ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ถูกทอดทิ้ง

            เมื่อเห็นว่าพวกจ้าวหลานสามารถหนีไปได้แล้วพวกฉื่อเล่อก็โกรธอย่างมากใครจะคิดว่าผู้อัญเชิญแบบต้าหมิงจะมีความสามารถแบบนี้ สำหรับพวกเขาการรวมร่างอสูรมันไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อน

            “ต้าหมิงเจ้าทำได้แสบจริงๆกล้าสังหารคนของข้าวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นศพต่อให้เจ้ามีจักรพรรดิอัคคีหนุนหลังก็ตาม” ฉื่อเล่อคำรามออกมาด้วยความโกรธ

            “แล้วยังไง เป็นฝ่ายเจ้าที่มายั่วยุข้าก่อน และที่สำคัญพวกเจ้านั้นยังไม่รู้ตัวอีกงั้นเหรอว่าถูกเหล่ยเฟิงหลอกใช้อยู่” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้มเย้ยหยัน

            “อะไรนะ” ฉื่อเล่อกลายเป็นตื่นตระหนก

            “ข้าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเหล่ยเฟิงนิสัยยังไงพวกเราก็น่าจะรู้ดี และเหล่ยเฟิงและต้าหมิงก็มีความแค้นต่อกันอย่างไม่น่าสงสัยและนั่นทำให้พวกมันติดต่อพวกเรามาและบอกพิกัดของต้าหมิงให้พวกเรารู้” หมิงเย่กล่าวตั้งแต่เริ่มหมิงเย่สงบที่สุดเพราะนางรับรู้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

            “ถึงอย่างงั้นแล้วไง ยังไงวันนี้มันก็ต้องตาย” จั่วหยานกล่าวพร้อมกับภาพลวงตาสังหารปรากฎออกมา

            สำหรับจอมเวทย์วิญญาณที่มีความสามารถใช้ภาพลวงตาจะมีการแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเทถแรก มายาสังหาร เป็นการฝึกฝนภาพมายาเพื่อสังหารอีกฝ่าย อีกประเภทคือ มายาลวงตา เป็นการฝึกฝนเพื่อมุ้งเน้นไปที่การสร้างภาพมายาให้ถึงระดับสูงสุดจนถึงขั้น เปลี่ยนมายาให้เป็นความจริงได้ ต่างจากมายาสังหารที่ฝึกฝนเพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสับสนและหาช่องว่างเพื่อสังหารอีกฝ่ายเท่านั้น

            “ภาพมายาอีกแล้วงั้นเหรอ” ต้าหมิงคำรามพร้อมกับเคลื่อนใหวหลบการโจมตีของจั่วหยานทันที

            จั่วหยานสร้างภาพมายาจำนวนมากและยิงธนูเวทย์ออกไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าจั่วหยานโจมตีออกไปแล้วฉื่อเล่อเองก็เคลื่อนใหวเช่นกันถึงแม้พวกเขาจะถูกหลอกใช้แล้วยังไงแต่วันนี้พวกเขาจะต้องสังหารต้าหมิงให้ได้

            “ดูเหมือนว่าพวกหลานเอ๋อจะหนีไปได้แล้วเอาละได้เวลาของข้าแล้ว” ต้าหมิงกล่าว

            พริบตาอสูรสายฟ้าคลั่งก็กลับเข้าไปในตำราอสูรมายาและต้าหมิงก็ผสานร่างกับปักษาดาบวายุแทน พริบตาด้านหลังของต้าหมิงก็ปรากฏอีกสีขาวบริสุทธิ์คู่หนึ่งออกมา ต้าหมิงไม่รอช้ารีบใช้ความเร็วสูงสุดหนีไปทันที

            “นั่นมันบ้าอะไรกัน ทักษะนั่นมันจะโกงเกินไปแล้ว” ฉื่อเล่อคำรามออกมาด้วยความโกรธ

            ความสามารถของต้าหมิงนั้นทำให้พวกเขาต้องสิ้นหวัง ถ้าปะทะกันตรงๆฉื่อเล่อมั่นใจเลยว่าสามารถเอาชนะต้าหมิงได้แต่ถ้าต้าหมิงคิดจะหนีด้วยความเร็วที่ต้าหมิงแสดงออกมาฉื่อเล่อเองก็หมดปัญญาเช่นกัน

            “ต้าหมิงคนนี้เป็นมนุษย์แน่เหรอ” หมิงเย่กล่าวด้วยสีหน้าสับสน ความสามารถของต้าหมิงแปลกประหลาดเกินไปทำให้พวกนางอดที่จะสงสัยไม่ได้

            “บัดซบเอ้ยมันหนีไปจนได้” จั่วหยานคำรามด้วยความโกรธ

            “จั่วหยานเป็นเจ้าที่ไปร่วมมือกับเหล่ยเฟิงและลากพวกเรามาร่วมด้วยทำให้พวกเราสูญเสียคนไปอีก เจ้ารู้ใหมตอนนี้สถานะการณ์ของพวกเราเลวร้ายแค่ใหน” ฉื่อเล่อคำราม

            “แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกมันจะผิดสัญญา ตอนแรกพวกมันบอกว่าจะคอยสร้างม่านพลังเพื่อไม่ให้ต้าหมิงหนีไปได้แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไม่มีม่านพลังอะไรนั่นเลย” จั่วหยานคำราม

            “ตอนนี้คนของเราเหนือน้อยเต็มที ถ้าปะทะกับพวกครึ่งอสูรอีกครั้งพวกเราสู้ไม่ใหวแน่เพราะงั้นตอนนี้พวกเราจะต้องหลบซ่อนตัวเพื่อรอเวลาเสียก่อน” หมิงเย่กล่าว

            “คงต้องเป็นแบบนั้น ทางฝ่ายพวกมนุษย์เองก็น่าจะยังเหลือคนจำนวนมากอยู่ปล่อยให้พวกมันปะทะกับพวกครึ่งอสูรไปก่อนแล้วกัน” ฉื่อเล่อคำรามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            อีกด้านหลังจากที่ต้าหมิงหนีไปแล้ว ต้าหมิงก็หาที่พักและซ่อนตัวทันที ด้วยการใช้รวมร่างอสูรถึงสองตัวทำให้ร่างกายของต้าหมิงถึงขีดจำกัดและเหนื่อยล้าอย่างมาก

            “ไม่รู้ว่าพวกหลานเอ๋อและสุ่ยเอ๋อจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ตอนนี้ข้าจะต้องรีบฟื้นฟูพลังเวทย์เสียก่อน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับนำแก่นเวทย์ออกมาและฟื้นฟูพลังเวทย์ทันที

            หลายวันต่อมาในตอนนี้พวกปิงเสวี่ยและเหล่ยเฟิงในที่สุกก็ปะทะกับพวกครึ่งอสูรแล้ว ด้วยจำนวนอัจฉริยะระดับขุนพลที่มากกว่าของพวกครึ่งอสูรพวกปิงเสวี่ยและเหล่ยเฟิงได้รับความสูญเสียอย่างมกา อีกฝ่ายมีจอมเวทย์ระดับขุนพลถึง 8 คนแต่พวกปิงเสวี่ยมีเพียงแค่ 5 คนนี่ทำให้ความแตกต่างปรากฏออกมาทันที

            “บ้าเอ้ยถ้าพวกต้าหมิงยังอยู่พวกเราก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้” หลัวเซียนกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวดเพราะนางได้รับบาดเจ็บ

            “ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่าท่านจักรพรรดิคิดอะไรถึงได้สั่งการลงมาแบบนี้” ปิงหยวนกล่าว

            ตอนนี้อัจฉริยะของอาณาจักรเหมันต์ต่างก็กังขากับการตัดสินใจของจักรพรรดิเหมันต์ในทันที แต่เดิมพวกเขาคิดว่าจักรพรรดิเหมันต์พวกเขาจะต้องให้ร่วมมือกับพวกต้าหมิงอย่างแน่นอนเพราะถ้าเป็นคนระดับจักรพรรดิเหมันต์ย่อมรู้ว่าควรจะเลือกฝ่ายใหน

            “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพ่นแล้วพวกเราจะต้องถอยแล้วอีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป” ปิงเสวี่ยกล่าว

            “ฮ่า ฮ่า แม่นางปิงเสวี่ยพวกเจ้ายอมแพ้และออกไปจากการประลองซะดีกว่าพวกเจ้าไม่มีทางเอาชนะพวกเราได้หรอก” หยางเซิ่นกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน หยางเซิ่นเป็นครึ่งอสูรฝ่ายจักรพรรดิปักษาและเป็นอัจฉริยะอันดับ1 ของฝ่ายจักรพรรดิปักษาอีกด้วย

            “เหอะ คิดจะให้พวกเรายอมแพ้อย่าได้ฝันไปเลย” ปิงหยวนคำราม

            “แต่พวกเจ้าไม่สามารถรอดไปจากสถานการณ์นี้ไปได้แน่” กู่หลางคำราม กู่หลางเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ของฝ่ายจักรพรรดิอสรพิษ

            “หืมทางนั้นเกิดอะไรขึ้น” ในขณะนั้นเองทางด้านพวกเหล่ยเฟิงที่กำลังต่อสู้อยู่เห็นแต่การระเบิดของพลังเวทย์สายฟ้าขนาดใหญ่ออกมาทำให้เหม่ยเหลียนอัจฉริยะของฝ่ายจักรพรรดิจิ้งจอกต้องถอยออกมาพร้อมกับมั่วซูอัจฉริยะของฝ่ายจักรพรรดิกระทิงเองก็ถอยออกมาเช่นกัน

            “บ้าจริงพวกมันทั้งหมดเป็นร่างแยกสายฟ้า” เหม่ยเหลียนคำรามด้วยความโกรธ

            “นี่แสดงว่าพวกมันหนีไปได้แล้วงั้นเหรอ” มั่วซูกล่าวด้วยความโกรธ

            “พวกอาณาจักรอสนีชั่งเจ้าเล่ห์จริงๆพวกมันถึงกับยอมทิ้งพวกพ้องและหนีไปหน้าตาเฉยได้อย่างไร” หยางเซิ่นกล่าว

            ใบหน้าของพวกปิงเสวี่ยมืดมนพวกนางเองก็รู้อยู่แล้วผลของการร่วมมือกับพวกเหล่ยเฟิงนั้นจุดจบย่อมไม่สวยแต่พวกนางไม่สามารถทำอะไรได้เพราะจักรพรรดิเหมันต์สั่งออกมาแบบนี้

            “รอให้ข้ารอดไปได้ก่อนเถอะข้าจะไปขอเข้าพบท่านราชินี” หลัวเซียนกล่าว

            ตระกูลหลัวนั้นขึ้นตรงต่อราชินีเหมันต์มาตลอดเพราะผู้นำตระกูลหลัวเคยถูกช่วยชีวิตเอาไว้โดยราชินีเหมันต์ทำให้ตระกูลหลัวสาบานว่าจะรับใช้ราชินีเหมันต์จนวันตาย และเพราะแบบนี้ทำให้ตระกูลหลัวรับรับได้ถึงบางอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้นั่นก็คือ ผู้ปกครองที่แท้จริงไม่ใช่จักรพรรดิเหมันต์แต่เป็นราชินีเหมันต์ต่างหากแต่ถึงอย่างงั้นพวกตระกูลหลัวกลับไม่เคยทำให้ข่าวนี้รั่วใหลมาก่อน

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน