่ค่ำของวันที่แสนเหนื่อยล้า
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนพร้อมแถบข้อความเด้งขึ้นมาที่มุมข้างจอของโน้ตบุ๊ก ระหว่างที่หญิงสาวร่างบางกำลังเร่งปั่นงานที่ถูกว่าจ้างมาอย่างขะมักเขม้น
“เฮ้อ ... งานเข้าอีกแล้วฉัน” กรีซถึงกับหยุดมือทำงานลงชั่วขณะ พร้อมพรูลมหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
เธอคิดและตัดสินใจกับตัวเองว่าจะเปิดดีหรือไม่เปิดดีอยู่ชั่วครู่เพราะงานที่ต้องทำอยู่ในตอนนี้ก็ล้นมือจนเธอแทบจะไม่มีเวลาพักอยู่แล้ว แต่ทว่าภาระค่าใช้จ่ายอีกมากมายที่รั้งตัวเธออยู่ทำให้เธอไม่สามารถละทิ้งคำว่าเงินไปได้เลย ...
กรีซสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้งพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง‘เอาก็เอาวะ!’ พร้อมเลื่อนเมาท์ไปเปิดอีเมลที่เพิ่งได้รับมา
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนไล่สายตาอ่านข้อความทุกตัวอักษรที่ได้รับมาจู่ๆความรู้สึกมากมายก็ตีรวนจนเธอรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนจะหายใจไม่ออกอย่างไม่สามารถบอกความรู้สึกที่แท้จริงได้
ในข้อความ ...ผู้ว่าจ้างสั่งการให้เธอเข้าไปขโมยข้อมูลลับจากเอเธลโกลด์คอร์ปอเรชั่นเกี่ยวกับโปรเจกต์สำคัญชิ้นใหญ่ของบริษัทซึ่งมีมูลค่ามากถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ฯซึ่งข้อมูลส่วนนี้ทั้งหมดทางผู้ว่าจ้างที่ติดต่อเธอเข้ามา้ามันอย่างมากและกำหนดให้เธอต้องเริ่มงานภายในอีกสองวัน!!
“อึก!ทำไมต้องเป็เอเธล โกลด์อีกแล้ว!!” กรีซถึงกับกัดฟันกรอดใบหน้าจิ้มลิ้มเปลี่ยนไปเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด สองมือเล็กกำเข้าหากันแน่นพลางบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดกับสิ่งที่เพิ่งได้อ่านล่าสุดอย่างไม่อาจทำอะไรได้
‘ฮึ! ทำไมถึงหนีจากเอเธล โกลด์ไม่ได้สักทีนะ!!!’ เป็คำถามที่กรีซถามตัวเองวนซ้ำๆมาตลอดั้แ่เธอก้าวพ้นออกมาจากวงโคจรของเขา แต่ไม่ว่าจะถามตัวเองสักกี่ครั้ง ...เธอก็ไม่เคยสามารถหาคำตอบให้กับคำถามนี้ได้เลย
‘เอเธล โกลด์ คอร์ปอเรชั่น’บริษัทเหมืองแร่ทองคำั์ใหญ่อันดับหนึ่งในทวีปออสเตรเลียที่ไม่มีใครต่างไม่รู้จักซึ่งนอกจากชื่อเสียงของบริษัทที่โด่งดังแล้วนั้น ชื่อเสียงของผู้บริหารอันดับหนึ่งของที่นี่อย่างเอเธล เวลส์ ก็ไม่น้อยหน้ากัน ...
เอเธล เวลส์ ... เขาขึ้นชื่อว่าเป็บอสใหญ่ที่เฉียบขาดและโหดที่สุดในบรรดาบอสใหญ่จากทุกๆรุ่น แถมในด้านมืด ... ชื่อเสียงของเขาก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน เพราะเขาเป็ถึงผู้คุมอำนาจสูงสุดของเขตการปกครองทั้งทวีปออสเตรเลีย
เขามีทั้งบริษัทั์ใหญ่และมีอำนาจล้นมือขนาดนี้ ... เธอจะเอาปัญญาที่ไหนเข้าไปขโมยความลับของเขาออกมาอีกครั้งกัน!
กรีซถึงกับคิดหนักจนแทบจะทึ้งหัวตัวเอง ใจหนึ่งก็อยากที่จะปฏิเสธการรับงานครั้งนี้แต่ทว่าผู้ว่าจ้างไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน แถมยังมัดมือชกเธอด้วยการโอนเงินมัดจำล่วงหน้ามาให้เธอก่อนแล้ว... ซึ่งยอดเงินที่เข้ามานั้น นับว่ามากพอที่จะต่อชีวิตแม่ของเธอไปได้อีกหลายเดือนทีเดียว
“เอาวะ!! ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้าย!” กรีซเอ่ยพูดให้กำลังใจตัวเองพลางนึกถึงใบหน้าอ่อนโยนของผู้ให้กำเนิดที่นอนป่วยเป็เ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล
แม้จะมีบางแว็บในหัวที่ผุดภาพคนในความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเธอดันตกหลุมพรางตัวเองแต่ตอนนี้เธอฝังกลบมันให้อยู่ลึกลงไปสุดหัวใจแล้ว ...
“ไม่ๆๆฉันจะไม่นึกถึงเขาอีก!! ... เขาก็เกลียดแกไปแล้วเข้าไส้ แกจะยังไปนึกถึงเขาทำไมอีกนักหนา!!!”กรีซพึมพำตีกับตัวเองอย่างเรียกสติพร้อมสะบัดหัวไปมาเพื่อสลัดภาพความคิดที่เกิดขึ้นทิ้งไป
ส่วนครั้งสุดท้ายที่เธอพูดย้ำกับตัวเองนั่นคือความคิดที่เธอคิดมาตลอดว่าจะทำงานสายลับแบบนี้เป็ครั้งสุดท้ายแล้ว ...จนครั้งนี้ มันคงจะเป็ครั้งสุดท้ายในงานสายลับของเธอแล้วจริงๆ
ใจจริงกรีซก็อยากเป็แค่ฟรีแลนซ์ธรรมดาทั่วไปที่รับงานเป็จ็อบๆเหมือนคนปกติคนอื่นๆ แต่ทว่าชีวิตก็มีเื่ให้เธอต้องดิ้นรนจนก้าวพลาดเข้าสู่วงการสายลับอย่างไม่ตั้งใจ
“เอาล่ะ!!เลิกคิดเื่ไร้สาระแล้วทำงานต่อได้แล้วยัยกรีซ!!” กรีซดึงสติตัวเองที่ลอยฟุ้งให้กลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆเป็จังหวะเพื่อควบคุมสติของตัวเองแล้วลงมือทำงานตรงหน้าที่ค้างคาอยู่ต่อ
.
.
.
2 วันต่อมา ...
ตึกเอเธล โกลด์ทาวเวอร์ วัน ... ตึกสูงเด่นสง่าสาขาแรกของบริษัทอันดับหนึ่งใจกลางเมืองออสเตรเลียกรีซแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ท่อนล่างสวมกระโปรงหนังทรงเอเข้ารูปก้าวเท้าฉับๆเข้าไปภายในตึกโดยไม่ได้แปลกแยก หรือเป็ที่จับตามองอะไร
เธอแตะบัตรผ่านเข้าออกตึกเข้าไปง่ายๆโดยที่ไม่มีใครจับพิรุธได้ด้วยบัตรพนักงานบัตรจริงที่เธอเพิ่งได้มาจากสาวน้อยคนหนึ่งที่ถูกเธอล่อลวงและมอมเมาจนสามารถขโมยบัตรพนักงานใบนี้มาได้
‘ขอโทษนะสาวน้อย... แต่ฉันจำเป็ต้องใช้มัน’ กรีซได้แต่คิดแล้วเอ่ยขอโทษสาวน้อยคนนั้นในใจพลางเหลือบมองรูปบนบัตรพนักงานในมือก่อนจะสวมบัตรพนักงานกลับเข้าที่ลำคอระหงของตัวเองแล้วก้าวเดินฉับๆ เข้าลิฟต์ต่อไปอย่างไม่รอช้า
.
.
‘แผนกธุรการ’
ป้ายหน้าชั้นขนาดใหญ่เด่นสะดุดเตะนำสายตาของผู้ที่ได้พบเห็นไม่น้อย
หญิงสาวสวมรอยขึ้นมาที่ชั้นธุรการตามบัตรพนักงานที่เธอได้มาซึ่งดูทรงแล้วคาดว่าสาวน้อยคนนั้น น่าจะเป็พนักงานใหม่ของที่นี่ ... กรีซกวาดสายตาอ่านป้ายหน้าชั้นก่อนที่จะแตะบัตรพนักงานตรงหน้าประตูทางเข้าอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเบาๆ ที่ขยับยิ้มอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยอย่างมีเลศนัย
‘เพราะเป็พนักงานใหม่นี่เอง... ถึงได้หละหลวมแบบนี้สินะ วันนี้ฉันจะทำงานแทนเธออย่างเต็มที่เลยล่ะสาวน้อย’กรีซคิดในใจเมื่อเห็นถึงช่องโหว่ของสาวน้อยเ้าของบัตรพนักงานในมือ
แต่ทว่ายังที่ไม่ทันที่หญิงสาวจะเดินเข้าไปหาโต๊ะทำงานของเ้าของบัตรพนักงานตัวจริง
จู่ๆ ก็มีเสียงทักทายพร้อมถามไถ่เอ่ยดังขึ้นจากทางด้านหลังของเธอทันที“เฮ้ยย!! ยัยเคท วันนี้แกแต่งตัวจึ้งมากวันนี้มีออกเดทที่ไหนหรือเปล่าจ้ะ”
เคท ... คือชื่อสาวน้อยคนนั้นเ้าของบัตรพนักงานตัวจริง
หญิงสาวสวมรอยหันไปแล้วค่อยๆส่ายหน้าเบาๆ อย่างปฏิเสธแทนการส่งเสียงตอบคำถามแก่เพื่อนร่วมงานของเคทตัวจริง
“อ่าว! นี่แกไม่สบายเหรอเคททำไมวันนี้ใส่หน้ากากอนามัยมา”อีกฝ่ายถามไถ่ต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“แค่กๆ” กรีซแสร้งทำทีเป็ไอก่อนจะเอ่ยพูดต่อด้วยน้ำเสียงแหบแห้งอย่างแ่เบา “อืมๆ ฉันไม่สบายอะเจ็บคอมากเลย”
“ตายๆ ดูแลตัวเองหน่อยสิยัยเคทปล่อยให้ตัวเองป่วยแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย” อีกฝ่ายเอ่ยบ่นเบาๆ พร้อมเดินเข้ามาโอบไหล่แล้วพากันเดินเข้าประจำที่นั่งทำงานกันไป
กรีซที่ได้ยินคำบ่นของเพื่อนร่วมงานคนนั้นก็แสร้งทำหน้าแห้งๆตอบกลับไปโดยไม่ได้ส่งเสียงเอ่ยพูดต่อ