Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 2 ตอนที่ 43 ผู้หญิงคนนี้ฉันปกป้องแล้ว เยซูก็แตะเธอไม่ได้!

           ผับหงเซ่อเหนียนหัว ตรงหน้าบาร์ที่เจิ้งซือซือนั่งอยู่

           เวลานี้สาวห้าวคนหนึ่งมองผู้ชายผมแดงที่อยู่ตรงหน้า และถามอย่างรอคอยว่า“พี่ชายผมแดง ได้ยินว่าพี่รู้จักพี่ฮุย เมื่อไรจะแนะนำให้ฉันสักหน่อย?”

           “สองสามวันนี้ฉันจะร่วมงานกับพี่ฮุยพอดี หากมีโอกาสจะพาเธอไปด้วย”ผู้ชายผมแดงคาบบุหรี่ และพูดอย่างภาคภูมิใจ

           สาวห้าวตื่นเต้นมาก “ขอบคุณพี่ผมแดง!”

           “พี่ผมแดง พี่ฮุยที่พวกพี่พูดถึงคือใคร?” คนวู่วามที่ไม่เข้าใจหลักการถามอย่างแปลกใจ

           “พี่ฮุยชื่อเดิมคือซุนฮุย คือเถ้าแก่ของหงเซ่อเหนียนหัวและก็คือเถ้าแก่ของถนนบริเวณใกล้ๆ ในแถบนี้มีอำนาจไม่น้อย ใครอยากเปิดร้านตั้งแผงลอยอยู่บริเวณใกล้ๆนี้ก็ล้วนต้องทักทายพี่ฮุย” ผู้ชายผมแดงสูบบุหรี่ไปด้วย และพูดอธิบายไปด้วย

           “ร้ายกาจอย่างนี้เชียวหรือ?” คนวู่วามตกใจเจิ้งซือซือที่อยู่ข้างๆ ก็หวาดกลัว

           ตำแหน่งที่หงเซ่อเหนียนหัวตั้งอยู่คือเขตพัฒนาทางเศรษฐกิจของฉวนโจวบนถนนสายนี้มีร้านค้านับไม่ถ้วน ค่าเช่าแพงหูฉี่

           ซุนฮุยกลายเป็นลูกพี่ใหญ่ของถนนสายนี้ ซึ่งก็เห็นได้ว่าอำนาจที่อยู่ในมือของเขาไม่ธรรมดาแค่ไหน

           ผู้ชายผมแดงยกแก้วสุราขึ้นมาดื่มแล้วก็ค่อยๆ พูดว่า “แน่นอนว่าร้ายกาจหัวหน้าของพี่ฮุยก็คือพี่เทียน มีอำนาจระดับนี้ได้ ก็ไม่น่าแปลก”

           “พี่เทียนคือใครอีก?” คนวู่วามงงงัน และไม่เข้าใจ

           “ฉันว่าเสี่ยวกัว จะดีหรือร้ายนายก็ใช้ชีวิตอยู่ในฉวนโจวมาสองสามปีแล้วทำไมไม่รู้เรื่องในวงการของฉวนโจวแม้แต่น้อย?” สาวห้าวกลอกตาใส่และพูดอย่างรู้สึกหมดคำพูดว่า “ในเมืองไห่เป่ยมีเจ็ดเขตใหญ่ ทุกๆเขตล้วนมีเจ้าพ่อมาเฟียที่มีอำนาจสูงเสียดฟ้าหนึ่งท่านเจ้าพ่อมาเฟียในฉวนโจวของพวกเราก็คือพี่เทียน ชื่อเดิมหวางเฉิงเทียน”

           “พี่เทียนก็คือบุคคลในตำนาน ทำทั้งทางดำทางขาว มีเบื้องหลังแข็งแกร่งพัวพันถึงตระกูลใหญ่ของเมืองไห่เป่ยอย่างตระกูลมู่หรงถึงนายอำเภอฉวนโจวอยู่ต่อหน้าเขา ก็ต้องก้มหัวให้เขาอย่างเคารพนอบน้อม”

           “นอกจากนี้แล้ว ในด้านธุรกิจ พี่เทียนยังเป็นซีอีโอของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินการลงทุนในฉวนโจวก็สูงถึงหมื่นล้าน พัวพันถึงผับ ร้านอาหารเครื่องดื่ม โรงภาพยนตร์และอื่นๆ รายรับต่อปีอย่างน้อยก็อยู่ที่ห้าพันล้านขึ้นไป”

           “ซี้ด!” เสี่ยวกัวคนวู่วามฟังจบแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้า

           มีรายรับต่อปีห้าพันล้านขึ้นไป นี่ก็เทียบได้กับยอดกำไรรายปีขององค์กรธุรกิจห้าสิบอันดับต้นๆของหัวเซี่ยแล้ว!

           เจิ้งซือซือก็หายใจแรง มีอำนาจมีบารมีหวางเฉิงเทียนคนนี้ก็คือบุคคลที่เหมือนเทพชัดๆ

           “พวกนายตกใจทำไม ฉวนโจวคือศูนย์กลางของไห่เป่ยพี่เทียนก็คือเจ้าพ่อมาเฟียของฉวนโจว ควบคุมธุรกิจรายรับสำคัญของฉวนโจวมีเงินมีอำนาจมากก็ปกติมาก” ผู้ชายผมแดงชำเลืองมองเสี่ยวกัวกับเจิ้งซือซือ ราวกับรู้สึกขำกับความรู้สึกงงงันของทั้งสองคน

           “ในฉวนโจวกับระดับสูงมากมายพี่เทียนล้วนมีการติดต่อ มีเส้นสายมากก็เพราะอาศัยชื่อเสียงและความน่าเกรงขามของพี่เทียนพี่ฮุยจึงกุมอำนาจปกครองของถนนสายนี้ได้เหมือนปลาได้น้ำ มิฉะนั้นด้วยสไตล์การทำงานที่กำเริบเสิบสานนั้นของเขา ก็คงจะถูกหั่นเป็นอาหารปลาไปนานแล้ว”

           ตอนที่ผู้ชายผมแดงพูดอย่างนี้ เห็นได้ชัดว่าก็ไม่พอใจราวกับเคยเสียเปรียบให้กับพี่ฮุยแล้ว

           สาวห้าวที่อยู่ข้างๆ รีบพูดชมว่า “พี่ผมแดงก็ไม่ได้แย่คุณพ่อคือระดับสูงขององค์กรบางแห่งในตงเฉิง ในมือมีอำนาจไม่น้อย คุณแม่ยิ่งคือเถ้าแก่เนี้ยของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่งถึงจะยืนอยู่ด้วยกันกับพี่ฮุย ก็ล้วนไม่แพ้อีกฝ่าย”

           “ฉันเทียบพี่ฮุยได้เสียที่ไหน อย่างไรเขาก็มีพี่เทียนสนับสนุน”ผู้ชายผมแดงขยี้บุหรี่จนดับ และพูดอีกว่า “แต่ว่า ก็เป็นอย่างที่เธอพูด ฉันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาอย่างไรสถานะก็วางอยู่ตรงนั้น หากเกิดความขัดแย้งจริงๆอีกฝ่ายก็ไม่กล้าทำตามใจชอบ”

           สาวห้าวฟังอย่างนี้แล้วก็ยกยอปอปั้น และชมจนผู้ชายผมแดงตัวลอย

           ดวงตาที่เสี่ยวกัวคนวู่วามมองผู้ชายผมแดงก็เผยความเลื่อมใสเจิ้งซือซือที่อยู่ข้างๆ ยิ่งเกิดความอิจฉาและใฝ่หา

           ผู้ชายผมแดงเดิมทีอยากจะพูดอะไรอีกแต่กลับเห็นผู้หญิงที่น่ารักเดินเข้ามาแล้ว เธอขอบตาแดง บนใบหน้ายังมีรอยฝ่ามือหนึ่งรอย

           เขามองผู้หญิงที่น่ารักด้วยสีหน้าหนักอึ้ง “อาสุ่ย หน้าของเธอเป็นอะไร?”

           “พี่ผมแดง มีคนตบฉัน … ”ในขอบตาของผู้หญิงที่น่ารักเต็มไปด้วยน้ำตา และพูดอย่างสะอึกสะอื้น

           “แม่ง!” พอผู้ชายผมแดงฟังอย่างนี้แล้วก็โมโหทันทีและถามว่า “อาสุ่ย คนที่ตบเธออยู่ที่ไหน?”

