เช้าวันที่ 4 ของการเข้าค่ายฝึกฝนร่างกาย หลังจากไปตักน้ำบนเขา อาบน้ำ ทานอาหารเช้า การฝึกวันนี้ไป่ฉีพาทุกคนมายังแอ่งน้ำลึกประมาณ 2 ฟุต แต่ในแอ่งน้ำมีท่อนไม้ 2 ท่อนเล็ก ๆ มัดติดกัน ลอยอยู่เต็มไปหมด
“เอ่อ พี่ฉี อันนี้มันอะไรอ่ะ” ไป๋หู่ถาม
“ลานประลอง” ไป่ฉีตอบสั้น ๆ
“เดี๋ยวนะ ไอ้เนี่ยนะลานประลอง น้ำลึกไหมเนี่ย” มู่ซื่อเฉิงถาม
“ไม่ลึก อีกอย่างไม่ได้ให้พวกนายลงไปลุยน้ำ แต่จะให้พวกนายยืนประลองกันโดยเหยียบบนท่อนไม้ที่ลอยอยู่เต็มแอ่งน้ำนี้ต่างหาก” ไป่ฉีกล่าว
“มันจะรับน้ำหนักตัวพวกเราไหวเหรอ” หลี่ซีหยานถาม
“ได้สิ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับขึ้นไปเดินบนท่อนไม้ที่ลอยอยู่ ได้หน้าตาเฉย ไป๋หู่ที่เห็นไป่ฉีทำได้ง่าย ๆ ก็ลองดูบ้าง
“หวา” พริบตาที่ไป๋หู่เหยียบลงไปที่ท่อนไม้ ท่อนไม้ก็พลิกทำให้เขาเสียหลักหงายท้องร่วงลงไปในแอ่งน้ำ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไป๋หู่ นายจะต้องดูสมดุลของแต่ละที่ที่นายจะเหยียบด้วย ไม่งั้นเมื่อวานฉันจะฝึกให้พวกนายยืนบนตอไม้ที่ไม่เสมอกันทำไมล่ะ” ไป่ฉีกล่าว เขายืนบนท่อนไม้ที่มัดกันนิ่ง ราวกับว่ามันคือพื้นดินตามปกติ
“ขอฉันลองบ้าง” หลี่ซีหยานลองทดสอบดูบ้าง ถึงจะยืนได้แต่ก็ยังโยกไปมาอยู่
“นั่นแหละ พวกนายต้องฝึกยืนให้นิ่งให้ได้ แม้จะมีการกระเพื่อมของน้ำ ก็ต้องยืนให้ได้แบบฉัน” ไป่ฉีชี้ไปที่เท้าของตนเองที่ยังยืนอยู่บนท่อนไม้ได้อย่างมั่นคง
“มีแต่ต้องทำสินะ” ต้าถงกล่าว
หลังจากนั้นเสียงตกน้ำดังขึ้นเป็นระยะ ๆ พร้อมกับเสียงชายหนุ่มร้องเสียงหลง เพราะตัวเองหงายท้องตกลงไปในแอ่งน้ำ ไป่ฉีนั้นยังคงยืนมองและคอยให้คำแนะนำเป็นระยะ ๆ จนถึงช่วงอาหารกลางวัน
“เด็ก ๆ การฝึกเป็นยังไงบ้าง” ไป่เหลียนฮวาถาม
“คุณน้าคะ เห็นสภาพเปียกเป็นลูกหมาตากฝนกันขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ค่ะว่าเล่นน้ำกันสนุกเลย” เหมยเหม่ยกล่าว
“คุณแฟนที่รัก ฉันไม่ได้เล่นนะ ให้ยืนบนท่อนไม้ที่ลอยอยู่บนน้ำ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย” ต้าถงกล่าว
“เอ๋ ไป่ฉี นายให้พวกเขาฝึกอะไรกันเนี่ย อย่างกับพวกฝึกวรยุทธ์ในหนังเลย” เมิ่งชิงชิงถาม
“วรยุทธ์ที่คนสมัยก่อนใช้กัน ก็มาจากการฝึกร่างกาย เมื่อร่างกายแข็งแรงมากกว่าคนปกติ พวกเขาก็จะสามารถทำสิ่งที่คนปกติทำไม่ได้ อย่างเช่นที่ผมฝึกให้พวกเขายืนบนท่อนไม้ที่ลอยบนน้ำไง” ไป่ฉีกล่าว
