เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 30: เล่ห์กล Artifice

    “มัวยืนทำบื้ออะไร จัดการมัน” ชายประมาณวัยกลางคนอีก 7 คนต่างก็พุ่งเข้ามาจัดการกับยูโตะ แต่ก็ถูกสวนกลับไปด้วยยูยิตสูจนน็อคและสลบลงทุกราย“หนอยแน่แก” เทศมนตรีเกนยะชักดาบออกมาจากฝัก และถือมันไว้ด้วยมือหนาทั้งสองข้าง ในลักษณะการถือดาบที่ยกคมดาบขึ้นในแนวตั้ง และชี้ปลายดาบขึ้นด้านบนทางด้านนักพรตโซเคนก็เรียกดาบคาตานะที่หล่นอยู่บนพื้นให้ลอยมาอยู่ที่มือหนาของเขา ก่อนที่จะตั้งท่าดาบขึ้นในลักษณะการถือดาบด้วยมือสองข้างที่ยกคมดาบขึ้นประมาณศีรษะในแนวนอน โดยที่หันคมดาบไปด้านบน และชี้ปลายดาบไปที่ข้างหน้า สึรุฮิเมะพูดกระซิบอะไรบางอย่างให้ยูโตะฟัง ก่อนที่เขารีบวิ่งออกจากตัวบ้านคฤหาสน์ไปในทันทียูกินะรีบวิ่งเข้าไปช่วยสมทบสึรุฮิเมะ และชักดาบพลังแสงออกมา นักพรตโซเคนร่ายเวทย์ลงบนคมดาบ จนมันเรือนแสงสีแดงออกมาพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกโชนไปทั่วคมดาบ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็พุ่งเข้าปะทะกันด้วยดาบ โดยที่ยูกินะเข้าเผชิญหน้ากับนักพรตโซเค็น และสึรุฮิเมะเข้าเผชิญหน้ากับเทศมนตรีเกนยะ“เจ้าอิซานางิ...เจ้าหญิงฮิเมรากิ...ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยกี่พันปี ไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติ พวกเจ้าทั้งสองก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”นางเทวีอสูรฯ ในร่างสึบากิรู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก โดยเฉพาะยูโตะ หรือเจ้าชายฮิโกโบชิในอดีตกาลที่ยังคงมาขัดขวางแผนการของนางเพียงเพื่อจะช่วยสึบากิ หรือเจ้าหญิงโอริฮิเมะในอดีตกาลยูกินะสามารถรับมือและต่อสู้ด้วยดาบในระยะประชิดได้อย่างชำนาญจนแทบจะราวกับเป็นปรมาจารย์ อันเนื่องมาจากตัวเธอนั้นเคยร่ำเรียนวิชาเคนโด้กับผู้เป็นปู่มาตั้งแต่สมัยอนุบาล และเธอก็เคยชนะเลิศในการแข่งประลองเคนโด้ในระดับประเทศมาตั้งแต่สมัยชั้นมัธยมต้นปี 1 ไปจนถึงสมัยชั้นมัธยมปลายปี 3 อีกด้วย“มันเป็นนางเทวีอสูรฯ มันไม่ใช่คน ทำไมแกยังจะปกป้องมันอยู่อีก”“นั่นก็เพราะว่าสึบากิคือน้องสาวของฉันยังไงหง่ะ”ยูกินะปัดคมดาบเปลวไฟไปยังทิศทางอื่น ก่อนที่จะฟันเข้าที่กลางลำตัวของนักพรตโซเคนเข้าอย่างจัง แต่ด้านคมนั้นไม่ได้เข้าหาอีกฝ่าย จึงทำให้คู่ต่อสู้นั้นยังไม่ถึงกับตาย อย่างมากที่สุดก็แค่ทำให้อีกฝ่ายนอนหมดสติไปสักระยะ“เดี๋ยวแกจะได้เสียใจที่สุดในชีวิต ที่แกบังอาจมาขัดขวางพวกฉัน ในการกำจัดนางเทวีอสูรฯ”อยู่ๆ ก็มีน้ำเสียงคล้ายกับสัตว์น่ารักๆ ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณภายในบ้านว่า“โว้ย คำก็นางเทวีอสูรฯ สองคำก็นางเทวีอสูรฯ เจ้านักพรตหน้าบื้อเอ๊ย ข้าดูเหมือนนางเทวีอสูรฯ ตรงไหนฟะ”ใบหน้างามของสึบากิเริ่มแสดงอาการที่แทบจะคล้ายกับตกใจกลัวอย่างสุดขีด ก่อนที่จะมีกลุ่มควันสีเหลืองอ่อนลอยฟุ้งออกมาจากช่องปากและรูจมูกทั้งสองข้างและก็เลือนหายไปร่างงามของสึบากิก็ได้สลบลง สักพักก็เกิดแรงระเบิดขนาดย่อมขึ้นพร้อมกับควันสีขาวที่ลอยฟุ้งออกมา และโอบล้อมไปทั่วร่าง หลังจากที่ควันสีขาวนั้นได้จางหายลง สึบากิก็ได้กลับคืนสู่ร่างทานุกิอันเป็นภูติพิทักษ์ของสึรุฮิเมะ เสื้อยืดแขนยาวสีชมพูกับกางเกงยีนส์สกินนี่ขายาวสีดำนั้นได้ร่วงหล่นสู่พื้น พร้อมกับชุดชั้นในลูกไม้สีขาว“บรื๊อ~ อยู่ในร่างข้ามาซะนาน ทำเอาขนลุกซู่ไปหมดเลย” ทานุกิลูบไล้ไปทั้งตัวราวกับขยะแขยงทางด้านยูโตะก็ได้พาสึบากิร่างจริงเข้ามาในบ้านคฤหาสน์ ทั้งยูกินะและสองผู้เป็นบุพการีต่างก็รีบเดินเข้าไปหาสึบากิด้วยความร้อนรน เธออยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีม่วงกับกางเกงยีนส์ขายาวสีขาวชนิดรัดรูปที่เผยให้เห็นสัดส่วนต่างๆ บนเรือนร่างงามของเธอ“คุณพ่อ คุณแม่ พี่คะ” สึบากิรีบเดินเข้าไปกอดร่างยูกินะกับสองผู้เป็นบุพการีด้วยความหวาดกลัวนิดๆ“ค่อยยังช่วยหน่อย ยังดีที่ลูกไม่เป็นอะไร”“โล่งอกไปที ที่ลูกยังปลอดภัย” เซ็นเคียวกับนิชิโกะต่างก็รู้สึกหายห่วงที่เห็นสึบากินั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก“ตอนที่หนูเห็นผู้คนเข้ามาคุกคามในบ้าน หนูกลัว กลัวจนไม่กล้าลุกออกไปไหนมาไหนเลย”“ไม่ต้องกลัวแล้วนะสึบากิจัง พี่อยู่ตรงนี้แล้ว” ยูกินะพยายามปลอบประโลมสึบากิจนทำให้ความหวาดกลัวภายในใจนั้นค่อยๆ แผ่วเบาลง“ถึงแม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตน้องสาวดิฉันไว้” ยูกินะพลางโค้งคำนับให้ยูโตะเป็นการขอบคุณ“ถ้าไม่ได้คุณมาช่วย น้องสาวฉันจะต้องแย่แน่ๆ”“ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ แล้วก็ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน” เซ็นเคียวกับนิชิโกะต่างก็โค้งคำนับให้ยูโตะเป็นการขอบคุณและขอโทษกันยกใหญ่“จริงๆ แล้ว คนที่พวกคุณควรจะขอบคุณ คือคุณมิโกะคนนั้นต่างหากหล่ะครับ”ดวงตาสีม่วงของเขาพลางมองไปที่สึรุฮิเมะที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับเทศมนตรีเกนยะอยู่ในขณะนี้ ก่อนที่ภาพเหตุการณ์จะย้อนกลับไปยังช่วงก่อนที่จะมีเหล่าผู้คนจำนวนมากมายืนมุงกันที่หน้าประตูรั้วที่บ้านคฤหาสน์ภายในห้องนอนหรูมืดมิด มีมีดไอกุชิเล่มหนึ่ง ลอยพุ่งเข้ามาผ่านช่องหน้าต่าง และปักลงที่พื้น ทันใดนั้น ก็มีร่างของมิโกะสาวงามปริศนาคนหนึ่งถูกวาร์ปเข้ามาในห้องตามจุดที่มีใบมีดไอกุชิปักไว้บนพื้น มิโกะสาวค่อยๆ เดินเข้าไปหาสึบากิที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างเงียบๆ โดยที่พยายามไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้ แต่นิดเดียว มิโกะสาวค่อยๆ ยื่นมือเรียวงามเข้ามาปลุกสึบากิให้ตื่นขึ้นอย่างแผ่วเบา“ชู่ว เงียบไว้ก่อน ข้ามาดี ที่ข้ามาก็เพื่อจะมาเตือนเจ้า”มิโกะสาวปริศนาพูดกระซิบเบาๆ มิโกะสาวผู้นี้ล่วงรู้ได้ว่า มีเคราะห์ร้ายบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นกับสึบากิ จึงรีบออกเดินทางจากศาลเจ้าโอยามะสึมิบนเกาะโอมิชิมะ มุ่งหน้าไปหาสึบากิที่บ้านคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระที่เมืองเกียวโตทันที“เตือนเรื่องอะไรเหรอคะ”“มีผู้คนกลุ่มหนึ่งจะมาทำร้ายเจ้า”สึบากิรู้สึกตกใจมาก เมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงรีบลุกจากเตียงเดินไปเปลี่ยนชุดนอนกับชุดชั้นใน ก่อนที่จะหยิบชุดเครื่องแต่งกายจากตู้เสื้อผ้า และเปิดประตูลับที่ติดอยู่หลังตู้เสื้อผ้าเข้าไปด้านในอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ไต่บันไดขึ้นไปนอนบนเตียงที่ห้องลับใต้หลังคาที่อยู่ด้านบนสุด “งั้นข้าไปก่อนนะ ที่เหลือก็ฝากด้วย”“ได้เลยขอรับ ท่านสึรุฮิเมะ”สึรุฮิเมะรีบเรียกมีดไอกุชิและปาออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อวาร์ปตัวออกมาจากห้องนอน ทางด้านทานุกิ ภูติพิทักษ์ของสึรุฮิเมะก็ได้ทำการแปลงกายเป็นสึบากิและสวมใส่ชุดนอนกับชุดชั้นในที่เธอถอดทิ้งไว้ ก่อนที่จะขึ้นไปนอนบนเตียงข้างยูกินะเป็นการเริ่มสวมบทบาทในท่ามกลางความวุ่นวายภายในบ้านคฤหาสน์ หลังจากที่ยูโตะได้ยินเสียงกระซิบจากสึรุฮิเมะ จึงรีบเดินออกมาจากบ้านคฤหาสน์ทันที เท็นมะได้ปรากฏตัวขึ้นและพายูโตะบินขึ้นไปที่บนหลังคาของบ้านคฤหาสน์ ยูโตะเห็นสึบากิกำลังนั่งร้องไห้อยู่บนเตียงผ่านหน้าต่างกระจกบนหลังคา จึงรีบลงจอดที่บนหลังคาและรีบลงจากหลังม้าปีกมีเขาเดินไปเคาะหน้าต่างกระจกทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่ม สึบากิก็รู้สึกเหมือนมีดลบันดาลอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในจิตใจ เธอจึงรีบเดินไปเปิดหน้าต่าง “น้อง พี่มารับแล้วนะ รีบลงไปที่ด้านล่างกันเถอะ”“คุณเป็นใครเหรอคะ”“เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ทั้งพ่อแม่และพี่สาวของน้องกำลังรออยู่ที่ด้านล่าง พี่จะพาน้องไปหาพวกเขา”หลังจากที่สึบากิเดินออกมาจากทางช่องหน้าต่างบนหลังคา ยูโตะก็รีบพาสึบากิขึ้นบนหลังม้าปีกมีเขาและบินลงไปที่พื้นระเบียงตรงบริเวณบ่อน้ำพุใหญ่ที่หน้าบ้านคฤหาสน์ด้านล่างทันที

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน