเดียเอ่ยถาม
“ได้อยู่แล้ว เอลล่ากับแอลก็รอพบเธออยู่เช่นเดียวกัน เพียงแต่ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังทำงานอยู่ เอาเป็นว่าหากทั้งสองคนว่างแล้ว คงจะออกมาพบกับเธอเอง ระหว่างนี้นาเดียกลับไปสมทบกับคนอื่นก่อนและอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ให้กับใครรู้เด็ดขาดเข้าใจไหม” คาห์นชี้นิ้วไปยังด้านในครัว ที่ซึ่งในตอนนั้นเอง เอลล่าก็ได้เดินผ่านหน้าปากประตูพอดิบพอดี
‘นั้น! เอลล่าจริงๆ เหรอ?!’
ทันทีที่ได้เห็นร่างของเอลล่าที่เดินผ่านสายตาไป ก็ทำเอานาเดียถึงกับไม่เชื่อสายตาของตนเอง เพราะทุกสิ่งที่เธอจดจำจากเอลล่าได้ แถมจะเปลี่ยนไปหมดเลย
ไม่ว่าจะเรือนผมสีเงินที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูล เดอ ลูน่า แห่งราชวงศ์ลูนาเทีย ที่ถูกย้อมปิดด้วยสีดำ มาแทรกคั่นระหว่างกลางเป็นสองชั้นสี
รวมไปถึงรูปร่างที่แต่เดิมเคยเป็นคนผอมแห้ง กระนั้นในตอนนี้ถึงจะดูผอม แต่มันผอมแบบแข็งแรง คล้ายกับหุ่นของคุณผู้หญิงมากทีเดียว จะแตกต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่ เอลล่าดูจะมีกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับและโดดเด่นเสียมากกว่า
“เอลล่าต้องทำงานหนักแบบนี้เลยเหรอคะ?” นาเดียที่ยังคงตกตะลึงไปกับการได้พบเอลล่า เอ่ยถามกับคาห์นถึงความเป็นอยู่ของเอลล่า ด้วยความเป็นห่วง
“พวกเราทุกคนในที่นี้ต่างก็ทำงานหนักกันทั้งนั้นแหละ เพียงแต่มันเป็นการทำงานหนักที่สนุกและคุ้มค่าจนพวกเราไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิดเดียว...บอกไปตอนนี้เธออาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ เอาไว้ลองดูด้วยตาของตัวเองเถอะ”
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากคาห์นและนาเดียที่ได้แยกตัวออกมาพูดคุยกันตามลำพัง ตัดกลับมาในส่วนของกลุ่มหลักที่ประกอบด้วย โทมัส นักแสดงพริมโรสและกลุ่มของขุนนางชั้นบารอน ก็กำลังตกตะลึงกันเข้าไปอีกเมื่อทุกคนต่างสังเกตเห็นถึงผนังของร้านที่ประดับด้วยทองเปล่งประกาย
“ร้านอาหารสามเวลา เป็นร้านอาหารแบบไหนกันแน่?” ท่านบารอน ขนลุกซู่ไปหมดแล้ว พวกเขาแทบจะก้าวขาไม่ออกเลย เมื่อถูกโทมัสพาไปนั่งที่โต๊ะอาหารเพื่อรออาหารมาเสิร์ฟ
โดยมื้ออาหารในค่ำคืนนี้ ลูกค้าทุกคนจะได้ลิ้มรสอาหารเมนูใหม่ ที่จะเปิดขายวันนี้เป็นวันแรกของร้านอาหารสามเวลากันนั่นเอง
ทุกคนต่างรั้งรออาหารเมนูใหม่กันด้วยความตั้งอกตั้งใจ ลูกค้าเก่าเองก็ดูจะคาดหวังกับเมนูใหม่นี้กันอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังรออาหารกันอยู่นั่นเอง ทางด้านของลูกค้าเก่าก็ดูเหมือนจะกำลังเล่นสนุกกันที่โต๊ะด้วยกิจกรรมบางอย่างที่นาเดีย นักแสดงพริมโรสและขุนนางชั้นบารอนไม่เคยพบเห็นการละเล่นนี้มาก่อนเลย
“อ่าห์ ตัวนี้ไม่กิน...งั้นฉันหักขา”
“ไม่นะ! ฉันลืมดูหมากตัวนี้ไปเลย ตาเกลอะลุ้มอล่วยกันไม่ได้เหรอ น่านะ ถือว่าฉันขอล่ะ?”
ลูกค้าขาประจำที่พอจะมีอายุไล่เลี่ยกันคุณตาเกล ได้ตะโกนออกมา จนทุกคนภายในร้านหันไปมอง
เว้นก็แต่โต๊ะของลูกค้าขาประจำ ที่หันมาหัวเราะให้กับชายคนนั้นด้วยความตลกขบขัน
“เบาๆ เสียงกันหน่อยครับ วันนี้มีลูกค้ากลุ่มอื่นๆ มาทานอาหารที่ร้านของเราเป็นครั้งแรก หากก่อกวนหรือส่งเสียงดังกันอีก ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ให้กับท่านไลท์ได้รับทราบ” ทันทีที่คาห์น บอกให้ทุกคนเบาเสียงลง...ลูกค้าขาประจำก็พลันเงียบเสียงแทบจะในตอนนั้นเลย
เพราะทุกคนไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูของไลท์ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว เกมกระดานที่พวกเขาเล่นอยู่ อาจจะถูกริบและไม่ให้เล่นกันในร้านอีกต่อไป
เหนือสิ่งอื่นใด กลัวว่าไลท์จะไม่ทำเกมกระดานใหม่ๆ ให้กับพวกเขาใช่เล่นกันอีกนั่นเอง
“ลุงคาห์น ลูกค้าพวกนั้นเขาทำอะไรกันอยู่เหรอคะ? ดูสนุกสนานกันใหญ่เลย” นาเดียสะกิดเรียกคาห์นที่กำลังทำเสียงดุๆ ไปยัง กลุ่มลูกค้าขาประจำให้เบาเสียงลงหน่อย
“ใช่แล้วครับท่านคาห์น ผมเองก็ชักสนใจอยากจะร่วมวงด้วยเช่นกัน” ขุนนางบารอนและสมัครพรรคพวกกว่าหลายสิบคน ต่างชะเง้อคอมองไปยัง กิจกรรมที่ลูกค้าเก่ากำลังเล่นสนุกกันอยู่ ด้วยความสนใจ
“อ้อ เกมกระดานนี้ชื่อว่า ‘หมากฮอส!’ เป็นการละเล่นที่ท่านไลท์เป็นคนคิดค้นขึ้นมาครับ หากพวกท่านคนใดสนใจ ก็ลุกออกไปถามถึงวิธีการเล่นกับลูกค้าขาประจำเหล่านั้นได้เลย คนพวกนั้นเชี่ยวชาญกว่าผมที่เล่นมาก่อนเสียอีก” คาห์นดูจะผิดหวังอยู่ไม่น้อย ที่ถูกลูกค้าขาประจำเริ่มเอาชนะตนเองที่เป็นคนแรกๆ ที่ไลท์ได้สอนให้เล่นเกมหมากฮอสนี้
ทั้งนี้ถึงแม้จะผิดหวังที่ถูกคนอื่นๆ เอาชนะได้ แต่ทางด้านของคาห์นก็ยินดีที่จะสอนให้ทุกคนได้รู้จักเกมกระดานมหัศจรรย์นี้ที่ไลท์เป็นคนคิดค้นขึ้นมานี้ให้กับผู้ที่สนใจ
ดั่งเช่นที่คาห์นมักจะชอบแนะนำเมนูอาหารต่างๆ ให้กับลูกค้าหน้าใหม่ ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์นั่นเอง
เกมกระดานหมากฮอสได้ถูกยกมาวางที่โต๊ะอาหารของกลุ่มขุนนางชั้นบารอน กระดานนี้ทำมาจากไม้เนื้อแข็งที่มีขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีการตีเส้นกำหนดขอบเป็นลวดลายตาราง 8*8 โดยมี หมากที่เรียกว่าเบี้ยสีขาวและดำ อยู่ฝั่งละ 8 ตัว พร้อมทั้งสีของพื้นที่ใช้กำหนดตารางไลท์ก็ได้ระบายสีขาวและดำเพื่อแบ่งแยกให้ผู้เล่นไม่มั่วแนวเอาไว้
กอปรกับเส้นตารางที่ตีกำหนดกรอบไว้ ไลท์ก็ได้ใช้สีทองในการแต่งแต้ม เพื่อให้เกมกระดานนี้ดูมีคุณค่ามากขึ้นไปอีกด้วย
ไลท์ได้เริ่มสอนให้คนในโลก The Gloria ได้รู้จักเกมกระดานอย่างหมากฮอส ก็เพราะว่าในช่วงก่อนหน้านี้ในช่วงที่ร้านอาหารสามเวลาไม่ค่อยมีลูกค้า เขาเกิดรู้สึกเบื่อและไม่มีอะไรทำขึ้นมา
จึงสรรหาเกมที่เล่นง่ายๆ มาเล่นแก้เบื่อและหมากฮอสเกมกีฬาที่ดัดแปลงมาจากหมากรุก (หมากรุกต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย พศ.1113 หมากฮอสได้ถูกนำมาดัดแปลงโดยประเทศสเปน พศ.2090) ซึ่งวิธีการเล่นก็มีการปรับเปลี่ยนกันไปตามพื้นที่นั้นๆ แต่ในส่วนของประเทศไทยเราก็มีวิธีการเล่นหมากฮอสที่ค่อนข้างเป็นปัจเจกและแตกต่างจากหลักสากล ก็ตรงที่ หากมีหมากที่สามารถกินคู่ต่อสู้ได้แล้วกลับไม่กิน ก็จะถูกอีกฝ่ายหักขา กินหมากตัวนั้นไป เพื่อเป็นการตัดกำลังนั่นเอง
นับว่า กฎไม่กินหักขา ถือเป็นกฎที่ต้องตกลงกับคู่ต่อสู้กันให้เข้าใจก่อน ว่าจะมีหรือไม่มี เพราะหากไม่ตกลงกันให้ดี จากความสนุกสนานที่ได้หักขาคู่ต่อสู้ ที่มองในแง่ดีอาจจะมีขึ้นเพื่อช่วยเพื่มความสนุก
มันอาจจะกลายเป็นทะเลาะวิวาทกันขึ้นมาได้ในที่สุด
ทั้งนี้ในส่วนของร้านอาหารสามเวลา ที่ไลท์เป็นผู้คิดค้น ด้วยความที่เขาเป็นคนไทย ฉะนั้นแล้วกฎไม่กินหักขา ยังไงเสียก็ต้องถูกใส่เข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มความสนุกให้กับเกมกระดานที่เขาเป็นคนคิดค้นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy