ข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช

    ตอนที่ 39 อันดับที่หนึ่ง


            ในห้วงมิติข้างหลังคราม เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าหอโอสถต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของครามในขณะทำบททดสอบ ไม่มีใครที่ไม่ลุ้นไปกับเขา ในแต่ละข้อที่ยาก ขนาดที่ผู้อาวุโสยังไม่กล้าตอบ หรือตอบผิด ทุกคนต่างยอมรับว่า แม้จะอยู่ในสายอาชีพนักปรุงโอสถมานาน ก็ยังไม่เคยเห็นสมุนไพรมาครบทุกชนิดกับตาตัวเอง

            การสอบวิถีการปรุงยาในระดับ 3 หรือ 4 หากสามารถทดสอบด้านสมุนไพรได้ 8 ใน 10 ส่วนก็นับว่ามากแล้ว ที่เหลือก็ศึกษาเพิ่มเติมเอา แต่เด็กชายที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาในตอนนี้ทำได้อย่างน่าทึ่ง

            “ไม่แน่หรอก” อีกท่านหนึ่งกล่าว “ผู้ที่อยู่อันดับ 1 ในรอบ 100 ปีที่ผานมา  ยังตอบคำถามได้เพียงแค่ 9 ใน 10 ส่วนเท่านั้น หากท่านผู้นั้นไม่ตาย ชื่อของเขาก็คงยังอยู่

            ปรมะพยักหน้าเบาๆ มันเป็นเรื่องจริง หากท่านผู้นั้นไม่เสียชีวิต เขาก็คงไม่เลื่อนขึ้นไประดับที่ 1 แต่ทว่าบัดนี้ เขากำลังจะถูกเด็กน้อยที่มีอายุเพียง 13 ปีแทนที่

    ไม่นานเกินรอ อันดับของ คงคราม ก็พุ่งขึ้นเป็นอันดับ ที่ 1 แต่แสงสว่างยังคงวูบไหว การตอบคำถามยังคงไม่หยุด ในขณะที่อันดับที่ 2 ที่ร่วงลงมาจากอันดับที่ 1 ก็ไม่มีใครขึ้นมาแทนที่ได้ ไม่ช้าทุกคนก็ออกมาจากห้องทดสอบ แต่ครามยังคงตอบคำถามอยู่ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบัดนี้ ชื่อของเขา ประทับอยู่จุดสูงสุดของศิลา

    “เจ้าหมอนี่ ตอบได้ 9 ใน 10 ส่วนแล้ว แซงอัจฉริยะรุ่นก่อน ๆ ไปอย่างไม่ทิ้งฝุ่น โดยเฉพาะ….” 

    “ใช่ เขาแซงหน้าข้าไปอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าข้าจะพยายามเท่าไร ก็ยังไม่สามารถทำได้เกินนี้ แต่ตอนนี้ ชื่อของข้าที่อยู่อันดับที่ 1 มา 20 ปี ตกมาอยู่ที่ 2 นี่ข้าควรจะโกรธหรือดีใจกันแน่” ปรมะบ่นอุบอิบ

    “ท่านเจ้าหอ การที่เจ้าหนุ่มนี่ตอบคำถามได้มากกว่าท่าน ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถควบคุมไฟ ในการปรุงยาได้ดีกว่าท่านสักหน่อย” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ย

    “นั่นเพราะเจ้ายังไม่รู้จักเขา เหมือนที่ข้ารู้จัก”

    “หา ท่านรู้จักเขาด้วยรึ”

    เจ้าหอโอสถตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ใช่” แล้วหยุดสักครู่ “เจ้าเคยเห็นการปรุงโอสถที่ไม่ต้องใช้หม้อปรุงไหม เขาปรุงมันกลางอากาศ ไม่ใช่สิ กลั่นโอสถมากกว่า” ปรมะพูดพลางทำท่ากางมือออกจากกัน

    “มันเป็นไปไม่ได้เลยท่าน การปรุงโอสถ ต่อให้นักปรุงโอสถเก่งกาจขนาดไหน ก็ยังต้องพึ่งมวลสารวิเศษจากหม้อปรุง ยิ่งหม้อปรุง มีความลี้ลับเพียงใด ยิ่งช่วยให้สามารถหลอมโอสถในขั้นสูงได้มากเท่านั้น”

    เจ้าหอหยิบโอสถขึ้นมา 1 เม็ดให้กับผู้อาวุโสที่ย้ายมากจากห้องอื่นๆ ที่สอบเสร็จแล้ว บัดนี้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ในห้องของคราม ทุกคนต่างหยิบเวียนกันสูดดมและพินิจพิเคราะห์ ผู้ที่ได้เห็นกลับต้องอ้าปากค้าง

    โอสถขั้นพิสุทธิ์!!!! นี่มันแทบไม่เคยเกิดขึ้นมา 100 กว่าปี หรือมากกว่านั้น ในนครของเรา พลันทุกคนก็ยิ้มกว้าง อย่างเก็บอาการไม่อยู่ นี่คงถึงเวลาของนครของเราแล้วสินะ!!!

    แสงไฟกระพริบครั้งสุดท้าย คงคราม ยังคงอยู่ระดับบนสูงสุด เมื่อโฆษกประกาศ ทำเอาทุกคนที่ได้ยินแทบอยู่ไม่สุข แม้เวลานี้เป็นยามค่ำแล้ว แต่ผู้คนก็ไม่บางตาเลยสักนิด สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่รายชื่อบนเสาหิน

            “ตอบคำถามถูกต้อง 10 ใน 10 ส่วน” โฆษกเน้นเสียงอย่างเริงร่า 

            เสาหินพลันเปล่งแสงเรืองรอง แล้วเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ แต่ที่น่าอัศจรรย์คือ แสงเพลิงนั้นไม่ส่งกระแสคลื่นความร้อนเลยสักนิด 

            เปลวเพลิงลุกโหมกระหน่ำจนกระเทาะเปลือกของเสาหินแตกกระจายเป็นผงปลิวในอากาศ เผยให้เห็นเนื้อที่ถูกซ่อนอยู่เป็นผลึกสีขาวใส 

            ขณะที่รายชื่อสีทองที่อยู่บนเสาหินก็ไม่ได้หายไปไหน

            ศิลาผลึกสวรรค์!!! นี่มันเรื่องจริงหรือความฝัน…ศิลาของเราเปลี่ยนไป!!! 

            เสียงโฆษกระทึกอย่างชัดเจน

    เหล่าผู้อาวุโสรีบกรูกันออกมาด้านนอกพลันลิงโลดขึ้นอย่างเห็นได้ชิด 

            “สัญลักษณ์นี้มัน….” ชั่วครู่แสงสว่างสีทองพุ่งจากเชิงศิลาผลึกสวรรค์แทงขึ้นสู่ม่านฟ้าสีดำสนิทเมื่อสะท้อนกับกลุ่มเมฆทำให้เกิดแสงสีทองสว่างสไว 

            “อ้า… นครของพวกเราสามารถเข้าร่วมมหกรรมการแข่งขันปรุงโอสถเจ้าภิภพ ในจักรวรรดิ์มโหสถได้แล้ว”

    ผลึกแก้วใสขนาดมหึมา ตั้งตระหง่าน   แสงสีทองเจิดจรัส ความลับของผลึกนี้ก็คือ ทำให้นครเนรดีมีสิทธิ์ในการเข้าร่วมแข่งขันโอสถศักดิ์สิทธิ์ 

    เสียงตะโกนดังลั่นลานกว้างข้างหน้าหอโอสถ 

    โอสถศักดิ์สิทธิ์ ๆ ๆ ๆ

            เจ้าหอโอสถชูมือขึ้นฟ้าอย่างลืมตัว ผู้อาวุโสต่างๆ ก็เช่นกัน

    “เราจะให้เขาผ่านไปสู่การรับมอบเหรียญตรานักปรุงโอสถเลยไหม โดยไม่ต้องสอบ ท่านเจ้าหอ”

    “ไม่ได้ ข้าอยากให้ทุกคนได้เห็นการปรุงโอสถของเขา ในวันนั้นจะช่วยให้การประมูลโอสถในวันสุดท้ายเข้มข้นมากขึ้น” เจ้าหอกล่าว ด้วยน้ำเสียงเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ 

            “ข้าจะให้มีการทดสอบในอีก 8 วัน” 

    “ข้าแต่ท่านเจ้าหอโอสถ ตามกฎจะต้องเข้าแข่งขันปรุงยาในอีก 6 วันมิใช่รึ” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งร้องท้วง

    “ไม่ได้หรอก เจ้าหนุ่มคนนี้ อยู่ในระหว่างเข้าแข่งขันไตรภาคี”

            เป็นไปไม่ได้!!! เหล่าผู้อาวุโสอุทานพร้อมกัน เพราะโดยปกตินักปรุงโอสถ แม้จะมีพลังนักสิทธิ์ก็ตาม แต่ก็มุ่งเน้นไปที่การใช้พลังอิทธิเพื่อการปรุงยา และการควบคุมไฟ ไม่ได้มุ่งเน้นที่การต่อสู้ ขณะที่นักสิทธิ์สายต่อสู้แทบจะไม่มีความสามารถในการปรุงยาเลย

            การเข้าไปแข่งขันเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ 

            แต่กับครามนั้นแตกต่างกัน เจ้าหอโอสถจำได้ดีทีเดียว เพราะมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้า ที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาพร้อมด้วยดรุณีอีกสองคน เด็กหนุ่มคนนั้นปรุงยาระดับสองขั้นพิสุทธิ์ต่อหน้าต่อตา ซ้ำยังไม่ได้ใช้หม้อปรุงโอสถวิเศษแต่อย่างใด เด็กหนุ่มคนนี้อนาคตเขานั้น ยากแท้หยั่งถึง 

            อาจารย์ของเขาเป็นใครกัน ข้าอยากเจอ!!!

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช ที่คุณอ่าน