จันทร์กระซิบคลื่น

    บทที่ 31: ความเจ็บปวด

            เสียงฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะสม่ำเสมออากาศเย็นชื้นทำให้บรรยากาศในห้องของอันนาเงียบงันและหนักอึ้งมีนานั่งอยู่ที่มุมโซฟา รอยยิ้มของเธอทำให้เธอยังคงดูมั่นใจเหมือนไม่ได้ทำอะไรที่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว


    พีทและอันนานั่งอยู่ตรงข้ามกันไม่มีใครพูดอะไร ทั้งสองมองเพื่อนเก่าของพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม


                “ทำไมต้องนัดฉันมาคุยด้วยล่ะ?” มีนาถาม


                “มีนา” อันนาเอ่ยขึ้น “ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงทำตัวแบบนี้?”


    เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเธอยังคงยิ้มอยู่แต่ดวงตาของเธอเหมือนไม่ได้มีความสุขเลย มีนาเงียบไปนานมากนานจนพีทคิดว่าเธออาจจะไม่พูดอะไรเลย


                แล้วเธอก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย“ทำไมเหรอ? ไม่ชอบเหรอ? ฉันทำตัวแบบนั้นมันผิดตรงไหน?”


                “ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้? มีนาที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนี้นะ”


                เธอหัวเราะออกมาอีกครั้งอีกครั้ง“มีนาคนเดิมเหรอ?”


                มีนาหลับตา สูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอเงยหน้าขึ้น“มันผ่านมากี่ปีแล้วที่เธอเคยเจอมีนาคนนั้น?”


                แววตาที่มืดมนของเธอจับจ้องไปที่พวกเขาก่อนที่เธอจะพูดออกมาในที่สุด “เธอสองคนนี่มัน...เห็นแล้วน่าหงุดหงิดนะ”


    พีทกับอันนาชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น


              “ฉันอิจฉาพวกเธอจริง ๆ นะ”เธอยิ้มและจ้องไปที่พีทและอันนา


                “ฉันอิจฉาพวกเธอ...อิจฉาที่พวกเธอยังมีชีวิตที่ดี” เธอพูดต่อ น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นไหว “อิจฉาที่พวกเธอยังมีรอยยิ้มยังมีความสุข ในขณะที่ฉันต้องเจอแต่เรื่องแย่ ๆ”


                “พวกเธอจำวันสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกันได้ไหม?” มีนาถามเสียงเบา


    พีทกับอันนาไม่ได้ตอบแต่พวกเขาจำได้ดี—วันที่พวกเขาทะเลาะกัน วันที่คำว่าเราของทั้งสามคนหายไปวันที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะกลายเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้เจอกัน


                “ตั้งแต่วันนั้นวันที่เราทะเลาะกัน... พวกเธอเดินออกจากชีวิตฉันไป แล้วพวกเธอก็มีความสุขดีมีชีวิตที่ดี ไม่สะทกสะท้านอะไรที่ไม่มีฉันอยู่ด้วย ในขณะที่ฉัน...” เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อเหมือนกำลังพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองอยู่


                “ในขณะที่ฉันต้องเผชิญกับทุกอย่างเพียงลำพัง”


                “ฉันเคยคิดว่าชีวิตมหาลัยจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดฉันมีแฟน มีเพื่อนใหม่ มีโลกที่กว้างขึ้นแต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นอะไรที่แตกต่างจากที่ฉันคิดโดยสิ้นเชิง...”


                เธอเงยหน้าขึ้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เธอรู้ไหมอันนาตั้งแต่วันนั้น ฉันไม่เคยมีเพื่อนที่จริงใจเลย”


                “เพื่อนในมหาลัยของฉัน... พวกเขาไม่เคยเห็นฉันเป็นเพื่อนจริงๆ ต่อหน้าพวกเขาก็พูดกับฉันดี แต่พอลับหลังก็เอาแต่นินทา” มีนายิ้มออกมาอีกครั้ง


                เธอจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “ทุกคนที่ใช้คำว่าเพื่อนเพื่อเข้าหาฉันมักแต่หวังอะไรจากฉันเสมอ พอฉันหมดประโยชน์พวกเขาก็ไป ไม่มีเยื่อใยใด ๆ”


                เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “ผู้คนที่ปล่อยข่าวลือ คนที่พูดลับหลังกลับกลายเป็นคนที่ฉันเชื่อใจ นึกว่าเขาเป็นเพื่อนจริง ๆ”


                “แล้วพี่กิตติล่ะ?” พีทถาม


                เธอหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “ฉันเคยคิดว่าเขาคือทุกอย่างของฉันพี่กิตติเป็นผู้ชายที่ดูเพอร์เฟกต์ที่สุดที่ฉันเคยเจอ ฉลาด มีเสน่ห์เป็นที่รักของทุกคน ถึงขนาดตามเค้าไปเรียนแหนะ”


    อันนาสบตากับพีท


                “แต่เขาควบคุมฉันทุกอย่างตั้งแต่การแต่งตัว การพูดคุย การใช้ชีวิต ฉันค่อย ๆสูญเสียตัวเองไปจนไม่เหลืออะไรเลย ฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขาพอใจกลัวว่าเขาจะไม่รักฉัน”


                เธอพูดต่อ น้ำเสียงสั่นเครือ “เขาทำให้ฉันคิดเสมอว่าฉันต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เขารักเขาทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันยังดีไม่พอ และ ฉันก็ยอมเปลี่ยนทุกอย่างเพื่อให้เขาเลือกฉัน”


    พีทกับอันนานั่งนิ่งไม่รู้จะพูดอะไรดี


                “แต่สุดท้าย...ฉันก็แค่คนที่เขาใช้เวลาว่างด้วยเท่านั้น”


                “เขามีผู้หญิงอีกเป็นสิบ” เธอกัดริมฝีปากแน่น“ทุกคนรู้ ยกเว้นฉัน”


                มีนายิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด“ฉันเลยบอกกับตัวเองว่าฉันจะไม่ยอมเป็นเหยื่ออีก”


                “แต่ฉันก็โง่เองอีกตามเคย” เธอหลับตาลง“ตอนฉันเริ่มทำงาน ฉันดันไปคบกับหัวหน้าของฉัน”


                “เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นคนสำคัญเขาชมฉันตลอดเวลา ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันพิเศษ แต่พอเวลาผ่านไป...เขาก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป”

    พีทกับอันนาเงียบไม่มีคำไหนจะพูด


                “เขาบอกฉันอยู่ตลอดว่าฉันไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเขาไม่มีใครเอา และที่แย่ที่สุดก็คือ...เขาทำให้ฉันเชื่อแบบนั้นจริง ๆ” เธอเงยหน้าขึ้นน้ำตาคลอเบ้า “แล้วสุดท้าย...”


    เธอหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา


                “เขาก็หักหลังฉันเหมือนที่ทุกคนทำ”


                “เขานอกใจฉัน เหมือนที่พี่กิตติทำ...แต่ครั้งนี้มันแย่กว่า” เธอขยับมือมากำแน่นกับผ้ากางเกง “เขาทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเป็นความผิดของฉันด้วยซ้ำ”


                “เขากดดันฉันด้วยเรื่องงานจนฉันเองก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร” เสียงเธอเบาลง “กว่าฉันจะออกมาจากจุดนั้นได้มันยากมากนะรู้มั้ย?”


                “ฉันไม่รู้ว่าฉันจะไปที่ไหนได้อีก” เธอพูด “และพอฉันย้ายมาที่นี่ไม่นานฉันก็เห็นพวกเธอ...”


                เธอมองพีทดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังที่เจือปนไปกับความสิ้นหวัง “ฉันเห็นนายและอันนา”


                “ฉันเห็นพวกเธอมีชีวิตที่มั่นคงมีความสัมพันธ์ที่มั่นคง มีกันและกันและมันทำให้ฉัน...”


                เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบา


                “ไม่ให้ฉันอิจฉาพวกเธอได้ยังไงล่ะ?” เธอสะอื้นออกมาเป็นครั้งแรก “ฉันเหลือใคร? ฉันมีใคร? ฉันไม่มีอะไรเลย!แล้วทำไมต้องเป็นฉันล่ะ?! ทำไมฉันต้องเป็นคนที่เจอแต่เรื่องเหี้ยๆ?!”


    ห้องทั้งห้องเงียบลงพีทมองมีนา และในที่สุดเขาก็เริ่มเข้าใจ เขาเริ่มเข้าใจว่าทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้


                อันนาเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะกอดเธอแน่น “ฉันขอโทษ ฉันมัวแต่คิดว่าตอนนั้นฉันเสียใจแค่ไหน โกรธเธอแค่ไหนโดยไม่ได้คิดเลยว่า เธอก็คงเสียใจเหมือนกัน”


                “โกหก!”มีนาตะโกนเสียงสั่น “พวกเธอทิ้งฉันไป! พวกเธอมีความสุขโดยไม่มีฉัน!”


    มีนาสะอื้น เธอพยายามผลักอันนาออกแต่แรงของเธอมันหมดลงแล้ว


                “ต่อไปนี้เธอไม่ต้องพยายามทำอะไรทั้งนั้นเราเป็นเพื่อนกัน พีทกับฉันจะอยู่ตรงนี้ ไม่ทิ้งเธอไปไหนอีก”


                “ทำไม? ทำไมยังให้อภัยฉันได้?ทั้งที่ฉันทำตัวแบบนั้น”เธอร้องไห้ในอ้อมแขนของอันนา


                “เพราะเราเป็นเพื่อนกันไง” พีทพูดขึ้น


                มีนาเงยหน้าขึ้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา “ฉันขอโทษ... ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำไปฉันรู้ว่ามันอาจจะสายไปแล้ว แต่ฉันแค่อยากให้พวกนายรู้ว่าฉันเสียใจจริง ๆ”


    พีทรู้ว่าคืนนั้นเป็นคืนที่เธอได้ปลดปล่อยความเจ็บปวดทั้งหมดที่เธอเคยเก็บซ่อนไว้มานาน


    ฝนยังคงตกหนักขึ้นเรื่อย ๆเสมือนเป็นตัวช่วยกลบเสียงร้องของมีนาและชำละความเศร้าและความโดดเดี่ยวของเธอให้หายไป


    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะร้ายแรงหรือเจ็บปวดอีกแค่ไหน ทั้งสามคนสัญญากันในใจว่าจะไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญกับมันเพียงลำพังอีกต่อไป

    นิยายแนะนำ

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023