“ชีวิตที่แล้ว! นาย...นายกำลังหมายถึงอะไร” หลินซูลี่ถามขึ้นอย่างตกใจ
“ไหนๆ เธอสองคนก็จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไม่นานแล้ว ฉันจะบอกความลับของฉันให้พวกเธอฟังก็แล้วกัน” เฉินเฮ่าจงพูดยิ้ม “ฉันใช้ชีวิตเป็นนายเฉินเฮ่าจงคนนี้มาสามครั้งแล้ว”
“สามครั้ง! เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้านายมีโอกาสย้อนเวลากลับมาได้จริงๆ ตัวนายก็คงจะไม่เดินทางผิดและทำให้ชีวิตของตัวเองล้มเหลวแบบนี้” หลินซูลี่พูดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ
“เธอไม่เชื่อฉันหรือ” เฉินเฮ่าจงยิ้ม “ในชีวิตแรกฉันเป็นผู้ชายที่นิสัยดีและซื่อสัตย์ต่อความรักมากเลยนะซูลี่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าหลินเว่ยฉิงรักฉันมากขนาดไหน แต่ฉันก็ยังปฏิเสธหล่อนและหันมาแต่งงานกับเธอ แล้วยังไงล่ะความรักมันก็กินไม่ได้ ชีวิตแต่งงานของพวกเราเต็มไปด้วยความลำบากและยากจน สุดท้ายพวกเราก็ป่วยเพราะขาดสารอาหาร เมื่อฉันมีโอกาสได้ย้อนกลับมาในชีวิตที่สอง ฉันแทบจะเก็บความดีใจไว้ไม่ไหวเลยล่ะ แต่น่าเสียดายที่ฉันย้อนกลับมาตอนที่ฉันเริ่มคบกับเธอไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังเข้าหาหลินเว่ยฉิงอย่างไม่ต้องคิด ฉันหว่านเสน่ห์ให้หล่อนมากมาย และหล่อนก็ตกหลุมรักฉัน หล่อนเชื่อฟังฉันทุกอย่าง การที่เธอถูกส่งไปอยู่ที่ชนบทก็ล้วนแต่เป็นความคิดของฉัน”
“ไม่ใช่เพราะแม่เลี้ยงกับเว่ยฉิงเกลียดฉันมากจนไม่อยากเห็นหน้าฉันหรอกหรือ”
“นั่นคงเป็นเหตุผลของพวกเขาส่วนหนึ่ง เพราะเหตุผลที่แท้จริงก็คือหลินเว่ยฉิงกลัวว่าฉันจะไม่แต่งงานกับหล่อนมากกว่า แต่เรื่องมันก็ยังไม่จบแค่นั้นหรอกนะซูลี่ การที่ฉันจะเปลี่ยนการแต่งงานจากเธอมาเป็นหลินเว่ยฉิงได้ เธอรู้ไหมว่าฉันต้องจัดฉากและว่าจ้างไป๋หลิงฉีให้มานอนกับเธอที่โรงแรม ทำอย่างนี้เท่านั้นผู้คนถึงจะไม่ต่อว่าฉันที่หันมาแต่งงานกับน้องสาวของคนรัก”
“ในเมื่อนายได้แต่งกับเว่ยฉิงและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เรื่องมันก็น่าจะจบลงแล้วไม่ใช่หรือ แต่ทำไมนายยังมาเคียดแค้นอะไรกับฉันนักหนา นายน่าจะปล่อยฉันไปได้แล้ว”
“มันก็ถูกของเธอนะ ฉันได้แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่กับหลินเว่ยฉิงอย่างมีความสุข และเห็นชีวิตของเธอตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เท่านี้มันก็น่าจะพอใจแล้ว แต่สุดท้ายฉันก็ได้ย้อนกลับมาเป็นนายเฉินเฮ่าจงในชีวิตที่สามอีก ฉันเริ่มต้นทุกอย่างเหมือนในชีวิตที่สอง และฉันยังเพาะความเกลียดชังในตัวเธอให้กับหลินเว่ยฉิงหนักขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย หรือแม้แต่ว่าที่แม่ยายของฉันอย่างคุณจ้าวหวั่นฮุ่ยก็ยังเชื่อคำพูดของฉันและเอาความล้มเหลวและผิดหวังในชีวิตของหล่อนไปโทษเธอกับแม่ของเธออยู่ตลอด ที่เธอถูกแม่เลี้ยงกับน้องสาวกลั่นแกล้งมาตลอดก็เป็นเพราะคำพูดของฉันนี่ล่ะ”
“การตายของพ่อฉันคงไม่ได้เกี่ยวกับนายด้วยหรอกนะ”
“เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวกับฉันเลย มันเป็นความผิดพลาดของจ้าวหวั่นฮุ่ยเองต่างหาก”
“แต่ถึงยังไงนายก็ยังเป็นคนเลวมากในสายตาฉัน ที่นายตกต่ำในชีวิตแรกมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันเลย ทุกอย่างมันอยู่ที่การตัดสินใจของนายเองต่างหาก ทำไมนายถึงไร้เหตุผลแล้วก็เอาความผิดทุกอย่างมาโยนให้ฉัน”
“ถ้าฉันไม่โทษเธอแล้วฉันจะไปโทษใคร แต่ก็เอาเถอะถึงชีวิตที่สองของฉันจะมีความสุขยังไง ฉันก็ยังต้องมาตายไปเพราะอาการป่วยอยู่ดี”
“นายคงไม่โทษฉันอีกหรอกนะ” หลินซูลี่ยิ้มเยาะ “แล้วครั้งนี้ล่ะ ทำไมนายยังคอยจ้องแต่จะทำลายชีวิตของฉันอีก ทำไมนายไม่เลือกเดินบนเส้นทางใหม่”
“ในเมื่อแผนการในชีวิตที่สองของฉันมันเคยสำเร็จมาแล้ว ฉันจะเสียเวลาไปคิดแผนใหม่ขึ้นมาทำไมกันล่ะ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมแผนการและเหตุการณ์ต่างๆ มันถึงได้เปลี่ยนไป ตั้งแต่เธอกลับมาจากชนบท เธอก็ไม่เหมือนหลินซูลี่คนเดิม ฟางซินเยว่ก็ไม่ใช่คนเดิมที่ฉันรู้จัก ยังมีนายซ่งจื่อหยวนอะไรนั่นอีก เขาเข้ามาในชีวิตของเธอได้ยังไง ข้อนี้ทำให้ฉันสงสัยมาก” เฉินเฮ่าจงพูดถึงความสงสัยของตัวเองขึ้นมา
“อดีตมันอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ คงเป็นเพราะนายที่ทำชั่วเอาไว้มาก กรรมมันก็เลยเปลี่ยนอดีตของนายให้เลวร้ายลงไปอีก”
เฉินเฮ่าจงยิ้มขึ้นอีกครั้ง “ฉันไม่สนเรื่องเวรกรรมอะไรนั่นหรอก”
“เฮ่าจง ในเมื่ออดีตมันไม่เหมือนเดิม แล้วทำไมนายไม่คิดที่จะหยุด นายจะกลับตัวกลับใจตอนนี้ก็ยังทันนะ” หลินซูลี่เริ่มโน้มน้าว “ถึงแม้ตอนนี้ชีวิตฉันจะเปลี่ยนไป แต่ฉันก็ไม่คิดที่จะเข้าไปยุ่งกับเรื่องของนายหรอก นายไปใช้ชีวิตกับเว่ยฉิงให้มีความสุขสิ ต่อไปสมบัติทั้งหมดของสกุลจ้าวก็ต้องตกมาเป็นของนายกับเว่ยฉิง ฉันว่านายหยุดทำเรื่องร้ายๆ ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ”
“ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือ ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนชื่อเสียงเน่าเหม็นไปแล้วล่ะซูลี่ ฉันมาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แบบไหนเธอไม่รู้หรือ ฉันเป็นทั้งเจ้าของบ่อน เป็นทั้งเจ้าของสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียง ส่วนหลินเว่ยฉิง ตอนนี้นังนั่นมันไม่ได้รักฉันเหมือนเดิมแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม ทั้งหมดก็เป็นเพราะเธอยังไงล่ะ เธอทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไป เธอเข้ามาทำให้แผนการทุกอย่างของฉันพังไม่เป็นท่า เธอบอกฉันมาตามตรงเถอะนะว่าเธอก็ย้อนอดีตกลับมาเหมือนกัน”
“ย้อนอดีตอะไร! นายกำลังพูดเรื่องเหลือเชื่ออะไรอยู่” หลินซูลี่ปฏิเสธเสียงแข็ง “ถ้ามีเรื่องดีๆ แบบนั้นเกิดขึ้นกับฉันจริงก็ดีน่ะสิ เพราะฉันจะไม่ยอมให้แม่กับพ่อของฉันตายจากฉันไปแบบนี้หรอก”
“เธออาจจะย้อนกลับมาตอนที่เธอไปอยู่ที่ชนบทก็ได้ ไม่อย่างนั้นชีวิตเธอจะดีขึ้นกว่าเดิมได้ยังไง”
“ในชนบทพวกเราต้องใช้ชีวิตยังไงนายไม่มีทางรู้หรอก จะกินให้อิ่มจะนอนให้พอมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงกลัวตายคนหนึ่ง ฉันก็เลยได้แต่ก้มหน้าก้มตาปรับตัวเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดได้ก็เท่านั้น” หลินซูลี่ยังกล่อมเฉินเฮ่าจงต่อ “ในเมื่อฉันยังทำตัวเองให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ทำไมนายไม่ลองทำอย่างฉันบ้างล่ะ เชื่อฉันเถอะนะเฮ่าจง ถ้านายเปลี่ยนตัวเองได้ นายจะมีชีวิตที่สดใสกว่านี้มากเลย”
“เธอพูดพอหรือยัง” เฉินเฮ่าจงพูดขัดจังหวะและเริ่มเดินหน้าเข้าหาหลินซูลี่ “ในเมื่อชีวิตนี้ฉันได้เดินมาในเส้นทางแห่งความมืดแล้ว ฉันก็จะยิ่งใหญ่ในเส้นทางนี้ให้ได้ และเธอก็จะมาขวางฉันไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉันจะกำจัดเธอไปให้พ้นทาง ฉันคิดไม่ผิดหรอก เธอนั่นล่ะที่มาทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไป”
“แกอย่าทำอะไรซูลี่นะ” ฟางซินเยว่มาขวางหน้าหลินซูลี่ไว้
“เธอก็เหมือนกันนะซินเยว่ ชีวิตที่แล้วฉันสั่งให้ทำอะไรก็ไม่เห็นว่าเธอจะเคยขัดฉันสักอย่าง เธอเลวถึงขนาดกับไปแย่งสามีของหลินซูลี่เลยนะเธอรู้ตัวบ้างไหม และไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใครน่ะหรือ เขาก็คือไป๋หลิงฉีคนที่เธอเกลียดนักเกลียดหนาตอนนี้ยังไงล่ะ”
“ไม่จริง! นายอย่ามาสร้างเรื่องให้ฉันกับซูลี่ต้องผิดใจกันเลย” ฟางซินเยว่พูดขึ้นอย่างไม่เชื่อ
“เธอรู้ไหมว่าชีวิตที่แล้วจุดจบของเธอคืออะไร”
“ไม่! ฉันไม่อยากรู้” ฟางซินเยว่ร้องห้าม เพราะเธอกลัวสิ่งที่กำลังจะได้ยิน หากเฉินเฮ่าจงเป็นคนที่ย้อนอดีตมาจริงๆ คำพูดของเขาก็คงจะเชื่อถือได้ เธอไม่อยากได้ยินว่าเธอเคยเป็นคนเลวแค่ไหน และเธอก็ไม่อยากให้ลูกในท้องมารับรู้เหมือนกันว่าเขามีแม่ที่เป็นคนเลว
“นายไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องพวกนี้หรอก ความจริงแล้วฉันก็ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่นายกำลังพูดอยู่หรอกนะ ถ้าหากนายย้อนอดีตมาได้จริงๆ นายจะแพ้ให้ฉันทุกทางอย่างนี้หรือ นายเลิกพูดเถอะ แล้วก็รีบปล่อยฉันกับซินเยว่ไปซะ ไม่งั้นนายจะต้องมีจุดจบที่ไม่ดีแน่” หลินซูลี่เริ่มพูดเสียงดัง
“เธอจะทำอะไรฉันได้หรือซูลี่” เฉินเฮ่าจงถามยิ้ม
“ซูลี่ทำไม่ได้ แต่ฉันทำได้!”