“นั่นแหละ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“พี่ชิงชิงดูนี่สิ” มู่ซื่อเฉิงนำสมาร์ทโฟนยื่นมาให้เมิ่งชิงชิง ในหน้าจอเป็นคลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่ถ่ายการฝึกไว้ ทุกคนต่างตกน้ำกันหมด มีไป่ฉีที่ยืนดูเพื่อน ๆ ตกน้ำด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“อื้อหือ ไป่ฉีนายมีมุมแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย อย่างกับพวกปรมาจารย์ที่ยืนมองลูกศิษย์ฝึกเลย” เมิ่งชิงชิงหันจอสมาร์ทโฟนที่กำลังเล่นคลิปวิดีโอมาให้ไป่ฉีดู
“โอ้ เจ้าลูกชายทำได้ไงเนี่ย อยากลองเหมือนกันแฮะ” ไป่ชิงหยุนแสดงท่าทางสนใจการฝึก
“พ่อไม่ได้ฝึกการรักษาสมดุลมาก่อน ท่าจะยาก อีกอย่างพ่อก็ร้างการฝึกไปนาน น่าจะยากนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ไอ้ลูกชาย ดูถูกกันแบบนี้ เดี๋ยวช่วงบ่ายฉันจะให้แกได้เห็นว่าฉันน่ะเป็นสุดยอดปรมาจารย์การฝึกตนเลยล่ะ” ไป่ชิงหยุนกล่าว
หลังมื้ออาหารกลางวัน ทุกคนนั่งพักเพื่อให้อาหารย่อยกันอีกนิดหน่อย ก่อนจะไปฝึกกันต่อ คราวนี้ไป่ชิงหยุนขอตามไปด้วย ไป่ฉีจึงใช้ปราณสื่อสารบอกไป่โม่ลี่ให้คอยดูแลแม่ของเขา และเมิ่งชิงชิงกับเหมยเหม่ย ถึงยังไงเขาก็ไม่ไว้ใจคนขับรถที่จ้างมา แม้คนขับรถทั้ง 2 จะเป็นผู้หญิงก็ตาม ในโลกนี้ชายรักชายอย่างเหลาเหล่ายังมี แล้ว..... นั่นแหละเขาไม่ไว้ใจ
การฝึกช่วงบ่ายเริ่มขึ้น ไป๋หู่ กับหลี่ซีหยานเริ่มยืนนิ่ง ๆ บนท่อนไม้ได้แล้ว ส่วนมู่ซื่อเฉิงกับพวกต้าถงก็เริ่มจับเคล็ดการทรงตัวได้บ้าง
“ไป๋หู่กับซีหยาน พวกนายลองประลองกันดูหน่อยไหม ฝึกปรับสมดุลระหว่างเคลื่อนที่ ฉันคิดว่าพวกนายน่าจะจับทางได้ไม่ยาก เพราะที่บ้านพวกนายก็มีการฝึกพื้นฐานมาอยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“ว๊าก” ไป่ชิงหยุนร่วงลงน้ำเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่มีใครสนใจ เพราะแค่การฝึกของตัวเองก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว
“คุณพ่อ พยายามเข้านะครับ” มู่ซื่อเฉิงพูดให้กำลังใจไป่ชิงหยุน
“ต้องพยายามอีก ใกล้จะจับทางได้แล้ว” ไป่ชิงหยุนกล่าว
ช่วงเย็นผลการฝึกออกมาเป็นที่น่าพอใจ ทุกคนสามารถต่อสู้ด้วยกระบวนท่าบนท่อนไม้ลอยน้ำได้แล้ว ด้วยเวลาที่ยาวนานกว่าปกติในเขตอาคม ประสบการณ์ที่ได้ย่อมมากกว่า เวลาฝึกก็มากกว่า ตอนนี้เพื่อนของไป่ฉีทุกคนสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองได้ จากวันแรกจนถึงวันที่ 4 ร่างกายของพวกเขามีกล้ามเนื้อที่ชัดเจน พละกำลังที่มากขึ้น พวกเขาสามารถยกก้อนหินที่มีน้ำหนักมากกว่าตนเอง 1 เท่าได้อย่างน่าประหลาดใจ ทำไมน่ะเหรอ เพราะอาหารลมปราณขั้นสูงบวกด้วยกำยานโอสถ ส่งผลให้กล้ามเนื้อของพวกเขาพัฒนาจนแข็งแรงมากกว่าคนปกติ ยิ่งไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่ฝึกพลังปราณยิ่งเห็นผลได้ชัด
ระหว่างอาบน้ำกัน มู่ซื่อเฉิงเป็นแกนนำในการท้าประชันร่างกายของเพื่อน ๆ ว่าของใครเจ๋งกว่ากัน แน่นอนว่าไป่ฉีนั้นถูกกีดกันโดยสมบูรณ์ ด้วยเพราะทุกคนรู้ว่าต่อให้รูปร่างจะสู้ได้ แต่ผิวของพวกเขาไหนเลยจะสู้ไป่ฉีได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง
ส่วนไป่ชิงหยุนนั้นไม่ได้ช่วยไป่เหลียนฮวา กับพวกสาว ๆ ทำอาหารเย็น จากการฝึกวันนี้ทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจไปเลยทีเดียว ขณะที่เด็ก ๆ เริ่มทำการยืนทรงตัวบนท่อนไม้ได้ แต่ตัวเขากลับร่วงน้ำเป็นว่าเล่น และกลับมาด้วยสภาพเปียกโชก ถูกไป่เหลียนฮวาผู้เป็นภรรยาหัวเราะ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียหน้าเข้าไปใหญ่
“พ่อล่ะครับ” ไป่ฉีถาม
“กลายเป็นคนแก่หมดไฟไปแล้วล่ะ” ไป่เหลียนฮวาหัวเราะคิกคัก
“ไว้เดี๋ยวผมไปคุยเอง” ไป่ฉีลุกจากโต๊ะอาหารเข้าไปในรถบ้าน เพียงไม่นานไป่ชิงหยุนก็เดินออกมาพร้อมกับไปยังแอ่งน้ำที่ฝึกวันนี้ ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน พวกเขามองไปยังไป่ฉีที่เพิ่งเดินออกมาจากรถบ้าน
“ไปพูดอะไรพ่อนายถึงได้มีแรงไปฝึกต่อได้ล่ะเนี่ย” ต้าถงถาม
“ความลับ กินข้าวต่อเถอะ” ไป่ฉีกล่าว
หลังมื้ออาหาร ทุกคนพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน เป็นอันสิ้นสุดการฝึกวันที่ 4 ไป่ฉีรอให้ทุกคนหลับสนิท แล้วตัวเขาก็ไปจัดการฝึกพิเศษให้กับไป่ชิ ไป่เชอะ และไป่โม่ลี่ โดยเขาได้ให้ทั้ง 3 คนเข้าไปฝึกในฝันนิรันดร์ในคืนวันที่ 2 และฝึกตามพวกเพื่อน ๆ ของเขา แต่สิ่งที่เพิ่มเติมในฝันนิรันดร์ของทั้ง 3 คนคือ ด่านฝึกสำหรับผู้ฝึกลมปราณโดยเฉพาะ
ในเช้าวันที่ 5 ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ การฝึกวันที่ 5 นี้ ไป่ฉีได้เตรียมสถานที่ไว้ มันเป็นโถงถ้ำทรงโดมที่ไป่ฉีนำอุปกรณ์ทั้งหมดมาติดตั้งไว้ ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินเหมือนกับหน้าผา ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขัง ไม่ลึกมาก มีท่อนไม้ลอยน้ำอยู่เต็มไปหมด ด้านบนมีท่อนซุงใหญ่ถูกขึงด้วยเชือกแน่นหนา 1 ท่อน กับท่อนเล็ก ๆ อีกหลายท่อน ด้านบนสุดนั้นแขวนลูกแก้วเอาไว้
“นี่มันอะไรน่ะ” หลี่ซีหยานมองดูโถงถ้ำใหญ่ทรงโดมที่เหมือนกับโดมสนามกีฬา อุปกรณ์ด้านในดูไม่แปลกตา แต่มันทำให้โถงนี้ดูเละเทะไปหมด
“สนามฝึกสุดท้าย ไปให้ถึงลูกแก้วนั้นให้ได้ ใช้ความสามารถที่ฝึกมาทั้งหมด ฉันได้ฝึกพวกนายไปหมดแล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“พร้อมแล้ว” ไป๋หู่ย่อตัวลง สิ่งที่เขาเล็งคือการปีนผนังถ้ำ
“ทางนี้ก็พร้อม” หลี่ซีหยานเตรียมจะยังตอไม้ที่ไล่ระดับแตกต่างกัน แต่เขาพอเห็นเส้นทางที่จะไปถึงลูกแก้วได้
“พร้อมเช่นกัน” ต้าถงกับพวกเองก็เตรียมตัวเช่นกัน
“เริ่มได้” หลังไป่ฉีให้สัญญาณ ทุกคนพุ่งออกไปตามทางที่ตนเองคิดไว้
“ยากเหมือนกันนะเนี่ย” ไป๋หู่ที่กำลังปีนผนังถ้ำพึมพำเบา ๆ แม้ช่วงแรกจะง่าย แต่ผนังถ้ำที่โค้งเหมือนโดม เขาจะต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อต้านกับแรงโน้มถ่วง หากจะไปให้ถึงลูกแก้ว เขาต้องเกาะผนังถ้ำเหมือนตุ๊กแกไม่ก็จิ้งจก
“แว๊ก” เสียงพวกเพื่อนในกลุ่มของต้าถงที่เลือกเดินบนท่อนไม้ลอยน้ำ เพื่อไปให้ถึงเชือกที่จะปีนขึ้นไปยังท่อนซุงใหญ่ด้านบน แต่ก็ต้องหงายท้องตกน้ำกันเพราะรีบเกินไป
“พวกนายระวังตัวกันหน่อยสิ” ต้าถงกล่าวเตือน ตัวเขาใช้วิธีปีนขึ้นเสาไม้ท่อนที่สูงที่สุด โดยใช้เสื้อเป็นอุปกรณ์ที่รั้งตัวเองให้ไม่ลื่นหล่นลงมา
“ทุกคนดูตั้งใจกันดีแฮะ แต่ทางนี้ก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน” หลี่ซีหยานค่อย ๆ เดินอย่างระวัง ดูให้แน่ว่าท่อนไม้ไหนที่มีหน้าตัดเรียบหรือยืนง่าย และต้องสามารถไปต่อยังท่อนถัดไปได้ไม่ยากนัก
“ใครมันจะไปยอมกันเล่า” มู่ซื่อเฉิงเดินบนท่อนไม้ลอยน้ำจนปีนขึ้นไปยังเชือกที่ผูกโยงกับท่อนซุงได้แล้ว
“คนที่น่าจะไปถึงก่อนจะเป็นใครกันนะ” ไป่ฉีมองเพื่อนของเขาทุกคนราวกับกำลังมองลูกศิษย์ที่เขาฝึกมาเองกับมือ กำลังทดสอบเพื่อจบจากสำนักไป
หลังจากนั้นหลี่ซีหยานเป็นคนแรกที่ไปถึงลูกแก้ว ทำให้การฝึกรอบนั้นจบลง ไป่ฉีให้เพื่อนของเขาพักสักครู่ ก่อนจะเริ่มรอบใหม่ ครั้งนี้ไป๋หู่ลองเดินบนเสาไม้แบบหลี่ซีหยานบ้าง แต่ก็ร่วงลงมาเพราะความไม่ระวังของเจ้าตัว
“หึ คิดว่าทางมันเดินง่ายรึไง” หลี่ซีหยานหัวเราะเยาะไป๋หู่
“หนอย นายระวังไว้เถอะ ปีนกำแพงไม่ดี ระวังจะร่วงเอาง่าย ๆ นะ” ไป๋หู่กล่าวพร้อมกับเริ่มเดินขึ้นไปใหม่ ครั้งนี้มีพวกต้าถงเดินตามขึ้นไปด้วย
“รอบนี้ฉันต้องไปให้ถึงลูกแก้วก่อนให้ได้” มู่ซื่อเฉิงปีนขึ้นเสาไม้ที่สูงที่สุด แต่พอถึงจุดที่ใกล้ท่อนซุง เขาก็กระโดดเกาะท่อนซุงแทน กว่าจะขึ้นไปบนท่อนซุงได้ก็แทบแย่
หลังแข่งจบไปหลายรอบ ก็ถึงเวลาของอาหารกลางวัน จากนั้นก็ฝึกต่อ การฝึกในช่วงบ่ายเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนานสำหรับพวกเพื่อน ๆ ของไป่ฉี เพราะพวกเขาชินกับสถานที่แล้ว ทำให้การแข่งชิงลูกแก้วเป็นไปด้วยความดุเดือด
“วันนี้สนุกโคตร” มู่ซื่อเฉิงกล่าวขณะกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดเหงื่อที่หน้ากับคอ
“ฮึ่ย ถ้านายไม่เล่นตุกติก ฉันชนะไปแล้ว” ไป๋หู่หัวเสียทีเดียว เขาถูกมู่ซื่อเฉิงแกล้ง โดยการถีบเสาไม้ ทำให้เสียการทรงตัวแล้วร่วงลงมา
“ซีหยาน นายเป็นอะไรรึเปล่า” ต้าถงถาม เมื่อเห็นหลี่ซีหยานมองไปที่มู่ซื่อเฉิงกับไป๋หู่กำลังหยอกล้อกันเหมือนเด็ก ๆ
“เปล่า ฉันไม่คิดว่าจะได้เพื่อนเร็วขนาดนี้ ตอนอยู่ที่บ้าน พวกเขาบังคับให้ฝึกฝนร่างกาย การไปเที่ยวกับเพื่อนนี่ไม่มีทางเลย ส่งคนมารับส่งที่โรงเรียนจนกระดิกตัวไปไหนกับเพื่อนในห้องก็ไม่ได้ นานวันเข้าความสัมพันธ์เลยเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้ากันเท่านั้น” หลี่ซีหยานกล่าว
“ตัวฉันกับเพื่อนเคยเป็นเด็กเกเรในห้องมาก่อน พวกเพื่อนร่วมห้องไม่ค่อยกล้าเข้ามาคุยกับพวกเรานัก แต่ก่อนก็แกล้งไป่ฉีประจำ นอกจากหมอนั่นจะไม่โกรธแล้ว ยังชี้ทางสว่างให้พวกเราอีกด้วย” ต้าถงกล่าว
คืนนั้นทุกคนเข้านอนเรียบร้อย พรุ่งนี้พวกเขาต้องกลับกันแล้ว ไป่ฉีลองประเมินดูก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ การฝึกเป็นไปตามที่เขาตั้งใจไว้ เพื่อนของเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้แต่ละคนมีร่างกายเทียบเท่ากับผู้ฝึกกำลังภายนอกขั้นสูงสุด และเท่ากับผู้ฝึกพลังภายในชั้นปราณขั้นต้น หากเขาสอนการใช้พลังปราณเพื่อเสริมสร้างพลังให้กับร่างกาย รับรองได้ว่าด้านกีฬา ไม่มีใครสู้พวกเขาได้แน่นอน
สถานที่ลับแห่งหนึ่ง
“ผู้อาวุโส โปรเจค H ไปถึงไหนแล้ว” เสียงชายคนหนึ่งถามชายแก่ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา
“เรียนท่านประมุข จากการทดลองกับสัตว์ เราได้สัตว์ทดลองที่มีความโดดเด่นตาม DNA ที่เราตัดต่อพันธุกรรม รวมถึงตอนนี้เราได้ผลการทดลองกับมนุษย์มาแล้ว ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจ เพียงแต่…..” ชายแก่เงียบไป เขาไม่กล้าบอกสิ่งที่ต้องการไปตรง ๆ
“เพียงแต่อะไร” เสียงชายผู้เป็นประมุขถามขึ้น
“เราต้องการตัวอสุจิ เพื่อนำมาทำการตัดต่อพันธุกรรม โดยนำจุดเด่นใน DNA ของเจ้าของน้ำเชื้อพวกนั้นมา แล้วทำการตัดต่อเพื่อสร้าง H ที่แข็งแกร่งขึ้นมา เพียงแต่พวกเราไม่รู้ว่าจะหามาด้วยวิธีไหน” ชายแก่กล่าวรายงานสิ่งที่ตนต้องการ
“เรื่องนี้ให้ติดต่อนางมารจิ้งจอกซือซือ เธอชำนาญทั้งโอสถปลุกกำหนัด การสะกดจิต และวิชาลวงตา งานนี้ฉันว่าเธอเหมาะสมที่สุด” ชายผู้เป็นประมุขกล่าว
“ทราบแล้ว ผมจะให้ทางพรรค(ตะวันดับ) ของเราติดต่อเธอนะครับ” ชายแก่กล่าว
“จะว่าไปเจ้าถามถึงวิธีที่จะไปนำน้ำเชื้อมา แสดงว่าเจ้ากำหนดเป้าหมายที่จะให้ไปนางมารซือซือไปเก็บน้ำเชื้อแล้วใช่ไหม เป้าหมายมีกี่คนกันล่ะ” ชายผู้เป็นประมุขถาม
“เรียนประมุข เป้าหมายคือประมุขน้อยทั้ง 4 ของตำหนักเทพ เฟิงจินไม่น่าจะเข้าถึงยาก แต่คนอื่น ๆ นั้นการพบตัวค่อนข้างยาก นอกจากนี้หากเป็นไปได้ ผมอยากได้ของเทพกระบี่ด้วย” ชายแก่กล่าว
“หยุดความคิดของเจ้าเลย ฉันขอสั่งห้ามยุ่งกับเทพกระบี่เด็ดขาด ฉันคิดว่าเขามีความสามารถในการอ่านความทรงจำ หากนางมารซือซือพลาดท่าขึ้นมา รับรองว่าพรรคเราจะพบกับหายนะเหมือนพรรคสาขาในทวีปเทพมังกรครามแน่นอน
“ทราบแล้วครับ ผมจะสั่งกำชับไม่ให้เธอไปยุ่งกับเทพกระบี่” ชายแก่รับคำประมุขพรรคตะวันดับ ก่อนจะถอยหายเข้าไปในเงามืด
“คอยก่อนเถอะอวี้กง เมื่อ H เสร็จสมบูรณ์ แกจะเป็นคนแรกที่จะถูกมันฆ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ประมุขพรรคตะวันดับหัวเราะเสียงดัง เมื่อคิดว่า H ที่ตนสร้างจะสามารถฆ่าอวี้กงได้
___________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