           ผู้หญิงที่น่ารักกระตุกจมูก และชี้โต๊ะสุราที่อยู่ไม่ไกลเธอแล้ว

           “คนที่สวมชุดสีแดงที่อยู่ในคนกลุ่มนั้นตอนที่ฉันเดินผ่านเขาบ้วนน้ำลายใส่ตัวฉัน ฉันให้เขาขอโทษ แต่เขาไม่ยอม และยังตบฉันแล้วพวกพ้องของเขายังด่าฉัน … ”

           ผู้ชายผมแดงมองไป เห็นคนนั่งอยู่ที่โต๊ะสุราหนึ่งกลุ่ม กอดซ้ายกอดขวาบางคนยังสวมชุดนักเรียน เห็นได้ชัดว่าคือนักเรียนหนึ่งกลุ่ม

           สีหน้าของเขาเยือกเย็น และลุกขึ้นพูดอย่างเย็นชาว่า “กำเริบอย่างนี้ก็ควรสั่งสอนสักหน่อย ไป ฉันจะระบายอารมณ์ให้เธอ!”

           พอพูดจบ ก็ดึงขวดสุราไปโดยตรง และพาผู้หญิงที่น่ารักเดินไปทางนั้น

           พวกสาวห้าวเห็นอย่างนี้ ก็ไม่ลังเลต่างถือขวดสุราพุ่งเข้าไปอย่างฉุนเฉียวแล้ว

           พอผู้ชายผมแดงมาถึงโต๊ะสุรา ก็ยกขวดสุราฟาดไปที่หัวของคนที่สวมชุดแดงทันที

           แค่ฉับพลัน เลือดไหลออกมาจากหัวของคนคนนี้ ทำให้คนอื่นๆตรงโต๊ะสุราตกใจจนสีหน้าแปรเปลี่ยน

           “อาสุ่ย คนที่ด่าเธออยู่ที่ไหน?” ผู้ชายผมแดงกวาดตามองพวกคนหนุ่มตรงหน้าอย่างเคียดแค้นและพูดเสียงหนักอึ้ง

           ผู้หญิงที่น่ารักชี้คนสองสามคนอย่างขี้ขลาดในดวงตาของผู้ชายผมแดงมีความเยือกเย็น และลากผู้ชายคนหนึ่งในนี้ออกมาแล้ว

           “เฮ้ เฮ้ เฮ้ นายจะทำอะไร?”

           “นายรังแกคนที่ฉันดูแล ยังกล้ามาถามฉันว่าจะทำอะไรอีกหรือ?” ผู้ชายผมแดงตบหน้าอีกฝ่าย และตบอีกฝ่ายจนมึน

           พวกพ้องเห็นอย่างนี้แล้ว แต่ละคนล้วนหน้าดำคร่ำเครียด

           คนหนุ่มผมหยิกคนหนึ่งตบโต๊ะทันที และตะคอกว่า “แม่งนายเป็นใครคิดไม่ถึงว่าจะกล้าลงมือกับสหายของฉัน รนหาที่ตายแล้ว?”

           “ทำไม นายก็อยากลองดูหรือ?” ผู้ชายผมแดงยังไม่ปริปากพวกสาวห้าวที่เดินเข้ามาด้านหลังแสยะยิ้ม และโยนขวดที่อยู่ในมือไปมา

           ชายหนุ่มผมหยิกขี้ขลาดอย่างชัดเจน แต่เหมือนเขาจะคิดอะไรออกแล้วก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรศัพท์ “พี่เฉวียน มีคนจะทำร้ายพวกผม พี่รีบมา”

           “ยังมีเรื่องอย่างนี้หรือ นายรอเดี๋ยว ฉันจะรีบไป”ทางนั้นมีเสียงที่ประหลาดใจส่งมา หลังจากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกวางสาย

           ชายหนุ่มผมหยิกเก็บโทรศัพท์มือถือแล้วก็มองผู้ชายผมแดงอย่างยั่วยุ“กล้าทำร้ายสหายของฉัน รอพี่เฉวียนมานายจะได้เห็นดี”

           ในดวงตาของผู้ชายผมแดงแปรเปลี่ยน ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรสาวห้าวที่อยู่ข้างๆ คลุ้มคลั่งเป็นอย่างมาก และฟาดขวดไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายโดยตรงแล้ว

           “ฉันไม่สนพี่เฉวียนอะไรของนาย รังแกอาสุ่ยก็คือไม่เห็นแก่หน้าพี่ผมแดง”

           ชายหนุ่มผมหยิกถูกฟาดจนหน้าฟกช้ำดำเขียว บนใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว

           “ได้ เธอกล้ามาก รอพี่เฉวียนมา ฉันจะต้องฆ่าเธอให้ตายอย่างแน่นอน”

           “เฮ้อ ยังกล้าขู่ฉันอีก ดูท่าแล้วจะต้องสั่งสอนนายให้โหดหน่อยแล้ว”สาวห้าวแสยะยิ้ม และเตรียมจะลงมืออีกครั้ง

           แต่เวลานี้ ผู้ชายผมแดงกลับรั้งเธอไว้แล้ว ในดวงตามีอาการหนักอึ้ง

           ด้านหน้าผู้ชายที่ใส่เครื่องประดับเงินทองพาผู้ชายกำยำชุดดำที่ถือกระบองเหล็กมาหนึ่งกลุ่ม และเดินเข้ามาอย่างฉุนเฉียว

           ภาพเหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดความสนใจของคนในผับไม่น้อย และต่างเบนสายตามองมา

           “พี่เฉวียน!” ผู้ชายผมหยิกราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิตแล้วเขารีบพุ่งเข้าไปทันที

           “คือใครทำร้ายพวกนาย?” ซุนเฉวียนชำเลืองมองพวกชายหนุ่มผมหยิกและถามด้วยสีหน้าเย็นชา

           ชายหนุ่มผมหยิกชี้พวกผู้ชายผมแดง “ก็คือพวกเขา!”

           ซุนเฉวียนหันไปมอง และขมวดคิ้ว “พี่ผมแดง?”

           “คือน้องซุนเฉวียนนี่เอง คือน้ำซัดวัดพญามังกรจริงๆ 1” บนใบหน้าของผู้ชายผมแดงปรากฏรอยยิ้มทันที เขายื่นบุหรี่ให้อีกฝ่ายหนึ่งมวน“ฉันเตรียมจะคุยเรื่องร่วมงานกับพี่ฮุย เขาอยู่ที่ผับไหม?”

           เขาพูดๆ อยู่ก็รู้สึกเลี่ยงไม่ได้ ซุนเฉวียนคนนี้คือน้องชายของซุนฮุยเป็นคนมีคุณธรรม กล้าสู้กล้าฆ่า ได้รับการให้ความสำคัญจากซุนฮุยมาก

           หากตนเองแตะต้องน้องชายของอีกฝ่าย เกรงว่าเรื่องราวจะแก้ไขได้ไม่ง่ายแล้ว

           “พี่ชายผมอยู่ด้านนอก อีกเดี๋ยวก็กลับมา” ซุนเฉวียนรับบุหรี่ หลังจากจุดแล้วก็สูบหนึ่งทีและชำเลืองมองคนหนุ่มผมหยิก พลางถามเรื่องราวทั้งหมดสักหน่อย

           เขาฟังจบแล้วก็เงียบไปสักพัก และพูดว่า“อย่างไรพี่ผมแดงกับพี่ผมก็รู้จักกัน ทุกคนล้วนเห็นแก่หน้ากันหลังจากนี้ก็ง่ายต่อการพบหน้ากัน ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้คือพวกนายทำไม่ถูกก่อน”

           พวกชายหนุ่มผมหยิกฟังอย่างนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ยินยอมแต่ก็ยังคงทำได้แค่พยักหน้า “พวกเราเชื่อฟังพี่เฉวียนครับ”

           พวกสาวห้าวก็ได้ใจทันที และยิ่งเลื่อมใสผู้ชายผมแดง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเห็นแก่หน้าผู้ชายผมแดงจึงไม่กล้าลงมือ

           “แต่ว่า อาการบาดเจ็บที่พวกนายได้รับ ก็พอแค่นี้ไม่ได้”ซุนเฉวียนสูบบุหรี่หนึ่งที ก็พูดอีกว่า “พี่ผมแดงอาการบาดเจ็บของสหายสองคนนี้ของผมหากไม่มีเงินสักสองสามแสนไปรักษาก็ไม่ได้พี่ว่าควรจะแก้ไขอย่างไร?”

           สีหน้าของผู้ชายผมแดงหนักอึ้งเล็กน้อย อาการบาดเจ็บของอีกฝ่ายใช้จ่ายแค่หลักพันก็จัดการได้แต่คิดไม่ถึงว่าซุนเฉวียนคนนี้จะเรียกราคาสูงถึงสองสามแสนเห็นได้ชัดว่าต้องการหลอกเอาเงินจากตนเองสักก้อน

           เขาเพิ่งอยากจะปริปาก ก็เห็นสาวห้าวพูดด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจว่า“บรรดาสหายของคุณทำร้ายเพื่อนฉัน พวกฉันก็ทำร้ายสหายของคุณ ทั้งสองฝ่ายถือว่าเสมอภาคกันแล้วทำไมต้องให้พวกฉันชดใช้เงิน?”

           คำพูดนี้พูดออกมา โดยรอบเงียบจนน่าแปลก

           ซุนเฉวียนขยี้บุหรี่จนดับ แววตาก็เยือกเย็น “ความหมายของเธอก็คือจะไม่ชดใช้เงินหรือ?”

           ผู้ชายกำยำชุดดำที่อยู่ด้านหลังของเขาหนึ่งกลุ่มเบนสายตามองไปที่สาวห้าวและชักแท่งเหล็กออกมา ท่าทางดุดัน

           สาวห้าวสีหน้าขาวซีดทันที และถอยไปสองสามก้าวแล้ว

           “ทุกคนอย่าวู่วาม มีอะไรก็คุยกันดีๆ ” ผู้ชายผมแดงเข้ามาด้านหน้าและพูดผ่อนคลายบรรยากาศ

           “น้องซุนเฉวียน เงินพวกฉันก็ต้องชดใช้แต่บรรดาสหายของนายก็ทำร้ายคนของฉันแล้วเหมือนกันก็ย่อมแก้ไขอย่างผ่านไปทีอย่างนี้ไม่ได้?”

           ซุนเฉวียนบีบคางครุ่นคิดสักครู่ และเอียงหน้าไปพูดกับพวกชายหนุ่มผมหยิก“ขอโทษเพื่อนของพี่ผมแดง”

           พวกเขามองหน้ากัน และพูดว่าขอโทษแล้ว

           ซุนเฉวียนมองผู้ชายผมแดง “พี่ผมแดง บรรดาสหายของผมพูดขอโทษแล้วพี่ก็ควรแสดงออกสักหน่อยไหม?”

           บนใบหน้าของผู้ชายผมแดงเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาวและรู้สึกคับข้องใจเป็นอย่างยิ่ง

           แค่คำขอโทษไม่กี่คำก็จะแลกเงินสองสามแสนของเขาแล้วนี่จะต่างอะไรกับการแบล็กเมล์?

           แต่อีกฝ่ายมีคนมากมีอำนาจมาก โดยเฉพาะผับนี้ยังเป็นถิ่นของอีกฝ่ายหากเขาสู้กับอีกฝ่ายต่อ คนที่เสียเปรียบก็ยังคงเป็นเขาเอง

           ภายใต้ความเลี่ยงไม่ได้ เขาทำได้แค่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมจะประนีประนอม และโอนเงิน

           ใครเล่าจะรู้ว่า เจิ้งซือซือที่ไม่พูดมาตลอดกลับปริปากอย่างกะทันหันว่า“ฉันคิดว่าไม่ยุติธรรม!”

           คำพูดนี้ของเธอทำให้ผู้คนล้วนตะลึงงัน

           ซุนเฉวียนหรี่ตา ในดวงตาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น“เธอพูดว่าอะไรไม่ยุติธรรม?”

           “บรรดาสหายของคุณพูดขอโทษคำเดียว ผลลัพธ์พวกฉันกลับต้องชดใช้สองสามแสนนี่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ยุติธรรมหรือ?” เจิ้งซือซือกัดริมฝีปากเบาๆและพูดอย่างไม่พอใจ

           ซุนเฉวียนมองเจิ้งซือซืออย่างสนใจ “เช่นนั้นความหมายของเธอคือ?”

           “พวกฉันไม่ชดใช้เงิน แต่ก็ขอโทษบรรดาสหายของคุณเหมือนกันเรื่องนี้ก็ยุติลงแค่นี้ นี่ต่างหากคือวิธีการแก้ไขที่ยุติธรรม”เจิ้งซือซือพูดอย่างมีเหตุมีผล

           “น่าสนใจ” ซุนเฉวียนหัวเราะ และมองผู้ชายผมแดง “พี่ผมแดงคนข้างกายพี่แต่ละคนล้วนไม่กลัวตายอย่างนี้หรือ?”

           ผู้ชายกำยำชุดดำที่อยู่ด้านหลังกลุ่มหนึ่งต่างเผยสีหน้าเย็นชา และชั่วร้าย

           “น้องซุนเฉวียน เธอล้อเล่นกับนายน่ะ อย่าจริงจัง” ผู้ชายผมแดงใจสั่นและแอบส่งสายตาให้เจิ้งซือซือแล้ว

           แต่เจิ้งซือซือกลับส่ายหน้า “ฉันไม่ได้ล้อเล่น ฉันจริงจัง!”

           คำพูดนี้เมื่อพูดออกมา ผู้ชายผมแดงก็ขนลุกขนพองทันที

           เขาอยากจะเคาะกบาลของเจิ้งซือซือจริงๆ ลองดูว่าด้านในมีของอะไร

           ก็ล้วนพูดแล้วว่าวีรบุรุษไม่เสียเปรียบตรงหน้าแต่ทำไมเจิ้งซือซือคนนี้กลับไม่รู้จักพลิกแพลงแม้แต่น้อย

           ผู้ชายผมแดงชำเลืองมองซุนเฉวียน พบว่าใบหน้าของอีกฝ่ายบูดบึ้งเป็นอย่างยิ่งเห็นแค่เขาหยิบแท่งเหล็กออกมาจากทางผู้ชายกำยำชุดดำที่อยู่ด้านหลังหนึ่งแท่งและก้าวเข้าไปใกล้เจิ้งซือซือ

           “น้องซุนเฉวียน อย่าโมโห เพื่อนคนนี้ของฉันไม่ประสา เธอ …”

           “ไปให้พ้น!”ซุนเฉวียนฟาดแท่งเหล็กไปที่หัวของผู้ชายผมแดง ตีจนเลือดไหลและโซซัดโซเซล้มลงกับพื้น

           เจิ้งซือซือเห็นเหตุการณ์นี้ สีหน้าก็ซีดเป็นไก่ต้มทันที เธอตัวสั่นจิตใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

           พวกสาวห้าวต้องการปกป้องเจิ้งซือซือ แต่เมื่อมองเห็นสายตาที่โหดเหี้ยมของผู้ชายกำยำชุดดำที่อยู่ด้านหลังกลุ่มนั้นก็ขี้ขลาดทันที

           ซุนเฉวียนคนนี้ลงมือกับผู้ชายผมแดงโดยตรง จริงๆ แล้วก็แสดงออกว่าเขาไม่กลัวผู้ชายผมแดงหากพวกเขาเข้าไปรั้งไว้ ก็จะเหมือนกับผู้ชายผมแดงอย่างแน่นอนถูกผู้ชายกำยำชุดดำกลุ่มนั้นซัดไม่ยั้ง

           ซุนเฉวียนเดินมาตรงหน้าเจิ้งซือซือ บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่เยือกเย็น “เธอคิดว่ากระดูกของเธอแข็งกว่าหรือแท่งเหล็กของฉันแข็งกว่า?”

           เจิ้งซือซือตัวสั่นและถอยหลังทันที ตอนที่ส้นเท้าแตะโดนผนังเธอเพิ่งจะพบว่าจริงๆ แล้วตนเองไม่มีทางถอยได้

           ซุนเฉวียนเงยหน้ามองไป ในดวงตาปรากฏความโหดเหี้ยมเขาชูแท่งเหล็กในมือสูงกว่าไหล่ และฟาดไปทางเธออย่างดุดันแล้ว

           “โอ๊ย!” เจิ้งซือซือร้องอย่างตกใจกลัว ใบหน้าน้อยๆขาวซีด เธอเอียงตัวติดผนัง และตัดสินใจกอดหัวไว้แล้ว

           “ตับ!” 

           ความรู้สึกเจ็บที่แท่งเหล็กร่วงลงบนตัวอย่างที่เธอคิดกลับไม่ส่งมาเจิ้งซือซือตะลึงงัน และลืมตาขึ้น สายตามองไกลออกไป

           แค่ฉับพลัน ผู้ชายที่ร่างกายผอมบางคนหนึ่งเข้าสู่ม่านตาแล้ว

           เห็นแค่มือซ้ายของเขาจับแท่งเหล็กที่ใกล้จะร่วงลงบนตัวเธอไว้ มือขวาล้วงกระเป๋าสีหน้านิ่งมาก

           ข้างๆ ผู้ชายที่ผอมบาง ยังมีผู้ชายแปลกที่สวมชุดลำลองอีกหนึ่งท่าน

           เขาเงยหน้าเชิดอก ดูเผด็จการ ในดวงตาทั้งคู่มีความหยิ่งผยองและไม่เห็นซุนเฉวียนอยู่ในสายตา

           “ผู้หญิงคนนี้ฉันปกป้องแล้ว เยซูก็แตะเธอไม่ได้ ฉันพูดแล้ว!”

     

     

    1น้ำซัดวัดพญามังกรคือ คนบ้านเดียวกันเกิดเรื่องเข้าใจผิดกันเพราะไม่รู้จักกัน

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน