มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 187 ไม้ตายตระกูลฉาน

        ทั้งสองฝ่ายต่างได้เห็นการต่อสู้ของแต่ละคนในรอบที่ผ่านมา บัดนี้จึงเตรียมตัวระมัดระวังเต็มที่ เซินฉานต้องการจะตัดสินผลแพ้ชนะให้เร็วที่สุดเมื่อเสียงกล่าวเริ่มการประลองจบ มันรีบพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมออกกระบวนท่าหวังพิชิตคู่ต่อสู้ในเวลาอันรวดเร็ว โหมใช้กระบวนท่าทั้งหมดทันที

 

        "กระบี่ลมหวนดอกเหมยผันแปร..!!"

 

         "หมาป่าเพลิงพิฆาต..!!"

 

        "เปลวอัคคีเก้าโลกันต์..!!"

 

        บังเกิดรังสีกระบี่มากมายดุจดอกเหมยร่วงกระจายล้อมรอบกังหลงเป็นเส้นสาย ตามติดด้วยเปลวเพลิงรูปศีรษะของหมาป่าขนาดใหญ่พุ่งเข้าขย้ำซ้ำเติม และปรากฎวงแหวนอัคคีขนาดใหญ่ถึงเก้าชั้นตกลงครอบร่างกังไว้ภายในจนมองเห็นแต่เปลวเพลิงสามลักษณะลุกโชนเผาไหม้มิอาจเห็นผู้คนที่อยู่ภายในได้

 

        แรงกดดันและความร้อนแผ่กระจายออกรอบข้างจนผู้ชมต้องขยับถอยหนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกระทันหันนี้ทำให้ผู้คนภายนอกต่างตื่นตะลึงในความรวดเร็วและรุนแรง  การโจมตีของเซินฉานเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่กังหลงยังมิได้ขยับแม้แต่น้อย นับว่าเป็นการช่วงชิงเวลาอันเหนือล้ำก็ว่าได้ เสียงเอะอะหลากหลายอารมณ์ได้ดังขั้นจนฟังเกือบไม่ได้ศัพท์

 

        "โอ..หรือการต่อสู้จะจบลงด้วยเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้  เจ้าเซินฉานจู่โจมอย่างรวดเร็วจนคู่ต่อสู้มิอาจทันได้ลงมือ บัดนี้เจ้าหนุ่มกังหลงตกอยู่ภายใต้เปลวเพลิงอันร้อนแรงจนมิอาจเห็นอันใดได้ หากผ่านไปอีกสามลมหายใจเจ้าเด็กตระกูลกังยังมิได้เกลือกกลิ้งออกมา ชิวิตคงต้องดับดิ้นภายในเปลวเพลิงอย่างมิต้องสงสัย..!!"

 

        "มินึกว่าเจ้าเซินฉานถึงกับใช้ไม้ตายของตระกูลออกมารวดเร็วเช่นนี้..เจ้าหนุ่มตระกูลฉานคงมีจักระธาตุอัคคีที่เปิดออกแล้วถึงได้โจมตีด้วยกระบวนท่าไม้ตายอันเลื่องชื่อของตระกูลฉาน นามว่า เปลวอัคคีเก้าโลกันต์..!!"


        ผู้ชราที่มาชมดูการประลองกล่าวขึ้น สร้างความสงสัยแก่ผู้คนรอบข้างจึงกล่าวถาม


        "ท่านเคยรับทราบกระบวนท่า เปลวอัคคีเก้าโลกันต์ มาก่อนรึท่านผู้เฒ่า..?"


        "ข้ากลับไม่เคยได้ยินว่าตระกูลฉานยังมีไม้ตายเช่นนี้อยู่ ดูจากความร้อนแรงที่แผ่ออกมายังรอบนอกนับว่าร้ายกาจนัก..!!"


        ผู้ชราที่กล่าวในตอนต้นเหลือกตาขึ้นนิดหนึ่งแล้วกล่าวออกมาอย่างมิใคร่พอใจนัก..


        "ฮึ..พวกเจ้ามิเคยได้ยินมาถือว่ามิแปลก หากเคยได้ยินมานี่สิถึงจะประหลาด เพราะท่าไม้ตายของตระกูลฉานนั้นได้สาปสูญมิได้ปรากฎออกมาตั้งแต่ได้สิ้นบรรพชนของตระกูลฉานเมื่อคราโน้น อันสืบเนื่องมาจากที่ผ่านมาผู้ที่จะสามารถเรียนรู้ท่าไม้ตายเปลวอัคคีเก้าโลกันต์ได้ต้องเป็นผู้ที่มีจักระเปิดออกตั้งแต่สองจุดขึ้นไปและหนึ่งในนั้นต้องเป็นตำแหน่งจักระธาตุไฟที่ได้เปิดออกแล้วเท่านั้น "


        "พวกเจ้าคงมิทราบหรอกว่า แม้คนเราจะมีจักระอยู่ทั้งหมดเจ็ดตำแหน่ง แต่ทุกคนมิใช่จะสามารถเปิดจักระเหล่านั้นออกมาได้ทั้งหมด แต่ละคนตั้งแต่ถือกำเนิดมาหากโชคดีจักระเปิดออกได้เพียงหนึ่งตำแหน่ง และหากมีพรสวรรค์ที่เหนือล้ำขึ้นก็จะเปิดได้สองตำแหน่งขึ้นไปพร้อมกัน แต่หาได้น้อยมาก..เพียงถือกำเนิดมาแลัวบังเอิญจุดจักระได้เปิดออกหนึ่งจุดก็ถือว่ามีวาสนาแล้ว "


        "โดยส่วนใหญ่ในหนึ่งร้อยคนที่ถือกำเนิดมามีโอกาสที่จุดจักระจะเปิดออกเองตั้งแต่แรกเกิดเพียงหนึ่งจุด ก็มีโอกาสเพียงห้าในร้อยเท่านั้น แล้วจุดจักระที่เปิดก็มิทราบว่าจะเป็นตำแหน่งของธาตุอะไร ดังนั้นที่เจ้าเด็กเซินฉานสามารถร่ำเรียนท่าไม้ตายเปลวอัคคีเก้าโลกันต์นี้ได้แสดงว่าย่อมมีโชคและมีพรสวรรค์มิน้อยเลย..!!"


        "โอ้...เป็นเช่นนี้เองรึ..?...ถ้าอย่างนั้นเจ้าหนุ่มตระกูลกังคงต้องลำบากแล้ว..นี่ก็ผ่านมาเกือบสามลมหายใจแล้วยังมิเห็นเจ้าหนุ่มนั่นเกลือกกลิ้งออกมาจากกองเพลิงเลย...!!"

 

        "มิทราบเป็นอย่างไรบ้าง ? อัคคีลุกโหมขนาดนี้ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์ก็คงยากจะทนทานได้..!!"

 

       "หรือการต่อสู้จะจบลงเพียงแค่นี้แล้ว..!! เจ้าเด็กจากตระกูลกังคงยากจะมีชีวิตรอดได้..เปลวไฟร้อนแรงขนาดนี้...โอ..ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก"

 

       เริ่มมีเสียงพูดคุยกัน..วิจารณ์ถึงสถานการณ์ของกังหลงมากขึ้นจนทำให้เยี่ยนฟางเริ่มร้อนรนขึ้นมาเช่นกันนางหันมาสอบถามนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ..

 

       "พี่เหมี่ยวเซี๊ยะ..ทำไมยังไม่เห็นพี่กังหลงอกกมาจากกองเพลิง..? หรือพี่กังหลงจะได้รับอันตรายแล้ว..!!"


        แรงกดดันและความร้อนยังแผ่กระจายออกรอบข้างจนผู้ชมยังมิกล้าเข้าไปใกล้ สิ่งที่เกิดขึ้นบนลานประลองบัดนี้มีเพียงเปลวเพลิงที่ยังลุกโหมมิหยุด  เซินฉานยืนเฝ้าดูผลงานการโจมตีของตนโดยมิได้ขยับแม้แต่น้อย


        ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งทำให้เซินฉานยิ่งแปลกใจ ปกติผู้คนที่โดนโจมตีด้วยเปลวเพลิงเช่นนี้ หากมิสามารถหลุดรอดออกมาจากกองเพลิงได้ภายในสองลมหายใจ ย่อมต้องทุรนทุรายส่งเสียงโอดครวญจากพิษของความร้อนแห่งเปลวเพลิงที่แผดเผาออกมาให้ได้ยินบ้าง แต่นี่มิมีอันเสียงอันใดเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ดุจดังภายในกองเพลิงมิได้มีสิ่งใดอยู่ เซินฉานครุ่นคิดออกมา


        "แปลกจริง..เหตุใดข้าถึงสัมผัสอันใดในกองเพลิงมิได้แม้แต่น้อย หรือเจ้ากังหลงถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นย่อมต้องมีเสียงปะทุของเลือดเนื้อและกระดูกที่โดนไฟแผดเผาให้ได้ยินออกมาบ้าง หรือจะมีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้น..!!" 


        มิทันที่เซินฉานจะทำอันใดต่อก็มีเสียงจากผู้คนรอบลานประลองกระตุ้นให้มันหลุดจากภวังคืแห่งความคิดนั้น


        "พวกเราดูนั่น..!!..เหตุใดเปลวไฟถึงได้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำแล้ว..."


        "โอ้..!!...เปลวเพลิงสีแดงกลับเปลี่ยนเป็นสีดำหมดแล้ว...!!....เกิดอะไรขึ้นนี่..?"


        "อาาา...!!..นั่น..!!...เห็นรึไม่ในกองเพลิงสีดำสนิทนั้นมีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว...โอ...ไม่สิ..ไฟสีดำสนิทกำลังเคลื่อนไปทางเจ้าเซินฉาน..!!"


        สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้เซินฉานตกใจสุดขีด เนื่องจากเพลิงที่ก่อนหน้านี้มีสีแดงที่กำลังลุกเผาไหม้บัดนี้เริ่มกลายเป็นสีดำที่ละนิด คล้ายสีดำได้เริ่มกลืนกินสีแดงไปอย่างรวดเร็ว เพียงเวลาชั่วครู่สีแดงได้หายไปหมดสิ้น ตอนนี้เพลิงที่กำลังลุกโหมเผาไหม้กลับกลายเป็นสีดำสนิทไปหมดแล้ว..!! และขณะนี้กองเพลิงสีดำกำลังเคลื่อนเข้ามาหาตน...!!

 

        "โอ...พระเจ้า...!!..เปลวเพลิงกลับกลายเป็นสีดำไปทั้งหมดแล้ว..และมันกำลังเคลื่อนที่..!!"


        "หรือจะมีภูติผี...!!..เจ้าเด็กจากตระกูลกังหลังจากที่ตายไปคงกลับกลายเป็นภูติผีกลับมาหลอกหลอนแน่เลย.."


        "ไอ้บ้าา..!!..ภูติผีจะปรากฎกายตอนกลางวันได้อย่างไร...เหลวไหล..!!"


       บนเวทีขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วเพลิงสีดำหลังจากเคลื่อนที่มาใกล้เซินฉานจนเหลือระยะห่างเพียงสองเมตรก็ได้หยุดลง เพลิงสีดำที่กำลังลุกโชนบัดนี้เริ่มหดตัวเล็กลงเรื่อย ๆ คล้ายโดนสิ่งใดดูดกลืนไปยังศูนย์กลางของกองเพลิง   แรงดูดเริ่มเพิ่มมากขึ้นจนเห็นเปลวเพลิงโดนม้วนกลับ ปราณธรรมชาติรอบข้างเริ่มหลั่งไหลเข้ามาจนเห็นเป็นเส้นสายอย่างชัดเจน เพียงไม่ถึงห้าลมหายใจเปลวเพลิงสีดำก็หายไปหมดสิ้น

 


คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน