ในขณะที่ฉีหลานชิงกำลังเหม่อลอย เปลวไฟก็ได้เผากระดาษเงินกระดาษทองและม้ากระดาษที่เหลือจนหมดสิ้น โดยที่นางไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีก
[ผีไม่มีทางรังเกียจเงินเยอะหรอก ข้าจะทำเพิ่มอีกหน่อย ให้ท่านแม่เก็บไว้ให้พวกศิษย์พี่เยอะ ๆ ]
เจียงซินยื่นมือน้อย ๆ อวบอ้วนล้วงเอาเศษกระดาษสีขาวครึ่งแผ่นที่ซ่อนอยู่ในผ้าอ้อมออกมา นางพับกระดาษสีขาวอย่างตั้งใจ ฉีกเป็รูปครึ่งวงกลม แล้วฉีกช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ออกจากภายในครึ่งวงกลมนั้น
เมื่อเห็นว่ากระดาษเงินกระดาษทองแผ่นใหม่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ ฉีหลานชิงรีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นออกมาทันที "ซินซินเด็กดี เราไม่เล่นอันนี้กันนะ"
[ซินซินไม่ได้เล่น ซินซินกำลังแจกเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกศิษย์พี่ต่างหาก]
เจียงซินทำปากยื่นอย่างมุ่งมั่น
ฉีหลานชิงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขวดนมแพะฉางหลิงออกมา "หิวแล้วใช่หรือไม่? มาดื่มนมกันเถอะ"
วันนี้เ้าตัวเล็กเล่นกับฉู่หลินเฟิงอย่างสนุกสนานจนลืมดื่มนม จนกระทั่งฉีหลานชิงทักขึ้นในตอนนี้ เจียงซินถึงเพิ่งรู้สึกว่าท้องหิว นางจึงกอดขวดนมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วดื่มดัง "อึก อึก อึก"
ฉีหลานชิงเห็นนางดื่มอย่างมีความสุข ก็รู้ว่าความสนใจของเ้าตัวเล็กถูกเบี่ยงเบนไปแล้ว จึงรู้สึกเบาใจ นางหันไปมองหลินเยี่ยนแล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน "การลงเขาครั้งนี้มีอันตรายใด ๆ หรือไม่?"
ต่างจากฉู่หลินเฟิงที่กลับบ้านไปเยี่ยมญาติและได้พบท่านอาจารย์กับท่านอาจารย์หญิงั้แ่กลับถึงสำนักเมื่อเช้านี้ แต่หลินเยี่ยนลงเขาไปเพราะรับภารกิจของสำนัก ตอนที่หลินเยี่ยนกลับถึงสำนักในวันนี้ เจียงอีเฉินและฉีหลานชิงกำลังหารือเื่สำคัญอยู่ เขาจึงยังไม่ได้รายงานสถานการณ์ของภารกิจต่อท่านอาจารย์และท่านอาจารย์หญิง
หลินเยี่ยนยิ้มบาง ๆ "มีบางจุดที่อันตรายอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดผ่านพ้นไปได้ด้วยดีขอรับ"
เขาเล่าเหตุการณ์โดยสรุปของภารกิจครั้งนี้ให้ฉีหลานชิงฟัง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้รับาเ็ ฉีหลานชิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก นางหยิบถุงเก็บของออกมาใบหนึ่ง แล้วส่งให้ฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนตามลำดับ "นี่คือยันต์ที่อาจารย์หญิงเขียน พวกเ้าจงพกติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัว"
"นอกจากนี้ ราชวงศ์ชิวเย่เพิ่งมีองค์หญิงน้อยประสูติ จึงเชิญข้าและอาจารย์ของพวกเ้าไปร่วมงานเลี้ยง พวกข้าคงไม่ไป พวกเ้าสองคนช่วยไปแทนพวกข้าทีเถิด"
ราชวงศ์ชิวเย่เป็ราชวงศ์ของผู้บำเพ็ญเพียร คนธรรมดาและผู้บำเพ็ญทั่วไปส่วนใหญ่ต่างอาศัยอยู่ในราชวงศ์ผู้บำเพ็ญเหล่านี้ จักรพรรดิแห่งชิวเย่เป็ผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายา หากใช้พลังแห่งโชคชะตาของแผ่นดิน พลังต่อสู้จะสามารถบรรลุถึงระดับครึ่งก้าวสู่ข้ามทัณฑ์
นี่คือขุมกำลังที่ไม่สามารถดูแคลนได้
หกสำนักเซียนรักษาความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์ผู้บำเพ็ญเหล่านี้ หากฝ่ายใดมีงานมงคลหรืองานอวมงคลก็จะส่งเทียบเชิญถึงกันเพื่อรักษาความสัมพันธ์
ฉู่หลินเฟิงถามด้วยความไม่เข้าใจ "งานสังคมเช่นนี้ปกติแล้วต้องเป็พวกผู้าุโที่ไปมิใช่หรือขอรับ?"
"เทียบเชิญของสำนักส่งมาถึงแล้ว โดยมีผู้าุโใหญ่เป็ผู้เข้าร่วม ส่วนฉบับนี้ เป็คำเชิญส่วนตัวที่จักรพรรดิชิวเย่ส่งถึงข้าและอาจารย์ของเ้า" ฉีหลานชิงยิ้มอย่างขัดเขินเล็กน้อย
หลินเยี่ยนเปิดเทียบเชิญขอบทองที่นางส่งมา หัวข้อในเทียบเชิญเขียนว่า ‘สหายเต๋าหลานชิง’ โดยไม่มีชื่อของเจียงอีเฉินอยู่เลย
เมื่อเห็นวันที่จัดงานเลี้ยงฉลองครบเดือนขององค์หญิงน้อยแห่งชิวเย่ ฉู่หลินเฟิงก็เข้าใจทันที
"งานเลี้ยงครบเดือนขององค์หญิงน้อยท่านนี้ เร็วกว่าของศิษย์น้องเล็กเพียงสามวัน ท่านต้องเตรียมงานเลี้ยงครบเดือนให้ศิษย์น้องเล็กที่สำนักคงปลีกตัวไปไม่ทันจริง ๆ ขอรับ"
นั่นเป็หนึ่งในเหตุผลที่นางไม่สามารถปลีกตัวไปได้จริง ๆ แต่เหตุผลหลักคือฉีหลานชิงไม่อยากไปราชวงศ์ชิวเย่
"ผู้าุโใหญ่จะออกเดินทางในวันงาน พวกเ้าสามารถเดินทางไปพร้อมกับท่าน หรือจะเดินทางไปเองก็ได้ หากเดินทางไปเอง อย่าลืมติดต่อกับผู้าุโใหญ่ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่ม นี่คือเงินรางวัลของพวกเ้า และนี่คือของขวัญที่ข้าและอาจารย์ของพวกเ้ามอบให้องค์หญิงน้อยแห่งราชวงศ์ชิวเย่"
ฉีหลานชิงส่งถุงศิลาิญญาและกล่องผ้าไหมสี่เหลี่ยมซ้อนสามชั้นยาวประมาณหนึ่งฉื่อให้ แม้ว่าเจียงอีเฉินจะพยายามเลี่ยงการเป็เ้าสำนักด้วยการตัดงบศิลาิญญาของทั้งสำนัก จนทำให้ชีวิตความเป็อยู่ที่ยอดเขาเจียงอวิ๋นค่อนข้างขัดสน แต่นั่นคือบัญชีส่วนกลาง
ฉีหลานชิงในฐานะผู้บำเพ็ญยันต์ที่หาเงินได้เก่งที่สุดในโลกผู้บำเพ็ญ ในกระเป๋าของนางมีศิลาิญญาและของวิเศษมากมาย นางรักลูกศิษย์เหล่านี้เหมือนลูกแท้ ๆ ปกติจึงมักจะแอบให้เงินค่าขนมพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงไม่ได้เกรงใจ ทั้งคู่กล่าวขอบคุณด้วยความดีใจ รับศิลาิญญา และรับคำสั่ง
เจียงซินดื่มนมหมดขวดพอดีเมื่อได้ยินเื่นี้จึงดิ้นไปมาในผ้าอ้อมไม่หยุด
[ซินซินก็อยากออกไปเที่ยวด้วย ศิษย์พี่พาซินซินไปด้วยสิ! ซินซินอยากไปกินเลี้ยง!]
นางอาละวาดไม่หยุด ทั้งสามคนที่อยู่ในที่นั้นล้วนได้ยินเสียงในใจของนาง แต่ทุกคนต้องแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน
ฉีหลานชิงปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ซินซินเด็กดี เ้ายังเล็กนัก รอให้โตกว่านี้ก่อนค่อยออกเดินทางกับพวกศิษย์พี่นะ"
[ซินซินเกิดมาสิบวันแล้วนะ! ซินซินเป็เด็กโตแล้ว!]
ท่าทางที่มั่นอกมั่นใจของนาง ทำให้ฉีหลานชิงเกือบจะหลุดขำออกมา หลินเยี่ยนเป็คนใจอ่อนเสมอ เมื่อเห็นเจียงซินทำท่าเหมือนจะร้องไห้ จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า "ท่านอาจารย์หญิง ให้ศิษย์น้องเล็กไปกับพวกเราเถอะขอรับ? ข้าจะดูแลศิษย์น้องเล็กให้ดีเอง"
ฉู่หลินเฟิงพยักหน้าตาม พร้อมตบหน้าอกรับประกัน "ข้าก็จะดูแลศิษย์น้องเล็กด้วยขอรับ ในเทียบเชิญก็เขียนไว้พอดีว่าให้ท่านพาศิษย์น้องเล็กไปร่วมงานด้วย"
เขานึกถึงประโยคในเทียบเชิญที่ว่า ‘หวังว่าสหายเต๋าหลานชิงจะนำบุตรสาวผู้ล้ำค่ามาร่วมเป็เกียรติในงานเลี้ยง’ แล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป หลินเยี่ยนรู้ว่าสิ่งที่ขาดหายไปคืออาจารย์ของเขา เจียงอีเฉิน
ไม่รู้ว่าจักรพรรดิชิวเย่ผู้นี้มีจุดประสงค์อะไร ถึงขั้นเชิญศิษย์น้องเล็กที่เพิ่งเกิด แต่กลับไม่เชิญท่านอาจารย์ เขาทำตัวว่าง่ายโดยไม่ถามซอกแซก รีบปิดเทียบเชิญ เพื่อป้องกันไม่ให้ฉู่หลินเฟิงสังเกตเห็นและถามออกมาตรง ๆ
เจียงซินมองฉีหลานชิงด้วยสายตาเวทนา และรับประกันในใจกับนาง
[ซินซินก็จะดูแลตัวเองให้ดีเหมือนกัน ท่านแม่ ให้ซินซินไปเที่ยวเถอะนะ ซินซินอยู่บ้านคนเดียว มีแค่ซิวโก่วที่เล่นเป็เพื่อนได้ แต่ซิวโก่วบื้อมาก ทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ซินซินเบื่อจนรากจะขึ้นหัวอยู่แล้วนะ]
ั้แ่คลอดลูกมาสิบวันนี้ เนื่องจากมีเหตุการณ์กะทันหันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ฉีหลานชิงจึงยุ่งอยู่ตลอดเวลา มีเวลาอยู่กับเจียงซินไม่มากนัก นางและเจียงอีเฉินไม่มีผู้ติดตาม มีเพียงหุ่นเชิดไม่กี่ตัวที่คอยรับใช้ ช่วยกวาดลานบ้านและจัดการงานบ้านทั่วไป ก่อนที่เจียงซินจะเกิด ผู้าุโห้าซึ่งเป็ผู้บำเพ็ญสายหลอมอาวุธ ได้ส่งหุ่นเชิดสำหรับดูแลเด็กโดยเฉพาะมาให้สองตัว ถือเป็น้ำใจเล็กน้อยที่เขามีต่อศิษย์หลานตัวน้อย
ใน่วันที่ฉีหลานชิงและเจียงอีเฉินยุ่ง หุ่นเชิดสองตัวนี้เองที่เป็ผู้ดูแลเจียงซิน เด็กที่เกิดจากผู้บำเพ็ญจะมีร่างกายแข็งแรงกว่าเด็กที่เกิดจากมนุษย์เดินดิน โดยเฉพาะท่าทางร่าเริงของเจียงซิน การเดินทางไกลจึงมิใช่เื่น่ากังวล สำหรับการดูแลในรายละเอียด หุ่นเชิดสองตัวสามารถจัดการได้ทั้งหมด ไม่จำเป็ต้องให้ผู้อื่นลำบาก
แม้ฉู่หลินเฟิงจะมีนิสัยมุทะลุอยู่บ้าง แต่ก็มีความละเอียดรอบคอบซ่อนอยู่ ส่วนหลินเยี่ยนยิ่งเป็คนละเอียดถี่ถ้วน การฝากลูกไว้กับพวกเขา ฉีหลานชิงจึงค่อนข้างวางใจ
เมื่อเห็นเด็กทั้งสามอ้อนวอนฉีหลานชิงจึงยอมใจอ่อน "ข้าจะลองปรึกษากับอาจารย์ของพวกเ้าดู หากเขายินยอม พวกเ้าก็พาซินซินไปด้วยกันเถิด"
[โอเย่! ท่านพ่อต้องตกลงแน่นอน! ไม่อย่างนั้นข้าจะเตะคลังสมบัติลับของท่านพ่อให้คว่ำเลย!]
เปลือกตาของหลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงกระตุกวูบ
ท่านอาจารย์เป็ผู้บำเพ็ญกระบี่ และเป็คนที่จนที่สุดในสำนัก แต่กลับมีเงินเก็บส่วนตัวด้วยหรือ? ท่านอาจารย์ช่างมีความสามารถยิ่งนัก!
สองศิษย์พี่แอบชำเลืองมองฉีหลานชิงที่มีสีหน้าปกติ แล้วรีบหาข้ออ้างขอตัวลาจากไป เจียงอีเฉินที่กำลังสั่งการลูกศิษย์คนอื่น ๆ อยู่ที่ตำหนักหลัก จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ และมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น