จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 164 ค่ายฝึกฝนร่างกายของไป่ฉี 7 Re

            เช้าวันที่ 4 ของการเข้าค่ายฝึกฝนร่างกาย  หลังจากไปตักน้ำบนเขา  อาบน้ำ  ทานอาหารเช้า  การฝึกวันนี้ไป่ฉีพาทุกคนมายังแอ่งน้ำลึกประมาณ 2 ฟุต  แต่ในแอ่งน้ำมีท่อนไม้ 2 ท่อนเล็ก ๆ มัดติดกัน ลอยอยู่เต็มไปหมด


            “เอ่อ พี่ฉี  อันนี้มันอะไรอ่ะ” ไป๋หู่ถาม


            “ลานประลอง” ไป่ฉีตอบสั้น ๆ


            “เดี๋ยวนะ  ไอ้เนี่ยนะลานประลอง  น้ำลึกไหมเนี่ย” มู่ซื่อเฉิงถาม


            “ไม่ลึก  อีกอย่างไม่ได้ให้พวกนายลงไปลุยน้ำ  แต่จะให้พวกนายยืนประลองกันโดยเหยียบบนท่อนไม้ที่ลอยอยู่เต็มแอ่งน้ำนี้ต่างหาก” ไป่ฉีกล่าว


            “มันจะรับน้ำหนักตัวพวกเราไหวเหรอ” หลี่ซีหยานถาม


            “ได้สิ” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับขึ้นไปเดินบนท่อนไม้ที่ลอยอยู่  ได้หน้าตาเฉย  ไป๋หู่ที่เห็นไป่ฉีทำได้ง่าย ๆ ก็ลองดูบ้าง


            “หวา” พริบตาที่ไป๋หู่เหยียบลงไปที่ท่อนไม้  ท่อนไม้ก็พลิกทำให้เขาเสียหลักหงายท้องร่วงลงไปในแอ่งน้ำ


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไป๋หู่  นายจะต้องดูสมดุลของแต่ละที่ที่นายจะเหยียบด้วย  ไม่งั้นเมื่อวานฉันจะฝึกให้พวกนายยืนบนตอไม้ที่ไม่เสมอกันทำไมล่ะ” ไป่ฉีกล่าว  เขายืนบนท่อนไม้ที่มัดกันนิ่ง  ราวกับว่ามันคือพื้นดินตามปกติ


            “ขอฉันลองบ้าง” หลี่ซีหยานลองทดสอบดูบ้าง  ถึงจะยืนได้แต่ก็ยังโยกไปมาอยู่


            “นั่นแหละ  พวกนายต้องฝึกยืนให้นิ่งให้ได้  แม้จะมีการกระเพื่อมของน้ำ  ก็ต้องยืนให้ได้แบบฉัน” ไป่ฉีชี้ไปที่เท้าของตนเองที่ยังยืนอยู่บนท่อนไม้ได้อย่างมั่นคง


            “มีแต่ต้องทำสินะ” ต้าถงกล่าว


            หลังจากนั้นเสียงตกน้ำดังขึ้นเป็นระยะ ๆ พร้อมกับเสียงชายหนุ่มร้องเสียงหลง  เพราะตัวเองหงายท้องตกลงไปในแอ่งน้ำ  ไป่ฉีนั้นยังคงยืนมองและคอยให้คำแนะนำเป็นระยะ ๆ จนถึงช่วงอาหารกลางวัน


            “เด็ก ๆ การฝึกเป็นยังไงบ้าง” ไป่เหลียนฮวาถาม


            “คุณน้าคะ เห็นสภาพเปียกเป็นลูกหมาตากฝนกันขนาดนี้  ไม่ต้องบอกก็รู้ค่ะว่าเล่นน้ำกันสนุกเลย” เหมยเหม่ยกล่าว


            “คุณแฟนที่รัก  ฉันไม่ได้เล่นนะ  ให้ยืนบนท่อนไม้ที่ลอยอยู่บนน้ำ  มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย” ต้าถงกล่าว


            “เอ๋  ไป่ฉี  นายให้พวกเขาฝึกอะไรกันเนี่ย  อย่างกับพวกฝึกวรยุทธ์ในหนังเลย” เมิ่งชิงชิงถาม


            “วรยุทธ์ที่คนสมัยก่อนใช้กัน  ก็มาจากการฝึกร่างกาย  เมื่อร่างกายแข็งแรงมากกว่าคนปกติ  พวกเขาก็จะสามารถทำสิ่งที่คนปกติทำไม่ได้  อย่างเช่นที่ผมฝึกให้พวกเขายืนบนท่อนไม้ที่ลอยบนน้ำไง” ไป่ฉีกล่าว


            “นั่นแหละ  มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “พี่ชิงชิงดูนี่สิ” มู่ซื่อเฉิงนำสมาร์ทโฟนยื่นมาให้เมิ่งชิงชิง  ในหน้าจอเป็นคลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่ถ่ายการฝึกไว้  ทุกคนต่างตกน้ำกันหมด  มีไป่ฉีที่ยืนดูเพื่อน ๆ ตกน้ำด้วยใบหน้าเรียบเฉย


            “อื้อหือ ไป่ฉีนายมีมุมแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย  อย่างกับพวกปรมาจารย์ที่ยืนมองลูกศิษย์ฝึกเลย” เมิ่งชิงชิงหันจอสมาร์ทโฟนที่กำลังเล่นคลิปวิดีโอมาให้ไป่ฉีดู

            “โอ้ เจ้าลูกชายทำได้ไงเนี่ย  อยากลองเหมือนกันแฮะ” ไป่ชิงหยุนแสดงท่าทางสนใจการฝึก


            “พ่อไม่ได้ฝึกการรักษาสมดุลมาก่อน  ท่าจะยาก  อีกอย่างพ่อก็ร้างการฝึกไปนาน  น่าจะยากนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ไอ้ลูกชาย  ดูถูกกันแบบนี้  เดี๋ยวช่วงบ่ายฉันจะให้แกได้เห็นว่าฉันน่ะเป็นสุดยอดปรมาจารย์การฝึกตนเลยล่ะ” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            หลังมื้ออาหารกลางวัน  ทุกคนนั่งพักเพื่อให้อาหารย่อยกันอีกนิดหน่อย  ก่อนจะไปฝึกกันต่อ  คราวนี้ไป่ชิงหยุนขอตามไปด้วย  ไป่ฉีจึงใช้ปราณสื่อสารบอกไป่โม่ลี่ให้คอยดูแลแม่ของเขา และเมิ่งชิงชิงกับเหมยเหม่ย  ถึงยังไงเขาก็ไม่ไว้ใจคนขับรถที่จ้างมา  แม้คนขับรถทั้ง 2 จะเป็นผู้หญิงก็ตาม  ในโลกนี้ชายรักชายอย่างเหลาเหล่ายังมี  แล้ว.....  นั่นแหละเขาไม่ไว้ใจ


            การฝึกช่วงบ่ายเริ่มขึ้น  ไป๋หู่ กับหลี่ซีหยานเริ่มยืนนิ่ง ๆ บนท่อนไม้ได้แล้ว  ส่วนมู่ซื่อเฉิงกับพวกต้าถงก็เริ่มจับเคล็ดการทรงตัวได้บ้าง


            “ไป๋หู่กับซีหยาน  พวกนายลองประลองกันดูหน่อยไหม  ฝึกปรับสมดุลระหว่างเคลื่อนที่  ฉันคิดว่าพวกนายน่าจะจับทางได้ไม่ยาก  เพราะที่บ้านพวกนายก็มีการฝึกพื้นฐานมาอยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “ว๊าก” ไป่ชิงหยุนร่วงลงน้ำเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่มีใครสนใจ  เพราะแค่การฝึกของตัวเองก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว


            “คุณพ่อ  พยายามเข้านะครับ” มู่ซื่อเฉิงพูดให้กำลังใจไป่ชิงหยุน


            “ต้องพยายามอีก  ใกล้จะจับทางได้แล้ว” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            ช่วงเย็นผลการฝึกออกมาเป็นที่น่าพอใจ  ทุกคนสามารถต่อสู้ด้วยกระบวนท่าบนท่อนไม้ลอยน้ำได้แล้ว  ด้วยเวลาที่ยาวนานกว่าปกติในเขตอาคม  ประสบการณ์ที่ได้ย่อมมากกว่า  เวลาฝึกก็มากกว่า  ตอนนี้เพื่อนของไป่ฉีทุกคนสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองได้  จากวันแรกจนถึงวันที่ 4 ร่างกายของพวกเขามีกล้ามเนื้อที่ชัดเจน  พละกำลังที่มากขึ้น  พวกเขาสามารถยกก้อนหินที่มีน้ำหนักมากกว่าตนเอง 1 เท่าได้อย่างน่าประหลาดใจ  ทำไมน่ะเหรอ  เพราะอาหารลมปราณขั้นสูงบวกด้วยกำยานโอสถ  ส่งผลให้กล้ามเนื้อของพวกเขาพัฒนาจนแข็งแรงมากกว่าคนปกติ  ยิ่งไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่ฝึกพลังปราณยิ่งเห็นผลได้ชัด


            ระหว่างอาบน้ำกัน  มู่ซื่อเฉิงเป็นแกนนำในการท้าประชันร่างกายของเพื่อน ๆ ว่าของใครเจ๋งกว่ากัน  แน่นอนว่าไป่ฉีนั้นถูกกีดกันโดยสมบูรณ์  ด้วยเพราะทุกคนรู้ว่าต่อให้รูปร่างจะสู้ได้  แต่ผิวของพวกเขาไหนเลยจะสู้ไป่ฉีได้  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง


            ส่วนไป่ชิงหยุนนั้นไม่ได้ช่วยไป่เหลียนฮวา กับพวกสาว ๆ ทำอาหารเย็น  จากการฝึกวันนี้ทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจไปเลยทีเดียว  ขณะที่เด็ก ๆ เริ่มทำการยืนทรงตัวบนท่อนไม้ได้  แต่ตัวเขากลับร่วงน้ำเป็นว่าเล่น และกลับมาด้วยสภาพเปียกโชก  ถูกไป่เหลียนฮวาผู้เป็นภรรยาหัวเราะ  ยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียหน้าเข้าไปใหญ่


            “พ่อล่ะครับ” ไป่ฉีถาม


            “กลายเป็นคนแก่หมดไฟไปแล้วล่ะ” ไป่เหลียนฮวาหัวเราะคิกคัก


            “ไว้เดี๋ยวผมไปคุยเอง” ไป่ฉีลุกจากโต๊ะอาหารเข้าไปในรถบ้าน  เพียงไม่นานไป่ชิงหยุนก็เดินออกมาพร้อมกับไปยังแอ่งน้ำที่ฝึกวันนี้  ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน  พวกเขามองไปยังไป่ฉีที่เพิ่งเดินออกมาจากรถบ้าน


            “ไปพูดอะไรพ่อนายถึงได้มีแรงไปฝึกต่อได้ล่ะเนี่ย” ต้าถงถาม


            “ความลับ กินข้าวต่อเถอะ” ไป่ฉีกล่าว


            หลังมื้ออาหาร  ทุกคนพูดคุยกันอีกเล็กน้อย  ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน  เป็นอันสิ้นสุดการฝึกวันที่ 4  ไป่ฉีรอให้ทุกคนหลับสนิท  แล้วตัวเขาก็ไปจัดการฝึกพิเศษให้กับไป่ชิ  ไป่เชอะ และไป่โม่ลี่  โดยเขาได้ให้ทั้ง 3 คนเข้าไปฝึกในฝันนิรันดร์ในคืนวันที่ 2 และฝึกตามพวกเพื่อน ๆ ของเขา  แต่สิ่งที่เพิ่มเติมในฝันนิรันดร์ของทั้ง 3 คนคือ  ด่านฝึกสำหรับผู้ฝึกลมปราณโดยเฉพาะ


