ทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด

    Ep.60 พี่เฉียนเมินน้องเจิน

         เช้าวันต่อมาใบหน้าอันบุ้งตึงก็ได้ปรากฏอนู่บนหน้าของซูเจิน นางตั้งใจเดินตามหาอี้เฉียนและอี้เถียนตั้งเเต่เช้า ทว่าจนทั่วทุกที่ที่คิดว่าพวกเขาจะไปแล้วเเต่ก็ไม่พบตัวพวกเขาเลย

    "หายไปไหนกันหมดนะ?...แบบนี้แล้วข้าจะสืบความคืบหน้ากับใครล่ะเนี้ย ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้สนมลีอยู่ที่ไหน โอ้ย!!หงุดหงิด!!"

    "ค่อยๆเดินนะ ข้าจะคอยพยุงอยู่ใกล้ ไหวไหม?"

    "ไหวเจ้าค่ะท่านพี่" เสียงคุ้นๆหูดังเล็ดลอดมาจากด้าน เมื่อซูเจินหันหลังกลับไปมองตามเสียงนางก็ได้พบกับหนึ่งในคนที่นางกำลังตามหา ทว่าดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้อยู่ตามลำพัง ภาพที่เห็นตรงหน้าคืออี้เฉียนกำลังพยุงสนมฮงเดินตรงมาทางซูเจินพอดี แว๊บแรกที่ได้เห็นซูเจินก็รู้สึกดีใจที่เจออี้เฉียนซักที นางวิ่งเข้าไปหาเขาด้วยความร้อนใจที่อยากจะรู้เรื่องเพื่อนสนิท เเต่ปฏิกิริยาที่นางได้รับกลับทำให้นางอยากจะวิ่งไปเตะก้นเขาเอามากๆ…เพราะนอกจากอี้เฉียนจะไม่สนใจนางแล้ว เขายังทำเป็นไม่เห็นและเดินผ่านนางไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    "สนมฮง ไหนลองพูดมาซิว่า..เจ้าอยากไปที่ใด?"

    "ข้าอยากจะไปให้อาหารปลาที่ศาลากลางน้ำเจ้าค่ะ"

    "ได้..ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้…"

    "หยุดนะ หวังอี้เฉียน!! ข้าอุตส่าห์ตามหาเจ้าทุกที่ เเต่สิ่งที่ข้าได้คือเจ้าเมินข้าเช่นนี้งั้นหรือ!!"

    "ข้าไม่ได้เมินเจ้า เเต่ข้าไม่เห็นเจ้าต้างหากล่ะ มีอะไร?"

    "คือว่าข้า….." ซูเจินใจชื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่ออี้เฉียนหยุดฟังที่นางพูด นางพยายามจะเดินเข้าไปคุยใกล้ๆ เเต่ทว่าอี้เฉียนกลับเข้ามายืนขวางหน้าสนมฮงไว้ ซูเจินเห็นท่าทางเช่นนั้นนางจึงหยุดชะงักทันที

    "ท่าทางเช่นนั้น…เจ้าหมายความว่ายังไง?"

    "เวลานี้สนมฮงอยู่ในความดูเเลของข้า เจ้าเองก็เป็นเพื่อนกับสนมลี เพราะฉะนั้น เจ้าไม่ควรเข้าใกล้สนมฮงไปมากกว่านี้ หากมีอะไรจะพูดก็ยืนพูดตรงนั้นแหละ"

    "ท่านพี่ ทำเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ ถึงอย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นชายาของท่านพี่นะเจ้าคะ!"

    "ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ ข้าเคยไว้ใจคนผิดมาแล้วครั้งนึง ข้าไม่อยากให้มันซ้ำรอยเดิม ขนาดสนมลีที่ข้าเคยมองว่าดี นางยังวางยาพิษท่านได้เลย นับประสาอะไรกับเพื่อนสนิทของนาง!!"

    "มันจะมากไปแล้วนะอี้เฉียน นี่ท่านเป็นอะไรไป มองไม่ออกหรือไงว่านางกำลังเสเเสร้งแกล้งทำสำออยใส่ท่านน่ะ เมื่อวานนางยังเดินออกไปข้างนอกจวนอยู่เลย พอมาวันนี้เดินด้วยตนเองไม่ได้ซะงั้น อะไรทำให้ท่านหูหนวกตาบอดถึงเพียงนี้ วันนี้ข้าอุตส่าตื่นเช้าเพื่อตามหาท่าน เเต่ท่านกลับตอบสนองข้าด้วยการกระทำเช่นนี้งั้นหรือ!!"

    "ยืนพูดอยู่นานเเต่ไม่เห็นมีเรื่องใดที่เจ้าอยากคุยกับข้าเลย เจ้าเอาเเต่ต่อว่าข้าไม่ใช่หรือไง หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวพาสนมฮงไปนั่งที่ศาลา นางไม่สบายอยู่รับแสงนานๆไม่ได้ ไปกันเถอะสนมฮง"

    "หวังอี้เฉียน!!..ท่าน..จะเอา..เเบบนี้ใช่ไหม?"

    "เอา..เอาอะไร?" ซูเจินมองหน้าอี้เฉียนด้วยสายตาที่ผิดหวัง ซ้ำร้ายสายตาที่สนมฮงส่งมาที่นางนั้น ยังเป็นสายตาเเห่งการเหยียดหยามอีกด้วย อารมณ์ของซูเจินตอนนี้มันอึดอัดจนบอกไม่ถูก เมื่อตอบโต้อะไรไม่ได้นางก็ทำได้เพียงเเค่ยืนนิ่งมองพวกเขาสองคนเเนบชิดกันและแล้วความผิดหวังของนางก็ปรับเปลี่ยนเป็นหยดน้ำตาค่อยๆไหลออกมาทั้งสองข้างเเก้ม นี่เป็นครั้งเเรกที่อี้เฉียนได้เห็นน้ำตามของซูเจิน ต้องยอมรับว่าเขาเองก็มีใจเเป้วและทบทวนตนเองอีกครั้งว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกหรือไม่ แว๊บนึงอี้เฉียนรู้สึกใจอ่อนและอยากจะเดินเข้าไปเช็ดน้ำตาให้สตรีตรงหน้า เเต่ทว่าเขาต้องกักเก็บอารมณ์นั้นไว้เพื่อไม่ให้กาลใหญ่ต้องล้มเหลว

    "ท่านพี่…ข้ารู้สึกเพลียจังเลยเจ้าค่ะ สงสัยข้าจะเดินมากไปเจ้าค่ะ"

    "เช่นนั้นก็ไปนั่งเถอะ อาฉางข้าฝากเจ้าอยู่เป็นธุระตรงนี้ด้วย ข้าจะพาสนมฮงไปนั่งพัก หากเจ้ามีธุระด่วนก็ตามข้าไปที่ศาลากลางน้ำนะ" อี้เฉียนจำเป็นที่จะต้องเดินจากซูเจินไปโดยทิ้งท้ายคำพูดที่แสนเจ็บปวดไว้ โดยการให้อาฉาง บ่าวรับใช้ยืนคุยกับซูเจินเเทน ส่วนตัวเขานั้นรีบพยุงพาสนมฮงเดินไปนั่งที่ศาลากลางน้ำ ม่านน้ำตาใสๆไหลออกมานองสองข้างแก้ม เสียงสะอึกสะอื้นทำให้อาฉางแทบจะไม่กล้าสบตานาง ตอนนี้เขาชักจะเริ่มสงสารนางและอยากบอกความจริงให้นางรู้แล้ว เเต่ด้วยความที่เป็นคำสั่งของเจ้านายเขาจึงพูดอะไรไม่ได้มาก

    "พระชายา…เอ่อคือ.."

    "อาฉาง…ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้านายของเจ้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนด้วยสาเหตุอะไรและข้าก็ไม่ได้สนใจด้วย สิ่งเดียวที่ข้าสนคือ ข้าอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่คิดจะฟังสิ่งที่ข้าจะพูดบ้าง ฮือฮือ"

    "พระชายา…คือข้าน้อย…"

    "ข้าเเค่อยากให้เขาช่วยข้าเรื่องสนมลี นางไม่ได้ทำอะไรผิดเลย อี้เถียนก็หายตัวไป ส่วนอีกคนก็…….ฮือฮือ..ชั่งเถอะ ข้าหาวิธีของข้าเองก็ได้ ฝากบอกนายของเจ้าด้วยนะว่าข้าไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เขาทำเลย!!" ซูเจินหันไปมองอี้เฉียนที่กำลังดูเเลสนมฮงอย่างใกล้ชิด นางปาดน้ำตาแล้วเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ ขณะที่อาฉางทนเห็นซูเจินเสียใจไม่ไหว อาฉางวิ่งไปขวางหน้าซูเจินไว้พร้อมกับก้มคุกเข่าลง

    "เจ้ามีอะไรอีก…ข้าจะกลับจวนแล้ว!! ฮือฮือ"

    "อภัยให้ข้าด้วยพะยะค่ะองค์ชาย พระสนมลีถูกคุมขังอยู่ที่คุกใต้ดินท้ายเมืองพะยะค่ะ!!!"

    "ข้าไม่สนและไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น หลบไป!! ฮ้ะ? เดี๋ยวนะ!!..เมื่อครู่นี้..เจ้าบอกข้าว่า..เจ้ารู้ว่าสนมลีอยู่ที่ไหนงั้นหรอ?"

    "พะยะค่ะ พระสนมลีอยู่ภายใต้ความดูเเลของ….."

    "อาฉาง..มาหาข้าเดี๋ยวนี้!!"

    "พะยะค่ะองค์ชาย!!พระชายาข้าต้องไปแล้ว คุกใต้ดินพะยะค่ะ!"

    "โอเคๆ..ขอบใจเจ้ามาก เเต่ข้าจะไปที่นั่นได้อย่างไร?"

    "อาฉาง!!มัวทำอะไรอยู่..อาฉาง!!!ข้าเรียกเจ้าไม่ได้ยินหรือไง!!"

    "มาแล้วพะยะค่ะองค์ชาย!!"

    "เดี๋ยว! อาฉาง เฮ้!! โถ่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปยังไง เเต่ก็ชั่งเถอะ..ไว้ถามอาเหมยเองก็ได้..ฮ้ะฮ้า!!เห็นรึยังว่าข้าไม่ต้องพึ่งเจ้าก็ได้อี้เฉียน เชอะ!!" จากน้ำตานองหน้ากลายมาเป็นยิ้มแป้มแก้มแทบปริ ซูเจินรีบตรงกลับจวนเพื่อหาวิธีไปยังคุกใต้ดินทันที ในขณะที่อาฉางได้กลับมายังศาลากลางน้ำแล้วเเอบลอบพยักหน้าให้อี้เฉียนโดยที่ไม่ให้สนมฮงรู้ อี้เฉียนมองตามหลังซูเจินแล้วแอบยิ้ม ความจริงแล้วมันคือแผนของอี้เฉียนที่สั่งให้อาฉางไปแอบบอกนางเอง เหตุเพราะอี้เฉียนกลัวว่าสนมลีจะเหงา เขาจึงออกอุบายให้ซูเจินตามหานางเจอเพื่อที่สนมลีจะได้มีเพื่อนคุยแก้เหงา โดยเรื่องนี้เขาได้ตกลงกับสนมลีไว้แล้วว่าจะไม่บอกความจริงกับซูเจินจนกว่าจะได้หลักฐานพร้อม เพราะอี้เฉียนกลัวว่านิสัยผงผางของซูเจินจะทำให้แผนพังนั่นเอง