            ในเช้าวันที่ 5 ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ  การฝึกวันที่ 5 นี้  ไป่ฉีได้เตรียมสถานที่ไว้  มันเป็นโถงถ้ำทรงโดมที่ไป่ฉีนำอุปกรณ์ทั้งหมดมาติดตั้งไว้  ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินเหมือนกับหน้าผา  ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขัง  ไม่ลึกมาก  มีท่อนไม้ลอยน้ำอยู่เต็มไปหมด  ด้านบนมีท่อนซุงใหญ่ถูกขึงด้วยเชือกแน่นหนา 1 ท่อน  กับท่อนเล็ก ๆ อีกหลายท่อน ด้านบนสุดนั้นแขวนลูกแก้วเอาไว้


            “นี่มันอะไรน่ะ” หลี่ซีหยานมองดูโถงถ้ำใหญ่ทรงโดมที่เหมือนกับโดมสนามกีฬา  อุปกรณ์ด้านในดูไม่แปลกตา  แต่มันทำให้โถงนี้ดูเละเทะไปหมด


            “สนามฝึกสุดท้าย  ไปให้ถึงลูกแก้วนั้นให้ได้  ใช้ความสามารถที่ฝึกมาทั้งหมด  ฉันได้ฝึกพวกนายไปหมดแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “พร้อมแล้ว” ไป๋หู่ย่อตัวลง  สิ่งที่เขาเล็งคือการปีนผนังถ้ำ


            “ทางนี้ก็พร้อม” หลี่ซีหยานเตรียมจะยังตอไม้ที่ไล่ระดับแตกต่างกัน  แต่เขาพอเห็นเส้นทางที่จะไปถึงลูกแก้วได้


            “พร้อมเช่นกัน” ต้าถงกับพวกเองก็เตรียมตัวเช่นกัน


            “เริ่มได้” หลังไป่ฉีให้สัญญาณ  ทุกคนพุ่งออกไปตามทางที่ตนเองคิดไว้


            “ยากเหมือนกันนะเนี่ย” ไป๋หู่ที่กำลังปีนผนังถ้ำพึมพำเบา ๆ  แม้ช่วงแรกจะง่าย  แต่ผนังถ้ำที่โค้งเหมือนโดม  เขาจะต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อต้านกับแรงโน้มถ่วง  หากจะไปให้ถึงลูกแก้ว  เขาต้องเกาะผนังถ้ำเหมือนตุ๊กแกไม่ก็จิ้งจก


            “แว๊ก” เสียงพวกเพื่อนในกลุ่มของต้าถงที่เลือกเดินบนท่อนไม้ลอยน้ำ  เพื่อไปให้ถึงเชือกที่จะปีนขึ้นไปยังท่อนซุงใหญ่ด้านบน  แต่ก็ต้องหงายท้องตกน้ำกันเพราะรีบเกินไป


            “พวกนายระวังตัวกันหน่อยสิ” ต้าถงกล่าวเตือน  ตัวเขาใช้วิธีปีนขึ้นเสาไม้ท่อนที่สูงที่สุด  โดยใช้เสื้อเป็นอุปกรณ์ที่รั้งตัวเองให้ไม่ลื่นหล่นลงมา


            “ทุกคนดูตั้งใจกันดีแฮะ  แต่ทางนี้ก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน” หลี่ซีหยานค่อย ๆ เดินอย่างระวัง  ดูให้แน่ว่าท่อนไม้ไหนที่มีหน้าตัดเรียบหรือยืนง่าย และต้องสามารถไปต่อยังท่อนถัดไปได้ไม่ยากนัก


            “ใครมันจะไปยอมกันเล่า” มู่ซื่อเฉิงเดินบนท่อนไม้ลอยน้ำจนปีนขึ้นไปยังเชือกที่ผูกโยงกับท่อนซุงได้แล้ว


            “คนที่น่าจะไปถึงก่อนจะเป็นใครกันนะ” ไป่ฉีมองเพื่อนของเขาทุกคนราวกับกำลังมองลูกศิษย์ที่เขาฝึกมาเองกับมือ  กำลังทดสอบเพื่อจบจากสำนักไป


            หลังจากนั้นหลี่ซีหยานเป็นคนแรกที่ไปถึงลูกแก้ว  ทำให้การฝึกรอบนั้นจบลง  ไป่ฉีให้เพื่อนของเขาพักสักครู่  ก่อนจะเริ่มรอบใหม่  ครั้งนี้ไป๋หู่ลองเดินบนเสาไม้แบบหลี่ซีหยานบ้าง  แต่ก็ร่วงลงมาเพราะความไม่ระวังของเจ้าตัว


            “หึ คิดว่าทางมันเดินง่ายรึไง” หลี่ซีหยานหัวเราะเยาะไป๋หู่


            “หนอย  นายระวังไว้เถอะ  ปีนกำแพงไม่ดี  ระวังจะร่วงเอาง่าย ๆ นะ” ไป๋หู่กล่าวพร้อมกับเริ่มเดินขึ้นไปใหม่  ครั้งนี้มีพวกต้าถงเดินตามขึ้นไปด้วย


            “รอบนี้ฉันต้องไปให้ถึงลูกแก้วก่อนให้ได้” มู่ซื่อเฉิงปีนขึ้นเสาไม้ที่สูงที่สุด  แต่พอถึงจุดที่ใกล้ท่อนซุง  เขาก็กระโดดเกาะท่อนซุงแทน  กว่าจะขึ้นไปบนท่อนซุงได้ก็แทบแย่


            หลังแข่งจบไปหลายรอบ  ก็ถึงเวลาของอาหารกลางวัน  จากนั้นก็ฝึกต่อ  การฝึกในช่วงบ่ายเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนานสำหรับพวกเพื่อน ๆ ของไป่ฉี  เพราะพวกเขาชินกับสถานที่แล้ว  ทำให้การแข่งชิงลูกแก้วเป็นไปด้วยความดุเดือด


            “วันนี้สนุกโคตร” มู่ซื่อเฉิงกล่าวขณะกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดเหงื่อที่หน้ากับคอ


            “ฮึ่ย  ถ้านายไม่เล่นตุกติก  ฉันชนะไปแล้ว” ไป๋หู่หัวเสียทีเดียว  เขาถูกมู่ซื่อเฉิงแกล้ง  โดยการถีบเสาไม้  ทำให้เสียการทรงตัวแล้วร่วงลงมา


            “ซีหยาน  นายเป็นอะไรรึเปล่า” ต้าถงถาม  เมื่อเห็นหลี่ซีหยานมองไปที่มู่ซื่อเฉิงกับไป๋หู่กำลังหยอกล้อกันเหมือนเด็ก ๆ


            “เปล่า  ฉันไม่คิดว่าจะได้เพื่อนเร็วขนาดนี้  ตอนอยู่ที่บ้าน  พวกเขาบังคับให้ฝึกฝนร่างกาย  การไปเที่ยวกับเพื่อนนี่ไม่มีทางเลย  ส่งคนมารับส่งที่โรงเรียนจนกระดิกตัวไปไหนกับเพื่อนในห้องก็ไม่ได้  นานวันเข้าความสัมพันธ์เลยเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้ากันเท่านั้น” หลี่ซีหยานกล่าว


            “ตัวฉันกับเพื่อนเคยเป็นเด็กเกเรในห้องมาก่อน  พวกเพื่อนร่วมห้องไม่ค่อยกล้าเข้ามาคุยกับพวกเรานัก  แต่ก่อนก็แกล้งไป่ฉีประจำ  นอกจากหมอนั่นจะไม่โกรธแล้ว  ยังชี้ทางสว่างให้พวกเราอีกด้วย” ต้าถงกล่าว


            คืนนั้นทุกคนเข้านอนเรียบร้อย  พรุ่งนี้พวกเขาต้องกลับกันแล้ว  ไป่ฉีลองประเมินดูก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ  การฝึกเป็นไปตามที่เขาตั้งใจไว้  เพื่อนของเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้แต่ละคนมีร่างกายเทียบเท่ากับผู้ฝึกกำลังภายนอกขั้นสูงสุด และเท่ากับผู้ฝึกพลังภายในชั้นปราณขั้นต้น  หากเขาสอนการใช้พลังปราณเพื่อเสริมสร้างพลังให้กับร่างกาย  รับรองได้ว่าด้านกีฬา  ไม่มีใครสู้พวกเขาได้แน่นอน


            สถานที่ลับแห่งหนึ่ง

            “ผู้อาวุโส  โปรเจค H ไปถึงไหนแล้ว” เสียงชายคนหนึ่งถามชายแก่ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา


            “เรียนท่านประมุข  จากการทดลองกับสัตว์  เราได้สัตว์ทดลองที่มีความโดดเด่นตาม DNA ที่เราตัดต่อพันธุกรรม  รวมถึงตอนนี้เราได้ผลการทดลองกับมนุษย์มาแล้ว  ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจ  เพียงแต่…..” ชายแก่เงียบไป  เขาไม่กล้าบอกสิ่งที่ต้องการไปตรง ๆ


            “เพียงแต่อะไร” เสียงชายผู้เป็นประมุขถามขึ้น


            “เราต้องการตัวอสุจิ  เพื่อนำมาทำการตัดต่อพันธุกรรม  โดยนำจุดเด่นใน DNA ของเจ้าของน้ำเชื้อพวกนั้นมา  แล้วทำการตัดต่อเพื่อสร้าง H ที่แข็งแกร่งขึ้นมา  เพียงแต่พวกเราไม่รู้ว่าจะหามาด้วยวิธีไหน” ชายแก่กล่าวรายงานสิ่งที่ตนต้องการ


            “เรื่องนี้ให้ติดต่อนางมารจิ้งจอกซือซือ  เธอชำนาญทั้งโอสถปลุกกำหนัด  การสะกดจิต และวิชาลวงตา  งานนี้ฉันว่าเธอเหมาะสมที่สุด” ชายผู้เป็นประมุขกล่าว


            “ทราบแล้ว  ผมจะให้ทางพรรค(ตะวันดับ) ของเราติดต่อเธอนะครับ” ชายแก่กล่าว


            “จะว่าไปเจ้าถามถึงวิธีที่จะไปนำน้ำเชื้อมา  แสดงว่าเจ้ากำหนดเป้าหมายที่จะให้ไปนางมารซือซือไปเก็บน้ำเชื้อแล้วใช่ไหม  เป้าหมายมีกี่คนกันล่ะ” ชายผู้เป็นประมุขถาม


            “เรียนประมุข  เป้าหมายคือประมุขน้อยทั้ง 4 ของตำหนักเทพ  เฟิงจินไม่น่าจะเข้าถึงยาก  แต่คนอื่น ๆ นั้นการพบตัวค่อนข้างยาก  นอกจากนี้หากเป็นไปได้  ผมอยากได้ของเทพกระบี่ด้วย” ชายแก่กล่าว


            “หยุดความคิดของเจ้าเลย  ฉันขอสั่งห้ามยุ่งกับเทพกระบี่เด็ดขาด  ฉันคิดว่าเขามีความสามารถในการอ่านความทรงจำ  หากนางมารซือซือพลาดท่าขึ้นมา  รับรองว่าพรรคเราจะพบกับหายนะเหมือนพรรคสาขาในทวีปเทพมังกรครามแน่นอน


            “ทราบแล้วครับ  ผมจะสั่งกำชับไม่ให้เธอไปยุ่งกับเทพกระบี่” ชายแก่รับคำประมุขพรรคตะวันดับ  ก่อนจะถอยหายเข้าไปในเงามืด


            “คอยก่อนเถอะอวี้กง  เมื่อ H เสร็จสมบูรณ์  แกจะเป็นคนแรกที่จะถูกมันฆ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ประมุขพรรคตะวันดับหัวเราะเสียงดัง  เมื่อคิดว่า H ที่ตนสร้างจะสามารถฆ่าอวี้กงได้

    ___________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน